<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120112</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2025 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GC ส่งมอบนวัตกรรมพลาสติก ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ดร.ชญาน์ จันทวสุ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารความยั่งยืนและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ส่งมอบเรือพายพลาสติก จำนวน 20 ลำ ให้กับ &amp;nbsp;นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่กำลังได้รับความเดือดร้อนในหลายพื้นที่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเรือพายพลาสติกดังกล่าว ผลิตจากเม็ดพลาสติก LLDPE&amp;nbsp; Compound ของ GC ด้วยกระบวนการ Rotational Molding ทำให้เรือนี้ มีความเหนียว ยืดหยุ่นดี จึงทนต่อแรงกระแทก ไม่แตกเสียหายง่าย และทนทานต่อแรงขูดขีด (Scratch Resistance) ทั้งยังผสม UV Resistance ทำให้ทนต่อรังสี UV เหมาะสำหรับใช้งานกลางแจ้ง เป็นระยะเวลานาน ตัวเรือมีขนาดความกว้าง 90 เซนติเมตร ยาว 3 เมตร&amp;nbsp; น้ำหนัก 35 กิโลกรัม (ตามมาตรฐานการออกแบบเรือที่กำหนด) สามารถนั่งได้ 2-3 คน (200 กิโลกรัม) ผลิตจากพลาสติก 100% ทำให้สามารถ รีไซเคิล ได้ 100% หลังจากชำรุด หรือเลิกใช้งานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;
z16slot
sakidbet
3dbet
65bet
ktv888
ktvvip
lazywin888
maxwyn
megac4
ninja168
seabet333x
usa888
3mbet
ak189
bkkgaming
dumbo12345
giga888
lucac4
luckatron
tiger126
ubet89
pgplay168
550ww
betflik19
chapo88
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120112</URL_LINK>
                <HASHTAG>GC, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ดร.ชญาน์ จันทวสุ, นายวีระชัย นาคมาศ, น้ำท่วม, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), รีไซเคิล, เรือพายพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d5914268e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 19:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 19:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039; ดูน้ำอยุธยา เตรียมพร้อมพื้นที่รับน้ำหลากเข้าทุ่งเจ้าพระยาตอนล่าง 10 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.64 - ที่บริเวณโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) และในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นำคณะผู้บริหารพรรค ประกอบด้วย พลเอก วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานยุทธศาสตร์พรรคร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รวมทั้งรัฐมนตรีของพรรคอาทิ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง นายอธิรัช รมช.คมนาคม และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส&amp;nbsp;พร้อมด้วย ส.ส ในหลายพื้นที่ มาร่วมให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียงเพื่อร่วมติดตามความพร้อมของการบริหารจัดการน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มต่ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวต้อนรับและรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) นำเสนอภาพรวมการบริหารจัดการน้ำรับน้ำหลากตามมาตรการ กอนช. และแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั้งระบบในลุ่มน้ำเจ้าพระยา นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน นำเสนอแนวทางการจัดการและเตรียมพื้นที่รับน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มต่ำ และนายเชษฐา โมสิกรัตน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นำเสนอแนวทางให้ความช่วยเหลือประชาชน พร้อมด้วย ผู้แทนหน่วยงานในพื้นที่ เข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกประวิตร&amp;nbsp;กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง ที่ในขณะนี้มีปริมาณน้ำท่าตามธรรมชาติที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งกรมชลประทานได้เพิ่มอัตราการระบายของเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 1,481 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณท้ายเขื่อนบางแห่งที่ได้รับผลกระทบ จากมวลน้ำเข้าพื้นที่ เกษตร ประกอบด้วย พื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณ&amp;nbsp;คลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา และแม่น้ำน้อยที่ ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีราษฎรประมาณ 602 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเหตุการณ์น้ำท่วมเช่นนี้เป็นเรื่องปกติที่ชาวบ้านในพื้นที่รับรู้ว่าจะเกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงฤดูน้ำหลาก&amp;nbsp;ซึ่ง กอนช.ได้ให้กรมชลประทานเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังยังจุดเสี่ยงล่วงหน้า พร้อมทั้งประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานท้องถิ่น เพื่อแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบอย่างต่อเนื่องแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความพร้อมของพื้นที่ในการรับน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้ทุกจังหวัดในพื้นที่ โดยเฉพาะ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นด่านหน้าก่อนมวลน้ำจะไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ดำเนินการตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝนของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงรับน้ำหลากและเตรียมแผนเผชิญเหตุให้พร้อม และให้จังหวัดร่วมบูรณาการกับกรมชลประทานพิจารณาความเหมาะการรับน้ำหลากเข้าทุ่งในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างทั้ง 10 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกำหนดให้ดำเนินการหลังวันที่ 15 ตุลาคม 2564 ประกอบด้วย ทุ่งเชียงราก ทุ่งท่าวุ้ง&amp;nbsp; ทุ่งฝั่งซ้ายคลองชัยนาท&amp;ndash;ป่าสัก ทุ่งบางกุ่ม ทุ่งบางกุ้ง ทุ่งบางบาล-บ้านแพน ทุ่งป่าโมก ทุ่งผักไห่ ทุ่งเจ้าเจ็ด และทุ่งโครงการฯ โพธิ์พระยา รวมทั้งให้ปรับลดการระบายน้ำจากแหล่งน้ำในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก พร้อมทั้งวางแผนเก็บน้ำสํารองทุกแหล่งทั้งผิวดินและใต้ดิน ไว้รองรับในช่วงฤดูแล้งหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำกรมชลประทานเร่งดำเนินโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ซึ่งเป็น 1 ใน 9 แผนหลักของการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง ให้แล้วเสร็จตามเป้าหมายในปี 2566 ขณะเดียวกัน จะต้องทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้และรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้การยอมรับและเกิดความร่วมมือในการขับเคลื่อนแผนงานด้านน้ำระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาด้านน้ำในพื้นที่ได้อย่างตรงจุดและยั่งยืนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ทุ่งบางบาลมีสภาพเป็นเกาะ มีพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มผืนใหญ่ล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และคลองโผงเผง (คลองบางหลวง)&amp;nbsp; ช่วงฤดูน้ำหลาก น้ำจากแม่น้ำลำคลองซึ่งล้อมรอบทุ่งบางบาล จะไหลบ่าเข้าไปในทุ่งเป็นประจำทุกปี ซึ่งส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่ทุ่งบางบาลที่ส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาหว่านที่ต้องอาศัยน้ำฝนไถหว่านตอนต้นฤดู กรมชลประทานจึงได้เข้ามาแก้ไขปัญหาด้วยการดำเนิน&amp;nbsp;โครงการสูบน้ำทุ่งบางบาล&amp;rdquo;&amp;nbsp; บ้านมะขามเทศ หมู่ที่ 2 จ.พระนครศรีอยุธยา ขึ้นโดยก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2513 และดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2525 ใช้งบประมาณ ประมาณ 450ล้านบาท&amp;nbsp;โครงการนี้จึงมีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาน้ำหลากในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117559</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.), จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614b1fb3ba839.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค. เผยคลัสเตอร์ใหม่ 8 แห่งทั่วประเทศ &#039;อยุธยา&#039; ฉุดไม่อยู่ติดเชื้อพุ่ง 484 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่&amp;nbsp;11,784&amp;nbsp;ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ&amp;nbsp;11,674&amp;nbsp;ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ&amp;nbsp;8,997&amp;nbsp;ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก&amp;nbsp;2,677&amp;nbsp;ราย มาจากเรือนจำและที่ต้องขัง&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ราย มาจากต่างประเทศ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม&amp;nbsp;415,170&amp;nbsp;ราย หายป่วยเพิ่มเติม&amp;nbsp;5,741&amp;nbsp;ราย หายป่วยสะสม&amp;nbsp;289,651&amp;nbsp;ราย อยู่ระหว่างรักษา&amp;nbsp;122,097&amp;nbsp;ราย อาการหนัก&amp;nbsp;3,595&amp;nbsp;ราย ใช้เครื่องช่วยหายใจ&amp;nbsp;856&amp;nbsp;ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม&amp;nbsp;81&amp;nbsp;ราย เป็นชาย&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ราย หญิง&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ราย โดยมากสุดอยู่ใน กทม.&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม&amp;nbsp;3,422&amp;nbsp;ราย ส่วนข้อมูลการฉีดวัคซีนวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ก.ค. มีจำนวน&amp;nbsp;74,834&amp;nbsp;โดส ทำให้มียอดฉีดวัคซีนสะสม&amp;nbsp;14,298,596&amp;nbsp;โดส ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม&amp;nbsp;191,220,126&amp;nbsp;ราย เสียชีวิตสะสม&amp;nbsp;4,105,743&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 19 ก.ค. ได้แก่ กทม.&amp;nbsp;2,134&amp;nbsp;ราย สมุทรสาคร&amp;nbsp;765&amp;nbsp;ราย ชลบุรี&amp;nbsp;615&amp;nbsp;ราย สระบุรี&amp;nbsp;494&amp;nbsp;ราย ปทุมธานี&amp;nbsp;485&amp;nbsp;ราย พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;484&amp;nbsp;ราย สมุทรปราการ&amp;nbsp;483&amp;nbsp;ราย นนทบุรี&amp;nbsp;381&amp;nbsp;ราย ปัตตานี&amp;nbsp;296&amp;nbsp;ราย และตาก&amp;nbsp;267&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพบคลัสเตอร์ใหม่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;แห่ง ประกอบด้วย โรงงานเฟอร์นิเจอร์ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา พบผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ราย ตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว&amp;nbsp;55&amp;nbsp;ราย โรงงานโลหะ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ราย ห้างสรรพสินค้า อ.บางละมุง จ.ชลบุรี&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ราย โรงงานพลาสติก อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ราย ตลาดสินทอง อ.เมือง จ.นนทบุรี&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ราย ห้างสรรพสินค้า อ.เมือง จ.ลพบุรี&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ราย โรงงานแปรรูปไก่ อ.เมือง จ.พัทลุง&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110318</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์ใหม่, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d994760f96f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อยุธยาโมเดล” ต้นแบบรถโรงเรียนวิถีใหม่ ปลอดอุบัติเหตุ ไกลห่างโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จัดเสวนาในหัวข้อ &amp;quot;วิถีชีวิตใหม่ รถรับ-ส่งนักเรียน อย่างไร ให้ปลอดภัยห่างไกลโควิด&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2564 ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อหาแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 จากการใช้บริการรถรับ-ส่งนักเรียน รวมถึงการหามาตรการป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดกับรถรับ-ส่งนักเรียนที่พบสถิติการเกิดอุบัติเหตุ และเด็กนักเรียนเสียชีวิตจำนวนมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า สสส. ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการเดินทางไปโรงเรียนของเด็ก เยาวชน เนื่องจากมีสถิติทุก 1 ชั่วโมง จะมีคนเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุบนท้องถนน 2 ราย โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยงนั้นเป็นเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของชาติและเป็นที่รักของครอบครัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อมูลจากระบบบูรณาการการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 3 ฐาน โดยกองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ในปี 2561 พบว่า มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนมากที่สุดอยู่ในช่วงอายุ 10-24 ปี ซึ่งเป็นวัยเรียนมากถึง 5,131 คน หรือคิดเป็นภาพรวมมากถึงร้อยละ 25.7 ในจำนวนนี้พบว่ารถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะอันดับ 1 ที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ซึ่ง สสส.ได้เจาะลึกลงไปถึงอุบัติเหตุที่เกิดนั้น เนื่องจากไม่ตอบโจทย์ความจำเป็นในการเดินทาง เช่น รถรับ-ส่งนักเรียนที่ไม่สะดวก ส่งผลให้ทางเลือกในการเดินทางมีอย่างจำกัด บางครอบครัวจึงซื้อจักรยานยนต์ สำหรับใช้ในการเดินทาง โดยส่วนใหญ่อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นระหว่างการใช้รถจักรยานยนต์เดินทางไป-กลับโรงเรียน ปัญหานี้จำเป็นต้องช่วยกันแก้ไขด้วยการจัดหารถโรงเรียนที่มีมาตรฐาน ซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุ และการเสียชีวิตลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รุ่งอรุณกล่าวต่อว่า จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในปี 2561 พบว่า ภาคตะวันออกเป็นภาคที่มีสถิติอุบัติเหตุมากที่สุด รองลงมาคือ ภาคกลาง โดยจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็น 1 ใน 4 อันดับแรกที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุดในภาคกลาง สสส.และภาคีเครือข่ายจึงดำเนินงาน &amp;ldquo;โครงการส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่ปลอดภัยและเป็นธรรม&amp;rdquo; ในการหาทางออกร่วมกัน โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อลดการสูญเสียจากการใช้บริการรถรับ-ส่งนักเรียน ซึ่งหลังจากนี้จะขยายวงกว้างพูดคุยแก้ปัญหาเข้าไปในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;จังหวัดพระนครศรีอยุธยาถือเป็นต้นแบบในการสร้างเครือข่ายลดอุบัติเหตุ จึงได้เลือกให้เป็นต้นแบบสำหรับการขยายผล เพื่อให้เป็นโมเดลสำคัญในการทำงาน ซึ่งสามารถเชื่อมประสานกับภาคีเครือข่ายที่ทำงานด้วยจิตอาสา จนประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ&amp;rdquo; รุ่งอรุณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รุ่งอรุณกล่าวด้วยว่า ในการแก้ไขอุบัติเหตุที่เกิดจากพฤติกรรมของคน สภาพรถ ท้องถนน ของรถโรงเรียน จะต้องสร้างความปลอดภัยในช่วงเดินทางไป-กลับ ผู้ประกอบการจะต้องยกระดับมาตรฐานตัวรถเพื่อให้เกิดความปลอดภัย หากเกิดอุบัติเหตุก็ต้องให้ลดการบาดเจ็บ ลดความรุนแรงให้ได้มากที่สุด &amp;ldquo;ที่นั่งในตัวรถเกาะติดกับตัวรถ เด็กไม่กลิ้งกระดอนออกจากที่นั่ง ในช่วงโควิด-19 ระบาด ไม่สามารถจัดที่นั่งเว้นระยะห่างได้ ก็ต้องดูแลใช้มาตรการเข้มข้นเพื่อชดเชย ป้องกันเด็กและเยาวชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เรื่องนี้ต้องใช้ความตั้งใจและจริงใจในการแก้ไขปัญหา ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องด้วยการเชื่อมประสานทุกฝ่าย พ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กก็ต้องสร้างความเข้าใจร่วมกัน การให้ความสำคัญกับรถรับ-ส่งนักเรียนจอดรับเด็กขึ้น-ลง เพื่อลดอุปสรรคเด็กขึ้น-ลงไม่เรียบร้อย ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ขณะเดียวกันต้องรู้เท่าทันปัญหาเป็นหัวใจสำคัญ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นตัวอย่างที่ดี นำวิธีปฏิบัติในทุกมิติ พฤติกรรมการป้องกันโควิด-19 เพื่อเป็นตัวอย่างให้โรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดอื่นๆ ในการทำงาน ลดจำนวนผู้เสียชีวิตที่อยู่ในวัย 10-24 ปี ซึ่งเป็นเยาวชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ในสถานการณ์การระบาดของโควิด ยังต้องให้ความสำคัญกับมาตรการการป้องกันโรคและความปลอดภัย ด้วยการจำกัดผู้โดยสาร ใส่หน้ากากทุกครั้ง ลดการพูดคุย ไม่รับประทานอาหารในรถ ช่วยป้องกันและลดการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้&amp;rdquo; รุ่งอรุณกล่าวพร้อมยกตัวอย่าง สังคมเมืองหลายๆ พื้นที่มีทางเลือกอื่นให้เลือกใช้ รถไฟฟ้า รถใต้ดิน รถประจำทาง แต่ในต่างจังหวัดหลายพื้นที่รถโดยสารเป็นรถดัดแปลง ความปลอดภัยไม่มีมากนัก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ศุภกร การสมบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อ.ศุภกร การสมบัติ หัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียนและงานบุคคล โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย กล่าวว่า โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัยเป็นตัวแทนของ รร.ขนาดใหญ่ มีนักเรียน 4,200 คน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นประโยชน์ต่อการรับ-ส่งนักเรียน ในหลายๆ ปีที่ผ่านมา การจัดรถรับ-ส่งของโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย ถือเป็นรถต้นแบบของจังหวัด&amp;nbsp; พัฒนาระบบต่างๆ ด้วยมาตรการเรื่องรถรับ-ส่งนักเรียน รถเอกชนไม่ได้มีลักษณะเป็นรถรับ-ส่งจากโรงเรียน แต่เดิมเราไม่ได้มีหน้าที่เข้าไปดูแลรถรับ-ส่ง เครือข่ายผู้บริโภคเข้ามาทำโครงการ ทำให้ทาง รร.เห็นว่าเป็นภาระหน้าที่ของผู้บริหาร รร.ที่จะเข้ามาดูแลร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การดูแลรถรับ-ส่งนักเรียนกลายเป็นภารกิจหนึ่งในงานที่ครูจะต้องดูแลโดยตรง ด้วยการประสานงานกับผู้ประกอบการตั้งเป็นชมรมรถรับ-ส่งนักเรียน รร.อยุธยาวิทยาลัย มีกลุ่มไลน์ให้ความรู้หรือประชาสัมพันธ์ผ่านกลุ่ม ปีที่แล้วนักเรียนใช้บริการรถรับ-ส่ง 1,200 คน จากนักเรียน 4,200 คน หรือ 28% นักเรียนจาก 16 อำเภอและจังหวัดใกล้เคียงเข้ามาเรียน ทางเลือกในการใช้รถรับ-ส่งนักเรียนสะดวกที่สุดสำหรับผู้ปกครอง เมื่อเปรียบเทียบนักเรียนใช้รถประจำทางต้องใช้เวลานาน รถนักเรียนจะมารับถึงบันไดบ้าน ส่งกลับถึงบันไดบ้าน ทาง รร.ขึ้นทะเบียนรับรองเป็นรถรับ-ส่งนักเรียนเพื่อไปตรวจสภาพรถ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ผ่านมาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับนักเรียนทั้งหมดเกิดขึ้นกับเด็กที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยปัจจัยหลักยังมาจากการขับรถเร็ว ส่วนอุบัติเหตุที่เกิดจากรถรับ-ส่งนักเรียนยังไม่พบ แต่ทางโรงเรียนยังเล็งเห็นถึงความสำคัญ ได้ออกมาตรการร่วมกันกับผู้ประกอบการรถรับ-ส่งนักเรียนและผู้ปกครอง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ โดยมีเด็กนักเรียนขี่รถจักรยานยนต์มาโรงเรียนประมาณ 200 คน โดยในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเด็กกลุ่มนี้กว่า 10 กรณี ทางโรงเรียนจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจมาให้ความรู้กับนักเรียนหน้าเสาธง พร้อมตั้งกลุ่มไลน์เพื่อพูดคุยกับผู้ประกอบการรถรับ-ส่งนักเรียนทุกคัน เพื่อเป็นการป้องกันและหาทางออกร่วมกันหากเกิดปัญหาขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ชลดา บุญเกษม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชลดา บุญเกษม หัวหน้าศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ขนส่งจัดรถรับส่งนักเรียนที่ไม่ถูกต้องเข้าสู่ระบบ เป็นไปตามมาตรฐานด้วยหลักการพ่อแม่ผู้ปกครองฝากลูกหลานเดินทาง เราเป็นศูนย์เชื่อมประสานแต่ละหน่วยงานแบบบูรณาการ การจัดรถรับส่งนักเรียนให้ปลอดภัย การขึ้นทะเบียน ขอใบรับรองจาก รร.เชื่อมระหว่าง รร. ขนส่ง การตรวจสภาพรถยนต์เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ เหตุการณ์ที่คนขับรถลืมเด็กไว้ในรถโรงเรียน และเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ เหตุการณ์นี้ไม่ควรเกิดขึ้น ถ้ามีระบบที่ดีจะตรวจสอบได้ว่ามีเด็กตกหล่นอยู่ในรถหรือไม่ กลไกลดความเสี่ยงมีการขับเคลื่อนขนส่งจังหวัดให้การรับรองดูแลเรื่องความปลอดภัย มาตรฐานรถ การบังคับใช้ กม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เด็กนักเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปัญหาการเข้าถึงรถโดยสารสาธารณะ เนื่องจากการเดินรถยังไม่ครอบคลุมทั้งจังหวัด ทำให้เกิดธุรกิจรถรับส่งนักเรียนในพื้นที่มีจำนวนมาก ที่ผ่านมาจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่ารถที่ผู้ประกอบการนำมาใช้ ส่วนหนึ่งไม่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงตั้งกลไกคุ้มครองสิทธิประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ขนส่งจังหวัด ตำรวจ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โรงเรียน เขตพื้นที่การศึกษา ตลอดจนพนักงานขับรถ เป็นต้น ให้ปรับปรุงรถรับส่งนักเรียนเป็นไปตามข้อกำหนด พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือประชาชนหากเกิดปัญหาจากการใช้รถรับส่งนักเรียน เสนอให้ภาครัฐออกนโยบายให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของการใช้รถรับส่งนักเรียนในทุกประเด็น เพราะจะทำให้ทุกโรงเรียนตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สุเทพ กุมุท หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง สำนักขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า รถรับส่งนักเรียนมีมานานแล้ว มีการจัดระเบียบรถโรงเรียนตั้งแต่ปี 2546 แต่อยู่ในบรรยากาศล้มลุกคลุกคลาน เนื่องจากรถรับส่งนักเรียนเป็นรถนอกระบบ เป็นรถผู้ปกครอง รถของชาวบ้านว่างก็นำมารับส่งเด็กนักเรียน ในช่วงแรกๆ ขนส่งมีความลำบากใจมาก เนื่องจากรถที่นำมารับส่งนักเรียนนั้นมีปัญหากับรถโดยสารประจำทาง แต่เมื่อมีรถโรงเรียนจำนวนมากขึ้น ขนส่งต้องเข้าไปจัดการด้านนโยบาย การออกแบบให้รถมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น นำมารับส่งนักเรียนได้อย่างถูกต้อง&amp;nbsp; เมื่อเปิดเทอมขนส่งออกตรวจดำเนินการเพื่อให้ได้รับใบอนุญาต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาในปี 2560 มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค เข้ามาร่วมประสานงานกับทางโรงเรียน ในช่วงแรกทาง รร.มีข้อจำกัดในความรับผิดชอบรถจากที่ไหนก็ไม่รู้นำเด็กมาส่งที่ รร. ขอดูแลเฉพาะเด็กอยู่ใน รร. ถ้านอก รร.ไม่ขอรับผิดชอบ เกิดเป็นช่องว่างของโรงเรียนในภาพการขนส่ง ถ้าจะเปรียบเทียบโรงเรียนเสมือนกับตลาดหลักทรัพย์ รับส่งนักเรียนก็เหมือนกับนักเล่นหุ้น ต้องเข้ามา โรงเรียนในตลาดหลักทรัพย์สร้างเงื่อนไขเพื่อให้ผู้ประกอบการรถโรงเรียนได้ปฏิบัติทั้งหมด ทำอย่างไรให้โรงเรียนมีบทบาทเหมือนในตลาดหลักทรัพย์ จึงได้มีการหารือกันให้รถอยู่ในระบบ ให้ทางขนส่งดำเนินการให้ถูกต้องตาม กม. ถ้าโรงเรียนยื่นเงื่อนไขรถกลุ่มนี้ก็ต้องทำตามทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค โรงเรียนเครือข่ายนำทีมดูงานที่สุพรรณบุรี ประสบความสำเร็จ เพื่อให้ รร.เกิดแนวคิดเรื่องความปลอดภัย ใช้บริบทวิชาการ มีการคัดเลือกโรงเรียนต้นแบบ เมื่อ รร.ขนาดใหญ่เข้าร่วมบริหารจัดการและเห็นความสำคัญของรถรับส่งนักเรียน ทุกอย่างเข้ารูปเข้ารอย สำนักงานขนส่งจังหวัดของบประมาณจากกองทุนความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน การใช้สื่อถึงพนักงานที่ทำหน้าที่ขับรถส่งนักเรียนมีการจัดอบรม รวบรวมรถรับส่งนักเรียนทั่วทั้งจังหวัด จัดตั้งเป็นกลุ่มไลน์ การสร้างเครือข่าย มี 5 กลุ่ม มีประธาน เลขาฯ บริหารจัดการกลุ่ม รร. มูลนิธิ ขนส่ง มีการนำเสนอปัญหาต่อผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งการดูแลรถรับส่งนักเรียนเป็นกรณีพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาดในช่วง 2 ปีนี้ ตัวรถรับส่งนักเรียนต้องมีการปรับปรุงให้เกิดความปลอดภัย มีการตรวจโรคคนขับจำนวน 382 คน เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับผู้ปกครอง โรงเรียน เมื่อส่งเด็กนักเรียนแล้วพนักงานขับรถจะต้องทำความสะอาดเบาะรถ ราวประตูจับ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค และเมื่อส่งเด็กกลับถึงบ้านแล้ว หลังจากนั้นก็ต้องทำความสะอาดภายในและนอกรถ และห้ามพนักงานนำสินค้ามาขายให้กับเด็กรับประทานบนรถ ดูแลเด็กทุกคนให้สวมหน้ากากอนามัย มีเจลแอลกอฮอล์ ขณะนี้บาง รร.เปิดสลับวันเพื่อลดความแออัดภายในห้องเรียน ดังนั้น เด็กที่มารถโรงเรียนก็จะมาสลับวันก็ลดความแออัดภายในรถโรงเรียนได้ ขนส่งก็ต้องตรวจตรารถโรงเรียนห้ามเสริมเบาะนั่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมขอการันตีตลอด 10 ปีที่ผ่านมานี้ ไม่เคยมีรถโรงเรียนชนกันบนท้องถนนที่ จ.อยุธยา ยกเว้นเป็นรถโรงเรียนจากจังหวัดอื่นเข้ามาประสบอุบัติเหตุในจังหวัดอยุธยา ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นเรานำมาเป็นบทเรียนเพื่อแก้ไขทุกปัญหา&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;รถรับส่งนักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้ตามมาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ&amp;nbsp;ผู้ประสานงานโครงการขนส่งมวลชนที่ปลอดภัยและเป็นธรรม มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคใน 6 ภาค ร่วมกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้รวบรวมข้อมูลความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียนทั่วประเทศ พบว่า ส่วนใหญ่สภาพรถรับส่งนักเรียนไม่ได้ตามมาตรฐานตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.มีการดัดแปลงเพื่อรับเด็กนักเรียนให้ได้จำนวนมากขึ้น เช่น โครงสร้างรถไม่แข็งแรง มีการต่อเติมท้ายรถยื่นออกมา หรือไม่มีเหล็กกั้นกันตกในตอนท้ายของรถสองแถว เพราะส่วนใหญ่ให้บริการรับส่งนักเรียนครั้งละหลายโรงเรียนในละแวกเดียวกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.ขาดอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ควรมีในรถ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.พฤติกรรมเสี่ยงและประมาทของคนขับรถ เช่น ขับรถเร็ว การลืมเด็กไว้ในรถ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4.กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งโรงเรียน ผู้ปกครอง นักเรียน หรือคนขับรถ ไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการป้องกัน หรือมาตรการความปลอดภัยต่างๆ ซึ่งการพัฒนาให้รถรับส่งนักเรียนมีมาตรฐาน จำเป็นต้องมีการลงทุนในการปรับปรุงสภาพรถ จึงทำให้เป็นข้ออุปสรรคสำคัญในการยกระดับและพัฒนาคุณภาพรถรับส่งนักเรียนของผู้ประกอบการในปัจจุบัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108421</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับขี่รถจักรยานยนต์, คงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ชลดา บุญเกษม, ต้นแบบรถโรงเรียนวิถีใหม่, นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ, ผู้ประสานงานโครงการขนส่งมวลชนที่ปลอดภัยและเป็นธรรม, ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม, มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, รถรับ-ส่งนักเรียน, รถโรงเรียน, วิถีชีวิตใหม่ รถรับ-ส่งนักเรียน อย่างไร ให้ปลอดภัยห่างไกลโควิด, สร้างเครือข่ายลดอุบัติเหตุ, สสส., สำนักขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สุเทพ กุมุท, หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง, หัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียนและงานบุคคล, หัวหน้าศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค, อ.ศุภกร การสมบัติ, อยุธยาโมเดล, เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน, โครงการส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่ปลอดภัยและเป็นธรรม, โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60dee9e24be3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 20:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดไทม์ไลน์ผู้บริหารโรงงานชาวญี่ปุ่นติดเชื้อโควิด พบประวัติไปเที่ยวย่านทองหล่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย.64 - เพจเฟซบุ๊ก งานประชาสัมพันธ์ สสจ.อยุธยา รายงานสถานการณ์โควิด-19 จ.พระนครศรีอยุธยา ระบุว่า&amp;nbsp;ได้รับรายงานจากโรงพยาบาลราชธานี จ.พระนครศรีอยุธยา พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่รายที่ 63 เป็นชาวญี่ปุ่น เพศชาย อายุ 46 ปี ผู้บริหารโรงงานแห่งหนึ่ง ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา พักอาศัยในห้องเช่า ในหมู่ที่ 4 ต.คานหาม อ.อุทัย จ. พระนครศรีอยุธยา มีประวัติเดินทางไปสถานบันเทิงย่านทองหล่อ กรุงเทพมหานคร มีไทม์ไลน์ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22-26 มีนาคม 2564 เวลา 08.00-23.00 น. เดินทางไปทำงานที่บริษัท ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ต. &amp;nbsp;คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยรถประจำตำแหน่งพร้อมคนขับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มีนาคม 2554 เวลา 16.05-23.00 น. รับประทานอาหารที่ร้านอาหารญี่ปุ่น ต.ธนู อ.อุทัย โดยรถยนต์ประจำตำแหน่ง พร้อมคนขับ และเพื่อน 4 คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มีนาคม 2564 เวลา 08.00-16.00 น. เดินทางไปทำงานที่บริษัท ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยรถประจำตำแหน่งพร้อมคนขับ เวลา 18.00-23.00 น. รับประทานอาหารที่ร้านอาหารญี่ปุ่น และไปเที่ยวสถานบันเทิงย่านทองหล่อ กรุงเทพมหานคร พร้อมเพื่อน 1 คน โดยรถยนต์ประจำตำแหน่ง พร้อมคนขับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มีนาคม 2564 อยู่ห้องเช่า ในหมู่ที่ 4 ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ไม่ได้เดินทางไปไหน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 -31 มีนาคม 2564 เวลา 08.00-23.00 น.เดินทางไปทำงานที่บริษัท ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยรถประจำตำแหน่งพร้อมคนขับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เมษายน 2564 เวลา 07.00-18.00 น. เดินทางไปทำงานที่บริษัท ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยรถประจำตำแหน่งพร้อมคนขับ เวลา 18.00-23.00 น.รับประทานอาหารที่ร้านอาหารญี่ปุ่น ต.ธนู อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยรถยนต์ประจำตำแหน่ง พร้อมคนขับ และเพื่อน 4 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เมษายน 2564 เวลา 06.20-18.40 น. เดินทางไปทำงานที่บริษัท ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยรถประจำตำแหน่งพร้อมคนขับ เวลา 20.00-23.00 น. เดินทางไปร้านอาหาร ที่ต.บ้านรุน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มีผู้ร่วมรับประทานอาหารจำนวน 9 คน โดยรถประจำตำแหน่ง พร้อมคนขับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เมษายน 2564 เวลา 08.00-23.00 น. เดินทางไปทำงานที่บริษัท ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยรถประจำตำแหน่งพร้อมคนขับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เมษายน 2564 เดินทางไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลราชธานี จ.พระนครศรีอยุธยา โดยรถประจำตำแหน่งพร้อมคนขับ ผลการตรวจพบเชื้อโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เมษายน 2564 เข้ารับการรักษาที่ห้องผู้ป่วยแยกโรค โรงพยาบาลอุทัย อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมควบคุมโรคติดต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ที่ผู้ป่วยพักอาศัย รวมถึงสถานที่ที่ผู้ป่วยเดินทางไปตามไทม์ไลน์ เข้าทำความสะอาดฆ่าเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98547</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c627a81c60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87769</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยุธยาพบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม 2 ราย หลังเดินทางกลับจากตลาดทะเลไทย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.63 - นพ.พีระ อารีรัตน์ สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ได้รับการรายงานจากโรงพยาบาลภาชี อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่า พบผู้ป่วยโควิด-19 เป็นหญิงจำนวน 2 ราย อายุ 33 ปี มีอาการ และอายุ 29 ปี ไม่มีอาการ อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน อาชีพแม่ค้าขายอาหารทะเล อยู่ที่ตลาดหน้าสถานีรถไฟภาชี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีไทม์ไลน์ดังนี้ คือ วันที่ 6-7 ธ.ค. เดินทางจากบ้านพักโดยรถยนต์ส่วนตัว ไปซื้ออาหารทะเลที่ตลาดทะเลไทย จ.สมุทรสาคร ไม่ได้แวะที่ไหน ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา วันที่ 9 ธ.ค. เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวมาขายอาหารทะเลที่ตลาดหน้าสถานีรถไฟภาชี ตั้งแต่เวลา 04.00 น. ถึง 10.30 น. วันที่ 10-11 ธ.ค. ผู้ป่วยหญิง อายุ 33 ปี เริ่มมีอาการเจ็บคอ กลืนน้ำลายไม่ได้ หยุดอยู่บ้าน 12-16 ธ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินทางจากบ้านพักไปซื้ออาหารทะเลที่ตลาดทะเลไทย จ.สมุทรสาคร โดยรถยนต์ส่วนตัวและเดินทางกลับมาขายอาหารทะเล ที่ตลาดหน้าสถานีรถไฟภาชี ตั้งแต่เวลา 04.00-10.00 น.ทุกวัน วันที่ 18 ธ.ค. เวลาประมาณ 10.00 น.ออกมารับประทานอาหารที่ร้านอาหารตามสั่งหน้าโรงเรียนสุนทรวิทยานุกูล อ.ภาชี เวลาประมาณ 13.00 น. ได้เดินทางไปที่ รพ.สต.ไผ่ล้อม อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ว่าตนเองเดินทางกลับมาจากซื้ออาหารทะเลที่ตลาดทะเลไทย เจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาและเฝ้าระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 21 เริ่มมีอาการลิ้นไม่รับรส จมูกได้กลิ่นน้อยลง จึงมาตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ โรงพยาบาลภาชี 22 ธ.ค.เวลา 14.00 น. โรงพยาบาลแจ้งผลตรวจ พบติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งตัวผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้ง 2 ราย เข้ารับการรักษาตัวทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ทีมสอบสวนโรค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการควบคุมโรค ค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูง กลุ่มร้านค้าที่อยู่ใกล้เคียงจำนวน 2 ร้าน ค้นหาผู้สัมผัสเพิ่มเติม โดยประชาชนที่มาซื้ออาหารทะเลที่ตลาดภาชี ในระหว่างวันที่ 8-16 ธ.ค.ถ้ามีอาการผิดปกติให้มาตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลภาชี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87769</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, นพ.พีระ อารีรัตน์, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe2c1d0dc5a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2020 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2020 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039; เดินหน้าจัดสรรที่ดินทำกินให้คนจน กำชับ บจธ.ลงพื้นที่ภาคกลางครบทุกจังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ต.ค.63 - พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) พร้อมด้วยนายกุลพัชร ภูมิใจอวด รองผู้อำนวยการปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บจธ. และนายศรีชา ม่วงไข่ ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการที่ดิน 2 เข้าพบนายภาณุ &amp;nbsp;แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อชี้แจงภารกิจ บจธ. ที่ให้ความช่วยเหลือเรื่องที่ดินทำกินแก่เกษตรกร และผู้ยากจนทั่วประเทศ ทั้งช่วยป้องกันการสูญเสียสิทธิในที่ดิน จัดสรรที่ดินให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐ และดำเนินการโครงการนำร่องโฉนดชุมชน 5 พื้นที่ตามมติคณะรัฐมนตรี และโครงการต้นแบบการบริหารจัดการที่ดินแบบครบวงจร ซึ่งดำเนินการไปแล้วล่าสุดรวมทั้งหมด &amp;nbsp;4,500 กว่าไร่&amp;nbsp;เกษตรกรกว่า 1,200 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงศกร มงคลหมู่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรางจรเข้ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา อธิบายกับที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด พระนครศรีอยุธยา ว่าทาง อบต.รางจรเข้ ได้ประสานขอความช่วยเหลือเรื่องที่ดินทำกินให้ชาวบ้านซึ่งเป็นเกษตรกรและผู้ยากจนในตำบล และ. &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ พร้อมผู้บริหาร บจธ. ได้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 แล้ว ล่าสุด ทางอบต. ได้สำรวจที่ดินที่มีความเหมาะสม และจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน ตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์ที่ บจธ.กำหนดแล้ว อยู่ระหว่างการลงพื้นที่จริงอีกครั้ง ซึ่งถือว่า บจธ.ทำงานรวดเร็วมาก เพราะหน่วยงานอื่นจะติดขัดกฎหมาย ต้องใช้เวลานาน &amp;nbsp;ขณะที่บจธ. ที่เป็นองค์การมหาชนมีขั้นตอนทำงานที่แตกต่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายไพฑูรย์ สุขภาพ ประธานกลุ่มเกษตรผสมผสานบางไทร ที่มีสมาชิกประมาณ 140 ครัวเรือน ได้ประสานขอความช่วยเหลือที่ดินทำกินกับ บจธ. แล้ว แต่ที่ผ่านมาทางกลุ่มประสบปัญหาเรื่องการหาที่ดินที่เหมาะสม เนื่องจากสมาชิกที่เดือดร้อนมีจำนวนมาก ความต้องการพื้นที่ค่อนข้างสูง แต่ได้ไปสำรวจที่ดินที่สมาชิกพอใจไว้ที่ อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรีแล้ว จำนวนเนื้อที่ประมาณ 90 ไร่ และเตรียมข้อมูลให้ บจธ. พิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร รอง นายกฯ มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกิน และปัญหาการตกงานจาก โควิด 19 จึงกำชับ บจธ ลงพื้นที่ภาคกลาง 26 จว.ให้เสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81848</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, จัดสรรที่ดิน, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201026/image_big_5f96aceddac7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
