<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118935</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดทน!ชาวดอนตาลลงขันซ่อมถนนดินลูกรังเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค. 64 - &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;นายบุญหลาย ใจแน่น อายุ 51 ปี บ้านเลขที่ 92 บ้านห้วยทราย ตำบลป่าไร่ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยชาวบ้านห้วยทรายกว่า 50 คน &amp;nbsp;ได้นำรถไถที่ใช้ไถนา ทำสวน &amp;nbsp;จำนวน 3 คัน มาดันดินลูกรังที่ได้ว่าจ้างรถบรรทุก 6 ล้อ บรรทุกดินลูกรังมาถมถนนทางเข้าหมู่บ้านระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้ดินลูกรังประมาณ 120 คันรถ ราคาประมาณ 30,000 บาท &amp;nbsp;ซึ่งเงินดังกล่าวชาวบ้านห้วยทรายได้รวบรวมเงินลงขันกันเอง &amp;nbsp;เพื่อซ่อมแซมถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อชำรุด น้ำขัง ชาวบ้านสัญจรไปมาลำบาก หลังทนลำบากมากว่า 30 ปี ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดูแล โดยถนนเส้นนี้ที่ผ่านมา มีงบประมาณการก่อสร้างของ อบต.ป่าไร่ ประมาณ 4,500,000 บาท แล้วต่อมางบประมาณดังกล่าว ชาวบ้านห้วยทรายบอกว่าถูกทาง อบต.ป่าไร่ โยกย้ายเงิบงบประมาณไปสร้างถนนเส้นอื่น &amp;nbsp;และถนนเข้าหมู่บ้านห้วยทรายไม่มีงบมาสร้างถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญหลายเผยว่า &amp;nbsp;วันนี้ชาวบ้านห้วยทราย คุ้มดานชมพู ได้ร่วมแรงร่วมใจกันมาพัฒนาถนน ซึ่งระยะทางของถนนเข้าหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตร ที่ผ่านมาได้รับความเดือดร้อน ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ น้ำขัง เยอะมาก สัญจรไปมาลำบาก ใช้เวลาในการเดินทางนาน &amp;nbsp;ต่อมาได้เกิดแรงบันดาลใจ ร่วมกันพี่น้องเป็นพลังสามัคคี ได้มาช่วยกันออกทุนทรัพย์คนละเล็กคนละน้อย ซื้อหินมาถมถนนเพื่อให้การเดินทางสะดวกสบาย ซึ่งเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางสัญจรไปมาหลายหมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านห้วยทราย ราษฎรประมาณ 62 ครัวเรือน ประชากรประมาณ 300 คน &amp;nbsp;และบ้านด่านชมพู บ้านเหล่าแขม บ้านนาทาม บ้านป่าไร่ป่าชาด &amp;nbsp;รวม 5 หมู่บ้าน ชาวบ้านที่ใช้เส้นทางดังกล่าวกว่า 1,000 คน ที่ใช้เส้นทางนี้ร่วมกันอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118935</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดมุกดาหาร, ดินลูกรัง, ตำบลป่าไร่, บ้านห้วยทราย, อำเภอดอนตาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d15e559eaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 17:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 17:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พนักงาน อบจ.มุกดาหาร 113 คน ยื่นหนังสือร้องผู้ว่าฯ หลังถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;พนักงานจ้างองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร จำนวน 113 คน เข้ายื่นหนังสือต่อ นายเฉลิมพล มั่งคั่ง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เพื่อให้นายกองค์การบริหารจังหวัดมุกดาหาร ต่อสัญญาจ้างพนักงานจ้างทั่วไป และพนักงานจ้างตามภารกิจ&amp;nbsp;โดยทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ได้สิ้นสุดสัญญาจ้างและงดจ่ายค่าตอบแทน จำนวน 113 คน&amp;nbsp;และให้หยุดการปฎิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไปนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 64&amp;nbsp; ได้มีบันทึกข้อความจาก นายพยุงพงษ์ บุญเติม รองนายกองค์การบริหารจังหวัดมุกดาหาร ถึงผู้อำนวยการกองคลัง เรื่อง สิ้นสุดสัญญาจ้าง และงดจ่ายค่าตอบแทนพนักงานจ้างตามภารกิจ และพนักงานจ้างทั่วไป ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร จำนวน 113 คน นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 เป็นต้นไป&amp;nbsp; และบันทึกข้อความ วันที่ 30 กันยายน 2564 เรื่อง การสิ้นสุดของพนักงานจ้างตามภารกิจ และพนักงานจ้างทั่วไป&amp;nbsp; จากผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ ถึง นายกองค์การบริหารจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;เพื่อรายงานให้พนักงานจ้างตามภารกิจ และพนักงานจ้างทั่วไป จำนวน 113 คน&amp;nbsp;หยุดการปฎิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภักดี คนหาญ อายุ 44 ปี&amp;nbsp;เป็นลูกจ้างตามภารกิจ อายุ งาน 17 ปี เป็นผู้ช่วยช่างสำรวจและเขียนแบบ ของ อบจ.จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ที่อยู่เลขที่ 19 หมู่ 5 ตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp; บอกว่า ถ้า อบจ. ไม่ต่อสัญญาจ้างมีผลกระทบอย่างมาก หนี้สินที่ไปกู้เขามาก็มีปัญหาทางครอบครัว ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายในครอบครัว ค่างวดรถ รวมไปถึงหนี้สินที่ไปกู้มา&amp;nbsp;ถ้าไม่ต่อสัญญาจ้าง ตนเองก็มืดแปดด้าน ถูกเลิกจ้างเร็วเกินไป ยังไม่ทันตั้งตัว น่าจะ 1 ปี พอมีเวลาเตรียมตัว ทาง อบจ.ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าว่าจะเลิกต่อสัญญาจ้าง&amp;nbsp;อยู่ๆก็ตัดเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากฝากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร อยากให้ทาง อบจ.มุกดาหาร ต่อสัญญาจ้างให้ และขอความเป็นธรรมให้กับลูกจ้างทั้งหมด 113 คน อยากให้ช่วยเหลือ ตนเองไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ร.ต.ต.สุเทียน ทองโสม&amp;nbsp;ศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทย จังหวัดมุกดาหาร ตัวแทนประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าได้รับหนังสือร้องเรียนแล้ว จะเสนอต่อกรรมาธิการการปกครอง น้องๆจะได้ไม่ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย ในเรื่องนี้เข้าสู่การปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบว่า เข้าข่ายหรือไม่ เบื้องต้นจะรับเรื่องไว้ก่อน เพื่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้พบกับรองผู้ว่าฯมุกดาหาร ท่านบอกว่าเรื่องเป็นเรื่องภายในจังหวัด เป็นอำนาจของทางจังหวัด และได้คุยกันแล้วกับตัวแทนพนักงานลูกจ้าง ทาง อบจ.มุกดาหาร จะนำไปทบทวนเกี่ยวกับปัญหาที่มันเกิดขึ้น ในกรณีลูกจ้างที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม จากการยกเลิกสัญญาจ้าง เป็นเรื่องของความเดือดร้อน ตนเองก็จะติดตามหาช่องทางช่วยเหลือที่ได้รับความเดือดร้อนโดยตรง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118749</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดมุกดาหาร, อบจ.มุกดาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615add3b34ba7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘มุกดาหาร’พบผู้ป่วยโควิดในหอผู้ป่วยอายุรกรรมรพ.มุกดาหาร7ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย. 2564 - จังหวัดมุกดาหารได้ประกาศสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid 19) &amp;nbsp;พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่จำนวน 11 คน โดยเป็นการติดเชื้อจากภายในจังหวัด 9 คนและนอกจังหวัด 2 คน ทั้งนี้กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร ได้รายงานว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อภายในจังหวัดรายใหม่จำนวน 9 ราย โดยอยู่ในอำเภอเมืองมุกดาหาร 5 ราย อำเภอดอนตาล 2 ราย อำเภอนิคมคำสร้อย 1 ราย และอำเภอดงหลวง 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.โสภณ นิลกำแหง รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลมุกดาหาร เปิดเผยว่า สำหรับกรณีพบผู้ป่วยในตึกอายุรกรรมหญิงติดเชื้ออยู่ 7 ราย ซึ่งก่อนจะแอดมิตคนไข้ได้ทดสอบแล้ว ผลเป็นลบ แต่ว่าคนไข้เข้ามาในตึกแล้ว พบผู้ป่วยคนแรกมีอาการไข้ ไอ เล็กน้อย ก็เลยทดสอบซ้ำเมื่อวันที่ 24 ก.ย. ผลเป็นบวก และได้ทดสอบคนไข้ทุกคนในตึกประมาณ 60 คน ผลเป็นบวกอีก 6 คน รวมเป็นคนไข้ติดเชื้อ 7 คน และได้ตรวจญาติทุกคนที่มาเฝ้าในตึกตอนนั้น มีเป็นผลบวกอีก 8 คน ซึ่งทั้ง 15 คน ทั้งคนไข้และญาติ ได้แยกไปไว้ที่ตึกสำหรับคนไข้โควิดต่างหาก ส่วนคนไข้รายอื่น ที่ทดสอบแล้วผลเป็นลบ ก็ให้อยู่ที่ตึก จนรักษาหายจากโรคที่เป็น ก็จะมีการทดสอบซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ถ้าผลเป็นลบก็ให้กลับบ้านได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณเผยอีกว่า ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ ได้ทดสอบแล้วผลเป็นลบทุกรายจำนวน 85 ราย ที่ดูแลผู้ป่วย และได้ทดสอบญาติในตึก 60 ราย ผลเป็นลบ นอกจากนั้นยังได้ติดตามผู้ที่มีการสัมผัสกับผู้ป่วยต่อเนื่องต่อไปที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผู้ติดเชื้อภายในจังหวัดทั้ง 9 คน แยกเป็นยืนยันผู้ติดเชื้อในหอผู้ป่วยอายุรกรรม โรงพยาบาลมุกดาหารจำนวน 7 ราย ติดเชื้อนอกจังหวัด 2 ราย อยู่อำเภอเมืองมุกดาหาร 5 ราย อำเภอดอนตาล 2 ราย อำเภอนิคมคำสร้อย 1 ราย และ อำเภอดงหลวง 1 ราย &amp;nbsp; หลังจากพบผู้ติดเชื้อในหอผู้ป่วยอายุรกรรมหญิง ทางโรงพยาบาลมุกดาหาร ประกาศงดรับผู้ป่วยในหอผู้ป่วยอายุรกรรมหญิง พร้อมทั้งขอความร่วมมืองดเยี่ยมผู้ป่วยทุกกรณี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118220</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดมุกดาหาร, นพ.โสภณ นิลกำแหง, รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลมุกดาหาร, สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_61540d6866ceb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 18:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 18:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญาติเด็กหญิง 14 ปีเข้าให้ปากคำเพิ่ม คดี ด.ช.อายุ 12 ข่มขืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.64 -&amp;nbsp;เวลา 08.30 น.&amp;nbsp; คุณยายเกี้ยว พร้อมด้วยแม่ของ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี&amp;nbsp;ได้เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมกับร้อยเวรที่ สภ.คำชะอี&amp;nbsp; ถึงกรณีที่น้องเอ ถูกกระทำชำเราจำนวน 4 ครั้ง&amp;nbsp;เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมแล้วทางผู้ปกครองได้เข้าแจ้งความเดือนกันยายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยายเกี้ยว (สงวนนามสกุล)&amp;nbsp;อายุ 72 ปี&amp;nbsp;เล่าให้ฟังว่า&amp;nbsp;บ้านของตนเองอยู่ หมู่ 6 ต.เหล่าสร้างถ่อ&amp;nbsp;อ.คำชะอี&amp;nbsp;จ.มุกดาหาร วันเกิดเหตุครั้งแรก คือวันที่ 2 ก.ค.64&amp;nbsp;ซึ่งตนเองออกไปดำนาในหมู่บ้าน โดยปล่อยให้ ด.ญ.เออยู่บ้านตามลำพัง ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นกับหลานสาวของตน&amp;nbsp;รู้สึกเสียใจทำอะไรไม่ถูกต่อมาตนจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นเด็กชายอายุ 12 ปีคนในหมู่บ้านเดียวกัน&amp;nbsp;ตนเคยได้พูดคุยเพื่อขอไกล่เกลี่ยแต่ผู้ปกครองของฝ่ายผู้ก่อเหตุและผู้ก่อเหตุไม่ยอมรับว่าได้กระทำชำเราน้องเอ อ้างว่าน้องเอกุเรื่องขึ้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามน้องเอให้ข้อมูลว่า&amp;nbsp;วันเกิดเหตุคือวันที่ 2 ก.ค.64 บุกเข้ามาทำร้ายร่างกายด้วยการตบหน้า ต่อยท้อง และฉุดไปบังคับขืนใจจนสำเร็จความใคร่ บริเวณยุ้งฉางหลังบ้านคุณยาย&amp;nbsp;วันที่ 3 และ 4 ก.ค.64&amp;nbsp;วันเกิดเหตุตนเองนั่งดูทีวีภายในบ้านตามลำพัง&amp;nbsp;จากนั้นผู้ก่อเหตุได้เข้ามาภายในบ้านโดยที่ตนไม่รู้ตัวจากนั้นผู้ก่อเหตุได้กระชากแขนตนล้มลงนอนกับพื้นและได้กระทำชำเราตน&amp;nbsp;พยายามมตะโกนร้องขอความช่วยเหลือแต่ผู้ก่อเหตุได้ใช้มือตบที่บริเวณหน้า&amp;nbsp;ชกที่ท้องและบีบคอด้วย ตนตกใจกลัวจึงหยุดร้องขอความช่วยเหลือหลังจากผู้ก่อเหตุเสร็จกิจแล้วยังได้ข่มขู่ว่าห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกใครถ้าหากไม่เชื่อจะฆ่าให้ตาย แล้วก็มีการเข้ามาขืนใจอย่างต่อเนื่อง วันที่ 26 ก.ค.64&amp;nbsp;ปีนห้องน้ำหลังบ้านเข้ามาทำร้ายและฉุดเข้าไปขืนใจในห้องน้ำหลังบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ดังกล่าว นางวารุณี&amp;nbsp;(สงวนนามสกุล)&amp;nbsp;อายุ 40 ปี&amp;nbsp;ผู้เป็นแม่ได้ทราบเรื่องและได้เดินทางกลับมายังภูมิลำเนา&amp;nbsp;และได้เห็นลูกสาวตนผิดปกติ&amp;nbsp;จึงได้สอบถามลูกว่าเกิดอะไรขึ้น ในที่สุดน้องเอได้เล่าเหตุการณ์ให้นางวารุณีทราบ&amp;nbsp;หลังจากนั้นนางวารุณีได้พาน้องเอไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลมุกดาหารซึ่งต้องรอผลการตรวจร่างกายอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง ผกก.สภ.คำชะอี กล่าวในเบื้องต้นที่พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งเมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมาว่ามีเด็กชายคนหนึ่งได้ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงเอ อายุ 14 ปี ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้งให้คู่กรณีทั้งสองฝ่าย&amp;nbsp;ความจริงก็เป็นญาติห่างๆกัน โดยแจ้งให้รับทราบเบื้องต้นแล้วว่า&amp;nbsp; เรามีการรับแจ้งแล้วก็จะมีการดำเนินคดีอย่างแน่นอนเพียงแต่ว่า ประเพณีทางอีสานเขาอยากจะไกล่เกลี่ยพูดคุยกันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนทางคดีก็ต้องดำเนินการ&amp;nbsp;ส่วนทางตำรวจจะต้องพิสูจน์ความจริง และให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นมีความเป็นจริงหรือเป็นเรื่องเท็จเพียงใดโดยใช้พยานทางนิติวิทยาศาสตร์ พยานบุคคลและพยานวัตถุเข้ามาเกี่ยวข้องในการพิสูจน์&amp;nbsp;ก็คงจะต้องประสานทางแพทย์ ซึ่งในวันนี้จะให้กองพิสูจน์หลักฐานเข้าร่วมตรวจสอบอีกครั้ง ในส่วนของเด็กอายุ 12 ปีที่ทำการก่อเหตุนั้น&amp;nbsp; ได้ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำการก่อเหตุดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.ธงชัย&amp;nbsp;พาภักดี รอง ผกก.สอบสวน สภ.คำชะอี&amp;nbsp;กล่าวว่า ในกรณีนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่เดือนกรกฏาคม ทางฝั่งแม่เด็กอายุ 14 ปี มาทราบเรื่องจากเด็ก ถึงได้มาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ในวันที่ 2 ก.ย. 64 ทางพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องลงประจำวัน ทางแม่ของเด็กแจ้งว่า ทางผู้กระทำและเด็กผู้เสียหายเป็นญาติกัน ขอให้ไปคุยกันก่อน ทางพนักงานสอบสวนก็อนุญาตให้คุยกันได้ แต่ว่าทางคดีจะดำเนินการต่อเหมือนเดิม ก็ให้โอกาสคุยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.ธงชัย กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;หลังจากคุยกันแล้ว เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ได้เข้ามาแจ้งพนักงานสอบสวนว่า ผลการคุยกันไม่เป็นผล ตกลงกันไม่ได้ พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนต่อ หลังจากได้รับแจ้งก็ออกไปตรวจที่เกิดเหตุ เนื่องจากสภาพที่เกิดเหตุเกิดมานานแล้ว ถึงได้มาแจ้งความ ส่วนร่องรอยหลักฐานต่างๆ ไม่ปรากฏ&amp;nbsp;โดยในวันนี้กองพิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อความมั่นใจ จะร่วมกันลงที่เกิดเหตุอีกครั้ง เนื่องจากคดีนี้สอบสวนเบื้องต้น ทางเด็กอายุ 12 ปี ผู้ถูกกล่าวหาให้การปฎิเสธ ทางตำรวจจะต้องรวบรวมพยานหลักฐาน ให้เกิดความชัดเจน ส่วนประเด็นว่าล่าช้าไม่เป็นความจริง ทางพนักงานสอบสวนทำงานตั้งแต่วันแรกที่ได้รับแจ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในวันที่ 10 ก.ย.นี้&amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเรียกนายบี (นามสมุติ) ผู้ก่อเหตุ อายุ 12 ปี เข้าให้ปากคำที่ สภ.คำชะอี อีกครั้งพร้อมกับจะมีการสรุปสำนวนแล้วส่งสำนวนของคดีนี้พร้อมผู้ที่กล่าวหาไปที่สำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116186</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดมุกดาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139f37ee0e5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้รับเหมาแจ้งจับ &#039;นายก อบจ.&#039; ผิด ม.157 ยังไม่จ่ายเงินซ่อมสร้างถนน 2 โครงการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.64 - นายนิวัฒน์ ศิริวัฒน์ อายุ 40 ปี ที่อยู่ 438/1 หมู่ที่ 1 ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ได้รับมอบอำนาจจากบริษัทเอซีเอ็ม ดีเวลลอปเม้น&amp;nbsp;จำกัด มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับ พันตำรวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)มุกดาหาร&amp;nbsp;กับพวก ในข้อหาร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติ หรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นผู้ใด หรือปฎิบัติหรือละเว้นปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157&amp;nbsp; เพื่อให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่อบจ.มุกดาหาร&amp;nbsp;ได้ตกลงว่าจ้าง บริษัทเอซีเอ็ม ดีเวลลอปเม้น จำกัด ดำเนินการก่อสร้างโครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายทาง มห.ถ.1 &amp;ndash; 0016 สายบ้านอนุรักษ์บำรุง ตำบลศรีบุญเรือง - บ้านโคกสูงน้อย ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ระยะทางยาว 5.70 กิโลเมตร ผิวจราจรกว้าง 6 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 1 เมตร ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เป็นจำนวนเงิน 30,220,000 บาท ( สามสิบล้านสองแสนสองหมื่นบาทถ้วน )&amp;nbsp;เริ่มทำสัญญาวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564&amp;nbsp;สิ้นสุดสัญญาวันที่ 15 มิถุนายน&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายทาง มห.ถ. 1 -0003&amp;nbsp; สายบ้านป่าเตย ตำบลนาอุดม อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร - บ้านพรสวรรค์ อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร กม. ที่ 0+000 ถึง 2 + 200 ระยะทางยาว 2.200 กิโลเมตร ผิวจราจรกว้าง 6.00 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 1.00 เมตร&amp;nbsp; เป็นจำนวนเงิน 11,330,048.07 บาท ( สิบเอ็ดล้านสามแสนสามหมื่นสี่สิบแปดบาทเจ็ดสตางค์)&amp;nbsp;นับแต่วันทำสัญญาจ้างดังกล่าว บริษัทฯได้เข้าทำการก่อสร้างข้างต้นเรื่อยมาตลอดมา และได้ดำเนินการก่อสร้างโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จถูกต้องตามรูปแบบ และสัญญาจ้างเฉพาะงานงวดที่ 1 ในวันที่ 16 มีนาคม 2564&amp;nbsp; งวดที่ 2 วันที่ 5 เมษายน 2564 งวดที่ 3 และงวดที่ 4 ได้เสร็จสิ้นแล้ว จนกระทั่งบัดนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ยังมิได้ดำเนินการชำระค่าจ้างทั้งหมดแก่ บริษัท เอ ซี เอ็ม ดีเวลลอปเม้น จำกัด แต่อย่างใด จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัฒน์ ศิริวัฒน์ อายุ 40 ปี ผู้รับมอบอำนาจ เปิดเผยวว่า ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์เกี่ยวกับเรื่องปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เนื่องจากได้ทำงานก่อสร้างไปแล้ว ยังไม่ได้เบิกเลย จนงานจะแล้วเสร็จงบประมาณทั้งประมาณ 30 ล้านกว่า รวม 2 โครงการประมาณ 45 ล้านกว่าบาท โครงการถนนลาดยางรีไซกิ้ง (Recycling)&amp;nbsp;แต่ละโครงการมีสัญญา และมีแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ ได้ทำตามแต่ละงวดโดยได้เบิกจ่ายไปแล้ว อยู่ในขั้นตอนแบ่งงวดที่ 4 แต่ตอนนี้ทั้ง 4 งวด ยังไม่ได้รับจาก อบจ.เลย โดยได้ทำหนังสือร้องไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เพื่อจะให้สอบถามทางอบจ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏเรื่องยังไม่มาถึง อบจ. ทาง อบจ.ก็ยังไม่ปฎิบัติอย่างใดเลย ตอนนี้เดือดร้อนไม่มีเงินที่จะมาทำงาน และไม่มีทุนที่จะดำเนินการโครงการต่อไปได้ ซึ่งผลเหล่านั้นก็จะตกไปเป็นของประชาชนที่สัญจรไปมา ถนนก็ยังอยู่ในขั้นปฎิบัติงาน ยังไม่สามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ กลัวเกิดปัญหาส่งผลกระทบต่อประชาชนท้องถิ่นที่สัญจรไปมา ที่อาศัยอยู่แถวนั้น โครงการดังกล่าวได้ทำตามขั้นตอนประมูลตามระบบ (e-bidding) ของการจัดซื้อจัดจ้างของทางราชการทุกระบบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัฒน์ กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;ทางบริษัทได้งานมา 2 โครงการ โครงการที่ 1 ประมาณ 30 กว่าล้าน โครงการที่ 2 ประมาณ 15 ล้านบาท&amp;nbsp;ขณะนี้โครงการ 2 โครงการ เดินทางมาจะจบแล้ว ทำงานจนงวดสุดท้ายแต่ยังเบิกเงินไม่ได้สักบาท ไม่ทราบสาเหตุ ได้ชี้แจงว่ากำลังหารือกันอยู่ ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง&amp;nbsp;ก็เลยมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน&amp;nbsp;สภ.เมืองมุกดาหาร และอีกอย่างเงินประกันซอง ซึ่งปกติแล้วเซ็นสัญญาเสร็จแล้ว ทางราชการทาง อบจ. ต้องคืนค้ำประกันซองให้กับบริษัท ซึ่งบัดนี้ก็ยังไม่คืนเงินค้ำประกันซอง ล่วงเลยมาเป็นเวลานานแล้ว ทางบริษัทก็ได้ทำหนังสือสอบถามไปแล้ว ก็ยังไม่ได้คำตอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ดาบตำรวจ พร้อมพงษ์&amp;nbsp;มาพงษ์&amp;nbsp;รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า เมื่อประมาณเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บริษัทเอซีเอ็ม ดีเวลลอปเม้น จำกัด ได้ร้องเรียนว่า อบจ.จังหวัดมุกดาหาร ไม่ชำระค่าจ้างตามสัญญา และไม่คืนเงินประกันโครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายทาง มห.ถ.1 &amp;ndash; 0016 สายบ้านอนุรักษ์บำรุง ตำบลศรีบุญเรือง - บ้านโคกสูงน้อย ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ระยะทางยาว 5.70 กิโลเมตร ผิวจราจรกว้าง 6 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 1 เมตร ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เป็นจำนวนเงิน 30,220,000 บาท&amp;nbsp;ทางกรรมการได้ตรวจรับแล้ว เมื่อทางจังหวัดได้รับหนังสือได้เสนอท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้ทำหนังสือแจ้ง อบจ.แล้ว เนื่องจากว่าเป็นโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของ อบจ. ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้ดำเนินตามอำนาจหน้าที่ได้ตรวจสอบดังนี้ คือการจัดซื้อจัดจ้างทำตามกฏหมายหรือไม่ การส่งมอบงานเป็นไปตามระเบียนหรือไม่ ตรงนี้มีกฎหมายชัดเจนอยู่แล้วว่า ผู้ว่าจ้างทำถูกต้องเบิกค่าจ้างให้ ถ้าผู้รับจ้างไม่ผิดเงื่อนไข ถ้าผู้ว่าจ้างไม่ดำเนินการก็มีความผิดตามกฎหมาย ต้องว่าไปตามกระบวนการมีขั้นตอนชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งได้ส่งหนังสือไปตั้งแต่เดือนเมษายน รายละเอียดก็อยู่ที่ อบจ. ได้ส่งไปที่ อบจ. แล้ว ถ้าได้รับแล้วก็ให้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายของการจัดซื้อจัดจ้างต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105786</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดมุกดาหาร, มาตรา 157, ละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, สภ.เมืองมุกดาหาร, อบจ.มุกดาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0686f2fed5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2021 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2021 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลุงพล&#039; เชื่อแฟนคลับเพิ่มขึ้นเตรียมทำพิธีสู่ขวัญ &#039;แม่น้องชมพู่&#039; หวังได้ทนายช่วยสู้คดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังจากศาลจังหวัดมุกดาหาร พิจารณาให้ประกันตัว นายไชย์พล วิภา หรือลุงพล ผู้ต้องหาในคดีน้องชมพู่ประกันตัว ในวงเงินประกัน 180,000 บาท พร้อมข้อกำหนดเงื่อนไขห้ามผู้ต้องหาหลบหนีข่มขู่พยาน ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ก่อเหตุอันตรายประการอื่น ห้ามผู้ต้องหาเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาลแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และให้แต่งตั้งให้ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 บ้านกกตูม ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เป็นผู้กำกับดูแลผู้ต้องหาเพื่อให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดโดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดบรรยากาศที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร โดยวันนี้ยังคงมีสื่อมวลชนทุกแขวง และเหล่ายูทูบเบอร์ปักหลักติดตามทำข่าว และถ่ายทอดสดกันจำนวนมากเช่นเคย โดยเฉพาะบริเวณหน้าบ้านนายไชย์พล&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีเหล่าแฟนคลับของนายไชย์พลเดินทางมาให้กำลังใจกันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทั้งนี้หลังจากได้รับการประกันตัวออกมานายไชย์พล พร้อมด้วยนางสมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น ภรรยาได้พักผ่อนและใช้ชีวิตอย่างปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไชย์พล&amp;nbsp;กล่าวว่า หลังจากตนได้รับการประกันตัวมาเมื่อวานนี้ก็ดีใจ และพร้อมที่จะปฏิบัติตนตามที่เงื่อนไขข้อกำหนดของศาล และต้องไปรายงานตัวกับผู้ใหญ่บ้านกกตูม ขอขอบคุณที่ศาลท่านเมตตา ซึ่งตอนนี้ไม่อยากไปไหน อยากที่จะพักผ่อน ส่วนการที่ตนเองถูกออกหมายจับจะทำให้แฟนคลับลดน้อยลงหรือไม่นั้น ตนคาดว่าแฟนคลับน่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า&amp;nbsp;เพราะสังคมไทยนั้นเป็นอย่างนี้ หากมีอะไรที่อยากรู้ก็จะติดตาม ทั้งนี้หลังจากได้รับการประกันตัวทางครอบครัวและญาติจะทำพิธีสู่ขวัญผูกแขนในวันพรุ่งนี้ เพราะจะต้องจัดเตรียมข้าวของ&amp;nbsp;ส่วนเมื่อวานนั้นเป็นการรับขวัญเท่านั้น อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาตนเองก็ให้ความร่วมมือกับสื่อมาโดยตลอด แต่มาระยะหลังก็อยากมีเวลาส่วนตัวอยากพักผ่อนบ้าง ซึ่งต่อไปก็จะทำมาหากินโดยการทำเกษตร และสู้คดีต่อไป อย่างไรก็ตามอยากฝากถึงทุกคนที่ดูสื่อก็อยากให้ดูแบบรอบคอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น กล่าวว่า ตัวตนของเราที่ทำดีมาตลอดส่งผลให้เราได้รับโอกาสที่ดีต่อไป ที่ผ่านมายอมรับว่าคนที่เคยเจอเรื่องราวมามากมายก็มีบ้างที่ไม่สบายใจ ซึ่งก็ไม่หนักหนาเท่าจิตใจที่เข้มแข็งที่จะสู้กับมัน ซึ่งตอนนี้มีลูกคอยกำลังใจที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่บรรยากาศบ้านของนางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่น้องชมพู่ ซึ่งเมื่อวานนี้ได้ไปยื่นคำร้องต่อศาลคัดค้านประกันตัวนายไชย์พล โดยได้ระบุภายหลังจากศาลอนุญาตให้นายไชย์พลประกันตัวว่า&amp;nbsp;ต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากขึ้น&amp;nbsp;และยืนยันจะต่อสู้เพื่อลูกต่อไป&amp;nbsp;ซึ่งวันนี้นางสาวิตรี พร้อมครอบครัวก็ยังคงใช้ชีวิตตามปกติ โดยภายในบ้านและบริเวณรอบบ้านได้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อป้องกันและรักษาความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่น้องชมพู่ กล่าวว่า เคารพในคำตัดสินของศาล ซึ่งการต่อสู้คดีต่อไปนั้นก็จะต้องปรึกษาผู้ที่รู้กฎหมาย ซึ่งตนเองนั้นหากพูดแบบบ้านๆ คนบ้านนอกอย่างเรา&amp;nbsp;คงไม่มีชั้นเชิงในการต่อสู้อะไรมากมาย เราต้องมีทนายเก่งๆที่มาปกป้องเรา&amp;nbsp;ซึ่งยอมรับว่าทนายลุงพลเก่งมาก ตอนนี้มีความกังวลกับกระแสสังคม&amp;nbsp;เพราะบางกระแสมีการพูดถึงเรื่องเงินๆ ทองๆ ซื้อกันอะไรอย่างงั้นอย่างงี้ กังวลมากกลัวว่าสังคมจะตัดสินเรา&amp;nbsp;กล่าวหาเราเห็นแก่เงิน รับเงินนั้นนี่กับฝ่ายตรงข้ามหรืออย่างไร ยืนยันไม่ใช่ และไม่มีอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องความปลอดภัยนั้นขณะนี้มีความกังวลหนักกว่าเดิม เชื่อว่าตัวผู้ต้องหาเองนั้นจะไม่เข้ามาข่มขู่คุกคามเรา แต่กลัวฝ่ายตรงกันข้ามกับเราที่ไม่รู้ว่าเป็นใครจะเข้ามา เพราะไม่ทราบตัวตนว่าเป็นใคร&amp;nbsp;ดังนั้นตอนนี้หากไม่จำเป็นไม่อยากรับแขกที่ตนเองไม่รู้จักเลย อย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้ไม่ได้พูดอะไรกับลูก เพราะพูดไม่ออกและรู้สึกผิดหวัง แต่ยืนยันที่จะต่อสู้คดีเพื่อลูกอย่างถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวได้เข้าสอบถามนายลิขิต เชื้อคนแข็ง&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 บ้านกกตูม&amp;nbsp;ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ถึงแนวทางในการเป็นผู้กำกับดูแลลุงพลเพื่อให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด โดยนายลิขิต กล่าวว่า ทราบข่าวการที่ลุงพลได้รับการประกันตัวแล้ว แต่เบื้องต้นตนเองได้รับแจ้งทางโทรศัพท์เท่านั้นว่าจะต้องเป็นผู้กำกับดูแล แต่ยังไม่มีเอกสารมา จึงยังไม่ทราบรายละเอียดหรือขั้นตอนจะทำอย่างไร เพียงแต่รู้สึกแปลกใจ ซึ่งในวันนี้ก็ได้ร่วมกันประชุมกับคณะกรรมการหมู่บ้าน&amp;nbsp;เพื่อพูดคุยการถึงแนวทางการป้องกันโรคโควิด-19 อันดับแรก เพราะเกรงว่าจะมีผู้คนเดินทางมามากมายเหมือนบ้านกกกอกที่อยู่ใกล้กัน&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามส่วนตัวแล้วตนไม่อยากเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้เลย พูดตามตรง เพราะคดีนี้เป็นคดีดัง ที่ผ่านมาตนเองดูแลกำกับคดีเล็กๆน้อยๆเท่านั้น เช่นการคุมความประพฤติลูกบ้าน แต่หากเป็นคำสั่งของศาลตนเองก็พร้อมที่ทำหน้าที่ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105374</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีน้องชมพู่, จังหวัดมุกดาหาร, บ้านกกกอก, ป้าแต๋น, ลุงพล, ศาลจังหวัดมุกดาหาร, ไชย์พล วิภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210605/image_big_60bb7e36ed134.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 18:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 18:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลให้ประกันตัว &#039;ลุงพล&#039; พร้อมเงื่อนไขห้ามข่มขู่-ยุ่งเหยิงพยาน ตั้ง ผญบ.กำกับดูแล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.64 - ที่ศาลจังหวัดมุกดาหาร มีการพิจารณาคำขอปล่อยตัวชั่วคราวนายไชย์พล วิภา หรือ &amp;quot;ลุงพล&amp;quot; อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหาร ในความผิดฐาน พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาโดยปราศจากเหตุอันสมควร ,ทอดทิ้งเด็กอายุยังไม่เกินเก้าปีเพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตนโดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแลเป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตายและกระทำการใด ๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์คำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างสอบสวน คำร้องขอปล่อยชั่วคราวคำคัดค้านของพนักงานสอบสวน คำร้องขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวของผู้เสียหายและพยานหลักฐานของผู้คัดค้านแล้ว เห็นควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาระหว่างสอบสวน หากผิดสัญญาปรับ 180,000&amp;nbsp;บาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามผู้ต้องหาหลบหนีข่มขู่พยาน ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ก่อเหตุอันตรายประการอื่น ห้ามผู้ต้องหาเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาลแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และให้แต่งตั้งให้ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 บ้านกกตูมตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหารเป็นผู้กำกับดูแลผู้ต้องหาเพื่อให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดโดยเคร่งครัด หากผู้ต้องหาผิดข้อกำหนดเงื่อนไขศาลจะพิจารณาสั่งเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวหรือมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105281</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีน้องชมพู่, จังหวัดมุกดาหาร, ลุงพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba1447baaaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
