<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 21:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้องเฒ่าหื่นข่มขืนเด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่สุดทนจูงมือลูกสาววัย 12 ปีเข้าร้องเรียนนายอำเภอแม่ทะหลังโดนผู้เฒ่าวัย 62 ปีข่มขืนทำอนาจาร 3 ครั้ง ด้วยการหลอกล่อว่าจะส่งเสียให้เรียนจบชั้นมัธยมและให้เงิน หลังจากแจ้งความกับ สภ.แม่ทะ แต่ไม่คืบหน้า เตรียมออกหมายจับ ขณะที่ญาติผู้เฒ่าหื่นขอเจรจาชดใช้เงิน ด้านเฒ่าหื่นหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 22 ก.ย.2564 ที่ห้องทำงานของนางสุรีย์ มาปลูก นายอำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง นางเอ (นามสมมุติ) แม่ พาลูกสาวน้องบี (นามสมมุติ) เด็กนักเรียนชั้น ม.1 อายุ 12 ปี เข้าให้ข้อมูลและร้องขอความเป็นธรรมต่อนายอำเภอแม่ทะ โดยมี พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ สิงทองลา ผกก.สภ.แม่ทะ และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำปางร่วมรับฟังและบันทึกข้อมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสุรีย์ มาปลูก นายอำเภอแม่ทะ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ สิงทองลา ผกก.สภ.แม่ทะ เปิดเผยว่า วันนี้หลังจากที่ผู้ปกครองได้พาลูกสาววัย 12 ปีเข้าแจ้งความกับทางพนักงานสอบสวน สภ.แม่ทะ เมื่อวันที่ 18 ก.ย.64 ซึ่งยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องไว้เป็นที่เรียบร้อย และพาเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแม่ทะ แต่ด้วยโรงพยาบาลแม่ทะไม่สามารถตรวจได้จึงต้องรอผลจากโรงพยาบาลลำปาง ซึ่งเบื้องต้นจากการให้ข้อมูลของแม่เด็กทราบว่า ตนเองกับสามีเลิกกันและมีสามีใหม่ จึงให้ลูกสาวอยู่กับตา อายุ 84 ปี เพียงสองคน ส่วนแม่พักอยู่คนละหมู่บ้าน แต่จะแวะเวียนมาหาตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาแม่แวะมาหาลูกและเห็นลูกมีอาการผิดปกติจึงได้พยายามเค้นถาม จนลูกสารภาพว่าถูกนายเค (นามสมมุติ) ผู้เฒ่าวัย 62 ปี ซึ่งอยู่ต่างตำบล แต่มักจะแวะไปมาหาสู่กับคนในหมู่บ้าน ล่อลวงทำอนาจารมาแล้วถึง 3 ครั้ง ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยแลกกับการให้เงินใช้ เมื่อแม่ทราบเรื่องจึงได้มีการพูดคุยกัน นำมาสู่การพาลูกเข้าแจ้งความดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรอผลตรวจร่างกายของเด็กและเตรียมขอศาลออกหมายจับนายเค เนื่องจากทราบจากทางญาติว่านายเคได้หายออกจากบ้านไป 3 วันแล้ว ไม่ทราบอยู่ที่ไหน จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนออกติดตามตัวอยู่ ส่วนการสอบสวนจะมีการนัดทั้งแม่และเด็กมาให้ปากคำพร้อมกันกับสหวิชาชีพอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทางญาติของเด็ก นางสาวซี (นามสมุติ) ได้นำคลิปเสียงการสนทนาระหว่างลูกสาวเฒ่าหื่นที่โทร.มาขอเจรจากับอาของเด็กผู้เสียหายให้กับผู้สื่อข่าวฟัง โดยทางลูกสาวของเฒ่าหื่นได้พยายามบอกอาของเด็กว่าอยากให้มีการพูดคุยเจรจาตกลงค่าเยียวยากัน แทนที่จะต้องไปแจ้งความขึ้นโรงขึ้นศาล เพราะนอกจากจะเสียเวลา เสียเงินจ้างทนายความแล้ว ยังจะทำให้เสียชื่อเสียงด้วย อีกทั้งไม่สามารถกลับไปแก้ไขเรื่องที่มันเกิดขึ้นได้แล้ว อยากให้ทางครอบครัวเด็กได้รับการเยียวยามากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวซี ญาติของเด็กหญิงบี เล่าว่า นายเคอยู่ตำบลบ้านบอม ส่วนบ้านเด็กอยู่ตำบลบ้านกิ่ว คนละตำบล แต่ห่างกันประมาณ 10 กิโลเมตรที่ผ่านมากว่า 10 ปี นายเคก็ไปมาหาสู่กับคนในหมู่บ้านและคนข้างบ้านของเด็ก ซึ่งเด็กบอกว่าก่อนหน้านั้นนายเคได้ขอเบอร์โทรศัพท์เด็กและโทร.มาหา จนกระทั่งเมื่อเดือนที่ผ่านมานายเคได้ติดต่อมาและขอมีอะไรกับเด็ก โดยหลอกล่อว่าจะส่งเสียให้เรียนจบชั้นมัธยมและให้เงิน เด็กจึงหลงเชื่อ เพราะเด็กอยู่กับตาและฐานะยากจน ต้องการเงินด้วย จึงยินยอม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยครั้งแรกนายเคได้ชักชวนเด็กไปล่วงละเมิดในป่า ส่วนครั้งที่ 2 เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ครั้งที่ 3 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เข้ามาล่วงละเมิดในห้องนอนของเด็กที่บ้าน ซึ่งเด็กจะนอนอยู่ภายในห้องนอนชั้นล่าง ส่วนตาจะนอนอยู่ชั้นบนจึงไม่ทราบเรื่อง จนกระทั่งแม่เด็กมาหาลูก และพบว่าลูกมีอาการผิดปกติ จึงเค้นถามจนทราบเรื่องที่เกิดขึ้นและพามาแจ้งความ ซึ่งทางฝ่ายผู้ก่อเหตุพยายามโทร.มาเกลี่ยกล่อมเพื่อขอยุติเรื่องมาโดยตลอด แต่ทางแม่เด็กไม่ยินยอม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117575</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลำปาง, นางสุรีย์ มาปลูก, นายอำเภอแม่ทะ, ผู้เฒ่าวัย 62 ปีข่มขืนทำอนาจาร 3 ครั้ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614b3c22e77f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลังแห่งการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนแม่เมาะ สู่ 5 รางวัล ASEAN Coal Awards 2021</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย เนื่องจากมีเหมืองถ่านหินลิกไนต์สำหรับผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งช่วยรักษาสมดุลทั้งความหลากหลายของเชื้อเพลิงและต้นทุนค่าไฟฟ้า นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่เป้าหมายของการขับเคลื่อนสู่ &amp;ldquo;แม่เมาะเมืองน่าอยู่ (Mae Moh Smart City)&amp;rdquo; เพื่อเป็นต้นแบบเมืองน่าอยู่เชิงนิเวศด้วยนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการทำงานของวิสาหกิจชุมชนและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยกุญแจสำคัญของการขับเคลื่อนดังกล่าวคือ การผสานความร่วมมือจากทั้งพลังชุมชนที่เข้มแข็ง หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนในพื้นที่แม่เมาะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันแม่เมาะกลายเป็นพื้นที่ที่ได้รับการยอมรับและเสียงชื่นชมทั้งในระดับประเทศและระดับสากลจากความพยายามในการเรียนรู้และแก้ไขปัญหาจากบทเรียนในอดีตของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับชุมชน อันนำมาสู่การพัฒนาพลิกโฉมแม่เมาะจนกลายเป็นพื้นที่ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และมีคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี จนสามารถคว้ารางวัล ASEAN Coal Awards 2021 มาได้ถึง 5 รางวัล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;จากรางวัล Green CSR เดินหน้าสู่เมืองน่าอยู่ด้วยพลังแห่งความร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กฟผ.แม่เมาะ และชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่ อ.แม่เมาะ เปรียบเสมือนเพื่อนสนิทที่พึ่งพาซึ่งกันและกันมานานกว่า 42 ปี ด้วยหลักคิดที่มองสังคมและชุมชนเป็นตัวตั้ง มุ่งเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมและคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ เพื่อจับมือเดินหน้าสู่เป้าหมายแม่เมาะเมืองน่าอยู่ไปด้วยกัน ทำให้ไทยสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ ASEAN Coal Awards 2021 ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) ได้ถึง 4 ปีซ้อน โดยในปีนี้ได้รับรางวัลจากผลงาน &amp;ldquo;Green CSR&amp;rdquo; ของ กฟผ. เหมืองแม่เมาะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเป็นหนึ่งในแนวทางการพัฒนาแม่เมาะที่เกิดจากความต้องการของชุมชน ซึ่ง กฟผ. แม่เมาะ ได้ร่วมพลิกฟื้นพื้นที่ที่ผ่านการทำเหมืองให้กลายเป็นพื้นที่ป่าโดยรอบเกือบ 12,000 ไร่ และทุ่งดอกบัวตองขนาดใหญ่ที่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศ ซึ่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดลำปาง ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น ควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพให้กับวิสาหกิจชุมชนโดยนำวัตถุพลอยได้จากการทำเหมืองและผลิตไฟฟ้า อาทิ สารปรับปรุงดินจากฮิวมัสล้านปีซึ่งมีแร่ธาตุสูงอยู่ในดินก่อนถึงชั้นถ่านหิน บล็อกประสานจากเถ้าหนักโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองและพัฒนาไปสู่วิสาหกิจเพื่อสังคมในอนาคต รวมถึงการนำความรู้ด้านนวัตกรรมมาพัฒนาแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;Lampang Hotspot&amp;rdquo; ทำงานร่วมเพื่อให้ชุมชนทราบสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าในจังหวัดลำปาง และร่วมกันหาแนวทางรับมือในระยะยาวอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;รางวัลแห่งความมุ่งมั่น...พัฒนาเทคโนโลยีสะอาดขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทุกกระบวนการในเหมืองและโรงไฟฟ้าของ กฟผ. แม่เมาะ ยิ่งให้ความสำคัญต่อการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ส่งผลให้ไทยมีผลการดำเนินงานด้านถ่านหินเป็นเลิศในภูมิภาคอาเซียน คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากการประกวด ASEAN Coal Awards 2021 ประเภทการทำเหมืองถ่านหินแบบเปิดจากผลงานการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนของ กฟผ. เหมืองแม่เมาะ และประเภทการใช้เทคโนโลยีถ่านหินสะอาดในโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่จากผลงานนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับการดำเนินงานขุดดิน ขนถ่านหินของเหมืองแม่เมาะล้วนมีมาตรการควบคุมผลกระทบอย่างเคร่งครัดทั้งฝุ่น กลิ่น เสียง การสั่นสะเทือน คุณภาพน้ำ รวมถึงการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เป็นสิ่งดีที่ชุมชนได้มีส่วนร่วมตรวจติดตามด้านสิ่งแวดล้อมและรับทราบถึงการดำเนินงานในบ่อเหมืองแม่เมาะ เพราะเมื่อพบปัญหาเราสามารถเสนอแนะให้แก้ไขได้ทันที ที่ผ่านมาชุมชนได้รับการสนับสนุนและปัญหาก็ได้รับการปรับแก้เป็นอย่างดี&amp;rdquo; นายมาย ปักราช ประธานสภา อบต.บ้านดง หนึ่งในผู้แทนชุมชนที่เข้าร่วมตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมเหมืองแม่เมาะกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คณะกรรมการการมีส่วนร่วมดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมตำบลบ้านดงร่วมตรวจสิ่งแวดล้อมในพื้นที่บ่อเหมืองแม่เมาะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนกระบวนการการผลิตไฟฟ้า โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้เลือกใช้เทคโนโลยีสะอาดประสิทธิภาพสูงเพื่อดูแลสิ่งแวดล้อม อาทิ เทคโนโลยีอัลตร้าซูปเปอร์คริติคอล (Ultra Supercritical) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยสามารถลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ควบคุมมลสารได้ดีขึ้น การติดตั้งเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (FGD) เครื่องกำจัดฝุ่นด้วยไฟฟ้าสถิต (ESP) รวมถึงเครื่องดักจับก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ ส่งผลให้คุณภาพอากาศรอบโรงไฟฟ้าแม่เมาะอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานที่ประเทศไทยกำหนดและดีกว่าค่าแนะนำที่องค์การอนามัยโลกกำหนด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;รางวัลนวัตกรรม...คิดและทำเพื่อคนไทยทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กฟผ. ยังเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมด้านถ่านหินอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมศักยภาพการผลิตไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยการประกวด ASEAN Coal Awards 2021 กฟผ. จึงได้รับรางวัลประเภทนวัตกรรมถ่านหินมาถึง 2 รางวัล คือ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากผลงานแบบจำลองยีออยด์ MAEMOH2019 ของ กฟผ. เหมืองแม่เมาะ และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากผลงานการปรับปรุงกระบวนการลำเลียงวัตถุพลอยได้ด้วยสายพานของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับแบบจำลองยีออยด์ท้องถิ่นเหมืองแม่เมาะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Geoid Model MAEMOH2019) คือ&amp;nbsp;การปรับปรุงความถูกต้องของค่าพิกัดทางดิ่งจากการรังวัดดาวเทียม เพื่อนำไปใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีสำรวจที่ทันสมัยในการดำเนินงานของเหมืองแทนวิธีดั้งเดิม&amp;nbsp;ทั้งการหาปริมาตรการขุด ขนดินและถ่านหินได้อย่างถูกต้องแม่นยำ การตรวจสอบความเคลื่อนตัวของผนังบ่อเหมืองและพื้นที่ทิ้งดิน การกำหนดตำแหน่งในการติดตั้งเครื่องจักร เครื่องโม่และสายพาน การสำรวจทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศด้วยอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งแบบจำลองยีออยด์ MAEMOH2019 สามารถใช้งานได้ครอบคลุมทั้งเหมืองแม่เมาะและพื้นที่โดยรอบในรัศมีประมาณ 10 กิโลเมตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนผลงานการปรับปรุงกระบวนการลำเลียงวัตถุพลอยได้ด้วยสายพานของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ โดยการปรับปรุงการเลื่อนของสายพาน ปรับจุดศูนย์ถ่วงของสายพานลำเลียงถ่านหิน ติดตั้งลูกกลิ้งประคองสายพาน (Guide Roller) และควบคุมปริมาณในการขนถ่าย ทำให้ไม่ต้องปรับปรุงโครงสร้างสายพานทั้งระบบ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 1,100 เท่า อีกทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองและการร่วงหล่นตามแนวสายพานอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รางวัล ASEAN Coal Awards 2021 ทั้ง 5 รางวัล ไม่เพียงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการดำเนินการโรงไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกมิติเท่านั้น แต่ยังเป็นความสำเร็จที่เกิดจากความทุ่มเทของทุกภาคส่วนในอำเภอแม่เมาะที่รวมพลังกันช่วยขับเคลื่อนพัฒนาแม่เมาะเพื่อเดินหน้าไปสู่เป้าหมายแม่เมาะเมืองน่าอยู่ด้วยระบบอัจฉริยะทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และเศรษฐกิจต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116925</URL_LINK>
                <HASHTAG>ASEAN Coal Awards 2021, Green CSR, Mae Moh Smart City, Ultra Supercritical, กฟผ., การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, คิดและทำเพื่อคนไทยทุกคน, จังหวัดลำปาง, นวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม, พลังแห่งการมีส่วนร่วม, ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงพลังงานไฟฟ้า, รางวัล Green CSR, อำเภอแม่เมาะ, เทคโนโลยีอัลตร้าซูปเปอร์คริติคอล, เมืองน่าอยู่, เมืองน่าอยู่เชิงนิเวศ, เหมืองถ่านหินลิกไนต์, แม่เมาะเมืองน่าอยู่, โรงไฟฟ้าแม่เมาะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_614303b95a637.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116127</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนตกหนัก 2 วันติด น้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมหมู่บ้านในพื้นที่ อ.แม่ทะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.64 -&amp;nbsp;ที่ จ.ลำปาง หลังจากที่ฝนตกสะสมต่อเนื่องมา 2 วัน และเกิดฝนตกหนักบางพื้นที่ จึงทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันขึ้นเช้ามืดวันนี้ ที่หมู่บ้านจว๊าก ม.5 ต.แม่ทะ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง โดยฝนที่ตกหนัก&amp;nbsp;ทำให้ทั้งน้ำป่าไหล และฝนที่ตกหนัก ไหลทะลักลำห้วยแม่พรวด และ เอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในหมู่บ้าน กว่า 20 หลังคาเรือน ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ซึ่งถนนในหมู่บ้านบางจุดน้ำท่วมไหลเชี่ยว และท่วมสูง&amp;nbsp;ก่อนที่ระดับน้ำจะค่อยๆ ลดระดับลงบ้างแล้ว ท่ามกลางสภาพอากาศในพื้นที่ ที่ยังคงเกิดฝนตกลงมาต่อเนื่องเกือบทั่วทั้งจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบริเวณถนนสายลำปาง - อ.แม่ทะ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 12 เขตรอยต่อเทศบาลตำบลน้ำโจ้ และเทศบาลตำบลแม่ทะ อ.แม่ทะ ก่อนถึงตัวอำเภอแม่ทะ 5 กิโลเมตร เขตบ้านฮ่องห้า ม.1 ต.น้ำโจ้ อ.แม่ทะ ฝนที่ตกหนัก และน้ำป่าที่หลากลงมา โดยไหลผ่านทุ่งนาข้าว ยังเกิดล้นทะลักไหลท่วมถนนสายหลักเข้า อ.แม่ทะ ระดับน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร เป็นระยะทางกว่าเกือบ 100 เมตร ซึ่งในช่วงที่น้ำเริ่มหลากท่วมถนน มีความเชี่ยวมาก รถบางชนิดไม่สามารถผ่านได้ ทำให้ต้องจอดรถรอจนกระทั่งระดับน้ำจะค่อยๆ ลดลง จึงขับผ่านอย่างช้าๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จากฝนที่ตกหนักยังเกิดต้นไม้ใหญ่หักล้มขวางถนนสายดังกล่าว ช่วงระหว่างเขต อ.เมือง และ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ซึ่งประชาชนยังสามารถขับรถผ่านได้ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ของ อ.แม่ทะ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังเร่งเข้าดำเนินการช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือน และเร่งตัดต้นไม้ที่หักโค่นขวางถนนเพื่อเปิดทางจราจรโดยด่วนเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้ขับขี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116127</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลำปาง, น้ำท่วม, ฝนตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_61397ad91147a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 17:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 17:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัดเมืองลำปางปิดประตูห้ามเข้าออก ชาวบ้านยืนทำบุญใส่บาตรด้านนอกวัดแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.64 - ที่บริเวณประตูทางเข้าวัดด้านทิศตะวันออกของวัดนางแล หมู่ 13 ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ซึ่งภายในวัดมีโรงเรียนวิสิฐวิทยา(นางแล) ที่เปิดการเรียนการสอนระดับมัธยมต้นถึงมัธยมปลาย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาเอกชน ในพระพุทธศาสนา ชาวบ้านในหมู่บ้านที่นำอาหาร น้ำดื่ม มาใส่บาตรทำบุญถวายพระภิกษุสามเณร ที่นั่งรอรับบิณฑบาต ภายในรั้ววัดที่ถูกปิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านต้องนำอาหารลอดผ่านช่องรั้วประตูวัดวางที่โต๊ะซึ่งทางวัดวางเรียงไว้ภายในรั้วด้านในของวัด จากนั้นชาวบ้านก็ไปนั่งรอที่ด้านนอกวัดเพื่อรับศีลรับพรเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตนเองและครอบครัว อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือ พระภิกษุสามเณรและฆราวาส ที่อยู่ภายในวัดได้ฉันอาหารที่ชาวบ้านนำมาถวาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทางวัดได้ปิดประตูรั้ววัดทุกทางเข้าออกของวัดเพื่อไม่ให้ พระภิกษุสามเณรและฆราวาส เข้า-ออก เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด 19 ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดลำปางในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพระครูวิสิฐพัฒนานุยุต เจ้าอาวาสวัดนางแล เปิดเผยว่า ที่ปิดประตูวัดห้ามเข้าออกวัดอย่างเด็ดขาด เนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสคิด 19 ที่เกิดขึ้นโดยก่อนหน้าที่ ทางโรงเรียนฯซึ่งมีนักเรียนและบุคลากรของโรงเรียน ทั้งสามเณรและฆราวาสทั้งหมดกว่า 200 รูป คน ซึ่งทั้งหมดมาจากในพื้นที่ 5 จังหวัดทางภาคเหนือเช่น จังหวัดตาก ลำปาง เชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน ได้หยุดการเรียนการสอนมานานกว่า 1 เดือน ส่วนใหญ่ได้กลับไปบ้านและกลับไปจำวัดต่างๆแล้ว โดยได้ทำการเรียนการสอนแบบออนไลน์ และยังไม่มีกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการรอจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น และยังคงเหลืออยู่ภายในวัดโรงเรียนแห่งนี้ มีพระภิกษุสงฆ์จำนวน 3 รูป สามเณร 10 รูป และฆราวาสที่เป็นนักเรียนอีก 23 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากทราบว่า มีชาวบ้านในพื้นที่ติดเชื้อ&amp;nbsp;จึงได้หารือกันและมีมติปิดประตูวัดทั้งหมด โดยห้ามออกไปภายนอกวัดและห้ามคนนอกเข้ามาภายในวัดในขณะนี้ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2564 โดยหลังจากที่ปิดประตูวัด พระภิกษุสามเณรที่เคยออกไปเดินบิณฑบาตตอนเช้าทุกวัน ก็ไมได้ออกไป ชาวบ้านที่เคยรอทำบุญใส่บาตรตามบ้านเรือนก็ต้องปรับเปลี่ยนมาที่วัด โดยการใส่บาตรพระผ่านช่องรั้วประตูวัด ด้วยการเว้นระยะห่าง สามหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ตามมาตรการป้องกันการแพร่โรคระบาดอย่างเข้มงวด โดยยังไม่มีกำหนดที่จะเปิดประตูวัดรอจนกว่าสถานการณ์ต่างๆจะคลี่คลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผลกระทบก็มีบ้างในเรื่องอาหารการกิน เพราะทางพระและสามเณรจะฉันเพียงวันละ 2 มื้อ ส่วนฆราวาสที่เป็นนักเรียนก็ต้องกินวันละ 3 มื้อ โดยวันไหนอาหารที่ชาวบ้านทำบุญมาไม่เพียงพอทางฆราวาสก็จะประกอบทำอาหารกินกันภายในวัด แต่ละมื้อไปซึ่งหากใครอยากร่วมมอบปัจจัย ข้าวสาร อาหารแห้ง สามารถมาร่วมทำบุญที่วัดได้ หรือโทรศัพท์มาสอบถามได้ที่ เบอร์ 081-287-2962
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111967</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลำปาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_6107c7b1558c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 21:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 21:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกจับหนุ่มขายไม้หวงห้ามแปรรูป หลังจนท.ติดต่อล่อซื้อผ่านทางเฟซบุ๊ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.64 - พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผกก.4 บก.ปทส. ตร.สภ นายสมศักดิ์ สกุลวรรณรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยกรป่าไม้ที่ 3 ลำปาง นายจิตกร ศรีจันทร์ ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า นายเรวัตร เวียงทอง ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) เข้าตรวจสอบไม้หวงห้าม ประดู่แปรรูปจำนวน 24 แผ่นเหลี่ยม ที่ซุกซ่อนภายในกระบะรถยนต์อีซูซุ สีขาวหมายเลขทะเบียน บห 4857 ลำปาง โดยมีผ้าใบสีเขียวปิดคลุมอำพรางไว้ ซึ่งถูกนำมาเก็บรักษาที่ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป. 14 (แม่ทะ) ตำบลแม่ทะ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง หลังเจ้าหน้าที่ตรวจยึดจับกุมได้ขณะที่คนขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวซึ่งเป็นชาย 1 คน ได้ขับรถมาส่งให้แก่เจ้าหน้าที่ หลังถูกเจ้าหน้าที่ติดต่อล่อซื้อผ่านทางเพสบุ๊ก โดยเบื้องต้นได้นำตัวผู้ต้องหามาสอบสวนเพื่อขยายผลแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นเพจเฟซบุ๊กชื่อ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ลำปางไม้ใหญ่ อิทธิพัฒนเดชากุล&amp;rdquo; ประกาศขายไม้แปรรูปไม้ท่อน รวมไปถึงไม้หวงห้าม อย่างโจ๋งครึ่ม และอ้างว่าไม้ทั้งหมดถูกต้องตามกฏหมายสามารถจัดส่งได้ทั่วประเทศ ทางเจ้าหน้าที่ จึงให้สายติดต่อทางเฟสบุ๊ค ขอซื้อไม้ประดู่แผ่น โดยติดต่อกันได้ประมาณ 3 วัน ผู้ใช้ &amp;ldquo;ลำปางไม้ใหญ่ อิทธิพัฒนเดชากุล&amp;rdquo; ก็ติดต่อกลับมาว่าสามารถ หาไม้ ประดู่แผ่นได้ทั้งหมด 23 แผ่นเหลี่ยม ในราคา 4 หมื่นกว่าบาท แต่ขอมัดจำก่อน 2 พันบาท ซึ่งหลังเจ้าหน้าที่โอนเงินค่ามัดจำให้แล้วปรากฏว่า ผู้ต้องหา ติดต่อให้เดินทางมารับไม้ได้ทันที โดยนัดรับส่งไม้ดังกล่าวที่ ถนนในหมู่บ้าน บ้านสบทะ หมู่7 ตำบลป่าตัน อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทางเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปยังจุดนัดพบ และเมื่อไปถึงทางเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวขอตรวจค้น และพบของกลางดังกล่าว ส่วนทางผู้ต้องหาคือคนขับรถ ราบชื่อต่อมาคือนายยุนนันท์ หรือ (แอ็ด)ขอสงวนนามสกุล อายุ 33 ปี ราษฏรพื้นที่ อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง อ้างว่าไม้ทุกชิ้นมีเอกสารอย่างถูกต้อง แต่เมื่อทางเจ้าหน้าที่ได้ให้เวลาในการประสานหาเอกสารหลักฐานต่างๆนานกว่า 6 ชั่วโมงก็ไม่สามารถนำมาแสดงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายยอมรับสารภาพว่า ไม้ทั้งหมดตนเองรับซื้อมาอีกทอดหนึ่ง แล้วนำมาขายส่งต่อ โดยได้ซื้อไม้จากพ่อค้าไม้แห่งหนึ่งในพื้นที่ จังหวัดลำปาง โดยจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนจุดรับส่งไม้ไปเรื่อยๆ ซึ่งตัวเองเหมือนพ่อค้าคนกลางคือรับไม้มาแล้วก็เอาไปขายต่อซึ่งทำมาได้ประมาณ 1 ปี จนกระทั่งมาถูกจับกุมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล้าวหา ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ปี พ.ศ.2484 มาตรา 48 ฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันมีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครอง 0.20 ม.&amp;rdquo; โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ และมาตรา 70 ฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันรับไว้ด้วยประการได ซ่อนเร้น จำหน่ายหรือช่วยพาเอาไปให้เสียพ้นซึ่งไม้ของป่าที่ตนรู้อยู่แล้วว่าเป็นของป่าที่มีผู้ได้มาด้วยการกระทำผิดกฏหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109882</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลำปาง, ไม้หวงห้าม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60f041ffdc11d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108242</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 08:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 08:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รายแรก! &#039;รับคนลำปางกลับบ้าน&#039; หนุ่มแม่ทะติดโควิดอยู่กทม. เข้ารักษาที่รพ.แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ได้ให้หน่วยงานตั้งศูนย์ &amp;ldquo;รับคนลำปางกลับบ้าน&amp;rdquo; สำหรับกลุ่มพื้นที่สีแดงถ้าติดเชื้อ หรือ หาเตียงไม่ได้ กรณีทราบผลว่าติดเชื้อแล้วแต่หาที่รักษาไม่ได้ โดยจะต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดลำปางเท่านั้น โดยสามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 093-140-8023&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา รถพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน กทม.ได้นำตัว นายจักรพงษ์ หรือบอส อายุ 25 ปี ชาวบ้านป่าตัน อ.แม่ทะ จ.ลำปาง พร้อมแฟนสาว ซึ่งทำงานอยู่ กทม. โดยตัวนายจักรพงษ์ป่วยด้วยโรคโควิด ส่วนแฟนสาวผลการตรวจยังไม่ออก เดินทางมาถึงจังหวัดลำปางเป็นที่เรียบร้อย ถือว่าเป็นรายแรกในโครงการ รับคนลำปางกลับบ้าน โดยเมื่อมาถึง นางสุรีย์ มาปลูก นายอำเภอแม่ทะ พร้อมเจ้าหน้าที่ รพ.แม่ทะ ได้ไปคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้กับทีมงานที่มาส่งผู้ป่วยจนเสร็จสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสุรีย์ เปิดเผยว่า ทางรถโรงพยาบาลได้นำผู้ป่วยพร้อมแฟนสาวมาถึงที่ รพ.แม่ทะ และได้ทำการตรวจ X-ray แล้ว ปอดยังดีอยู่ จึงนำผู้ป่วยนอนรักษาตัวที่ รพ.แม่ทะ ส่วนแฟนสาวที่ผลการรวจยังไม่ออก ได้แยกกักตัวอยู่คนเดียวในกระท่อมภายในสวนของบ้านของตนเอง เพื่อรอผลตรวจและเป็นไปตามมาตรการของทางจังหวัด ซึ่งผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงจะต้องกักตัว 14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีของนายจักรพงษ์ก่อนหน้านี้ได้มีการโพสต์เพื่อขอความช่วยเหลือให้กับนายจักรพงษ์ที่ป่วยและไม่มีเตียงในโรงพยาบาลและต้องนอนพักรักษาตัวเองในห้องพัก พร้อมแฟนสาว จนอาการเริ่มหนักขึ้นจึงโพสต์เพื่อขอความช่วยเหลือให้ช่วยหาเตียง หรือรับกลับมารักษาที่ลำปาง จนกระทั่งทางจังหวัดได้รับการประสานและติดต่อไปยังโรงพยาบาลเอกชนที่ กทม.ให้รับตัวทั้งสองคนกลับมาถึงลำปางใน&amp;ldquo;รับคนลำปางกลับบ้าน&amp;rdquo; เป็นรายแรก ดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108242</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลำปาง, ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd1109b84ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 16:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 16:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สยอง! พลุตะไลงานศพระเบิด เศษเหล็กปลิวปาดคอเพื่อนคนตาย เลือดทะลักสิ้นลมที่รพ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.64 - เจ้าหน้าที่กู้ภัยเทศบาลตำบลยางคก&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.ห้างฉัตร จังหวัดลำปาง รีบนำตัวนายเศรษฐ์ เทพวงค์ อายุ 60 ปี อาชีพทนาย ที่ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลฉกรรจ์บริเวณลำคอ เนื่องจากถูกเศษเหล็กยาวประมาณ 5 นิ้ว กระเด็นบาดคอ&amp;nbsp;เนื่องจากพลุตะไลที่จุดบริเวณเมรุเผาศพระเบิด บริเวณกลางงานฌาปนกิจศพ ซึ่งจัดขึ้นที่สุสานบ้านหม้อ ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ส่งรักษาที่ รพ.ห้างฉัตรเป็นการด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนายอนุสรณ์ สัญญา เจ้าหน้าที่กู้ภัย ซึ่งร่วมอยู่ในพิธีฌาปนกิจศพด้วย เล่าว่า ขณะที่มีการจัดงานฌาปนกิจศพของชายรายหนึ่งซึ่งเป็นผู้สูงอายุในหมู่บ้าน ผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของผู้ตายก็มาร่วมงานด้วย โดยยืนห่างจากเมรุประมาณ 5 เมตร และเมื่อถึงเวลาจุดพลุตะไลเพื่อจุดไฟเผาศพ ซึ่งพลุดังกล่าวช่างได้ติดตั้งไว้ที่ฐานเมรุ ทันทีที่ช่างจุดพลุก้ได้ยินเสียงระเบิด และอยู่ดีๆชายผู้รับบาดเจ็บซึ่งยืนอยู่ก็เดินถอยหลังสองก้าวและใช้มือจับที่คอและมีเลือดพุ่งออกมาก่อนที่จะล้มลงนอนกับพื้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนแรกนึกว่าชายคนดังกล่าวเป็นลม แต่เมื่อเข้ามาดูแต่ปรากฏว่ามีเลือดออกที่บริเวณต้นคอซ้ายเป็นจำนวนมากและมีเศษวัสดุบางอย่างติดอยู่ที่บาดแผล ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่มาร่วมงานศพ จึงช่วยกันพยุงผู้บาดเจ็บไปนั่งพักบริเวณศาลาและทำการ CPR ในเบื้องต้น แต่ปรากฏว่าเลือดยังไหลออกมาไม่หยุด เนื่องจากแผลถูกเศษเหล็กประมาณ 5 นิ้ว บาดเข้าที่ต้นคอบริเวณเส้นเลือดใหญ่พอดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กุ้ภัยได้นำดูบริเวณฐานเมรุเผาศพซึ่งเป็นจุดที่ติดตั้งพลุตะไลสำหรับจุดเผาศพ ก็พบว่าท่อเหล็กที่ติดกับฐานได้ระเบิดหลุดออกจากฐานและท่อเหล็กแตกออกเป็นชิ้นๆ ซึ่งเศษที่แตกมีความคมมาก และบริเวณด้านล่างเมรุยังพบพวงหรีดของผู้บาดเจ็บที่นำมาวางให้กับเพื่อนสนิทที่เสียชีวิตด้วย ส่วนบริเวณที่นั่งในศาลาก็พบว่ามีเลือดของผู้บาดเจ็บไหลนองเต็มพื้นไปหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้างฉัตรได้เข้ามาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและได้ควบคุมตัวช่างทำพลุ ที่มาจุดพลุตะไลในงานฌาปนกิจศพ ไปสอบปากคำที่ สภ.ห้างฉัตรแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรับรายงานว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตแล้ว ที่โรงพยาบาลห้างฉัตร&amp;nbsp;หลังทนพิษบาดแผลไม่ไหว ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยเทศบาล ต.ปงยางคก กำลังจะทำการนำศพส่งไปชันสูตรต่อที่โรงพยาบาลลำปาง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102805</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลำปาง, พลุตะไล, พลุตะไลงานศพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210513/image_big_609cf3adbbd20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
