<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 10:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชื่นชม ตร.ขุขันธ์ โดนโจ๋ด่ากราดบนโรงพัก ไม่ตอบโต้แต่ใช้กฎหมายจัดการ (มีคลิป)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ดาวแปดแฉก&amp;quot; โพสต์คลิปพร้อมเขียนข้อความว่า &amp;quot;ขอชื่นชมตำรวจ สภ.ขุขันธ์ ภ.จว.ศรีสะเกษ ในการปฏิบัติหน้าที่ตรวจยึดรถต้องสงสัย แม้จะถูกผู้ต้องหาใช้ถ้อยวาจาท้าทาย ด่าพ่อล้อแม่ ก้าวร้าว #เเต่ก็อดทนต่อความเจ็บใจตามอุดมคติของตำรวจ ก่อนที่จะใช้กฎหมายดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ส.ค.2564 ชายวัยรุ่นในคลิป ถูกตำรวจสายตรวจ จับกุมเนื่องจากขับขี่รถจักรยานยนต์ดัดแปลงสภาพ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จากนั้นถูกนำตัวมาที่สถานีตำรวจ เพื่อทำบันทึกประวัติของผู้ครอบครอง แต่วัยรุ่นคนดังกล่าวไม่พอใจ พูดจาด่าทอตำรวจด้วยคำหยาบคาย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ตอบโต้ จึงทำบันทึก และแจ้งข้อกล่าวหา ดูหมิ่นเจ้าพนักงานฯ ไม่แสดงบัตรประชาชน และแจ้งชื่อหรือที่อยู่เท็จ ก่อนควบคุมตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ชายวัยรุ่นถูกศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี ปรับ 2,500 บาท โทษจำคุกรอลงอาญา 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น เพจเฟซบุ๊ก ดาวแปดแฉก ยังได้โพสต์อีกว่า อุดมคติตำรวจ 9 ข้อ คือสิ่งที่ ร.ต.อ.อาภากร โสภา รอง สวป.สภ.ขุขันธ์ ท่องจำขึ้นใจแล้วนำมาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ส.ค.2564 เวลาประมาณ 14.25 น. วัยรุ่นชายคนหนึ่งพูดจาด้วยถ้อยคำที่รุนแรงแสดงท่าทีก้าวร้าว ต่อหน้า ร.ต.อ.อาภากร จนกระทั่งเหตุ การณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น ถูกนำไปแชร์ในโลกออนไลน์ ผู้ชมคลิปวิดีโอดังกล่าวชื่นชมความสุภาพและความใจเย็นของ ร.ต.อ.อาภากร เป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.อาภากร หรือ ผู้กองปุ๋ย เล่าว่า วันนั้น (9 ส.ค.) ตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์ พบวัยรุ่นชายขับขี่รถจักรยานยนต์ดัดแปลงสภาพ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน บริเวณสาธารณะชุมชน บขส.เก่า ถ.ท้าวปัญญา หมู่ 6 ต.ห้วยเหนือ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ จากนั้นนำตัวมาที่สถานีตำรวจ เพื่อทำบันทึกตรวจยึดทำประวัติของผู้ครอบครอง แต่วัยรุ่นชายไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ยอมบอกอะไร แต่พูดจาไม่ดีใช้ถ้อยคำรุนแรงแล้วท้าทายตำรวจ จึงใช้ดุลยพินิจพิจารณาแล้วว่าเป็นความผิดซึ่งหน้าแล้วจึงทำบันทึกจับแจ้ งข้อกล่าวหา ดูหมิ่นเจ้าพนักงานฯ ไม่แสดงบัตรประชาชน และ เจ้าพนักงานถามชื่อที่อยู่เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายไม่ยอมบอกหรือแกล้งบอกชื่อหรือที่อยู่เท็จ อีกทั้งได้แจ้งสิทธิตามกฎหมายให้วัยรุ่นชายทราบก่อนควบคุมตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.อาภากร บอกว่า ในอาชีพตำรวจต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นสักวัน ทุกครั้งที่ปฏิบัติหน้าที่พึงท่องจำไว้ในเรื่องของความอดทนอดกลั้น ซึ่งเป็นอุดมคติของตำรวจ ที่เราต้องท่องจำโดยเฉพาะข้อ 3 อดทนต่อความเจ็บใจ เพราะฉะนั้นในสถานการณ์วันนั้นถ้าผมหลุดไปผมจะกลายเป็นคนผิดทันที คือตำรวจขาข้างหนึ่งอยู่ในคุก ขาข้างหนึ่งอยู่นอกคุก เราอย่าไปโต้ตอบ อย่าไปหลุด ทุกกรณี ถ้าเราพลาดเราจะกลายเป็นคนผิด เราจึงต้องใช้ความอดทนเพื่อใช้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยปกติคนเราถูกคนอื่นใช้คำพูดที่รุนแรงคงต้องมีอารมณ์โกรธ แต่ผมต้องอดทน ผมต้องนิ่ง นึกถึงอุดมคติตำรวจอย่างเดียว ท่องไว้ต้องอดทน อย่าไปเสียเปรียบเขา เดี๋ยวต้องเสียเงิน ยิ่งไม่มีเงินต้องไปจ่ายให้เขาค่าเสียหาย เดี๋ยวเราต้องติดคุก ยิ่งไม่ค่อยมีเงิน ท่องในใจอดทนไว้ ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ผมแค่ปฏิบัติตามหน้าที่ของผมให้ดีที่สุดทำตามกฎหมาย&amp;quot; ร.ต.อ.อาภากร ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113832</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดศรีสะเกษ, สภ.ขุขันธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611dd391e7c35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; เคาะจ่ายชดเชยฝายหัวนา 350 ราย 34.66 ล้านบาท หลังรอมานาน 20 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.64 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา มีการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาโครงการฝายหัวนา ครั้งที่ 2/2564 ผ่านระบบ Zoom ที่อาคารรัฐสภา โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เป็นประธานการประชุมในฐานะคณะกรรมการแก้ไขปัญหาโครงการฝายหัวนาครั้งที่ 2 / 2564 ซึ่งฝ่ายเลขาคือสำนักกฎหมายและที่ดินกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินค่าขนย้าย กรณีที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ จำนวน 350 แปลง เนื้อที่ 770-1-59 ไร่ ตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาโครงการฝายหัวนา จังหวัดศรีสะเกษ และคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาโครงการฝายหัวนา จังหวัดศรีสะเกษ เฉพาะกลุ่มโนนสัง กลุ่มราษีไศล และกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกฯ กล่าวว่า โดยมติที่ประชุมเห็นชอบรายชื่อราษฎรผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินที่ถูกเขตการก่อสร้างที่มีสิทธิได้รับค่าทดแทนค่าขนย้าย (ที่ดิน) ตามหลักเกณฑ์แห่งมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2532 ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการฯ ทั้งสองคณะ จำนวน 350 แปลง เนื้อที่ 770-1-59 ไร่ เป็นเงิน 34.66 ล้านบาท โดยจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;และรองนายกรัฐมนตรียังได้กำชับให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเบิกจ่ายเงินให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ทั้งนี้ไม่ให้เป็นปัญหายืดเยื้อและให้อำนวยความสะดวกให้กับราษฎรอย่างเต็มที่เนื่องจากที่ผ่านมาใช้เวลาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้นานมากแต่สำเร็จในยุคนี้ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์แก่ราษฎร &amp;quot; รองโฆษกรัฐบาล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครั้งนี้ใช้เวลาพอสมควรเนื่องจากนายจุรินทร์ต้องการเร่งรัดแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรโครงการฝายหัวนา จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งยืดเยื้อมานานสำหรับการประชุมครั้งนี้นอกจากตัวแทนหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องแล้วยังมีผู้แทนกลุ่มราษฎรในพื้นที่ทุกฝ่ายเข้าร่วมด้วย เช่น ตัวแทนสมัชชาคนจนตัวแทนราษฎรตำบลโนนสัง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ยืดเยื้อมา 20 ปีเพราะการพิสูจน์สิทธิและการแก้ไขปัญหาเกษตรกรที่มีผู้แทนหลายกลุ่ม แต่ยุติได้ในคณะกรรมการแก้ไขปัญหาโครงการฝายหัวนาชุดนี้เพราะมีนายจุรินทร์ เป็นประธาน เนื่องจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ใช้ข้อมูลประสบการณ์การแก้ไขปัญหาเกษตรกรควบคุมการประชุมให้ความขัดแย้งในตัวแทนชาวบ้านยุติและเกิดความยุติธรรม ซึ่งหลังจากนี้ไปจะมีการนำเข้าอนุมัติในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีและจ่ายเงินให้เกษตรกรตามสิทธิเป็นลำดับถัดไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113823</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดศรีสะเกษ, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, รัชดา ธนาดิเรก, โครงการฝายหัวนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa3cc01b3b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เห็นชอบเวนคืนที่ดินในจ.ศรีสะเกษ ขยายถนนเพิ่ม 4 เลนเชื่อมอุบลราชธานี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค.64 - น.ส.ไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในท้องที่ตำบลจานใหญ่ อำเภอกันทรลักษ์ ตำบลเสียวและตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเบญจลักษ์&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;เพื่อขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2085&amp;nbsp;และ 2178&amp;nbsp;สายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24 &amp;ndash; อุบลราชธานี(บ้านน้ำเกลี้ยง) จังหวัดศรีสะเกษ รวมระยะทาง 10.815 กิโลเมตร วงเงินการก่อสร้าง 278 ล้านบาท&amp;nbsp;มีปริมาณทรัพย์สินที่ต้องจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินประกอบด้วย ที่ดินประมาณ 105 แปลง&amp;nbsp;สิ่งปลูกสร้างประมาณ&amp;nbsp;94 ราย&amp;nbsp;และต้นไม้ยืนต้นประมาณ 47 ราย และค่าเสียหายอื่นๆและค่าเผื่อเหลือเผื่อขาด รวมค่าทดแทนในการเวนคืนเป็นเงิน 52,428,250 บาท&amp;nbsp;ซึ่งกรมทางหลวงได้จัดรับฟังความคิดเห็นของผู้ได้รับผลกระทบกับโครงการดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp;ผลการรับฟังโดยรวมประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมได้ระบุเหตุผลของการจัดทำโครงการขยายทางหลวงครั้งนี้ว่า&amp;nbsp;เนื่องจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2085 และ 2178 สายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24 &amp;ndash; อุบลราชธานี(บ้านน้ำเกลี้ยง) จังหวัดศรีสะเกษ เป็นเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างอำเภอเบญจลักษ์&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ กับจังหวัดอุบลราชธานี ปัจจุบันยังเป็นทางหลวงขนาด 2 ช่องจราจร ที่มีปริมาณจราจรหนาแน่น ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงจำเป็นต้องขยายให้เป็น 4 ช่องจราจร&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาจราจร ลดอุบัติเหตุ สนับสนุนการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของประเทศ และเพิ่มศักยภาพขีดความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน เพื่ออำนวยความสะดวกและความรวดเร็วแก่การจราจรและการขนส่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101860</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดศรีสะเกษ, มติ ครม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_6059b8932712c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
