<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ซีบอร์น’ขึ้นฝั่งภูเก็ต10ชม. เวสเตอร์ดัมพบป่วย20ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สธ.จ่อยกระดับคัดกรองโควิด-19 &amp;quot;สิงคโปร์-ฮ่องกง&amp;quot; เฝ้าระวัง 6 จังหวัดเสี่ยง &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; สั่งเข้มด่านทางบก-เรือ-อากาศรับผู้โดยสารจากเรือเวสเตอร์ดัม กัมพูชาตรวจเข้มพบ 20 รายมีอาการป่วย ส่งตรวจหาโคโรนา อนุญาตขึ้นฝั่งวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา 19 หรือโรคโควิด-19 ว่า ขณะนี้ผู้ป่วยยืนยันสะสมยังอยู่ที่ 33 ราย รักษาหายเพิ่มอีก 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายก่อนหน้า เข้ารักษาวันแรกที่สถาบันบำราศนราดูร เมื่อวันที่ 25 ม.ค. รวมเป็นรักษาหาย 12 ราย ยังรักษาตัวอยู่ใน รพ. 21 ราย ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคทั้งหมด 823 ราย กลับบ้านแล้ว 673 ราย รักษาใน รพ. 150 ราย โดยรวมผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อทุกรายอาการดีขึ้น ส่วน 2 รายที่อาการหนักเมื่อแรกรับที่สถาบันบำราศฯ ขณะนี้ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญดูแลใกล้ชิด ส่วนคนไทยที่กลับมาจากอู่ฮั่น ขณะนี้เฝ้าระวังเป็นวันที่ 9 แล้ว ทุกคนสบายดี ไม่มีไข้ ส่วนคนที่ติดเชื้อ 1 ราย อาการปกติดี รอผลแล็บเป็นลบอีก 1 ครั้ง ก็ให้กลับบ้านได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมโรคยังกล่าวถึงกรณีเรือสำราญเวสเตอร์ดัมที่ไปจอดเทียบท่าที่ท่าเรือสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ได้สั่งให้เตรียมวางแผนรองรับ โดยประสานงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำชับให้เจ้าหน้าที่ด่านทุกช่องทางเข้า-ออก ทั้งบก เรือ อากาศ เตรียมการกรณีผู้โดยสารจากเรือดังกล่าวมาแวะเปลี่ยนเครื่องที่ประเทศไทย ตามมาตรการคัดกรองผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังเตรียมแผนในการดูแลคนไทยที่อยู่บนเรือทั้ง 21 คนด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ตอนนี้เราอยู่ในช่วงแพร่โรควงจำกัดในประเทศ แม้จะไม่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็ว แต่ขยายวงเฝ้าระวังไปอีก โดยผู้ป่วยอาการหนัก จะเฝ้าระวังในผู้ป่วยปอดอักเสบจากไวรัสที่ยังหาสาเหตุไม่ได้ทุกรายในจังหวัดเสี่ยง 6 จังหวัด คือ กทม. ชลบุรี เชียงใหม่ เชียงราย กระบี่ และภูเก็ต เพื่อค้นเจอผู้ป่วยให้ได้เร็วที่สุด และกลุ่มคนที่มีอาการน้อยด้วย จะดัดแปลงจากการตรวจคัดกรองไข้หวัดใหญ่มาใช้ตรวจโคโรนาด้วย เพื่อให้ตรวจเจอผู้ป่วยที่หลงเหลือได้โดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นอกจากสถานการณ์ในจีนที่จะมีผู้ป่วยแบบก้าวกระโดดแล้ว ยังมีอีก 2 พื้นที่ คือสิงคโปร์และฮ่องกง ที่จำนวนผู้ป่วยในระยะหลังเป็นการแพร่ระบาดในวงจำกัด และมีการติดเชื้อในประเทศแน่ๆ โดยที่ไม่ได้มีการเดินทางไปต่างประเทศ และไม่รู้ว่าติดจากใคร ซึ่งกำลังติดตามสถานการณ์ 2 พื้นที่นี้อย่างใกล้ชิด หากเมื่อไรมีความจำเป็นต้องคัดกรองเฝ้าระวังผู้เดินทางจาก 2 พื้นที่นี้ จะยกระดับการคัดกรองและติดตามผู้เดินทางของ 2 พื้นที่นี้ด้วย ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้ต้องดูตัวเลขที่เขารายงาน และคาดเดาสถานการณ์จริงว่าน่าจะมีผู้ป่วยจริงเท่าไร และตัวเลขที่น่าจะส่งออกผู้เดินทางจะสูงแค่ไหน แล้วเอามาประมวลว่าเราจะยกระดับการเฝ้าระวังหรือไม่ ซึ่งทีมที่ด่านเริ่มตระหนักแล้วและคงตัดสินใจกับผู้บัญชาเหตุการณ์เร็วๆ นี้
ซีบอร์นต่างจากเวสเตอร์ดัม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การติดตามเรือโดยสารเวสเตอร์ดัม ซึ่งเดินทางไปยังประเทศกัมพูชานั้น กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ได้รายงานขั้นตอนในประเทศกัมพูชา มีดังนี้ 1.ให้เรือทิ้งสมอรอจนครบระยะเวลาเฝ้าระวัง 14 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.2563 2.จัดทีมแพทย์ไปตรวจสุขภาพผู้โดยสารและลูกเรือก่อนจะพิจารณาอนุญาตให้ลงจากเรือ 3.จัดให้สายการบินมารับผู้โดยสารเดินทางไปยังสนามบินโดยตรงและยกเว้นวีซ่าทุกคน 4.เมื่อผู้โดยสารขึ้นหมด เรือจะทำความสะอาด ก่อนออกเดินทางไปเมืองท่าต่อไปในวันที่ 17 ก.พ.2563 ทั้งนี้ มีผู้โดยสารที่เป็นคนไทย 21 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลียังกล่าวกรณีที่เรือสำราญ Seabourn Ovation ซึ่งเดินทางมาจากเมืองท่าลังกาวี ประเทศมาเลเซีย เข้าเทียบท่าที่ท่าเรือน้ำลึกจังหวัดภูเก็ตว่า เป็นเรือที่มีเส้นทางการเดินเรือปกติที่กำหนดผ่านจังหวัดภูเก็ต โดยมีกำหนดแวะพักประมาณ 10 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งมีผู้โดยสารและลูกเรือเป็นชาวยุโรป ที่ผ่านมาเรือลำนี้ได้รับอนุญาตให้จอดเทียบท่าที่ฮ่องกง เวียดนาม แหลมฉบัง เกาะกูด กัวลาลัมเปอร์ ลังกาวี ขณะที่แพทย์ประจำเรือได้แจ้งมาว่า ไม่มีผู้ป่วยใดเข้าเกณฑ์ตามนิยาม รวมถึงสามารถติดตามผู้โดยสารและลูกเรือทุกราย เนื่องจากเป็นเพียงจุดแวะพัก 10 ชั่วโมงเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเทศไทยไม่ได้มีมาตรการห้ามการเดินทางหรือห้ามชาติใดชาติหนึ่งเข้าประเทศ อีกทั้งไทยยังมีมาตรการควบคุมโรค ซึ่งคำนึงถึงความมั่นใจและปลอดภัยของคนไทยเป็นลำดับแรก แต่เรือลำนี้จะต่างจากการขอเทียบท่าของเรือเวสเตอร์ดัม เพราะเรือเวสเตอร์ดัมเป็นการขอจอดเรือฉุกเฉินนอกเหนือเส้นทางเดินเรือ และได้ถูกปฏิเสธการเทียบท่าจากไต้หวัน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อีกทั้งยังเป็นการจอดเทียบท่าเพื่อกระจายผู้โดยสารออกเส้นทางอื่น เช่นโดยสารทางเครื่องบินกลับประเทศ&amp;quot; รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากกองทัพเรือ ภายหลังชาวเน็ตถามหามาตรฐานและความชัดเจน กรณีให้เรือซีบอร์นเทียบท่าที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ทำให้แฮชแท็ก #seabournovation เป็นเทรนด์อันดับหนึ่งทวิตเตอร์ ในขณะที่ไม่อนุญาตให้เรือสำราญเวสเตอร์ดัมเทียบท่าว่า เนื่องจากเรือทั้ง 2 ลำมีความแตกต่างกัน โดยเรือสำราญเวสเตอร์ดัมไม่มีแผนที่จะมาจอดในประเทศไทย แต่จะมาขอจอดฉุกเฉิน และมีคนจีนอาศัยมาด้วยจำนวน 21 คน และมีแผนจะใช้ไทยเป็นจุดหมายให้คนที่อยู่บนเรือกลับประเทศ โดยการกระจายไปสนามบินต่างๆ กองทัพเรือประเมินสถานการณ์ว่าจะมีความเสี่ยงในการแพร่เชื้อโรคโควิด-19 อีกทั้งในหลายประเทศ ทั้งไต้หวัน ญี่ปุ่น ปฏิเสธให้เทียบท่าเช่นเดียวกัน ในขณะที่เรือซีบอร์นนั้น มีแผนจะมาจอดประเทศไทย 10 ชั่วโมงอยู่แล้ว อีกทั้งผู้โดยสารทั้งหมดเป็นชาวยุโรป ไม่มีคนเอเชีย และไม่มีผู้ป่วยโรคโควิด-19
ตรวจเข้มพบป่วย 20 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เรือสำราญเวสเตอร์ดัมเข้าเทียบท่าที่จังหวัดพระสีหนุของกัมพูชาแล้วในวันเดียวกันนี้ แต่ผู้โดยสารและลูกเรือยังไม่ได้รับอนุญาตให้ลงจากเรือจนกว่าจะถึงวันศุกร์ เรือลำนี้มีผู้โดยสารหลากหลายสัญชาติ 1,455 คน และมีลูกเรือ 802 คน ทั้งนี้รัฐบาลกัมพูชาของนายกฯ ฮุน เซน ซึ่งมีสายสัมพันธ์อันดีกับจีน ยินยอมอนุญาตให้เวสเตอร์ดัมเทียบท่าที่จังหวัดพระสีหนุโดยเรือทอดสมอนอกชายฝั่งช่วงเช้าวันพฤหัสบดีและเข้าเทียบท่าในช่วงเย็น เพื่อให้แพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขขึ้นตรวจร่างกายและเก็บตัวอย่างของเหลวจากผู้โดยสารหาสัญญาณว่ามีผู้ป่วยหรือผู้ที่แสดงอาการคล้ายไข้หวัดหรือไม่ โดยพบคนบนเรือ 20 รายมีอาการป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุน จันทอล รัฐมนตรีคมนาคมของกัมพูชา กล่าวว่า ตัวอย่างของเหลวของคน 20 คนนี้ถูกส่งขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยังสถาบันปาสเตอร์ในกรุงพนมเปญ เพื่อตรวจหาไวรัสโควิด-19 แต่ &amp;quot;อันที่จริงพวกเขาไม่มีอาการของโควิด-19 เราแค่ต้องการให้แน่ใจว่าทุกอย่างโอเค&amp;quot; เขากล่าวกับเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือสำราญลำนี้ดำเนินการโดยบริษัทฮอลแลนด์อเมริกาไลน์และบริษัทคาร์นิวัลคอร์ปจากรัฐไมอามี ผู้ดำเนินกิจการเรือเตรียมจัดเที่ยวบินเหมาลำส่งผู้โดยสารกลับประเทศของตน เดิมทีนั้นวินเซนต์ สมิต กัปตันเรือแจ้งผู้โดยสารผ่านทางจดหมายว่าบางคนจะสามารถออกจากกัมพูชาได้ในวันศุกร์ แต่ต่อมาเขาแจ้งว่าอาจมีความล่าช้ากว่านั้นเนื่องจากการลงจากเรือต้องได้รับการอนุญาตจากทางการกัมพูชาและต้องรอการสนับสนุนจากองค์กรและเจ้าหน้าที่ทางการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กัมพูชาในจังหวัดพระสีหนุบอกกับนักข่าวว่า เครื่องบินเหมาลำที่จะนำคนบนเรือจากจังหวัดเมืองท่าแห่งนี้ไปกรุงพนมเปญนั้นยังไม่พร้อม การขึ้นฝั่งจึงต้องรอเป็นวันศุกร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจของกัมพูชาได้รับคำชมเชยจากทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ที่ยกย่องว่ากัมพูชาเป็นตัวอย่างของความสามัคคีระหว่างประเทศตามที่ดับเบิลยูเอชโอเรียกร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ของหลายประเทศไม่อนุญาตให้เวสเตอร์ดัมขึ้นฝั่ง เนื่องจากเห็นตัวอย่างจากเรือไดมอนด์ปรินเซส ซึ่งดำเนินการโดยคาร์นิวัลคอร์ปเช่นกัน เรือสำราญที่มีผู้โดยสารและลูกเรือ 3,700 คนลำนี้ถูกกักกันไว้นอกชายฝั่งโยโกฮามา โดยในวันพฤหัสบดี ทางการญี่ปุ่นแถลงว่า ตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่บนเรือลำนี้เพิ่มอีก 44 ราย ทำให้จำนวนรวมเพิ่มเป็น 218 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ คัตสึโนบุ คาโตะ รัฐมนตรีสาธารณสุขของญี่ปุ่น แถลงว่า ญี่ปุ่นพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เสียชีวิตรายแรกในประเทศ เป็นหญิงชราวัย 80 ปีเศษที่ผลตรวจเชื้อยืนยันว่าติดไวรัสปอดอักเสบชนิดนี้ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าสาเหตุการเสียชีวิตนั้นเกิดจากไวรัสหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตในจีนตามคำแถลงของทางการจีนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์นั้น เพิ่มเป็น 1,367 รายแล้ว และติดเชื้ออีกเกือบ 60,000 คน โดยเป็นยอดการเสียชีวิตและติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดในวันเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมณฑลหูเป่ย์กล่าวว่า มีผู้เสียชีวิตในมณฑลนี้อีก 242 รายเมื่อวันพุธ ยอดรวมผู้เสียชีวิตเฉพาะที่หูเป่ย์อยู่ที่ 1,310 ราย ยอดเสียชีวิตภายในวันเดียวที่มากที่สุดก่อนหน้านี้คือ 103 รายเมื่อวันจันทร์ที่ 10 ก.พ. ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่หูเป่ย์เมื่อวันพุธมี 14,840 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับแต่เริ่มมีการแพร่ระบาดเมื่อเดือนธันวาคม ภายนอกหูเป่ย์ มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 12 ราย แต่ผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงเป็นวันที่ 9 ติดต่อกันแล้ว โดยอยู่ที่ 312 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57144</URL_LINK>
                <HASHTAG>seabournovation, กระทรวงสาธารณสุข, กัมพูชา, จังหวัดพระสีหนุ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฝ้าระวัง, เรือเวสเตอร์ดัม, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสอู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e455e1ec18ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2019 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2019 20:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กัมพูชากู้เหยื่อตึกถล่มที่ &#039;สีหนุวิลล์&#039; ยอดดับเพิ่มเป็น 18 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กัมพูชาเร่งค้นหาผู้ที่อาจติดอยู่ใต้ซากอาคารสูง 7 ชั้นในเมืองพระสีหนุ ที่ถล่มเมื่อวันเสาร์ โดยยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 18 ศพแล้วในวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กู้ภัยค้นหาเหยื่อที่อาจติดอยู่ใต้ซากอาคารกำลังก่อสร้างที่พังถล่มลง ในจังหวัดพระสีหนุ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาคารสูง 7 ชั้นที่กำลังก่อสร้างในเมืองพระสีหนุ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวริมทะเลชื่อดังของกัมพูชา พังถล่มลงมาช่วงก่อนรุ่งอรุณของวันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน อาคารหลังนี้มีบริษัทจีนเป็นเจ้าของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเผยในวันอาทิตย์ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากอาคารถล่มครั้งนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนงานที่พักในอาคารที่กำลังก่อสร้างนี้ อยู่ที่ 18 คน มีผู้หญิงรวมอยู่ด้วยอย่างน้อย 3 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 24 คน ส่วนใหญ่อาการสาหัส บีบีซีรายงานว่า ยอดผู้สูญหายมีรายงานตัวเลขที่ไม่ตรงกัน แต่ได้รับการยืนยันว่ามีชาวเขมร 3 คน ที่คาดว่ายังติดอยู่ในซากอาคารนี้ โดยเป็นคนงานก่อสร้าง 2 คน และล่าม 1 คน ในวันอาทิตย์เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงปฏิบัติการค้นหาผู้รอดชีวิตบริเวณซากอาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจกัมพูชาควบคุมตัวผู้รับผิดชอบสร้างอาคารแห่งนี้มาสอบสวนแล้ว 4 คน ได้แก่ เจ้าของอาคารที่เป็นชาวจีน, เจ้าของบริษัทก่อสร้างและหัวหน้าคุมงานก่อสร้าง และเจ้าของที่ดินซึ่งเป็นชาวกัมพูชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพท โซพัล คนงานก่อสร้างอายุ 37 ปีที่ติดอยู่ในซากอาคารราว 6 ชั่วโมง ก่อนที่จะได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัย ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีทางโทรศัพท์ว่า เขาโชคดีมากที่รอดมาได้ เขาพักในอาคารที่กำลังก่อสร้าง กระทั่งราวๆ 04.00 น.ได้ยินเสียงดังมาก ชั้นที่เขานอนอยู่สั่นสะเทือน จากนั้นทั้งอาคารพังถล่มลงมา เขาถูกซากอาคารทับตั้งแต่เอวลงไป มีคนงานราว 70 คนพักที่ชั้น 2 ถึงชั้น 4 ส่วนชั้นที่สูงกว่านั้นเป็นที่พักของช่างไฟฟ้าชาวจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองสีหนุวิลล์แห่งนี้แต่เดิมเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ นักท่องเที่ยวแห่แหนกันมามากในช่วงทศวรรษ&amp;nbsp; 2000 และในปี 2559-2561 มีการลงทุนก่อสร้างในจังหวัดพระสีหนุราว 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กาสิโนราว 50 แห่งและโรงแรมหลายสิบแห่ง เจ้าของเป็นบริษัทจีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39257</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, จังหวัดพระสีหนุ, ตึกถล่ม, สีหนุวิลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190623/image_big_5d0f818540e9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11548</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พระชายา&#039;เจ้ารณฤทธิ์สิ้น &#039;แท็กซี่&#039;พุ่งชนรถพระที่นั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ พระเชษฐาต่างพระมารดากับพระมหากษัตริย์กัมพูชาองค์ปัจจุบัน ทรงประสบอุบัติเหตุรถเอสยูวีชนประสานงากับรถแท็กซี่ที่จังหวัดพระสีหนุเมื่อเช้าวันอาทิตย์ ส่งผลให้พระชายาถึงแก่กรรม ส่วนเจ้าชายพระชันษา 74 ปีทรงบาดเจ็บสาหัสแต่พระอาการปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีและซินหัวของทางการจีนรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน 2561 ว่าสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชาซึ่งเป็นพระเชษฐาต่างพระมารดาในพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี พระมหากษัตริย์กัมพูชาองค์ปัจจุบัน กำลังอยู่ระหว่างเสด็จฯ พร้อมขบวนผู้สนับสนุนจากจังหวัดกำปอต ไปทรงพบกับผู้สนับสนุนที่จังหวัดพระสีหนุ (สีหนุวิลล์) ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของกัมพูชา เพื่อหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 29 กรกฎาคม หม่อมอู๊ก พัลลา พระชายาวัย 39 ปี โดยสารมากับขบวนนี้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานซินหัวอ้างรายงานของสำนักข่าวเฟรชนิวส์กล่าวว่า อุบัติเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 9 โมงเช้าของวันอาทิตย์ ที่อำเภอไพรนบ รถเอสยูวีที่สมเด็จกรมพระรณฤทธิ์ประทับมาโดนรถแท็กซี่ที่วิ่งสวนทางมาพุ่งเข้าชนอย่างจัง ผู้โดยสารบนแท็กซี่คันนี้ทั้ง 5 คนได้รับบาดเจ็บ ส่วนเจ้าชายและหม่อมอู๊ก พัลลา ชายา ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต่างเข้ารับการรักษาเบื้องต้นที่โรงพยาบาลในจังหวัดพระสีหนุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลตำรวจเอกชวน นริน ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดพระสีหนุ กล่าวด้วยว่า รถทั้ง 2 คันขับมาด้วยความเร็วสูง เจ้าชายพระชันษา 74 ปีทรงได้รับการเคลื่อนย้ายด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปรักษาพระอาการที่โรงพยาบาลในกรุงพนมเปญ เมืองหลวง ในช่วงบ่าย แต่แพทย์ไม่สามารถช่วยชีวิตพระชายาวัย 39 ปี เธอถึงแก่กรรมที่โรงพยาบาลพระสีหนุ เมื่อเวลา 12.23 น. ตามเวลาท้องถิ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่พรรคฟุนซินเปก ของสมเด็จฯ รณฤทธิ์ว่า รถแท็กซี่เอสยูวีที่มีผู้โดยสารนั่งมาหลายคน พุ่งเข้าชนขบวนเสด็จและโดนรถยนต์เอสยูวีพระที่นั่งของเจ้าชาย ขณะที่ซินหัวอ้างโฆษกของพรรคนี้ว่า เจ้าชายรณฤทธิ์ทรงได้รับบาดเจ็บที่ขา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานในเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชาเผยแพร่ภาพของรถยนต์หลายคันที่พังยับเยิน และภาพคนเจ็บหลายคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นอุบัติเหตุรถชนรุนแรงครั้งที่ 2 ในรอบเกือบ 3 ปีที่เจ้าชายพระชันษา 74 ปีและชายาคนนี้ ซึ่งเป็นคนที่ 2 เกี่ยวข้องด้วย เมื่อเดือนเมษายน 2558 รถเอสยูวีของสมเด็จฯ รณฤทธิ์ ชนกับรถบรรทุก ทำให้สมเด็จรณฤทธิ์ฯ และพระชายาคนนี้ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ครั้งนั้นพรรคฟุนซินเปกของสมเด็จฯ รณฤทธิ์ กล่าวหาว่าเป็นการปองร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จฯ รณฤทธิ์เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 2 ในพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ พระราชบิดาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน แต่สมเด็จฯ รณฤทธิ์เป็นพระเชษฐาต่างพระมารดากับกษัตริย์ ปัจจุบันสมเด็จฯ รณฤทธิ์ ยังทรงดำรงตำแหน่งประธานองคมนตรีอีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายผู้ทรงชอบการเมืององค์นี้ทรงครองตำแหน่งนายกรัฐมนตรีร่วมกับฮุน เซน ช่วงปี พ.ศ.2536-2540 แต่เจ้ารณฤทธิ์ทรงถูกพวกทหารที่ภักดีต่อฮุน เซน ก่อรัฐประหารนองเลือด ภายหลังถูกโค่นอำนาจ เจ้าชายองค์นี้ก็ไม่เคยกอบกู้ความนิยมได้ดังเดิม และทรงถูกพรรคฟุนซินเปกปลดพ้นตำแหน่งผู้นำพรรคเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากพยายามหลายครั้ง สมเด็จฯ รณฤทธิ์ก็ทรงกลับคืนสู่เวทีการเมืองได้ในปี 2558 ภายหลังทรงปรองดองกับฮุน เซน อริเก่า และพรรคฟุนซินเปกยังได้รับอานิสงส์จากการยุบพรรคกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) พรรคฝ่ายค้านเดิมของสม รังสี โดยได้รับจัดสรรที่นั่ง ส.ส.ของซีเอ็นอาร์พี ที่โดนศาลสั่งยุบพรรคและริบเก้าอี้เมื่อปีที่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนหม่อมอู๊กที่ถึงแก่กรรมนั้น เคยเป็นนาฏศิลปินและนักแสดงที่มีชื่อเสียงของกัมพูชา เป็นพระชายาองค์ที่ 2 ของเจ้าชาย โดยมีอายุห่างกันถึง 35 ปี ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นข่าวอื้อฉาวในช่วงเวลานั้น เนื่องจากสมเด็จฯ รณฤทธิ์ ยังไม่ได้ทรงหย่าขาดจากพระชายาองค์แรก.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11548</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพระสีหนุ, พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี, พลตำรวจเอกชวน นริน, สมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หม่อมอู๊ก พัลลา, เอเอฟพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180617/image_big_5b266f93a1899.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
