<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบหนุ่มเมียนมา รับแทงหวยใต้ดินในชุมชนคลองด่าน โอนเงินให้เจ้ามือฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.64 -&amp;nbsp;เวลา 11.30 น. ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรปราการ นำโดย พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร ผกก.ตม.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.ท.ประยุทธ์ เรือนทองคำ รอง ผกก.ตม.จว.สมุทรปราการ , ว่าที่ พ.ต.ท.นัฐพล ชมศิริ สว.ตม.จว.สมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าจับกุม นาย อ่อง ไน (AUNG NAING)อายุ 40 ปี สัญชาติเมียนมา ซึ่งกลับจากการรับแทงหวยใต้ดินจากแรงงานต่างด้าวด้วยกันที่อาศัยอยู่ในชุมชน ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จว.สมุทรปราการ ก่อนยึดกระดาษโพยหวยและอุปกรณ์ในการจดโพย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ลักลอบเล่นการพนันสลากกินรวบโดยเป็นเสมียนเดินโพยฝ่ายเจ้ามือ รับกินรับใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยได้ทำมานานแล้ว 5 เดือน ในแต่ละงวดจะมีคนเข้ามาขอซื้อสลากกินรวบประมาณ 30,000-40,000 บาท จากนั้นจะโอนเงินไปยังเจ้ามือที่ฝั่งประเทศเมียนมา โดยผู้ต้องหาจะได้รับเงินส่วนต่างงวดละประมาณ 10,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา ลักลอบเล่นการพนันสลากกินรวบโดยเป็นเสมียนเดินโพยฝ่ายเจ้ามือ รับกินรับใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต นำส่ง พงส.สภ.คลองด่าน เพื่อดำเนินตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119916</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสมุทรปราการ, ตรวจคนเข้าเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211016/image_big_616aa62b6d6e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รอดปาฏิหาริย์! รถกระบะบรรทุกลำไยเสียหลักตกทางด่วนสูงกว่า 10 เมตร คนขับไม่เจ็บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.64 - เมื่อเวลา 11.30 น.&amp;nbsp;ร.ต.ท.ชาญวิทย์ ศรีอนุวัฒน์พงศ์ &amp;nbsp;รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะบรรทุกลำไย พลิกคว่ำตกทางด่วนกาญจนาภิเษก บางพลี สุขสวัสดิ์ ช่วงต่างระดับช้างเอราวัณ ต.บางด้วน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมอาสาร่วมกุศลสมุทรปราการและป่อเต็กตึ๊ง เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพื้นด้านล่างใต้ทางด่วนกาญจนาภิเษก พบรถยนต์กระบะ ยีห้อโตโยต้า สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ก -3980 จันทบุรี ซึ่งบรรทุกลำไยมาเต็มคัน ตกลงมาจากทางด่วนพลิกตะแคงบิดเบี้ยวทั้งคัน ลำไยที่บรรทุกมาเต็มคันรถได้ตกกระจายเกลื่อนพื้นในที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวน 2 คนเป็นชายและหญิงที่เป็นคนขับและนั่งมาในรถ โดยรถยนต์กระบะคันดังกล่าวได้เสียหลักชนที่กั้นขอบทางด้านบนทางด่วนก่อนพลิกคว่ำตกลงมาจากทางด่วนที่มีความสูงกว่า 10 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชัย ไตรพรม อายุ 32 ปี คนขับรถกระบะคันดังกล่าว ได้เล่าว่า ตนและแฟนสาวขับรถบรรทุกลำใยมาจากจังหวัดจันทบุรีเพื่อไปส่งที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะมาถึงจุดเกิดเหตุเป็นช่วงที่จราจรติดขัด ตนจึงกด จีพีเอส สอบถามเส้นทางจากสิริ ในแอฟโทรศัพท์ เพื่อหาเส้นทางใหม่ ซึ่งสิริในจีพีเอส ได้พามาทางลัด ให้ตนมาใช่เส้นทางดังกล่าว ซึ่งเป็นทางโค้งลาดชันซึ่งเป็นช่วงทางลง ในจีพีเอสเห็นว่ารถไม่ติด จึงเบี่ยงออกมา ได้เพียงเล็กน้อย รถได้เกิดเสียหลักเฉี่ยวชนขอบทางด่วนก่อนพลิกคว่ำตกลงจากทางด่วน ซึ่งมีสูงกว่า 10 เมตร ลงมากระแทกพื้นด้านล่าง ส่วนที่ตนและแฟนสาวไม่ได้รับบาดเจ็บนั้นคาดว่าน่าจะเป็นเพราะบารมีของหลวงปูทวดคุ้มครอง เพราะที่หน้ารถตนมีหลวงปู่ทวดที่พี่ชายให้มาตั้งอยู่เพียงองค์เดียว และที่คอของแฟนตนก็แขวนหลวงปู่ทวดด้วยเช่นกัน ทำให้เกิดปฏิหารย์รอดตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118246</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสมุทรปราการ, ปาฏิหาริย์, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_61543608eda95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 20:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 20:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิณฑ์-เอกพัน&#039; นำทีมนักแสดงโคลีเซี่ยม บวงสรวงสักการะวันคล้ายวันพระราชสมภพ ร.5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.64 - มูลนิธิร่วมกตัญญู นำโดย บิณฑ์ และเอกพัน บรรลือฤทธิ์ จัดพิธีบวงสรวงสักการะ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 บริเวณลาน ภายในป้อมพระจุลจอมเกล้า อ.พระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 สมเด็จพระปิยมหาราช ครบรอบ 168 ปี ซึ่ง บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ พระเอกนักบุญเพื่อมวลชน ได้จัดพิธีบวงสรวงขึ้นอย่างต่อเนื่องมากว่า 30 ปี โดยในปีนี้ได้ย้ายมาจัดพิธีบวงสรวงสักการะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่บริเวณลานภายในป้อมพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ โดยในพิธีจะมีการถวายเค้กยักษ์ ขนาด 596 ปอนด์ ต่อพระองค์ท่าน ก่อนที่บิณฑ์-เอกพัน บรรลือฤทธิ์ และผู้ร่วมงานจะแจกจ่ายอาหาร รวมถึงเค้กมงคลในกับประชาชนที่มาร่วมพิธีมหามงคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบรรยากาศภายในงานคับคั่งไปด้วยบุคคลสำคัญ อาทิ นางรัตนา สมสกุลรุ่งเรือง ประธานมูลนิธิร่วมกตัญญู, นางเตือนใจ เตชะรัตนประเสริฐ จากสหมงคลฟิล์ม, คุณพรพิมล มั่นฤทัย ผู้บริหารค่ายโคลีเซี่ยม ฟิล์ม ซึ่งได้นำนักแสดงมาร่วมพิธีมากมาย เช่น ริช-วิชญพงศ์ เอี่ยมสะอาด, แก้ม-ญาณิศา ธีรธร, อลิซ-ธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน, ส้ม-ชมพูนุช พึ่งพล, วิรสุดา จงจอหอ และทีมงานผู้กำกับละครชื่อดัง ทองก้อน ศรีทับทิม และจรัญ วงศ์สัจจะ โปรดิวเซอร์คนดัง ร่วมด้วยนักแสดงจากยุ้งข้าว เรคคอร์ด วงศธร สมศรี, เขมจิรา โพธิ์ศรี, ชลพิพรรธน์ ชูแสง, จิตรเลขา พูลสวัสดิ์ รวมถึง ศิลปินนักร้องบ่าววี-เรืออากาศตรี วีรยุทธิ์ นานช้า, แนนซี่ ท็อปไลน์มิวสิค และโฉมฉาย อรุณฉาน ศิลปินเพลงอาวุโสแห่งวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ มาร่วมพิธีมหามงคลในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้วันที่ 20 กันยายนของทุกปี เป็นวันคล้ายวันเสด็จพระราชสมภพ ของรัชกาลที่ 5 เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของพระองค์ท่าน ที่ได้ทรงเสียสละพระวรกาย ทุ่มเทเพื่อปวงชนชาวไทยนานับประการ ไม่ว่าจะเป็นการเลิกทาส, ก่อตั้งรถไฟไทย, ก่อตั้ง รร.นายร้อยฯ ฯลฯ ปวงชนชาวไทย เห็นสมควรน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117444</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสมุทรปราการ, บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์, ป้อมพระจุลจอมเกล้า, มูลนิธิร่วมกตัญญู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149df7675cf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 18:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 18:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักศึกษา วปอ.รุ่น 60 บริจาคเครื่องจ่ายออกซิเจน 3 ตัว ให้ รพ.สมุทรปราการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะนักศึกษา หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 60 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ บริจาคเครื่องจ่ายออกซิเจน High flow จำนวน 3 เครื่อง ให้แก่โรงพยาบาลสมุทรปราการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย.64 - นฤมล ล้อมทอง รองประธานนักศึกษา วปอ.60 เป็นผู้แทนมอบเครื่องจ่ายออกซิเจน พร้อมด้วย บรรณสาร จันทร์สมศักดิ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร และผศ.ดร.รัชนี กุลยานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) ร่วมในการส่งมอบนวัตกรรม KMITL High Flow เพื่อเป็นประโยชน์แก่โรงพยาบาลต่อไป&amp;nbsp;ซึ่งได้รับเกียรติจาก วาสนา ธนเศรษฐ พยาบาลวิชาชีพ หัวหน้างานห้องผู้ป่วยหนักศัลยกรรม โรงพยาบาลสมุทรปราการ เป็นผู้แทนรับมอบ ณ โรงพยาบาลสมุทรปราการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเครื่องจ่ายออกซิเจน KMITL High flow ออกแบบและพัฒนาขึ้นโดย คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) &amp;nbsp;ซึ่งได้คิดค้นและพัฒนาต้นแบบ &amp;ldquo;เครื่องจ่ายออกซิเจน KMITL High Flow&amp;rdquo; เป็นเครื่องจ่ายออกซิเจนในอัตราการไหลสูงเป็นครั้งแรก ที่มาพร้อมระบบมอนิเตอร์ทางไกลระบบการแสดงผลที่สามารถปรับการตั้งค่าต่างๆ ผ่านแอพลิเคชั่น เพื่อลดการสัมผัสระหว่างบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยผ่านระบบติดตามระยะไกล เพื่อต่อลมหายใจ ช่วยคนไทยพ้นภัยโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116582</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสมุทรปราการ, นฤมล ล้อมทอง, วปอ., เครื่องจ่ายออกซิเจน High Flow</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613f2cdba0962.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116215</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 21:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 21:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชายวัย 68 กินข้าวกับเป็ดพะโล้ กระดูกติดคอ นอนชักดับคาชามข้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.64 - ร.ต.อ.สมยศ ไกรกิจธนโรจน์&amp;nbsp;รองสารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงใต้ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีชายสูงอายุเสียชีวิต&amp;nbsp;ภายในห้องเช่าเลขที่ 240/5 หมู่ 3&amp;nbsp;ซอยกุศลส่งสามัคคี 4&amp;nbsp;ต.สำโรง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp;หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเดินทางไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นห้องเช่า 2 ชั้นห้องที่ 10 พบร่างของนายวิจินต์&amp;nbsp;สินธุ อายุ 68 ปี ชาวจังหวัดชลบุรี นอนหงายเสียชีวิตอยู่กลางบ้านที่ข้างตัวพบชามข้าววางอยู่ ซึ่งภายในชามข้าวยังคงมีข้าวและเป็ดพะโล้หลงเหลืออยู่ตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด จึงได้มอบศพให้มูลนิธินำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลัดดา&amp;nbsp;อาลัยรัตน์ อายุ 56 ปี ภรรยาผู้ตาย ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้นั่งกินข้าวกับเป็ดพะโล้อยู่ ระหว่างที่นั่งแทะคอเป็นอยู่ๆ ผู้ตายได้บอกว่าคอเป็ดติดคอ ตนจึงบอกให้กินข้าวคำใหญ่ๆ เข้าไปกระดูกจะได้หลุด ผู้ตายจึงตักข้าวคำใหญ่กลืนเข้าไปแล้วไม่หายและผู้ตายได้ลงไปนอนชักก่อนที่จะนิ่งไปด้วยความตกใจตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือจากหน่วยกู้ชีพให้มาช่วยเหลือ แต่ผลปรากฏว่าผู้ตายได้เสียชีวิตก่อนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า กระดูกคอเป็ดน่าจะเข้าไปขวางหลอดลมของผู้ตายอยู่จนทำให้ขาดอากาศหายใจและเสียชีวิต อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งและรอผลการตรวจชันสูตรอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116215</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสมุทรปราการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_613a146fd0bd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.สมุทรปราการ สั่งย้ายจนท.เวรเปลไปแผนกอื่น พร้อมตั้งทีมสอบปมวางมวยกู้ภัยเทศบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;1 ก.ย.64 - จากกรณีกู้ภัยเทศบาลแห่งหนึ่งเปิดศึกวางมวยกับเจ้าหน้าที่เวรเปล บริเวณหน้าห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลสมุทรปราการ ซึ่งมีคลิปจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้ เหตุเกิดเมื่อช่วงบายวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุด วันนี้ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลสมุทรปราการ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เกิดเหตุ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;โดยนายแพทย์ปฎิวัติ วงศ์งาน รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลสมุทรปราการ ให้สัมภาษณ์ว่า เท่าที่ได้รับรายงานมาพบเป็นเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างผู้ที่มาส่งผู้ป่วยโควิดกับพนักงานเวรเปล โดยทางรพ.ได้ตั้งคณะสอบสวนข้อเท็จจริง ผลเบื้องต้นน่าจะมีมูลในพฤติกรรมที่น่าจะเป็นความผิด โดยขั้นตอนต่อไปก็จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดด้านวินัย&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;จากการตรวจสอบจากคลิปวีดีโอที่บันทึกได้ค่อนข้างมีพฤติกรรมควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ โดยเหตุเกิดจากทีมกู้ภัยใส่ชุด&amp;nbsp;ppe&amp;nbsp;ครบถ้วน ส่วนเวรเปลสวมชุดเวรเปลธรรมดาไม่ได้สวมชุดป้องกันได้เข็นเปลเข้ามาให้ และ อยากให้ไปส่งถึงตัวเต็นท์เลย ซึ่งห่างออกไปประมาณ 20 เมตร ทางทีมกู้ภัยที่มาส่งถามว่าทำไมไม่ช่วยกัน ทำให้เกิดมีปากเสียงกัน มีการดึงเสื้อ ผลักอกและมีชกต่อยกัน ตามคลิปโดยเหมือนคนของเราเป็นฝ่ายต่อย&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;จากการสอบถามที่ไม่ช่วยเนื่องจากเวรเปลไม่ได้สวมชุดป้องกัน โดยความผิดอยู่ที่การควบคุมอารมณ์การทำงานร่วมกัน ควรจะควบคุมอารมณ์ได้มากกว่านี้ โดยในสถานการณ์ที่ทุกคนทำงานหนักอาจจะมีการควบคุมอารมณ์กันไม่อยู่ได้ โดยเบื้องต้นเวรเปลคนดังกล่าว ได้ให้ย้ายไปทำงานอยู่ในแผนกซักฟอก และ งดโอที ในระหว่างตั้งคณะกรรมการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;ส่วนสาเหตุน่าจะเกิดมาจากการไม่เข้าใจในการแบ่งหน้าที่การทำงาน โดยเท่าที่ได้ข้อมูลมายังไม่พบสาเหตุอื่นที่ทำให้ทะเลาะกัน และเมื่อวานท่านรองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารได้โทรศัพท์ติดต่อไปหาท่านนายกเทศมนตรีของเทศบาลตำบลบางเมือง ซึ่งเป็นหน่วยงานคู่กรณี เพื่อเชิญตัวผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ให้มาให้ข้อมูลจะได้ไม่เป็นการฟังความฝ่ายเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรก็คงต้องขึ้นอยู่กับกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริง แต่อย่างที่บอกไปเบื้องต้นคดีน่าจะมีมูล ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีเกิดขึ้นเป็นธรรมดาแต่ก็ไม่เคยจนถึงขั้นชกต่อยกันขนาดนี้ ส่วนการลงโทษคงต้องพิจารณาจากผลของการสอบสวนก่อน ส่วนบทลงโทษสูงสุดก็คือให้ออก ถ้ามีความผิดจริง เรื่องนี้ถึงแม้ว่าจะดูว่าเป็นเรื่องแค่ทะเลาะกันเพียงเล็กน้อย แต่มองว่าเป็นเรื่องของการควบคุมอารมณ์&amp;nbsp;ซึ่งถ้าควบคุมไม่ได้สถานการณ์มันอาจจะรุนแรงกว่านี้ เพราะฉะนั้นถ้าหน้างานตรงนี้ยังควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ก็คงจะไม่เหมาะที่จะปฏิบัติงานตรงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นซึ่งตัวเขาเองก็ยอมรับว่าผิดจริงที่ลงไม้ลงมือ แต่ก็ยังไม่ได้ลงในเรื่องรายละเอียด ซึ่งก็จะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสืบสวน ถ้าเราพบว่าการสืบสวนมีมูลความผิดก็จะไปสู่คณะกรรมการสอบสวนวินัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปทางเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลบางเมือง คู่กรณี แต่ได้รับคำตอบไม่พร้อมที่จะให้ข่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115303</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสมุทรปราการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f3e852f7b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 14:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ช่วยรมว.ยุติธรรม ประสานจนท.เร่งเยียวยาครอบครัวสาววัย 16 ถูกแฟนหนุ่มกระทืบดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี นายณัฐวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี เสพกัญชาแล้วใช้เท้ากระทืบ&amp;nbsp;น.ส.อนันตญา หรือเมย์ อายุ 16 ปี แฟนสาวจนเสียชีวิต ส่วนนายณัฐวุฒิ ผู้ต้องหา ตำรวจสภ.พระประแดง ได้ควบคุมตัวและทำการตรวจสารเสพติดพบว่าได้เสพกัญชา จึงโดนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ส่วนผู้ต้องหาให้สารภาพว่าทำไปเพราะเกิดความโมโหและหึงหวงแฟนที่ไปกดไลค์เฟซบุ๊กผู้อื่นที่ตนเองไม่ชอบนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ตนได้ประสานไปยังกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และยุติธรรมจังหวัด ให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่พบปะครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว พร้อมทั้งแจ้งสิทธิ และรับคำขอตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนฯให้ทายาทของผู้เสียหาย โดยกระทรวงยุติธรรมจะเร่งให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ คดีดังกล่าวผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาเพิ่มคือความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนทำให้ถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 โดยครอบครัวผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยา ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา &amp;nbsp;พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้แก่ 1. ค่าตอบแทนถึงแก่ความตาย 50,000 บาท 2. ค่าจัดการศพ 20,000 บาท 3. ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู &amp;nbsp;40,000 บาท รวมทั้งหมด 110,000 &amp;nbsp;บาท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการดำเนินงานของสำนักงานยุติธรรมจังหวัดสมุทรปราการ ได้ประสานขอทราบข้อมูลพฤติการณ์แห่งคดีและข้อมูลทายาทผู้เสียหาย จาก ร.ต.อ.วีระพล สุดสายแก้ว พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี สภ.พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ทราบว่าได้ดำเนินการสอบปากคำผู้ต้องหาไปแล้ว เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2564 พร้อมกับนัดทายาทของผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะนำเข้าพิจารณาคณะอนุกรรมการฯ ประจำจังหวัดสมุทรปราการในวันที่ 13 ก.ย. นี้ พร้อมยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการโดยให้สำนักงานยุติธรรมจังหวัดสมุทรปราการ และสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา ติดตามการให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115149</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ, กระทรวงยุติธรรม, จังหวัดสมุทรปราการ, ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ, ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612dd1f31cd42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
