<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2021 19:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2021 19:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระราชทานเพลิงศพ ร.ท.กฤษณะ เพ็ชรจำรัส ทหารพรานเสียชีวิตเหตุปะทะที่บาเจาะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค.64 - เวลา 16.00 น. พลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางไปเป็นประธานในพิธีพระราชทาน เพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ แก่ ร้อยโท กฤษณะ เพ็ชรจำรัส สังกัดกรมทหารพรานที่ 45 ณ วัดควนแสวง ต.โคกทราย อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ที่เสียชีวิต จากเหตุการณ์การปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ในพื้นที่บ้านฮูแตยือลอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 3 ต.ค.64 จากการปฏิบัติหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเพื่อความสงบสุขของพื้นที่และความปลอดภัยของประชาชนด้วยความกล้าหาญ ทุ่มเท และเสียสละ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่สำคัญที่กองทัพภาคที่ 4 ได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดภายใต้ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เป็นเจตนารมณ์ของผู้บัญชาการทหารบกที่ต้องการให้เกียรติกำลังพล ที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ พร้อมแสดงความห่วงใย และให้กำลังใจแก่ครอบครัว ซึ่งกองทัพบกดำเนินการช่วยเหลือพร้อมอำนวยความสะดวกในการจัดการพิธีศพอย่างสมเกียรติ โดย ร้อยโท กฤษณะ เพ็ชรจำรัส ได้รับการปูนบำเหน็จเลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ 9 ชั้น , ได้รับพระราชทานยศเป็น &amp;ldquo;พลโท&amp;rdquo; โดยในพิธีผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบธงไตรรงค์ ใบประกาศเกียรติบัตร เหรียญบางระจัน ให้แก่ครอบครัว และทายาท เพื่อเป็นเกียรติยศแก่วงศ์ตระกูล และแสดงถึงความหาญกล้าในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อรักษาความสงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ พร้อมทั้งมอบเงินสินไหมทดแทนมรณกรรมทหาร &amp;ldquo;กองทัพบก (ภัยสงคราม) เงินบำรุงขวัญ และเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัว และทายาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กองทัพบกได้ดูแลสิทธิและเงินช่วยเหลือตามสิทธิของทางราชการและภาคส่วนต่างๆ พร้อมกับจะให้ความช่วยเหลือครอบครัวในด้านอื่นๆตามความต้องการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นความสูญเสียบุคลากรอันมีค่าของกองทัพบก ซึ่ง ร้อยโท กฤษณะ เพ็ชรจำรัส ถือเป็นหนึ่งในกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและเสียสละเพื่อสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดำเนินตามเจตนารมณ์ของกองทัพบกในการปฏิบัติภารกิจ เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119249</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, จังหวัดพัทลุง, ทหารพรานเสียชีวิต, พลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211009/image_big_61618644d315d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 20:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039; ชี้คดีรังนกพัทลุงเป็นอาชญากรรมคอปกขาว คนมีความรู้-จนท.รัฐ-นักการเมืองเอี่ยวด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ&amp;nbsp;อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)&amp;nbsp;ในฐานะผู้ยกร่างพระราชบัญญัติรังนกอีแอ่น พ.ศ.2540&amp;nbsp;เปิดเผยว่า การจับกุมกลุ่มขบวนการเผาและลักลอบขโมยรังนกอีแอ่น มาดำเนินการตามกฎหมายเป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากผู้ต้องหาที่จะถูกจับกุมนั้นจะยอมรับในความผิดของตนเอง แต่ไม่มีการซัดทอดถึงกลุ่มบุคคลผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งไม่เหมือนกับการจับยาเสพติดที่สามารถขยายผลไปจับกุมกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องได้&amp;nbsp;สำหรับกลุ่มที่ลักลอบขโมยรังนกอีแอ่นมิใช่เป็นคนประเภทสีดำ แต่เป็นประเภทสีเทาและมีความรู้ บุคคลกลุ่มนี้เขาเรียกว่าเป็น&amp;nbsp;white collar crime&amp;nbsp;คืออาชญากรรมคอปกขาว เป็นอาชญากรรมที่ทำโดยผู้มีความรู้สูง มีอิทธิพลทางการเงิน ซึ่งอาจจะมีเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเชื่อมั่นว่า การคลี่คลายคดีจับยาบ้าล้านเม็ด ง่ายกว่าคดีลักรังนกอีแอ่นพัทลุง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพิฏฐ์&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ในงวดแรกจะสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาคดีรังนกอีแอ่น ประมาณ&amp;nbsp;4-5&amp;nbsp;ราย ในเร็วๆ นี้ โดยไม่ได้ระบุว่ากลุ่มผู้ต้องหาเป็นกลุ่มบุคคลใด แต่ในส่วนตนอยากเห็นเจ้าของคลิปเสียงของ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คนที่มีการพูดคุยกันเพื่อเปิดทางให้นำของกลางรังนกอีแอ่นออกมาจากถ้ำ ซึ่งทางนายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผวจ.พัทลุง ได้ออกมาพูดว่าทราบแล้วว่าคลิปเสียงของใคร เนื่องจากข้อมูลการสืบสวนสอบสวนคลิปเสียงดังกล่าว เป็นข้อมูลที่ง่ายที่สุด&amp;nbsp;ส่วนผู้ต้องหาจะอ้างว่าเป็นเสียงตัดต่อหรือพูดกันมานานแล้ว ก็เป็นเรื่องที่จะต้องนำไปสู่พิสูจน์ความจริงในกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับเจ้าของเสียงจะถูกออกหมายจับในงวดแรกหรือไม่นั้น ก็ต้องติดตามการทำงานของบิ๊กใหม่และบิ๊กโจ๊ก ผมพร้อมให้กำลังใจตำรวจ&amp;quot;นายนิพิฏฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118999</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมยรังนก, จังหวัดพัทลุง, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, รังนกพัทลุง, รังนกอีแอ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ff5fa43c912.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กใหม่&#039; บินด่วนพัทลุง จ่อออกหมายจับจนท.รัฐและชาวบ้าน 10 คน ลอบเผาขโมยรังนก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64 - ที่กองบินตำรวจ ดอนเมือง พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าคดีมีผู้ก่อเหตุขโมยและเผารังนกบนเกาะสี่ เกาะห้า อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง จำนวน&amp;nbsp;107 ถ้ำ รวม 7 เกาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองผบ.ตร. กล่าวว่า คดีนี้มีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐรวมถึงบุคคลภายนอกและภายในเกาะลิบง เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดโดยหวังผลประโยชน์ชัดเจน ซึ่งเป็นการกระทำความผิดที่มีความสลับซับซ้อนและเกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน โดยขณะนี้ยืนยันได้ว่า การก่อเหตุมีลักษณะของการไปลักลอบแทงรังนก ไม่ใช่ลักษณะการเผา แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการนำเสนอข่าวไปว่าผู้ก่อเหตุลักลอบเผา แต่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าเป็นการเผาฟืน เพื่อทำอาหารไม่ใช่การเผาเพื่อขโมยแทงรังนก โดยในส่วนนี้ตำรวจ มีพยานหลักฐานและเตรียมออกหมายจับผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงบุคคลภายนอกและภายในเกาะลิบงประมาณ 10 คน ในความผิดที่เกี่ยวกับกฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมฯ และความผิดอื่นๆที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พบพฤติการณ์เบื้องต้น ผู้ก่อเหตุแทงรังนกเป็นชาวบ้านนอกเกาะลิบง มีเจ้าหน้าที่รัฐอยู่เบื้องหลังในการบงการและสนับสนุนให้มีการกระทำความผิดที่ชัดเจน ส่วนความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้เพราะมีความเสียหายมากกว่าหลักหลายล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่มีผู้ต้องสงสัยเข้ามอบตัวกับตำรวจไปก่อนหน้านี้จำนวน 1 คน พล.ต.อ.สุชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดหรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีหากไม่พบหลักฐานอาจจะกันไว้เป็นพยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบริษัทสัมปทานรังนก ทั้งบริษัทเก่าและบริษัทใหม่ ขณะนี้ยังไม่พบความผิดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ แต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118851</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพัทลุง, บ้านรังนกนางแอ่นชุมพร, มาเฟีย, สัมปทานรังนก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c1987c48c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 20:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 20:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดีเอสไอ&#039; รับคดีขโมยรังนกพัทลุง เป็นคดีพิเศษแล้ว ปปช.พร้อมรับข้อมูลจากทุกภาคส่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.64 - รายงานข่าวเปิดเผยว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รับคดีการขโมยรังนกและการทำลายทรัพยากรรังนกอีแอ่น ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ไว้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว เนื่องจากคดีมีมูลค่าความเสียหายเป็นจำนวนมาก และมีเจ้าหน้าที่รัฐต้องสงสัยเข้ามาเกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และจะได้ลงพื้นที่ดำเนินการสืบสวนหากพบการกระทำความผิดก็จะส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จะมีการสืบสวนขยายผลไปยังกลุ่มขโมยรังนกอีแอ่น กลุ่มบุคคล และขบวนการการขโมยรังนกอีแอ่น รวมทั้งบุคคลผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งในขณะนี้มีข้อมูลสำคัญอยู่ในมือของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)&amp;nbsp;เป็นจำนวนมากแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนะ อาษาวุธ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า ทางสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดพัทลุง ได้ติดตามตรวจสอบเชิงลึกมาอย่างต่อเนื่องและได้จัดเก็บข้อมูลข่าวสารเชิงลึกไว้แล้ว ในขณะเดียวกันหากประชาชน องค์กร ภาคเอกชน ฯลฯ จะยื่นเรื่องให้ทางสำนักงาน เพื่อให้ตรวจสอบกรณีมีการขโมยรังนกและทำลายพันธุ์นกอีแอ่น ก็พร้อมที่จะรับเรื่องร้องเรียนเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่รายหนึ่ง เปิดเผยว่า การเก็บหลักฐานคือการตรวจสอบโทรศัพท์ระหว่างผู้อยู่บนเกาะรังนกอีแอ่น ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง กับบุคคลภายใน และภายนอกเกาะถ้ำรังนกอีแอ่น ทั้งทางทะเล และทางบก และเชื่อมโยงยังบุคคลภายนอกพื้นที่ ตลอดจนถึงรังนกอีแอ่นที่จะลงไปถึงเป้าหมายรังนกอีแอ่นที่ถูกขโมยไป น่าจะเชื่อมโยงไปยังพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา&amp;nbsp;จ.สตูล และกรุงเทพฯ&amp;nbsp;ก่อนส่งไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118370</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสอบสวนคดีพิเศษ, จังหวัดพัทลุง, ดีเอสไอ, เกาะรังนกอีแอ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_6155b541aed34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 20:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 20:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิสาหกิจชุมชนผึ้งโพรงภาคใต้ เผยตลาดน้ำผึ้งช่วงโควิด ยุโรปต้องการสูงแต่ยังผลิตได้ไม่พอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.64 - นายวีระพล ห้วนแจ่ม ประธานวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ผึ้งโพรง ต.ปันแต อ.ควนขนุน จ.พัทลุง และประธานกรรมการวิสาหกิจชุมชนผึ้งโพรงปันแต อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ผึ้งโพรงในปี 2564 ทางภาคใต้ ยอดการผลิตถดถอยลงประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้จากปัจจัยทางสภาพภูมิอากาศที่ผันแปร เพราะเกิดฝนตกชุกต่อเนื่องโดยเฉพาะเดือน 5-6-7&amp;nbsp;ซึ่งเป็นฤดูกาลพืชผลไม้ผลัดใบ ออกดอก ออกใบ ซึ่งเป็นอาหารของผึ้งโพรงได้เกิดความเสียหาย ผึ้งโพรงไม่มีอาหารจึงต้องอพยพเคลื่อนย้ายไปหาแหล่งอาหารใหม่&amp;nbsp;โดยอพยพไปยัง จ.ตรัง และกระบี่&amp;nbsp;ทำให้ได้รับผลผลิตน้ำผึ้งโพรงปริมาณเพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ยตั้งแต่ 4 -&amp;nbsp;8 กิโลกรัมต่อกล่องต่อการจับ 1 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเครือข่ายผึ้งโพรง ปีนี้สามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณ 2 ตัน จากเดิมที่เก็บผลผลิตและรวบรวมได้ประมาณ 5 ตัน จากเครือข่ายที่เป็นกลุ่มก้อนเลี้ยงกันมากใน จ.พัทลุง ตรัง สงขลา นครศรีธรรมราช ประมาณ 30,000 กล่อง ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงกลุ่มรายย่อยทุกประเภท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระพล&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า แนวทางที่จะนำผึ้งโพรงเข้าสู่อุตสาหกรรมน้ำผึ้งโพรง จึงยังไม่สามารถที่จะดำเนินการได้จะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 3-5 ปี เพื่อให้เกิดการเสถียร การจะทำเป็นอุตสาหกรรมน้ำผึ้งโพรงได้ จะต้องได้ผลผลิตประมาณ 50 ตัน และประมาณ 2 ตู้คอนเทนเนอร์ยาว เพื่อการส่งออกไปยังสหภาพประเทศยุโรป (อียู) ที่มีความต้องการมาก เนื่องจากเมื่อโดยเร็วนี้ๆ กลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ได้ประสานมายังกลุ่มที่จะขอโควต้าน้ำผึ้งโพรงประมาณ 1 ตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 80 ถัง หรือประมาณ 24,000 กก. มีมูลค่า 9.6 ล้านบาท ส่งประเทศในสหภาพยุโรปแต่ไม่สามารถดำเนินการได้ น้ำผึ้งโพรงไม่พอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สาเหตุที่ยุโรปต้องการน้ำผึ้งโพรงไทย เนื่องจากไม่มีสารเจือปน เพราะเลี้ยงแบบธรรมชาติ เกษตรอินทรีย์ แตกต่างกับผึ้งอื่นๆที่จะต้องใช้สารเพื่อให้ลำใยออกนอกฤดูกาล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระพล กล่าวอีกว่า ภาคใต้น้ำผึ้งโพรงในปี 2564 ที่จัดเก็บได้ประมาณ 2,000 กก. โดยราคายังคงยืนอยู่ที่กก.ละ 300-500 บาท จากราคากลางที่กก.ละ 400 บาท เม็ดเงินหมุนเวียนประมาณ 800,000 บาท สำหรับอุตสาหกรรมน้ำผึ้งพันธุ์&amp;nbsp;ปัจจุบันมีโรงงานอุตสาหกรรมน้ำผึ้งพันธุ์ประมาณ 5 โรง ส่วนใหญ่ประกอบการเพื่อส่งออกไปยังไต้หวัน จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย และบรูไน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระพล กล่าวอีกว่า ปัจจัยที่ราคาน้ำผึ้งได้ขยับสูงขึ้นมากในรอบ 20 ปี เนื่องจากตลาดน้ำผึ้งขาดแคลนไปทั่วโลก สาเหตุจากภาวะโลกร้อนส่งผลกระทบต่อพืชผลไม้หลายชนิดขาดน้ำต้อย ดอกไม้ผิดรูปแบบไป อีกทั้งลำไยทางภาคเหนือก็ผิดรูปแบบ&amp;nbsp;จึงทำให้ผลผลิตออกมาปริมาณน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผึ้งโพรงจะต่างกับผึ้งพันธุ์ทางด้านการเลี้ยง ผึ้งโพรงเป็นผึ้งทางธรรมชาติระบบอินทรีย์ ขณะที่ผึ้งพันธุ์ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มตลาดที่รับซื้อผึ้งโพรงทั้งรายย่อย รายเล็กและรายใหญ่ ผู้เลี้ยงผึ้งโพรง ไม่ต้องกังวลเพราะมีตลาดรองรับซื้อประจำทุกวัน ผู้เลี้ยงเกิดความเชื่อมั่นได้ โดยรับซื้อราคาที่กก.ละ 300 บาทขึ้นไป ส่วนผึ้งอุ้ง หรือผึ้งชัน ประมาณกก.ละ&amp;nbsp;700 บาท แต่ขายส่งออกประมาณกก.ละ 900 &amp;ndash; 1,500 บาทสำหรับในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจน้ำผึ้งโพรง ผึ้งพันธุ์แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114775</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพัทลุง, ธุรกิจเลี้ยงผึ้ง, ผึ้งโพรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_6128ee5ee517e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 18:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 18:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด! กระเช้าไฟฟ้าขึ้นเขาร่วงกระแทกพื้น ดับ 2 เจ็บ 3 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.64 - ร.ต.อ.ศุภชัย หมื่นอักษร รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมือง จ.พัทลุง พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ เกตุขาว ผกก.สภ.เมือง จ.พัทลุง พ.ต.ท.นาทพล บุญสนิท รอง ผกก.(ป) พ.ต.ท.หาญพล รามด้วง รอง ผกก.สส. สภ.เมือง จ.พัทลุง พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง นายสมนึก บัวขวัญ หน.กลุ่มงานบริหารงานปกครอง อ.เมืองพัทลุง นายตำรวจที่เกี่ยวข้อง หน่วยกู้ภัยมูลนิธิพัทลุงการกุศล แพทย์หญิงสศิริ ดิกธราดล แพทย์เวร รพ.พัทลุง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและร่วมชันสูตรพลิกศพ เหตุน็อตยึดสายสลิงกระเช้าไฟฟ้าหลุดขาด ทำให้กระเช้าไฟฟ้าตกลงมากระแทกกับแท่นซีเมนต์ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตคาที่ 2 ศพ บาดเจ็บสาหัส 3 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้หน่วยกู้ภัย ได้นำร่างผู้บาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาลพัทลุง เพื่อเรงช่วยเหลือชีวิตเป็นการด่วนแล้ว&amp;nbsp;โดยเหตุเกิดในวัดอุทัยธรรมาราม หมู่ &amp;nbsp;1 ต.นาโหนด อ.เมืองจ.พัทลุง ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนเอเชีย ขาล่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิต 2 ศพ ในกระเช้าไฟฟ้าทราบชื่อว่านางปิ่น รัตนอุบล อายุ 87 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/1 หมู่ที่ 8 ต.อุไดเจริญ อ.ควนกาหลง จ.สตูล และนางสุชาดา เวชรังษี อายุ 78 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58/13 ซอง 4/6 ถนนไชยบุรี ต.คูหาสวรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง ( หมู่บ้านตำนานนิเวศ) โดยทั้ง 2 คน &amp;nbsp;เป็นพี่น้องกัน ส่วนผู้บาดเจ็บ ซึ่งเป็นบุตรของนางปิ่น นั้น ประกอบด้วย นางกุณี รัตนอุบล อายุ 50 ปี และนายเชิงชาญ รัตนอุบล อายุ 49 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ที่ทำหน้าที่คุมเครื่องกระเช้าไฟฟ้าทราบชื่อว่านายสำเริง แสงจันทร์ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 154 ม.1 ต.นาโหนด อ.เมือง จ.พัทลุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า วัดดังกล่าวมีพระเอื้ออารี สาธะโร เป็นเจ้าอาวาส แต่ในช่วงเกิดเหตุเจ้าอาวาสได้ออกไปธุดงค์ต่างพื้นที่ ซึ่งปกติแล้วในวันที่ 14 เมษายนของทุกปี ชาวบ้านจะร่วมกันทำบุญทางศาสนา เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับตาหมอโร่ ตาหมอเทศ บริเวณบนเขาของวัดดังกล่าว&amp;nbsp;ซึ่งอยู่สูงจากพื้นวัดชั้นบนประมาณ 200 เมตร และในวันเดียวกันก็จะมีขาวบ้านได้ว่าจ้างคณะมโนราห์มารำแก้บนบนภูเขาดังกล่าวหลังจากที่พิธีทางศาสนาเสร็จสิ้น&amp;nbsp;ซึ่งจากพื้นวัดชั้นบนสู่บนภูเขานั้นได้มีการสร้างบันไดทางขึ้น ในขณะเดียวกันทางวัด ก็ได้จัดสร้างกระเช้าไฟฟ้า เพื่อนำสิ่งของขึ้นไปบนภูเขาดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายคำรณ แก้วหวัง อายุ 58 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.นาโหนด อ.เมือง จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ในการจัดงานในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 200 คน โดยผู้ที่จะขึ้นไปประกอบพิธีบนภูเขาจะต้องเดินขึ้นไปตามบันใด ซึ่งตนได้สั่งห้ามมิให้ผู้ใดนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไปบนภูเขา เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตราย เนื่องจากกระเช้าไฟฟ้าดังกล่าวมีอายุการใช้งานประมาณ 20 ปี โดยในช่วงเกิดเหตุนั้นตนได้นำชาวบ้านขึ้นไปประกอบพิธีทางศาสนาบนภูเขา ตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งๆที่ได้ใช้มาตรการป้องปรามเหตุดังกล่าวไว้ล่วงหน้าแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์รายหนึ่ง เปิดเผยว่า ในขณะที่ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ศพ และผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย กำลังนั่งกระเช้าไฟฟ้าที่มีสภาพเก่าขึ้นไปบนภูเขา เพราะเดินขึ้นไมไหวนั้น ก่อนที่จะถึงจุดพักกระเช้าบนภูเขาประมาณ 5 เมตรนั้น น็อตยึดสายสลิงกระเช้าไฟฟ้าเกิดหลุดขาด จนทำให้กระเช้าไฟฟ้าไหลลงมากระแทกกับแท่งซีเมนต์ด้านล่าง จนพังและเสียงดังสนั่น และกระเช้าได้กระแทกร่างนายสำเริง แสงจันทร์ อายุ 58 ปี ผู้ควบคุมเครื่องกระเช้าไฟฟ้าได้รับบาดเจ็บด้วย ท่ามกลางความตื่นตกใจของชาวบ้านที่เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวทั้งบนภูเขาและเบื้องล่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ศพนั้น เป็นบุตรของนายแจ้ง นางนก อินเจียม 2 สามีภรรยาผู้นำชาวบ้านและญาติมิตรสร้างวัดดังกล่าว โดยในวันที่ 14 เมษายนของทุกปี ครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บจะมาร่วมทำบุญ ณ บนภูเขาของวัดดังกล่าวเป็นประจำทุกๆปี สำหรับการทำบุญในครั้งนี้นางดวน รุ่นศรี อายุ 80 ปี อยู่บ้านเลจที่ 133/1 ม.1 ต.นาโหนด อ.เมือง จ.พัทลุง เข้าร่วมในพิธีทำบุญด้วย โดยเป็นผู้ว่าจ้างคณะมโนราห์ให้มารำแก้บนบนภูเขา โดยเจ้าตัวได้เดินขึ้นไปด้วยตนเองพร้อมลูกหลานๆ จากเหตุการณ์ดังกล่าวการรำแก้บนของคณะมโนราห์ได้ยกเลิกไปโดยปริยาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ยศวรรธ์ กระจ่างวงศ์ ผกก.สส.ภ.จว.พัทลุง พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ เกตุขาว ผกก.สภ.เมืองพัทลุง และพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เข้าไปสำรวจ ตรวจสอบว่าการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าดังกล่าวได้ขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และมีผู้กระทำการโดยประมาทจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหรือไม่ พร้อมกันนั้นก็ได้แจ้งให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง เข้าไปสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99495</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเช้าไฟฟ้า, จังหวัดพัทลุง, สภ.เมืองพัทลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076d532ba7b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 19:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 19:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พัทลุงดุ! คนร้ายรัวกระสุนหนุ่มวัยรุ่นดับ 3 ศพ ตร.มุ่งปมขัดแย้งส่วนตัว-ยาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29&amp;nbsp;กค.63 - เมื่อเวลา 02.30 น.&amp;nbsp;ร.ต.อ.ประเสริฐ&amp;nbsp;ด้วงเอียด&amp;nbsp;รอง สว.(สอบสวน)&amp;nbsp;สภ.เมืองพัทลุง&amp;nbsp;พ.ต.อ.ต่อศักดิ์&amp;nbsp;สารีรัตน์&amp;nbsp;ผกก.สภ.เมืองพัทลุง หน่วยกู้ภัยมูลนิธิพัทลุงการกุศล&amp;nbsp;และแพทย์เวร&amp;nbsp;รพ.พัทลุง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุฆ่ากันตาย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ศพ&amp;nbsp;บริเวณหน้า ธกส.สาขาท่ามิหรำ&amp;nbsp;ถนนราเมศวร์&amp;nbsp;เขตเทศบาลเมืองพัทลุง&amp;nbsp;ในที่เกิดเหตุพบศพนายรัตนพงศ์&amp;nbsp;จันทร์ปน&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;38&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;162&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.ชุมพล&amp;nbsp;อ.ศรีนครินทร์&amp;nbsp;จ.พัทลุง&amp;nbsp;นอนเสียชีวิตจมกองเลือดในลักษณะนอนหงายหน้าอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยสวมเสื้อยืดสำดำ&amp;nbsp;กางเกงยีนส์สีนำเงิน&amp;nbsp;สวมหมวกแก๊ปสีน้ำตาล&amp;nbsp;รองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลแถบขาว&amp;nbsp;สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มม. เข้าที่บริเวณหน้าอก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;สะโพกด้านซ้าย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นัดแขนซ้าย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;ศีรษะ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;15&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาด&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มม. ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;54&amp;nbsp;ปลอก&amp;nbsp;จึงเก็บไปเป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลาประมาณ&amp;nbsp;06.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ร.ต.อ.ประเสริฐ&amp;nbsp;พ.ต.อ.ต่อศักดิ์&amp;nbsp;พ.ต.ท.ทิวากร&amp;nbsp;คงเพ็ชร&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทลุง พล.ต.ต.กฤษฎา&amp;nbsp;แก้วจันดี&amp;nbsp;ผบก.ภ.จว.พัทลุง และ&amp;nbsp;นพ.พงศ์ศักดิ์&amp;nbsp;โรจนรัตน์&amp;nbsp;แพทย์เวร รพ.พัทลุง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบ และร่วมชันสูตรพลิกศพเหตุยิงกันตาย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ศพ ถนนสายเอเซีย บริเวณหัวสะพานคลองลำเบ็ด หมู่ที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ต.ท่าแค อ.เมืองพัทลุง&amp;nbsp;บริเวณหน้าบ้านเลขที่&amp;nbsp;151&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ต.ท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง&amp;nbsp;ในที่เกิดเหตุภายในรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้าอัลติส สีดำ หมายเลขทะเบียน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กล&amp;nbsp;6280&amp;nbsp;กรุงเทพหานคร พบศพผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย ส่วนบริเวณที่นั่งด้านหลังข้างศพ&amp;nbsp;พบอาวุธปืนลูกซองสั้นแบบไทยประดิษฐ์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กระบอก&amp;nbsp;ตกอยู่บริเวณที่วางเท้า&amp;nbsp;และพบกระเป๋าสีแดงแบบสะพายตกอยู่&amp;nbsp;1ใบ&amp;nbsp;ภายในกระเป๋ามียาบ้าและไอซ์ อยู่จำนวนหนึ่ง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสภาพรถเก๋งคันดังกล่าวยางล่อหน้าด้านซ้ายแตกละเอียด&amp;nbsp;บริเวณหน้ารถมีรอยกระสุนปืน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รู&amp;nbsp;กระจกมองข้างด้านซ้ายหัก ส่วนด้านซ้ายช่วงหลังรถ&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีรอยกระสุนจำนวนหลายนัด&amp;nbsp;เบื้องต้นจากการตรวจสอบเจ้าของรถทราบว่า ผู้เป็นเจ้าของรถคือนายมนัส&amp;nbsp;เกตุแก้ว&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;42&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;47&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ต.ควนชะลิก&amp;nbsp;อ.หัวไทร&amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ซึ่งจะได้เร่งขยายไปสู่ผู้ครอบครองรถต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ศพ&amp;nbsp;ประกอบด้วย นายอรรถกร&amp;nbsp;นุ่นปาน&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;89&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต.โคกชะงาย&amp;nbsp;อ.เมือง จ.พัทลุง&amp;nbsp;โดยสวมเสื้อแขนยาวสีฟ้า&amp;nbsp;กางเกงยีนส์สีดำ&amp;nbsp;สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มม.&amp;nbsp;และกระสุนปืนยาว เข้าที่บริเวณหน้าอก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;หัวไหล่ด้านขวา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;แขนขวา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นัดลำคอด้นซ้าย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;มือขวา&amp;nbsp;1นัด&amp;nbsp;และขาขวา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นัด และชายโครงด้านซ้าย&amp;nbsp;1นัด&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;13&amp;nbsp;นัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนศพที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ทราบชื่อภายหลังว่า&amp;nbsp;นายพาสกร&amp;nbsp;ดำสนิท&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.ตะแพนอ.ศรีบรรพต&amp;nbsp;จ.พัทลุงโดยสวมเสื้อแขนยาวสีดำ&amp;nbsp;สวมกางเกงยีนส์สีดำ&amp;nbsp;สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มม.และอาวุธปืนยาว เข้าที่บริเวณหัวไหล่ด้านขวา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นัดบริเวณลำคอด้านซ้ายกระสุนทะลุขวา&amp;nbsp;1นัด&amp;nbsp;ชายโครงซ้าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;หน้าอก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;ไหล่ซ้าย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;สะโพกด้านซ้าย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;แก้มซ้าย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;และขาซ้าย&amp;nbsp;1นัด&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;12&amp;nbsp;นัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น&amp;nbsp;ทราบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 2&amp;nbsp;ศพ มีการเชื่องโยงมาจากผู้เสียชีวิตหนุ่มวัยรุ่นที่ถูกยิงบนถนนหน้าธนาคาร&amp;nbsp;ธกส.สาขาท่ามิหรำ&amp;nbsp;เมื่อตอนกลางคืนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบกล้องวงจร พบว่าที่บริเวณหน้าธนาคาร ธกส.สาขาท่ามิหรำ&amp;nbsp;ก่อนเกิดเหตุนายรัตนพงศ์ ได้ขับรถเก๋งคันดังกล่าวลงมาพูดคุยกับคนร้าย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยภายในรถมีคนนั่งมาด้วย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;บริเวณข้างร้านข้าวต้ม&amp;nbsp;หลังจากที่พูดคุยกันไม่นาน&amp;nbsp;คนร้ายคนดังกล่าวใช้อาวุธปืนยิงใส่จำนวนหลายนัดจนเสียชีวิตคาที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเพื่อนผู้ตายที่นั่งมาด้วยด้านหน้าได้เปิดประตูวิ่งหลบหนีไป จากนั้นคนร้ายอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ใช้อาวุธปืนขนาด&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มม. ยิงใส่ผู้เสียชีวิตอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน ที่นั่งด้านหลังรถเก๋ง&amp;nbsp;ในขณะที่คนร้ายอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ได้นำอาวุธปืนยาว (ไม่ทราบชนิด) ยิงใส่ผู้เสียชีวิตอีกหลายนัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นคนร้าย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เข้ามานั่งในรถเก๋งของผู้ตาย&amp;nbsp;ก่อนที่จะขับรถเก๋งคันดังกล่าวหลบหนีไปจนยางรถแตก และนำไปทิ้งในที่เกิดเหตุดังกล่าว&amp;nbsp;โดยอยู่ห่างจากธนาคาร ธกส.สาขาท่ามิหรำ&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน&amp;nbsp;พล.ต.ต.กฤษฎา&amp;nbsp;แก้วจันดี ผบก.ภ.จว.พัทลุง กล่าวว่า&amp;nbsp;เบี้องต้นเหตุการณ์เสียชีวิตทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศพ มาจากเหตุการณ์เดียวกันแต่ตั้งเมื่อคืน โดยมีคนร้ายยิงถล่มผู้เสียชีวิตที่บริเวณหน้าธนาคาร ธกส. และได้ยิงถล่มรถยนต์เก๋งด้วย&amp;nbsp;ต่อมาคนร้ายได้ขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว พร้อมนำศพผู้เสียชีวิตมาทิ้งไว้บริเวณริมถนนสายเพชรเกษม ริมคลองชลประทาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุเบื้องต้น&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ตั้งประเด็นความขัดแย้งส่วนตัว และเรื่องยาเสพติด&amp;nbsp;ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามหาข้อเท็จจริงชนวนเหตุในครั้งนี้ เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ดำรัส&amp;nbsp;วิริยะกุล&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผบช.ภ.9&amp;nbsp;ได้เดินทางมายังตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุงและเป็นประธานในการประชุมนายตำรวจที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;เนื่องจากเห็นว่าการก่อคดีดังกล่าวเป็นการกระทำที่ท้าทายอำนาจรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72864</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนร้ายรัวกระสุน, จังหวัดพัทลุง, สภ.เมืองพัทลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f216cd3f0a7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
