<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118668</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัศวินมั่นใจเอาอยู่ไม่ซ้ำ54</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ สั่งกองทัพสนับสนุนจังหวัดริมเจ้าพระยา รับมือกับมวลน้ำที่ทยอยระบายออกจากพื้นที่อุทกภัย &amp;quot;อัศวิน&amp;quot; ลงเรือสำรวจแนวคันกั้นน้ำริมเจ้าพระยา มั่นใจ กทม.ไม่ท่วมซ้ำรอยปี 54 เหตุเสริมคันกั้นน้ำสูง 3.5 เมตร พร้อมอุดรอยรั่วและพายุไม่เข้าหนัก เร่งเสริมกระสอบทราย 9 เขตพื้นที่เสี่ยง &amp;quot;อนุสรณ์&amp;quot; ชี้หากกรุงเทพฯ เอาน้ำอยู่ไม่กระทบภาพรวม ศก.แน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 ต.ค. พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม (กห.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้สั่งการทุกเหล่าทัพสนับสนุนจังหวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยาและป่าสักรับมือกับมวลน้ำที่ทยอยระบายจากพื้นที่ประสบอุทกภัย เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยริมแม่น้ำสายหลักได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ขณะเดียวกันได้ย้ำให้ทุกเหล่าทัพยังคงให้การช่วยเหลือประชาชนกว่า 229,000 ครอบครัวในทุกพื้นที่ 31 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่องกันไป โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาดให้สนับสนุนติดตั้งสะพานทางทหารเร่งด่วนให้ประชาชนสามารถสัญจรได้โดยไม่ถูกตัดขาด และให้ประสานทำงานร่วมกับส่วนราชการ อาสาสมัครจิตอาสาและภาคเอกชนในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ ได้แสดงความเสียใจกับกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 นาย จากอุบัติเหตุไฟฟ้าแรงสูงชอร์ตระหว่างนำเครื่องมือช่างลงช่วยเหลือในพื้นที่ อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ โดยขอให้กองทัพบกให้การช่วยเหลือดูแลการรักษาพยาบาลให้ดีที่สุด พร้อมทั้งขอให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ประมาท&amp;quot; พล.อ.คงชีพกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก กห.กล่าวว่า ตั้งแต่ 23 ก.ย.-ปัจจุบัน กระทรวงกลาโหมโดยทุกเหล่าทัพได้หมุนเวียนกำลังพลกว่า 10,000 นาย พร้อมเครื่องจักรและเครื่องมือช่าง เช่น รถขุดตัก เครื่องสูบน้ำ เรือผลักดันน้ำและสะพานเครื่องหนุนมั่น รวมทั้งยานพาหนะกว่า 750 คัน เช่น รถบรรทุกลำเลียง รถบรรทุกน้ำ รถประปาสนาม รถครัวสนาม และเรือท้องแบนกว่า 200 ลำ &amp;nbsp;พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์สนับสนุนลงให้การช่วยเหลือเร่งด่วน ประชาชนใน 31 จังหวัด ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคกลาง ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นพื้นที่วงกว้าง รวมทั้งร่วมกันบรรจุกระสอบทรายกว่า 63,500 กระสอบ จัดทำพนังกั้นน้ำและสนับสนุนเครื่องมือช่างเปิดทางน้ำ กำจัดวัชพืชบริเวณประตูน้ำและคอคอดของลำน้ำ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และเรือผลักดันน้ำ 26 ลำ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลงแม่น้ำสายหลักต่างๆ เพื่อลดความเสียหายให้เร็วที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากอิทธิพลพายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่ว่า ขณะนี้ยังเหลืออีก 17 &amp;nbsp;จังหวัด รวม 81 อำเภอ 488 ตำบล 2,871 หมู่บ้าน ที่ประสบภัยน้ำท่วมคือ จ.สุโขทัย,พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, พิจิตร, ขอนแก่น,ชัยภูมิ, นครราชสีมา, อุบลราชธานี,นครสวรรค์, อุทัยธานี, ชัยนาท, ลพบุรี,สระบุรี, สุพรรณบุรี, สิงห์บุรี, อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบันบางพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ ขณะที่พื้นที่ลุ่มเจ้าพระยามีระดับน้ำเพิ่มขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประสานแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้เตรียมพร้อมรับมือแล้ว ปภ.ได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง&amp;quot; ปภ.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงเรือตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำเหนือในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่อยู่นอกแนวเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ใต้สะพานพระราม 7 ถึงชุมชนโรงสีเขตยานนาวา และตรวจดูความแข็งแรงและจุดรั่วซึมของแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานพระราม 7 จนถึงบางนา ความยาว 78.93 กิโลเมตร รวมถึงตรวจดูความพร้อมของสถานีสูบน้ำทั้ง 97 สถานี ที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวินยืนยันว่า จากการเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมั่นไม่ซ้ำรอยปี 2554 แน่นอน เนื่องจากกรุงเทพมหานครมีการขุดลอกคูคลอง ทำธนาคารน้ำและท่อสูบน้ำรองรับไว้แล้วพร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำประจำ พร้อมสร้างแนวเขื่อนคันกั้นน้ำ อุดรอยรั่วจุดฟันหลอ และวางกระสอบทรายในบางพื้นที่แล้ว อีกทั้งสถานการณ์ระดับน้ำฝนที่ตกลงมาในปี 2564 แตกต่างกับปี 2554 ที่ขณะนั้นมีพายุเข้าถึง 6 ลูก แต่ปี 64 แค่ 2 ลูกเท่านั้น คาดว่าอีก 5-6 วันสถานการณ์น้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาจะดีขึ้น และแนวเขื่อนคันกันน้ำยังเหลือรองรับระดับน้ำได้ดี 1.20 เมตร จากที่รองรับได้ 2.80-3.50 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ มีอุดมศักดิ์ รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กล่าวว่า คาดการณ์สถานการณ์น้ำ ระดับน้ำทะเลจะหนุนสูงสุดในวันที่ 10 ต.ค.นี้ ระดับน้ำที่กรมอุทกศาสตร์จะหนุนสูงสุดในเวลา &amp;nbsp;09.00 น. ประมาณ 1.15 เมตร แต่ เชื่อว่าสามารถมือกับสถานการณ์นั้นได้ เนื่องจากเขื่อนคันกั้นน้ำในพื้นที่ของกรุงเทพมหานครมีระดับสูงและเหลือรองรับได้ถึง 1 เมตร สำหรับการสำรวจและอุดแนวรอยรั่วหรือแนวฟันหลอ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พบมีพื้นที่ 8.3 กิโลเมตร แต่เนื่องจากเอกชนได้เข้ามาสนับสนุนก่อสร้างคันกั้นน้ำ ขุดรอยรั่ว 5.8 กิโลเมตรทำให้เหลือแนวฟันหลอ ที่ต้องมีการเรียงกระสอบทรายเสริมเพื่อป้องกันน้ำรั่วซึม 2.5 กิโลเมตรกินพื้นที่ใน 9 เขตแบ่งเป็นพื้นที่พระนคร 5 เขต รวม 1.3 กิโลเมตร ได้แก่ ดุสิต พระนคร ยานนาวา บางคอแหลม สาธร และฝั่งธนบุรี 4 เขต ระยะ ทาง 1.2 กิโลเมตร ได้แก่ บางพลัด ธนบุรี คลองสาน และราชบูรณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ชัยนาท สถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยาวันนี้น้ำเหนือเขื่อน-ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาสูงขึ้น โดยแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำสะแกกรังไหลมารวมกันที่ จ.ชัยนาท มีปริมาณ 3,160 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp; เขื่อนเจ้าพระยา ระบายน้ำ 2,784 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที น้ำเหนือเขื่อนที่ อ.เมืองชัยนาท สูงขึ้น 3 เซนติเมตร อยู่ที่ระดับ 17.11 เมตร (รทก.) น้ำท้ายเขื่อนที่ อ.สรรพยา สูงขึ้น &amp;nbsp;4 เซนติเมตร อยู่ที่ระดับ 16.21 เมตร (รทก.) น้ำเข้าระบบชลประทานสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 376 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าฯ นครราชสีมา กล่าวว่า ภายหลังพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีคำสั่งการเรื่องการบริหารจัดการน้ำและการเร่งอุดประตูระบายน้ำอ่างลำเชียงไกรให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 5 ต.ค. โดยซ่อมแซมจุดที่น้ำไหลออกจากอ่างลำเชียงไกร ตนจะลงไปดูไปตรวจสอบความคืบหน้าใน 1-2 วันนี้ รวมทั้งดูความมั่นคงแข็งแรง ส่วนมวลน้ำในอ่างลำเชียงไกรไหลออกจนเกือบหมดแล้ว จะทำให้เกิดภัยแล้งที่หลายฝ่ายเป็นห่วง ตอนนี้เราก็กังวลว่าจะเกิดภัยแล้ง โดยเราจะเร่งปิดจุดที่มีการปล่อยน้ำไป แล้วจะให้น้ำออกทางเดียวคือทางระบายน้ำเท่านั้น ซึ่งจะสามารถคอนโทรลน้ำได้ ฉะนั้นถ้าทำสำเร็จภายในวันที่ 5 ต.ค. ก็คาดว่าจะมีน้ำบางส่วนที่ยังไหลเข้าในอ่างลำเชียงไกรตอนล่าง เราก็จะเก็บน้ำส่วนนี้ไว้ใช้สำหรับฤดูแล้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง และอดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต กล่าวถึงผลกระทบจากน้ำท่วมครอบคลุมพื้นที่ 29-30 จังหวัดว่า คิดเป็น 28-32% ของจีดีพีประเทศ ผลกระทบดังกล่าวฉุดการกระเตื้องขึ้นทางเศรษฐกิจจากการเปิดประเทศที่คาดว่าจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวเข้ามาในช่วงไตรมาส 4 ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์น้ำท่วมสามารถบริหารจัดการได้ไม่ให้ท่วมในส่วนที่เป็นเขตนิคมอุตสาหกรรม หรือย่านศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล คาดว่าผลกระทบจากน้ำท่วมยังอยู่ในวงจำกัดไม่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากนัก.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118668</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;อัศวิน&quot;, กทม.ไม่ท่วมซ้ำรอยปี 54, จังหวัดริมเจ้าพระยา, นายกฯ สั่งกองทัพสนับสนุน, มั่นใจ, รับมือกับมวลน้ำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัศวินมั่นใจเอาอยู่ไม่ซ้ำ54</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_61594bee0f2d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
