<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 17:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กโจ๊ก&#039; ลงพื้นที่ระยอง-พัทยา ตรวจเยี่ยมโครงการ สมาร์ท เซฟตี้โซน 4.0 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.64 -​ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษา (สบ 9) ตร. ลงพื้นที่ภาคตะวันออก ตรวจพื้นที่จังหวัดระยอง และเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ย่านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เร่งรัดการผลักดันโครงการ &amp;quot;Smart Safty Zone&amp;quot; ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ สืบเนื่องจาก ผบ.ตร.กำชับให้เร่งรัดพื้นที่นำร่อง 15 สถานีตำรวจ นำหลักการ SMART &amp;nbsp;SAFETY ZONE 4.0 ไปใช้ภายใต้ชื่อโครงการ &amp;quot;ระยอง สมาร์ท เซฟตี้โซน&amp;quot; และ &amp;quot;จอมเทียน พัทยา สมาร์ท เซฟตี้โซน&amp;quot; ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนารูปแบบวิธีการป้องกันอาชญากรรม แบบบูรณาการทุกภาคส่วน โดยใช้นวัตกรรมที่ทันสมัย และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางตามแนวคิดเรื่อง &amp;ldquo;เมืองอัจฉริยะ&amp;rdquo; นำไปสู่ความปลอดภัยจากอาชญากรรม อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสาเหตุที่เลือก เมืองระยอง และเมืองพัทยา เป็นพื้นทีนำร่องนั้น เนื่องจากเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ เป็นการเรียกความเชื่อมั่นให้กับคนไทยและชาวต่างชาติที่อยู่อาศัยและมาท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ อาทิ&amp;nbsp; 1. การติดตั้งกล้องวิเคราะห์ทะเบียนรถ กว่า 300 จุด&amp;nbsp; 2. จัดตั้งศูนย์ควบคุมสั่งการ (Control Command Operations Center : CCOC ) ซึ่งเชื่อมกล้อง CCTV ของภาครัฐ และเอกชน เข้ามายังห้องปฏิบัติการ โดยใช้ระบบ AI ในการวิเคราะห์ประมวลผล
4. ใช้ Police 4.0 &amp;nbsp;หรือ ตู้แดง 4.0&amp;nbsp;5. ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม เช่น เพิ่มแสงสว่างในเส้นทางเปลี่ยว หรือ เพิ่มกล้องวงจรปิดในซอยที่มีคนเดิน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า โครงการสมาทเซฟตี้โซน เป็นโครงการที่ท่าน ผบ.ตร.ได้ริเริ่มไว้ เป็นการทำงานที่นำรูปแบบใหม่ของตร. คือ การป้องกันอาชญากรรมในเชิงรุก เป็นการทำงานที่ประหยัดงบประมาณและตรงความต้องการของประชาชน เมื่อเหตุไม่เกิดความเสียหายก็ไม่เกิด ปัญหาสังคมก็จะลดลง เมื่อก่อนเรายังไม่มีเทคโนโลยี ตอนนี้เรานำเทคโนโลยีมาใช้ให้เป็นเมืองอัจฉริยะ ซึ่งเรื่องนี้ต้องได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ภาคประชาชน และองค์กรเอกชน &amp;nbsp;และหลัง 1 ต.ต. นี้ท่าน ผบ.ตร จะเพิ่มพื้นที่เป็น 1 จังหวัด 1 สมาร์ท เซฟตี้โซน โดยจะเน้นการให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้มาก เขาจะได้รู้สึกว่าได้อะไรจากโครงการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116809</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดระยอง, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_6141c3e6df567.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสก. 3 จ.ระยอง ขยายผลปลูกอ้อยโรงงานแบบลดต้นทุนสู่ ศพก. และเกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายปิยะ สมัครพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง (สสก. 3 จ.ระยอง ) เปิดเผยว่าศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp; ( ศพก. ) ต.วัดสุวรรณ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี&amp;nbsp; โดยมี นายดิเรก แซ่ฮ้อ อายุ 38 ปี เป็นผู้จัดการศูนย์ฯ เกษตรกรผลิตอ้อยโรงงานรวมพื้นที่ 1,567 ไร่ เกษตรกร 50 ราย โดยส่งโรงงานแปรรูปผลิตเป็นน้ำตาลทราย เพื่อส่งออกและบริโภคภายในประเทศ ที่ผ่านมาเกษตรกรมีปัญหาพันธุ์อ้อยที่ต้านทานโรคต่ำ ดินไม่สมบูรณ์ ปัจจัยการผลิตราคาสูง ปุ๋ยเคมีสารเคมีราคาแพง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp; กรมส่งเสริมการเกษตรจึงร่วมกับหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หาแนวทางแก้ไขให้ลดต้นทุนการผลิตให้ได้ไร่ละ 2,364 บาท จากไร่ละ 13,768 บาท&amp;nbsp; และใช้ ศพก. อ.บ่อทอง ถ่ายทอดสู่เกษตรกร&amp;nbsp; เช่น ผลิตปุ๋ยเอง และใช้รถตัดอ้อยเป็นต้น โดยสำนักงานเกษตร อ.บ่อทอง สำนักงานเกษตร จ.ชลบุรี และ สสก. 3 จ.ระยอง สนับสนุนความรู้การเกษตรสมัยใหม่ให้ ตั้งแต่ฝึกอบรมแนวทางการฟื้นฟูดิน การตรวจวิเคราะห์ดิน การใช้ปุ๋ยและวัสดุปรับปรุงดิน การวางแผนการผลิต และนำเกษตรกรศึกษาดูงาน &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้งนี้จะอยู่ใต้หลักคิด หากลดต้นทุนต่ำลงได้ก็จะเพิ่มกำไรให้กับเกษตรกรได้มากขึ้น&amp;nbsp; จึงเป็นที่มาของการใช้ต้นทุนที่ประหยัด คุ้มค่าและได้ประโยชน์สูงสุด โดยเริ่มจากผลิตปุ๋ยคอกใช้ในไร่ เลี้ยงไก่ไข่ และไก่เนื้อ&amp;nbsp; นำมูลมาเป็นปุ๋ยบำรุงดิน &amp;nbsp;ซึ่งมูลไก่เนื้อเหมาะกับมันสำปะหลังและอ้อย เพราะมีไนโตรเจนมาก&amp;nbsp; และผลิตปุ๋ยใช้เองแล้ว การใช้เทคโนโลยีก็ลดต้นทุนได้ด้วย&amp;nbsp; เช่น ใช้ต้นพันธุ์ที่เหมาะสม การใช้เครื่องจักรกลทางช่วยให้ได้งานเพิ่ม ลดเวลาทำงานทำให้ลดแรงงานในช่วงฤดูกาลผลิตได้&amp;rdquo; นายปิยะ สมัครพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ผอ. สสก. 3 จ.ระยอง เปิดเผยเพิ่มเติมว่าใช้รถตัดอ้อยแทนแรงงานคนจะลดต้นทุนได้ &amp;nbsp;28%&amp;nbsp; ลดการบรรทุกได้ 13% ต่อผลผลิต 1 ตัน ส่วนการใช้เครื่องจักรจะยึดหลัก Utilization Rate คือ การใช้เต็มประสิทธิภาพด้วยการรวมกลุ่มเพื่อแชร์เครื่องจักรกัน จะลดค่าซ่อมบำรุง และการใช้เครื่องตัดใบอ้อยจะเพิ่มอินทรียวัตถุในดินใบอ้อยนำมาทำปุ๋ยหมัก เป็นการเพิ่มรายได้จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;สสก.3 จ.ระยอง ได้นำวิธีปฏิบัติการใช้เทคโนโลยีการผลิตของนายดิเรก แซ่ฮ้อ เกษตรกรต้นแบบ ผู้จัดการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี ขยายผลสู่เกษตรกรรายอื่นๆ ในภาคตะวันออก เพื่อให้เกษตรกรได้นำวิธีการผลิตนี้ไปปรับใช้ตามความเหมาะสม &amp;nbsp;ด้านเจ้าหน้าที่ได้นำไปขยายผลสู่เกษตรกรตลอดถึง ศพก. อื่นๆ&amp;nbsp; เพื่อให้เป็นแหล่งสร้างนวัตกรรมบ่มเพาะเกษตรกรและให้บริการด้านการเกษตรเพื่อยกระดับเกษตรกร
สู่ผู้ประกอบการและชุมชนเกษตรสู่ความยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ที่ได้ตั้งไว้ ต่อไป&amp;rdquo; ผู้อำนวยการ สสก. 3 จ.ระยอง กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110406</URL_LINK>
                <HASHTAG>Utilization Rate, กรมส่งเสริมการเกษตร, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, จังหวัดระยอง, นายดิเรก แซ่ฮ้อ, นายปิยะ สมัครพงศ์, น้ำตาลทราย, ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.), สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f649ae60800.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 20:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2021 07:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อุบัติภัย&quot;กิ่งแก้ว&quot;บทเรียนสำคัญ วิชาเกิน&quot;ทรงพลัง&quot;กว่าวิชาการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีโรงงานเม็ดพลาสติก บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด ในซอยกิ่งแก้ว 21 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp;เกิดระเบิดและไฟไหม้อย่างรุนแรง ซึ่งโรงงานแห่งนี้มีการใช้สารสไตรีน โมโนเมอร์&amp;nbsp;(Styrene monomer)&amp;nbsp;และเพนเทน&amp;nbsp;(Pentane)&amp;nbsp;ในกระบวนการผลิตเม็ดโฟมและเม็ดพลาสติก&amp;nbsp;ซึ่งนับได้ว่าเป็นอุบัติภัยสำคัญครั้งรุนแรงที่สุด ด้วยประเด็นปัญหาการรั่วไหลของสารเคมี และการแพร่กระจายไปในอากาศ สร้างความตระหนกแตกตื่นตกใจในบริเวณรอบโรงงานและประชาชนผู้อยู่อาศัยในแถบบริเวณดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถือเป็นความโชคดีที่มีบริษัทในเครือของ ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ส่งทีมงาน &amp;nbsp;ศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด หรือ NPC S&amp;amp;E ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เข้าไปดำเนินการช่วยเหลือ ส่งหน่วยฉุกเฉินที่มีความชำนาญด้านการบรรเทาอุบัติภัยเกี่ยวกับการบริหารจัดการสารเคมีในครั้งนี้ได้อย่างทันท่วงที และเป็นระบบตามมาตรฐานสากล จากการประสานงานของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เหตุการณ์ร้ายที่สงบลง กลับยังมีปัญหาควันคุกรุ่นอยู่ในสังคมไทย โดยเฉพาะในโลกโซเชียล ที่ส่งต่อสร้างความสับสน ปั่นป่วน อันเกี่ยวกับผลกระทบในเหตุการณ์นี้ จนกลายเป็นความหวาดกลัว สร้างความเครียด วิตก จนส่งผลในการดำรงชีวิตของผู้คนในย่านดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อิทธิพลของ &amp;quot;สื่อพลเมือง&amp;quot; ในสังคมออนไลน์ ไม่ยอมปล่อยให้ &amp;quot;ควันดำ&amp;quot; จากกรณีนี้หายไปตามธรรมชาติที่ควรจะเป็น และตามหลักของวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำมาอธิบายเหตุผลได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อกรณีนี้ดังกล่าว คนรู้จริงมีคำอธิบายที่สังคมไทยควรจะนำไปพิจารณา นายณัฐธัญ ละอองทอง ผู้จัดการส่วนบริหารภาวะฉุกเฉิน บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด หรือ &amp;nbsp;NPC S&amp;amp;E &amp;nbsp; กล่าวว่า หลังจากควบคุมเพลิงได้แล้วก็คืนพื้นที่ให้กับเจ้าของพื้นที่ พร้อมทั้งได้แนะนำแนวทางการใช้อุปกรณ์กับท้องที่ ก่อนที่บริษัทจะถอยตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในความเห็นส่วนตัวนั้น &amp;nbsp;จากกรณีที่เกิดขึ้น ทำให้เห็นว่างานบรรเทาสาธารณภัยในประเทศไทย ปัจจุบันยังมีปัญหาอยู่มาก โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ยังเดิมๆ เก่าๆ ยกตัวอย่าง เช่น กรณีที่ไฟไหม้หมิงตี้เคมีคอลนั้น สายฉีดที่มีขนาด 2.5 นิ้วนั้นไม่พอดีกับงานต้องใช้ขนาด 6 นิ้วจึงเหมาะสม น้ำน้อยก็ต้องไฟน้อย ไฟเยอะก็ต้องน้ำเยอะ เราต้องปรับเปลี่ยนนวัตกรรมให้เกิดความสมดุล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนกรณีที่มีการพูดถึงอันตรายที่เกิดขึ้นจากสารเคมีนั้น นายณัฐธัญ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้มีนักวิชาการเยอะมากที่ออกมาให้ข้อมูลของสารเคมีต่างๆ แต่พบว่าข้อมูลที่ได้มาจากนักวิชาการเป็นข้อมูลที่ล่องลอย นักวิชาการส่วนใหญ่คาดการณ์ และการประมาณการโดยใช้อัลกอริทึม (Algorithm) ของโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาคิด ปกติสิ่งเหล่านี้ต้องใช้ให้ถูกกรณี ไม่ใช่มาใช้กับกรณีฉุกเฉินเหมือนแบบนี้ เพราะใช้แล้วชาวบ้านตื่นตกใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ในพื้นที่จริงนั้นมีเครื่องมือวัด อันนี้คือผู้เชี่ยวชาญต้องเชื่อเครืองมือวัด ไม่ใช่เชื่อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งกรมควบคุมเอาเครื่องมือมาตรวจวัดทุกอย่าง ทุกทิศทาง ชาวบ้านไม่มีผล เพราะในพื้นที่ขณะนี้มีความเข้มข้นของสไตรีน ณ จุดเกิดเหตุอยู่ที่ 4-8PPM ดังนั้นถ้าจุดเกิดเหตุมีแค่นี้ ไปใช้โปรแกรมกลายเป็นไกล หรือ 5กิโลเมตร 10 กิโลเมตร มีค่าเพิ่มเป็นพันเลย ไม่ได้แสดงว่าใช้ผิด&amp;quot; นายณัฐธัญ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐธัญ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีการพูดว่าน้ำกินไม่ได้มีสารตกค้างนั้น ขอแนะนำว่า การรับข้อมูลข่าวสารกับการดำเนินชีวิตต้องแยกออกจากกัน ต้องยอมรับว่าโซเชียลนั้นเร็วมาก และคนก็เชื่อมากว่ามีความเสี่ยง และไม่รู้จะเชื่อข่าวจากแหล่งไหน เพราะเต็มไปหมด กลายเป็นความสับสน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดังนั้น สิ่งสำคัญคือต้องรับฟังข่าวสารข้อมูลจากผู้รับผิดชอบเท่านั้น &amp;nbsp; ซึ่งทางจังหวัดได้ตั้งศูนย์ข้อมูลสำหรับให้ความรู้กับประชาชนในด้านนี้โดยตรงเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนที่มีการพูดกันเยอะว่าผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งทางดิน ทางน้ำ ทางอากาศ โดยเฉพาะทางอากาศ ที่บอกว่าผลกระทบตอนนี้ค่าความเข้มข้นของสไตรีนอันตรายเป็นสารก่อมะเร็ง เขาก็พูดกว้างๆ &amp;nbsp;ถ้าลงลึกจริงๆ คำว่าก่อมะเร็งมันมีปัจจัยอีกมากมาย ทั้งระยะเวลา ความถี่ แต่เมื่อนักวิชาการพูดกว้างๆ เขาต้องการเอาแค่ว่าพาดหัวข่าวอย่างเดียว &amp;nbsp;ประชาชนต้องมีความรู้ความเข้าใจในส่วนนี้ด้วย ถ้าตื่นตระหนกเกินไป จะส่งผลเสียมากกว่า ดังนั้นจึงแนะน้ำให้ฟังที่ศูนย์กลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนกรณีที่บอกว่าจะทำให้กินน้ำไม่ได้นั้น ก็ต้องถามข้อมูลกับผู้เกี่ยวข้อง และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องลงพื้นที่วัดค่าน้ำ ค่าดิน และเอามากระจายข่าวสารให้ประชาชนรับทราบอย่างเปิดเผยและรวดเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ถ้ามองปัญหาคือปัญหาภาครัฐ ที่ต้องเร่งควบคุมและประสานงานกระจายข่าวส่วนนี้ไปอย่างรวดเร็ว ไม่อย่างนั้นประชาชนจะตื่นตกใจ สู้โซเชียลไม่ได้ จริงๆ ไม่ได้มีผลกระทบขนาดนั้น หรือแม้แต่ว่าตอนนี้มีการพูดกันว่าเราได้รับ PM10 สูง คือฝุ่นสุมควัน ตอนนี้มันหมดไปแล้ว ซึ่งค่า PM10 กรมควบคุมมลพิษมีการวัดค่าแบบเรียลไทม์ติดตั้งไว้ 3 จุด บอกได้ว่าแต่ละพื้นที่มีค่าเท่าไหร่ ไม่เกี่ยวกับอะไรเกิดขึ้น เป็นข้อเท็จจริง ถ้าไปฟังคนที่ให้ข้อมูลที่ผิดพลาด ก็ทำให้ชาวบ้านตกใจ และเอามาเชื่อมโยงกับความเป็นพิษ ดังนั้นขอย้ำว่าต้องเชื่อฟังเครื่องมือวัดที่มีการติดตั้งในท้องถิ่นโดยตรง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;สารสไตรีนหนักกว่าอากาศ อยู่ในอากาศประมาณ 7-8 ชั่วโมงก็สลายตัว &amp;nbsp;แม้ว่าจะมีความอันตราย แต่ก็มีคุณสมบัติบางอย่างที่สามารถดูแลควบคุมได้ ดังนั้นการให้ข้อมูลทางวิชาการ และต้องยึดกับเครื่องมือวัด ปกติสสารทุกอย่างจะมีขีดจำกัดในการรับสารหรือสัมผัสได้ เรียกว่าค่าความปลอดภัยในการสัมผัสสาร เหมือนน้ำตาล ถ้ากินเยอะก็อันตราย แต่ถ้าไม่เยอะก็ไม่อันตราย สารทุกตัวจะมีเกณฑ์ของค่าความปลอดภัยที่สัมผัสได้ สำหรับสไตรีนนั้น มาตรฐานสากลมนุษย์จะรับได้ที่ 100 PPM แต่ที่วัดได้ในพื้นที่ &amp;nbsp;8PPM ซึ่งต่ำกว่าค่ามาตรฐาน ไม่ถึงค่าอันตราย และในจุดที่เกิดเหตุนั้น ถ้าสามารถควบคุมเพลิงได้ก็หมด หรือปะทุเล็กน้อยก็มีความเข้มข้นน้อย&amp;quot; นายณัฐธัญ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายณัฐธัญ กล่าวย้ำว่า เวลาที่นักวิชาการจะให้ข้อมูล ควรบอกให้ชัดเจนว่าค่าการทดสอบตามมาตรฐานสากลให้ประชาชนรับทราบไปด้วย ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ในส่วนนี้รับแต่ฝ่ายเดียวก็เกิดแพนิก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108992</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดระยอง, นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด, บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด หรือ NPC S&amp;E, บางพลี, พีทีที โกลบอล เคมิคอล, ศูนย์ควบคุมภาวะฉุกเฉิน, สมุทรปราการ, หมิงตี้เคมีคอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e5a4dc7d121.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โควิดทุบกำลังซื้ออสังหาอีอีซี  ชี้หมดยุคทองแนะน้องใหม่พิจารณาก่อนลงทุน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงที่ผ่านมาพื้นที่อีอีซีเข้ามามีบทบาทความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยิ่ง โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรีถือว่ามีบทบาทความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากหากพิจารณาจากการขอใบอนุญาตจัดสรร พบว่ามีจำนวนโครงการคิดเป็น 8.3% ของประเทศ มีจำนวนหน่วยประมาณ 6.8% ของประเทศมีการขอใบอนุญาตปลูกสร้างแนวราบ พื้นที่เท่ากับ 5.3% ของประเทศ มีจำนวนหน่วยประมาณ 5.7% ของประเทศ ขณะเดียวกันยังมีจำนวนการขอใบอนุญาตปลูกสร้างอาคารชุดพื้นที่เท่ากับ 7.1% ของประเทศอีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้อีอีซีจะเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ดึงเม็ดเงินการลงทุนมหาศาล แต่สำหรับผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่จะเข้ามาในภูมิภาคแห่งนี้ ก็ดูเหมือนจะไม่ง่ายเลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์&amp;nbsp;กล่าวว่า ทิศทางตลาดปี 2564 คาดการณ์ว่าตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดชลบุรียังคงมีภาวะชะลอตัวต่อเนื่องจากปี 2563 ผลจากโควิด-19 ช่วงครึ่งแรกของปี 2564 ได้ทำให้ตลาดทั้งปี 2564 มีภาวะชะลอตัวเช่นเดียวกับปี 2563 ประมาณการหน่วยเปิดขายใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก&amp;nbsp;2564 จะสูงกว่าครึ่งปีแรกของปี&amp;nbsp;2563 ประมาณ 15.0% ส่วนครึ่งปีหลังคาดว่าหน่วยขายได้ใหม่จะลดลง -20.4% จากปี&amp;nbsp;2563 โดย 2564 จะมีหน่วยเปิดขายใหม่ จำนวน 9,348 หน่วย มูลค่า 36,037 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ตลาดยังคงมีการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ภาพรวมของตลาดก็ยังอยู่ในช่วงชะลอตัว โดยหน่วยเปิดขายใหม่รวมปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;คาดว่าจะมีจำนวน&amp;nbsp;1,233&amp;nbsp;หน่วย ลดลง&amp;nbsp;7.4%&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;3,665&amp;nbsp;ล้านบาท ลดลง&amp;nbsp;0.2%&amp;nbsp;คาดว่าหน่วยขายได้รวมปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จะมี&amp;nbsp;1,961&amp;nbsp;หน่วย ลดลง&amp;nbsp;15.1%&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;5,344&amp;nbsp;ล้านบาท ลดลง&amp;nbsp;20.3%&amp;nbsp;หน่วยเหลือขาย ณ สิ้นปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จะมีประมาณ&amp;nbsp;6,174&amp;nbsp;หน่วย เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;15.1%&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;17,201&amp;nbsp;ลบ. เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;8.7%&amp;nbsp;ในขณะที่การโอนกรรมสิทธิ์รวมปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีประมาณ&amp;nbsp;3,762&amp;nbsp;หน่วย ลดลง&amp;nbsp;7.2%&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;7,838&amp;nbsp;ล้านบาท ลดลง&amp;nbsp;3.6%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;แม้ว่าตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่อีอีซีในเขต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัด มีการปรับลดลงของอุปทานอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยกำลังซื้อที่ลดลงอย่างมาก ส่งผลให้อัตราดูดซับโดยรวมลดลงเช่นเดียวกัน สถานการณ์โดยรวมจึงยังคงอยู่ในช่วงชะลอตัว การลงทุนพัฒนาโครงการใหม่จึงต้องใช้ข้อมูลประกอบการพิจารณาในเชิงลึก เพราะในบางประเภท บางกลุ่มราคา อัตราดูดซับยังคงดีอยู่&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายวิชัยกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ชลบุรีหมดยุคทอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมีศักดิ์ ชุนหรักษ์โชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลฟ แอนด์ ลีฟวิ่ง จำกัด&amp;nbsp;นายกสมาคมอสังหาฯ ชลบุรี กล่าวว่า จากปัจจัยลบหลายอย่างในช่วงนี้ และไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร โดยการเกิดคลัสเตอร์แคมป์ก่อสร้างแน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ เหมือนเป็นการซ้ำเติมเข้าไปอีก เพราะในช่วงที่ผ่านมาก็มีราคาเหล็กที่ค่อนข้างสูง หรือเรียกได้ว่าแพงในรอบสองทศวรรษก็ว่าได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมธุรกิจอสังหาฯในอีอีซีก็เริ่มชะลอตัวหลังจากหมดมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯ บวกกับมีโควิดเข้ามายิ่งกระทบได้อย่างชัดเจน แต่หากมองสถานการณ์ระยะไกลหรือประมาณปีหน้า หากดีขึ้นก็คงจะมีกลุ่มที่ได้รับผลชัดเจน โดยเฉพาะตลาดจีนที่กำลังเติบโตมาก ผู้ประกอบการก็คงคาดหวังจะให้เกิดขึ้น แต่แน่นอนว่าปัจจัยรวมยังเป็นห่วงเรื่องสถานการณ์โควิดที่ไม่รู้จะจบเมื่อไหร่มากกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากถามว่าการลงทุนอสังหาฯ ในภูมิภาคนี้ยังน่าสนใจไหม ยอมรับว่าบริษัทในตลาดหลักทรัพย์เคยมาพัฒนาในพื้นที่ชลบุรี แต่เข้ามาทำและกลับไปหลายราย แม้กระทั่งรายที่เป็นซูเปอร์บิ๊กเข้ามาแล้วก็ไป ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้กำลังซื้อน่าจะหดหาย แต่ถ้าจะลงทุนก็จะต้องยอมรับว่าต้องต่อสู้กับคู่แข่ง มันก็ขึ้นอยู่กับตัวสินค้าและเรื่องราคา เพราะในช่วงเวลาแบบนี้ลูกค้าคงเลือกดูที่ราคาเป็นหลักในการเปรียบเทียบ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องทำเลเป็นเรื่องของราคาที่ดิน โดยที่ผ่านมานั้นในพื้นที่ของอีอีซีมีราคาที่ปรับสูงขึ้นมาก เพราะว่าจากกระแสที่จะมีโครงการ ทำให้คนซื้อที่ไว้เก็งกำไรรอตลาดดีขึ้น แต่ที่ผ่านมาตลาดไม่ดีขึ้น ซึ่งที่ดินอยู่ในมือนายทุน แน่นอนว่าก็ต้องได้ราคาสูง เพราะบางรายซื้อเก็บไว้ในราคาที่สูงอยู่แล้ว ดังนั้นการซื้อที่ดินเก็บไว้เพื่อรอลงทุนในจังหวะที่คนมีกำลังซื้อ จึงไม่ค่อยสมเหตุผลแล้วในตอนนี้ เช่น คนมีกำลังซื้อทาวน์โฮมผ่อน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาทต่อเดือน ราคาก็ควรอยู่ที่ล้านต้นๆ แต่ปัจจุบันนี้ทำไม่ได้ เพราะราคาที่ดินสูงขึ้นหลายเท่าตัว จนไม่สามารถทำสินค้ารองรับผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ได้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านรูปแบบของสินค้าก็มีการปรับรูปแบบโครงการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ต้องศึกษารูปแบบสินค้ากันให้ละเอียด แต่เรื่องต้นทุนการก่อสร้างถือเป็นตัวชี้วัด แม้ต้นทุนการก่อสร้างผู้ประกอบการจะใกล้เคียงกัน เพราะใช้ปัจจัยคล้ายกัน แต่ถ้าอยากได้ต้นทุนต่างจากคู่แข่ง ปัจจัยที่ใช้ก็ต้องไม่เหมือนกัน อย่างของบริษัทไม่ใช้ผู้รับเหมารายอื่นเลย และเลือกที่จะทำเองหมด พยายามประหยัดต้นทุนเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด รูปลักษณ์ดีที่สุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนตัวมองว่าในชลบุรี หมดยุคทองของอสังหาริมทรัพย์แล้ว ถ้าเกิดภาวะแบบนี้ไปเรื่อยๆ คิดว่าความยากลำบากของยอดขายคงมีการชะลอตัวในภาพรวมทั้งหมด ซึ่งไม่ดีแน่นอน แต่ก็ยังมีบางรายที่เป็นรายใหม่ไม่เคยมาลงทุนในพื้นที่ ก็มีเข้ามาเหมือนกัน แต่ก็ต้องกลับไป&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายมีศักดิ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กำลังซื้อชะลอตัว&amp;nbsp;
สำหรับทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดระยอง ปี 2564 คาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งปีแรกโครงการเปิดขายใหม่จะมีจำนวนหน่วยต่ำกว่าครึ่งปีแรกของปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ประมาณลบ 12.5% ส่วนครึ่งปีหลังของปีนี้ น่าจะมีแนวโน้มจะดีกว่าปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;โดยเพิ่มขึ้น 65.4% รวมคาดว่าจะมีหน่วยเปิดใหม่ ปี 2564 จำนวน 4,719 หน่วย เพิ่มขึ้น 15.3% มูลค่า 12,272 ล้าน เพิ่มขึ้น 26.7%&amp;nbsp;ในด้านการขายคาดว่าจะมีหน่วยขายได้ใหม่ในครึ่งปี&amp;nbsp;2564 ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาหรือติดลบประมาณ 21.6%&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนครึ่งปีหลังยังคงลดลงต่อเนื่องจากปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ที่ติดลบ 9.1% ส่งผลให้หน่วยขายได้รวมปี 2564 จะมีประมาณ 5,300 หน่วย มูลค่า 12,211 ล้านบาท ลดลง 15.4% และ มูลค่าลดลง 22.8% โดยจำมีหน่วยเหลือขาย ณ สิ้นปี 2564 ประมาณ 16,751 หน่วย ลดลง 0.1% มูลค่า 40,513 ล้านบาท ลดลง 3.9% ขณะที่อุปสงค์การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยรวมปี 2564 จะมีประมาณ 10,429 หน่วย ลดลง 13.3% มูลค่า 20,068 ล้านบาท ลดลง 17.6%&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเปรมสรณ์ ศรีวิบูลย์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีพี เรียลเอสเตท พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลล็อปเม้นท์&amp;nbsp;จำกัด กล่าวว่า การแพร่ระบาดในระลอก 3&amp;nbsp;ทำให้อารมณ์การจับจ่ายค่อนข้างน้อย แต่ในเดือนเมษายน-พฤษภาคม อาจจะมีสัญญาณเริ่มกลับมาบ้าง โดยจังหวัดระยองที่เป็นเมืองอุตสาหกรรม จะเห็นได้ว่าลูกค้ากลุ่มโรงงานหายไป เนื่องจากโรงงานขนาดใหญ่บางแห่งได้ให้พนักงานมีการกักตัว ก็จะมีการจัดห้องและโรงแรมให้ เพื่อให้สามารถไปกลับแค่ที่พักและโรงงานเท่านั้น ส่งผลกระทบต่อยอดขายในบางเซ็กเมนต์แน่นอน แต่สิ่งที่หนักก็คงจะเป็นยอดอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะธนาคารรัฐ ตอนนี้พาณิชย์กลายเป็นแบงก์ที่อนุมัติง่ายกว่ารัฐ ทำให้เป็นคำถามตัวใหญ่เลยว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปบ้าง ขณะเดียวกันยังมีบางโครงการขายดี เร่งการก่อสร้าง แล้วเจอพนักงานแคมป์ติดโควิด ก็ต้องกักตัวกันหมดอีกด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สถานการณ์ในระยองช่วง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมาจากผลกระทบของ&amp;nbsp;LTV&amp;nbsp;และการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้ผู้ประกอบการที่เข้ามาลงทุนกลับไปหลายรายเช่นกัน ซึ่งหมดยุคทองของอสังหาฯ ในอีอีซีแล้ว เพราะปัจจุบันผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ทำให้การแข่งขันยากอยู่แล้ว หากมีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาในพื้นที่ถือว่าเป็นเรื่องดี และยินดีต้อนรับให้เข้ามา แต่ที่กลัวและกังวลคือการเข้ามาในพื้นที่แล้วลงทุนผิดวัตถุประสงค์ รูปแบบสินค้าผิด จึงอยากให้ผู้ประกอบการที่จะเข้ามาศึกษาทำเลและรูปแบบของสินค้าที่จะนำมาลงทุนอย่างละเอียด แน่นอนว่ารูปแบบของสินค้าสามารถลอกเลียนกันได้ แต่อย่าลืมว่าเทรนด์ต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ยิ่งเกิดสถานการณ์โควิดก็ทำให้ใช้ชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ซึ่งบางโครงการต้องนำมาออกแบบใหม่ให้สอดรับกับความต้องการและตามทันสถานการณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แนะลงทุนหลังไฮสปีดเสร็จ
สำหรับสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดฉะเชิงเทรา ครึ่งหลังปี 2563 มีจำนวนโครงการใหม่เพิ่มขึ้นเพียง 735 หน่วย คิดเป็น 1.4% ของประเทศ ส่งผลให้หน่วยที่อยู่อาศัยเสนอขายมีจำนวนทั้งสิ้น 6,164 หน่วย คิดเป็น 1.8% ของประเทศ รวมมีที่อยู่อาศัยเหลือขายในตลาด 5,362 หน่วย และมีการโอนกรรมสิทธิ์ 2,014 หน่วย&amp;nbsp;คิดเป็น 1.1% ของประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ ปิ่นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วัชราดล จำกัด&amp;nbsp;กล่าวว่า ปัญหาเดียวกันที่นักพัฒนาอสังหาฯ พบคือ เมื่อมีอีอีซีเข้ามาราคาที่ดินปรับขึ้นสูงมาก เชื่อว่าบริษัทมหาชนที่มาจากกรุงเทพฯ ก็มาซื้อที่ดินเก็บไว้แล้วทำกำไรนั้น เมื่อขายจริงแล้วแทบจะไม่เหลือกำไรเลย เพราะว่ามูลค่าที่ดินค่อนข้างสูงมาก เช่น บางบริษัทเข้ามาทำทาวน์เฮาส์ขาย 16 ตารางวา และ18 ตารางวา ในราคา 2 ล้านกว่า ซึ่งสะท้อนกับกำลังซื้อที่มีในตลาด จึงเกิดปัญหาเดียวกันกับจังหวัดอื่นในพื้นที่อีอีซี เมื่อคำนวณค่าที่ดิน ค่าก่อสร้างแล้ว ก็ต้องขายราคาตามตลาดที่วางไว้ ยอดขายจึงชะลอตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพื้นที่ส่วนไหนของฉะเชิงเทราที่น่าสนใจ คงเป็นพื้นที่บางปะกง ซึ่งก็ยินดีต้อนรับนักลงทุนทุกราย แม้ว่าการลงทุนในช่วงนี้จะค่อนข้างยาก ซึ่งในต่างจังหวัดยากกว่าในกรุงเทพฯ ด้วยผู้บริโภคในกรุงเทพฯ ค่อนข้างกว้างมาก มีกำลังซื้อที่ดีกว่า ดังนั้นถ้ารอได้น่าจะรอช่วงที่รถไฟความเร็วสูงมาแล้ว ก็น่าจะได้เห็นภาพการลงทุนที่ต่างไปจากตอนนี้ เพราะบางปะกงเป็นทางผ่านจากกรุงเทพฯ ไปอีสเทิร์นซีบอร์ด.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108685</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชลบุรี, จังหวัดระยอง, บริษัท ไลฟ แอนด์ ลีฟวิ่ง จำกัด, มีศักดิ์ ชุนหรักษ์โชติ, วิชัย วิรัตกพันธ์, ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e2c7b725cfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสก.3 ระยอง จับมือศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จ.ระยอง ผลิตต้นพันธุ์ทุเรียนหมอนทองพันธุ์ดีมีมาตรฐานกระจายสู่เกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายปิยะ สมัครพงศ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง เปิดเผยว่า สสก.3 ระยอง ได้ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดระยอง&amp;nbsp; ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง มีหน้าที่ในการผลิตและขยายพืชพันธุ์ดีสำหรับให้บริการแก่เกษตรกร ดำเนินโครงการผลิตขยายและส่งเสริมการใช้ต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ซึ่งศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดระยองมีความพร้อมทั้งบุคลากร และสถานที่ ในการผลิตต้นพันธุ์ทุเรียนหมอนทองพันธุ์ดีมีมาตรฐานกระจายให้แก่สมาชิกของสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก และเกษตรกรทั่วไปโดยจะจำหน่ายให้ในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้เกษตรกรนำไปปลูกทดแทนต้นที่มีอายุมากให้ผลผลิตน้อยคุณภาพต่ำ และพื้นที่เพิ่มใหม่ โดยในปี 2564 ได้ดำเนินการผลิตต้นพันธุ์ทุเรียนหมอนทอง จำนวน 2,000 ต้น ที่พร้อมจำหน่ายให้เกษตรกร &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo; สสก.3 ระยอง ยังได้ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดระยอง&amp;nbsp; จัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มทักษะความรู้ในการขยายกิ่งพันธุ์ทุเรียนให้ได้มาตรฐาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียน ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออก จะมีการบรรยายให้ความรู้และฝึกปฏิบัติในกระบวนการผลิตพันธุ์ทุเรียนเพื่อการค้าด้วยวิธีการต่อกิ่งแบบเสียบลิ่ม ที่สามารถทำได้รวดเร็วและได้ครั้งละจำนวนมาก ให้กับเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ สมาชิกสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก และเกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกทุเรียน&amp;nbsp; จะทำให้เกษตรกรมีความรู้ความสามารถนำไปต่อยอดในการปลูกทุเรียนในพื้นที่ของตนเองต่อไป&amp;rdquo; นายปิยะ สมัครพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ผู้อำนวยการ&amp;nbsp; สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง เปิดเผยเพิ่มเติมด้วยว่าในปัจจุบันความต้องการทุเรียนของผู้บริโภคสูงทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ ทำให้เกิดกระแสการปลูกทุเรียนกระจายสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นแหล่งผลิตทุเรียนที่สำคัญ เช่น ภาคตะวันออก ซึ่งมีจังหวัดที่เป็นแหล่งผลิต คือ จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด และจังหวัดระยอง ยังผลให้มีอัตราการขยายพื้นที่ปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 5 &amp;ndash; 10 ต่อปี&amp;nbsp; โดยที่หนึ่งในปัจจัยสำคัญของการผลิตทุเรียนที่จะประสบผลสำเร็จ คือ ต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ดี มีมาตรฐาน และใช้ต้นตอที่ทนทานต่อโรครากเน่าโคนเน่า ที่เกิดจากเชื้อรา Phytophthora palmivora ซึ่งส่งผลกระทบต่อทุเรียนมาก และถ้าหากบริหารจัดการไม่ถูกต้องจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและเกิดความเสียหายถึงเกือบร้อยละ 100 จากสถานการณ์ดังกล่าว จึงทำให้เกิดการขาดแคลนต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ดีในปัจจุบัน และราคาต้นพันธุ์ดีขยับขึ้นมาสูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยองได้มีการจัดตั้งสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออกขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนมีการรวมกลุ่มอย่างเข้มแข็งสามารถเข้าถึงขบวนการพัฒนาด้านการผลิตได้ทั้งระบบ ซึ่งสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออกประกอบด้วยเกษตรกรชาวสวนทุเรียนจังหวัดจันทบุรี ตราด ระยอง ปราจีนบุรี นครนายก และชลบุรี มีสมาชิกทั้งสิ้นกว่า 700 ราย&amp;nbsp; ซึ่งสมาชิกมีการปลูกทุเรียนเพิ่มมากขึ้นทั้งปลูกใหม่และปลูกทดแทนต้นเดิมอย่างต่อเนื่อง แต่สมาชิกยังขาดแคลนต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ดีในราคาที่เป็นธรรม ฉะนั้นโครงการผลิตขยายและส่งเสริมการใช้ต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ดี จึงนับเป็นทางออกในการเพิ่มปริมาณทุเรียนพันธุ์ดีมีคุณภาพของไทยสู่ตลาดได้มากขึ้น&amp;rdquo; ผู้อำนวยการ&amp;nbsp; สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106602</URL_LINK>
                <HASHTAG>Phytophthora palmivora, กรมส่งเสริมการเกษตร, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระแสการปลูกทุเรียน, จังหวัดระยอง, ต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ดี, นายปิยะ สมัครพงศ์, ผลิตต้นพันธุ์ทุเรียนหมอนทองพันธุ์ดี, ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร, สมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก, สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c9d8687197f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่วยเหลือดาบตำรวจฉีดวัคซีนเข็มแรก ตัวชาครึ่งซีกเดินไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.64 - จากกรณีกระแสข่าวในสื่อโซเชียล ดาบตำรวจระยองฉีควัคซีนชิโนแวคเข็มแรก ร่างกายด้านขวาชาไปครึ่งซีก เดินไม่ได้ แพทย์ระบุ &amp;quot;เกิดจากความเครียดจากการฉีดวัคซีน&amp;quot; ก่อนฉีดร่างกายปกติวิ่งออกกำลังกายทุกวัน วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยเหลือ ต้องการหายเป็นปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ที่&amp;nbsp;ศูนย์สันติสุข รพ.ระยอง อ.เมือง จ.ระยอง พล.ต.ต.มานะ&amp;nbsp;อินพิทักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (รอง ผบช.ภ.2) รรท.ผบก.ภ.จว.ระยอง
พร้อมด้วย&amp;nbsp;พ.ต.อ.พรชัย&amp;nbsp;แก่นเพชร รอง ผบก.ภ.จว.ระยอง , พ.ต.อ.วุฒินันท์ จันทร์สว่าง ผกก.สภ.เขาชะเมา ร่วมกับ นพ.ไชยสิทธิ์ เทพชาตรี ผอ.รพ.ระยอง , พ.ญ.ณัฎฐิญา&amp;nbsp;ศิริธรรม นายแพทย์ชำนาญการ อายุรแพทย์ระบบประสาท , นายจักริน ประโมงเขต จนท.สป.สช.เขต6 เข้าสอบถามข้อมูลโดยตรงกับ ด.ต.สิทธิชัย คล้ายพันธุ์ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.เขาชะเมา ผู้ได้รับผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทราบว่า เมื่อช่วงเดือน ก.พ.64 ได้มีหนังสือแจ้งให้ข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.ระยอง ไปฉีดวัคซีนป้องกัน โรคโควิด-19 ด้วยความสมัครใจ ไม่มีการบังคับต่อมา ด.ต.สิทธิชัย ได้ฉีดวัคซีนในวันที่ 2 มิ.ย.64 เวลา 14.00 น. พร้อมกับเพื่อนข้าราชการตำรวจอีกหลายนาย หลังจากฉีดวัคซีนผ่านไป 30 นาที ไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด แพทย์ให้กลับบ้านได้ ต่อมาเวลาประมาณ 16.00 น. ด.ต.สิทธิชัย ได้มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก และมีอาการท้องเสีย ถ่ายอุจจาระเหลว และได้รับการรักษาตัวที่ รพ.ระยอง ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้ติดตามอาการและดูแลอาการของ ด.ต.สิทธิชัย เป็นอย่างดี จนอาการดีขึ้นบ้างแล้ว แพทย์จึงขออนุญาตให้กลับไปรักษาตัวที่บ้าน ซึ่งตลอดเวลาผู้บังคับบัญชาได้ดูแลการป่วยของ ด.ต.สิทธิษัย เป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105683</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีนโควิด, จังหวัดระยอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf3bb81d147.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 18:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 18:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวประมงแตกตื่นปะการังฟอกขาว หวั่นทะเลอ่าวบ้านพลาเป็นพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.64 - น.ส.ประไพ สาธิตวิทยา อายุ 65 ปี ประธานกลุ่มอนุรักษ์ประมงสามัคคีบ้านพลา ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เปิดเผยว่า ขณะนี้ประชาชน และชาวประมงพื้นบ้าน เกิดความตื่นตระหนกกับปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวเป็นพื้นที่วงกว้าง เพราะเมื่อไม่นานนี้พบว่า มีตะกอนสีชมพูจำนวนมากติดอวนปูขึ้นมาจากใต้ทะเล ที่ยังหาข้อสรุปแท้จริงไม่ได้ ซึ่งการเกิดปะการังฟอกขาวไม่ใช่เรื่องดีกับทะเลแต่อย่างใด จะต้องเกิดผลกระทบห่วงโซ่อาหารของสัตว์ทะเลอย่างแน่นอน และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ประไพ กล่าวอีกว่า การเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ในทะเลที่เป็นแหล่งทำมาหากินของชาวบ้าน รู้สึกไม่ค่อยดีอาจส่งผลกระทบกับห่วงโซ่อาหารของสัตว์&amp;nbsp;แต่ปัญหานี้ยากต่อการแก้ไข&amp;nbsp;จึงได้ร่วมกันปรับเปลี่ยนวิถีใหม่ พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยการชักชวนนักท่องเที่ยวมาถ่ายภาพปะการังสีขาว เพื่อให้การค้า หรือการท่องเที่ยว กลับมาคึกคักอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ช่วงเดือน มิ.ย.63 ได้เกิดปะการังฟอกขาวบริเวณเดียวกัน จะพบเห็นก็ต่อเมื่อน้ำทะเลลดต่ำสุด ที่ระดับน้ำลึกเพียง 10-30 เซนติเมตร&amp;nbsp;ส่วนปะการังฟอกขาวที่พบ ได้แก่ ปะการังโขด ปะการังช่องเหลี่ยม ปะการังผึ้ง และปะการังวงแหวน มักเกิดขึ้นช่วงเดือน เม.ย.- มิ.ย. ในช่วงน้ำลงเต็มที่ของทุกปี&amp;nbsp;ซึ่งการเกิดปะการังฟอกขาวนั้น เป็นภาวการณ์สูญเสียสาหร่ายขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อของปะการัง อันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาวะแวดล้อมของทะเล&amp;nbsp;โดยเฉพาะเกิดจากอุณหภูมิน้ำทะเลเพิ่มมากขึ้น และความเค็มของน้ำทะเลเปลี่ยนแปลง หรือมลพิษต่าง ๆ ส่งผลให้ปะการังตายเหลือเพียงโครงสร้างหินปูน จึงเป็นปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว ที่พบในทะเลทั่วโลก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104509</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดระยอง, ปะการังฟอกขาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b0d27eb0d45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
