<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85706</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2020 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2020 11:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุกอย่างเป็นเรื่องของโชคชะตาลิขิตไว้&#039;บิ๊กตู่&#039;ทิ้งทวนทัวร์สมุทรสงคราม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.2563 - ที่บ้านคลองวัว หมู่ที่ 5 หมู่บ้านคลองวัว ตำบลเหมืองใหม่ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตรวจเยี่ยมการดำเนินกิจกรรมของหมู่บ้านรางวัลพระราชทานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง &amp;ldquo;อยู่เย็น เป็นสุข&amp;rdquo; โดยทันทีที่เดินทางมาถึงนายกรัฐมนตรีได้เดินทักทายประชาชนและเด็กนักเรียนที่มารอต้อนรับ โดยมีชาวบ้าน ตะโกน&amp;quot;ลุงตู่สู้ๆ&amp;quot; ขณะที่ช่วงหนึ่งพระครูพิศิษฏ์ ประชานาถ (หลวงพ่อแดงนันทิโย) เจ้าอาวาสวัดอินทาราม รองเจ้าคณะอำเภออัมพวา มอบตะกรุดจันทร์เพ็ญ (หลวงพ่อแดง นันทิโย) รุ่นปลดหนี้ รวยเหลือล้น ให้กับนายกรัฐมนตรี พร้อมกล่าวอวยพรว่า &amp;quot;ให้ปกป้องคุ้มครองภัยและให้ใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ เดินทางไปไหนปลอดภัยทั้งนั้น หลวงพ่อแดงมาให้กำลังใจแล้ว ไม่ต้องกลัวใครทั้งสิ้น ไม่ต้องกลัวภัยอันตราย&amp;quot; พร้อมให้กำลังใจนายกฯว่า &amp;quot;หลวงพ่ออายุ 71 ปียังสู้ นายกฯต้องสู้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายกฯ เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชน การแปรรูปกล้วยหักมุก การทำน้ำมันมะพร้าวอโวคาโด การทำมะพร้าวแปรรูปครบวงจร ก่อนกล่าวกับประชาชนผ่านหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน ซึ่งเป็นการสร้างการรับรู้ระดับชุมชน โดยพิธีกรได้เปิดเพลง&amp;quot;เดินตามรอยเท้าพ่อ&amp;quot; และกล่าวต้อนรับนายกฯว่า &amp;quot;วันนี้เราได้ต้อนรับลุงตู่ ที่เป็นที่รักของพวกเรา ตัวจริงเสียงจริง ขอเชิญนายกฯ กล่าวกับประชาชน&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายกฯ กล่าวกับประชาชนผ่านหอกระจายข่าวว่า เป็นวันที่ตนมีความสุขอีกวันหนึ่งที่ได้มาพบปะกับปะชาชาชน เมื่อเช้านี้ได้พบกับหลวงพ่อวัดบ้านแหลม ซึ่งตนได้อธิษฐานขอให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้ด้วยดี โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ยังมีสถานการณ์โควิด ทุกคนยังต้องระมัดระวังตัวเองโดยขอให้ช่วยกันเฝ้าระวังหากมีคนแปลกหน้าเข้ามาในหมู่บ้านด้วย เพราะอาจนำเชื้อจากที่อื่นเข้ามาได้ อย่างไรก็ตามวันนี้มาติดตามความก้าวหน้าและมาพูดคุยกับพวกเรา ซึ่งขณะนี้โลกเปลี่ยนไปทุกคนจึงต้องเรียนรู้โซเชียลที่มีการให้ข้อมูลที่ถูกต้องจากส่วนราชการ จึงต้องเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากการให้ข้อมูลข่าวสารจากรัฐบาลด้วย โดยเฉพาะวันนี้อยากให้ใช้ประโยชน์จากบิ๊กดาต้า ที่รัฐบาลกำลังเร่งสำรวจว่าแต่ละพื้นที่มีคนเท่าไหร่อย่างไร เพื่อช่วยเหลือได้ตรงเป้าหมาย ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องใช้ข้อมูลในการบริหารราชการแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ได้ไปไหว้พระ เยี่ยมชมโฮมสเตย์และการท่องเที่ยว รู้สึกดีใจที่หลายอย่างอยู่ในเกณฑ์รับได้ ยังมีคนมาท่องเที่ยว ขอให้คนไทยเที่ยวไทย โดยเฉพาะวันนี้มีโครงการคนละครึ่ง โดยเมื่อพูดถึงช่วงนี้ พิธีกรได้กล่าวกับนายกฯว่ามีแม่ค้าและชาวบ้านฝากมาถามกันจำนวนมากว่าโครงการคนละครึ่งจะยังมีต่อหรือไม่ โดยนายกฯ ได้กล่าวว่า &amp;quot;ขอยืนยันตรงนี้อีกครั้งและไปในทุกพื้นที่ของประเทศไทย โดยเดือน ม.ค.นี้ จะมีการขึ้นทะเบียนอีกครั้ง ทั้งคนเก่าและคนใหม่ก็ชักจูงกันเข้ามาลงทะเบียนรักษาสิทธิกันด้วย และที่สำคัญต้องไม่ขึ้นราคาข้าวของ เพราะมีการร้องเรียนมา และมีการตรวจสอบ ดังนั้นเคยขายเท่าไหร่อย่าขึ้นราคา ซึ่งตนรู้สึกดีใจในโครงการนี้เพราะไม่ใช่ฝ่ายรับฝ่ายเดียว แต่ถือเป็นการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายและยืนยันว่าโครงการดีๆแบบนี้จะหาเพิ่มเติมให้อีกในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ระหว่างนั่งรถมาตนก็ได้พูดคุยกับรัฐมนตรีมาตลอดว่าทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าถึงโอกาสด้วยโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงอะไรต่างๆ ซึ่งโอกาสเกิดขึ้นด้วยระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน เกิดขึ้นด้วยกฎหมายที่ไม่รบกวนซึ่งกันและกัน และต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ ต้องมีความเป็นธรรมซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมายแต่เป็นการดูแลคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยต้องดูแลให้ทั่วถึงมากกว่าเดิม จึงขอให้รวมกลุ่มให้เข้มแข็ง เพราะหากเป็นกลุ่มรายบุคคลรัฐบาลช่วยเหลือไม่ได้มากนัก วันนี้รัฐบาลกำลังส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ อีกทั้งหลายคนบอกอยากให้กระจายอำนาจ ซึ่งวันนี้มีอยู่แล้วด้วยระเบียบ และเห็นหลายพื้นที่ทำได้ดี รู้ความต้องการ รู้ปัญหาและอุปสรรค สิ่งสำคัญต้องเรียนรู้ระเบียบการใช้จ่ายงบประมาณโดยเฉพาะท้องถิ่น อบต. อบจ. ว่าการใช้งบฯ ต้องมีแผนระเบียบ ไม่ใช่เบิกแล้วได้เลยทั้งหมด จึงอยากให้ส่วนท้องถิ่นทำความเข้าใจ บางทีการใช้จ่ายงบฯ ทำไม่ได้เพราะแผนไม่ถูกต้อง ดังนั้นท้องถิ่นต้องรู้ว่าทำแผนงานโครงการอย่างไรให้ถูกต้องขึ้นไป ตนไม่ขัดข้องถ้ามีเงินก็พร้อมสนับสนุนอยู่แล้ว ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาใช้ไปมากพอสมควรและทำไปมากพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงท้ายนายกฯ กล่าวด้วยว่า ขอชื่นชมชุมชนบ้านคลองวัว ที่มีการบริหารจัดการหมู่บ้านที่ดีเยี่ยมเป็นชุมชนเข้มแข็ง จึงอยากให้มีชุมแบบนี้ทั่วประเทศ วันนี้ต้องเรียนรู้และกล้าเปลี่ยน ถ้าไม่เรียนรู้และทำแบบเดิมมีแต่จะถอยหลังไปในวันข้างหน้า อีกทั้งต้องเรียนรู้ว่ารัฐบาลทำอะไร ไม่ใช่ไม่ทำอะไร ทำไปเยอะมาก ตนสบายใจมีผู้นำแบบชุมชนนี้ ขณะเดียวกันวันนี้ข่าวจากทุกสื่อต้องเปรียบเทียบอะไรเชื่อได้ไม่ได้ด้วยวุฒิภาวะ เพราะบางอย่างเสนอออกมาให้เกิดความขัดแย้ง ออกมาลบๆ หมด ตนก็ไม่เข้าใจ ทำประเทศเดินหน้าไม่ได้ อย่างไรก็ตามยืนยันตนจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในฐานะผู้นำรัฐบาลและรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพูดถึงช่วงนี้พิธีกรได้กล่าวว่า ชาวบ้านที่นี่ฝากบอกกับนายกฯ ว่าวันนี้นายกฯไม่ได้สู้คนเดียว แต่พวกเราทุกคนสู้เคียงคู่กับท่านเป็นกำลังใจให้ นายกฯไม่ได้อยู่คนเดียว ชาวบ้านทุกคนรักท่าน ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอบว่า ขอบคุณมาก ทุกคนช่วยกันรักษาเอกลักษณ์ รักษาวิถีชีวิตความพอเพียง ซึ่งเป็นพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 และในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ท่านบอกจะร่วมมือกับนายกฯ ผมต้องร่วมมือกับท่าน เพราะรัฐบาลไม่ว่าจะใครทำคนเดียวไม่ได้ การแก้ปัญหาต้องร่วมมือกันทุกมิติ ทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย วันนี้ต้องกลับมาทบทวนดูอะไรดีอะไรจะเปลี่ยนแปลง ฝากกันขับเคลื่อนต่อไป ฝากถึงชาวสมุทรสงครามด้วย น่ารักทุกคน ไม่ใช่เพราะมาเชียร์ผม แต่ได้เห็นความเข้มแข็ง ความรักสามัคคี และเห็นผู้นำเอาใจใส่ทุกระดับ ผมก็มีความสุขแล้ว&amp;quot;นายกฯ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้ถ่ายรูปร่วมกับชาวบ้านเป็นที่ระลึกและก่อนเดินทางกลับก็มีชาวบ้านมาส่งขึ้นรถพร้อมตะโกนให้กำลังใจให้ &amp;quot;นายกสู้ๆ&amp;quot; นอกจากนี้ก่อนเดินทางกลับเจ้าอาวาสวัดอินทราราม ยังมอบพระพุทธรูปจำลองหลวงพ่อโต วัดอินทราราม ขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วย ขณะที่ชาวบ้านได้มอบส้มโอพร้อมหมวกใบมะพร้าวให้เป็นที่ระลึก พร้อมร่วมถ่ายรูปกับผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามและคณะ โดยนายกฯ กล่าวว่า &amp;quot;เราพวกเดียวกันต้องเป็นน้ำเดียวกันให้ได้ อย่าไปคิดว่าเป็นพวกใครพวกมัน ขอบคุณมากทุกคน ขอให้เข้มแข็งต่อไป&amp;quot; และชาวบ้าน ก็ตอบกลับว่าขอให้นายกฯ เข้มแข็งเช่นเดียวกัน ก่อนที่นายกฯ จะกล่าวว่า &amp;quot;ประชาชนของเรา ประเทศไทยก็คือประเทศไทย ไม่เหมือนประเทศอื่นในโลก เราต้องช่วยกันรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง หันมาพูดคุยกันเพื่อให้เกิดการพัฒนา และร่วมมือกันแก้ไขปัญหา แม้ผมจะมีปัญหาในตอนนี้ก็ทำเต็มที่แล้ว ไม่มีใครแก้ปัญหาโดยลำพังคนเดียว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนขึ้นรถเดินทางกลับทำเนียบฯ ได้มีลุงวัย80ปี มารอให้กำลังใจนายกฯ โดยบอกว่าตั้งใจจะมาต้อนรับ ทั้งนี้ลุงได้ถามนายกฯว่า เครียดอะไรหรือไม่ หนักใจอะไรหรือเปล่า โดยนายกฯ ตอบว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องของโชคชะตา ซึ่งชะตาเขาลิขิตไว้หมดแล้ว ไม่ได้หนักใจอะไร เราเชื่อมั่นในความดี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85706</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสมุทรสงคราม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม, อัมพวา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc71b83dfdf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2020 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2020 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;สวมวิญญาณ&#039;พันท้ายนรสิงห์&#039;คัดท้ายเรือชมสวน</HEADLINE>
                <CONTENT>



&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.2563 - เวลา 08.20 น. ที่วิสาหกิจชุมชนริมคลองโฮมสเตย์ หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านปรก อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และคณะ เยี่ยมชมการท่องเที่ยวชุมชน โดย พล.อ.ประยุทธ์ยังคงมีสีหน้าปกติไม่มีความกังวล โดยมีชาวบ้านมอบดอกกุหลาบแดง ให้กำลังใจให้สู้ๆและพันผ้าขาวม้าให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายกฯ รับฟังความเป็นมาของชุมชนบ้านริมคลองโฮมสเตย์ พร้อมกล่าวว่า ต้องขอบคุณทุกคนที่มาต้อนรับที่นี่ ตนเดินเข้ามาเมื่อสักครู่ก็คุยกับรัฐมนตรีว่ารู้สึกมีความสุข เพราะเคยชินกับการอยู่บ้านในสวน สมัยเด็กๆครอบครัวอยู่ริมแม่น้ำริมคลอง รู้สึกบรรยากาศเก่าๆและตั้งแต่เช้าก็มีความสุขเพราะเห็นพี่น้องประชาชนพ่อแม่พี่น้องชาวสมุทรสงคราม และหลวงพ่อวัดบ้านแหลมบอกว่าทุกคนรักสามัคคีกันดี ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องรักษาสิ่งเหล่านี้ให้มากที่สุด ให้นานที่สุด เพราะควบคู่กับสังคมเรามา เรารักบ้านของเราเอง รักชุมชนของเราเอง นี่เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการให้สิ่งดีๆเกิดขึ้น เมื่อกี้รับฟังการชี้แจงมาก็รู้สึกชื่นชมพวกเราที่รู้จักคิดรู้จักในการนำนโยบายมาขับเคลื่อน จากรัฐบาลก็ลงมาที่กระทรวงมหาดไทย ลงในพื้นที่จังหวัด ซึ่งรัฐมนตรี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นั่นคือสิ่งที่เราต้องเดินหน้าด้วยกัน รวมใจสร้างชาติของเรา ทราบดีว่าที่นี่มีคนมาเที่ยวเยอะ สมุทรสงครามปีหนึ่งกว่า 2 ล้านคน ปีนี้ก็คงน้อยลงมาหน่อย แต่คิดว่าเดี๋ยวคงฟื้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้มีการสร้าง Story แบบนี้ถือว่าดี สำหรับเรื่องของน้ำตาลจะดูว่าจะต้องมีการขึ้นทะเบียนอย่างไร ตนเองต้องการจะหยิบของดีแต่ละพื้นที่มาขึ้นทะเบียนให้เรียบร้อยอยู่ในหลักเกณฑ์ของวิสาหกิจชุมชน ทางภาคราชการจะได้ซื้อมาใช้ประโยชน์ได้ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามเรื่องนี้ให้ด้วย ถ้าไม่ได้ขึ้นทะเบียน จะใช้เงินราชการซื้อไม่ได้ เงินราชการมันใช้ยาก ต้องมีการจัดซื้อจัดจ้างอะไรทำนองนี้ ขอให้ผู้ว่าราชการติดตามเรื่องนี้มาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเยี่ยมชมการดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งนายกฯ ได้พายเรือด้วยตัวเอง โดยขอนั่งคัดท้ายพายแทนนายสวน พร้อมระบุว่าอยู่ริมคลองพายเรือมาตั้งแต่เด็ก จะขอทดลองพายว่ายังจำได้หรือเปล่า ทั้งนี้เมื่อขึ้นจากท่าเรือนายกฯบอกว่า การพายเรือเหมือนการได้ออกกำลังกายดีนะทำให้แข็งแรง พร้อมสอบถามนายสวน ถึงรายได้จากการพานักท่องเที่ยวเยี่ยมชม พร้อมบอกว่าเป็นวิถีชีวิตที่พอเพียงและดี อย่างไรก็ตามเมื่อ ผู้สื่อข่าวถามว่าการพายเรือครั้งนี้เหมือนคัดท้ายรัฐนาวารัฐบาลให้เดินหน้าต่อไปใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นได้ปาดน้ำหวานจากดอกมะพร้าว (SYRUP) โดยก่อนปาดสอบถามการใช้มีดและวิธีการปาดดอกมะพร้าวอย่างละเอียด พร้อมกล่าวและเอามือลูบต้นมะพร้าวที่มีอายุ3 ปีว่า &amp;quot;โถ น่าสงสารนะ แข็งแรงนะลูกเจริญเติบโตต่อไป&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนั้นนายกฯดูกิจกรรมโคกหนองนาโมเดล กิจกรรมทำเกลือสปา (ตนย่ำเกลือ) ดูการบริหารจัดการน้ำสะอาดคลองผีหลอก บ้านพักริมคลองโฮมสเตย์ และผลิตภัณฑ์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนริมคลองโฮมสเตย์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85686</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยวชุมชน, จังหวัดสมุทรสงคราม, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc6fc97c7d40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2020 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2020 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลุงตู่สู้ๆ-ลุงตู่ไม่โกงกิน&#039;ชาวบ้านให้กำลังใจนายกฯอยู่นานๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในวันที่ 2 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยกรณีบ้านพักหลวงนั้น เมื่อเวลา 07.00 น. นายกฯ และคณะออกเดินทางจากสนามเฮลิคอปเตอร์ พล.ม.2 รอ. เขตพญาไท กรุงเทพฯ ไปยังจุด ฮ. สนามกีฬาจังหวัดสมุทรสงคราม ต.แม่กลอง อ.เมืองสมุทรสงคราม จ.สมุทรสงคราม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 07.20 น.นายกฯ และคณะเดินทางโดยรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด เลขทะเบียน 5 กฌ 2111 กรุงเทพมหานคร วัดเพชรสมุทรวรวิหาร ต.แม่กลอง อ.เมืองสมุทรสงคราม จ.สมุทรสงคราม โดยนายกฯ ได้เข้าสักการะหลวงพ่อวัดบ้านแหลม ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของ จ.สมุทรสงคราม และนมัสการพระสมุทรวริโสภณ รักษาการแทนเจ้าอาวาส ทั้งนี้พระสมุทรวริโสภณ ได้มอบพระพุทธจำลองหลวงพ่อบ้านแหลม ซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนอุ้มบาตรและหนังสือพุทธธรรม ฉบับขยายความให้กับนายกฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหน้าวัดได้มีชาวบ้านกว่า 50 คนมารอต้อนรับและให้กำลังใจ ซึ่งบางคนเดินทางมาจาก จ.ราชบุรี โดยได้นำกุหลาบสีแดงมามอบให้กับนายกฯ ได้มีการเขียนป้ายข้อความ &amp;ldquo;รักลุงตู่ อยู่นานๆ ประเทศไทยจะเจริญ ขอให้สุขภาพแข็งแรงนะคะ&amp;rdquo; พร้อมกับตะโกน &amp;ldquo;ลุงตู่ สู้ๆ ขอให้อยู่นานๆ ไป 20 ปี รักสถาบัน รักลุงตู่&amp;rdquo; ทั้งนี้นายกฯ ได้ให้รถหยุด พร้อมกับรับดอกไม้และทักทายชาวบ้านที่มาให้กำลังใจ และส่งสัญลักษณ์ไอเลิฟยู ก่อนที่นายกฯ จะเดินทางไปยังจุดต่อไป ทั้งนี้ชาวบ้านที่มาให้กำลังใจระบุว่า &amp;ldquo;ลุงตู่ไม่โกงกิน เป็นของจริง ทำจริง อยากให้ประเทศเจริญก้าวหน้า ไม่มีนายกฯ คนไหนพัฒนาได้เท่านี้ เรามากันด้วยใจ ไม่ได้มีการเกณฑ์มา&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศรักษาความปลอดภัยนั้น เป็นไปอย่างเข้มงวด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองสรรพาวุธ เข้าตรวจพื้นที่ โดยมีการกำชับเจ้าหน้าที่ให้ระวังการแสดงสัญลักษณ์และให้ประชาชนอยู่ในจุดที่ที่กำหนด ทั้งนี้เป็นที่สังเกตว่านายกฯ ได้เดินทางมาถึงก่อนกำหนดและไม่ได้ใช้เวลานาน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85685</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสมุทรสงคราม, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศาลรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc6fb4004bae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2020 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2020 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปักหมุด&quot;สมุทรสงคราม&quot;โมเดลควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2พ.ย.63-&amp;quot;ณัฏฐพล&amp;rdquo; ปักหมุด สมุทรสงครามโมเดล ควบรวม โรงเรียนขนาดเล็ก &amp;nbsp;ใช้จังหวัดเป็นฐานข้อมูลขับเคลื่อนบริหารจัดการ ลั่นโรงเรียนขนาดเล็กพัฒนาไม่ได้ เป็นปัญหาเรื้อรังมาหลายสิบปี ส่งผลกระทบต่อเด็กถ้าไม่ทำ เหมือนทิ้งเด็กกลุ่มนี้ไว้ข้างหลัง เตรียมลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าสัปดาห์นี้

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่ตนได้มอบนโยบายให้แก่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ ให้ดำเนินการแก้ปัญหา เรื่อง การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก โดยเฉพาะการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งจะต้องควบรวมให้อยู่ในสัดส่วนจำนวน 1 ต่อ 7 แห่ง หรือ 1 ต่อ 8 แห่งให้เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะมีวิธีการบริหารจัดการการควบรวมอย่างไร เพราะตนมีแนวทางแน่นอน เพราะในเรื่องนี้ตนได้มีการหารือกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กแล้ว และนายกฯ ยังได้เรียกนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาเจรจา เพื่อขอนำรถ ขสมก.ที่ไม่ได้ใช้งานแล้วมาปรับปรุงใหม่ไว้คอยรับส่งบริการนักเรียนหลังจากที่โรงเรียนมีการถูกควบรวมเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม ตนจะเริ่มปักหมุดการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กที่จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อให้เกิดเป็นโมเดลนำร่องเนื่องจากจังหวัดสมุทรสงครามเป็นจังหวัดเล็ก และจะทำให้เห็นภาพชัดว่าเมื่อควบรวมโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่แล้ว เราจะเติมสิ่งที่ต้องการหรือเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนได้ ทั้งด้านงบประมาณ อาคารเรียน โรงยิม สระว่ายน้ำ เรียกได้ว่าจะมีสิ่งที่เติมเต็มคุณภาพการศึกษาอย่างครบวงจร ซึ่งภายในสัปดาห์หน้าตนและผู้บริหาร ศธ.ทุกคนจะลงพื้นที่จังหวัดดังกล่าว เพื่อวางแนวทางการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ ทั้งนี้การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กด้วยการควบรวมจะรวมไปถึงการจัดทำงบประมาณในภาพรวมของศธ.ด้วย

&amp;ldquo;ผมต้องการยกระดับการศึกษาไทย เพราะปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กเป็นปัญหาเรื้อรังมาหลายสิบปีแล้ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อเด็กโดยเป็นการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแท้จริง เนื่องจากเด็กเรียนจบระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ไปแล้วแต่คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนยังอยู่เท่าเดิม ดังนั้นโรงเรียนขนาดเล็กจะต้องมีการบริหารจัดการใหม่ด้วยการควบรวม ซึ่งจะใช้จังหวัดเป็นฐานข้อมูลและขับเคลื่อนในการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก เพราะจังหวัดจะรู้บริบทพื้นที่การศึกษาของตัวเอง&amp;rdquo; รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82563</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ควบรวมรร.ขนาดเล็ก, จังหวัดสมุทรสงคราม, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201029/image_big_5f9a9eec827f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71052</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติวเข้มบุคลากรศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ &#039;ขยะเหลือศูนย์&#039; เล็งตั้งเพิ่ม 3 แห่ง &#039;ราชบุรี-นครราชสีมา-ขอนแก่น&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สส.&amp;nbsp;จัดอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรหลักประจำศูนย์เรียนรู้ชุมชนและโรงเรียนต้นแบบการจัดการขยะเหลือศูนย์ 5 แห่ง ที่จังหวัดสมุทรสงคราม เตรียมพร้อมให้บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจในแนวคิดและหลักการบริหารจัดการศูนย์เรียนรู้ทั้งระบบ โดยใช้หลัก 3 R ลดใช้ นำกลับมาใช้ซ้ำและรีไซเคิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.63 - ที่จังหวัดสมุทรสงคราม นางภาวินี ณ สายบุรี รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ได้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการขยะมูลฝอยแบบครบวงจร จัดการขยะที่ต้นทาง โดยใช้หลัก 3Rs มาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ Reduce ใช้น้อย ลดปริมาณขยะให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด Reuse ใช้ซ้ำ หมุนเวียนใช้ใหม่ก่อนทิ้ง และ Recycle นำไปแปรรูปเพื่อมาใช้ใหม่ โดยสนับสนุนการดำเนินงานชุมชนปลอดขยะ (Zero Waste) ตั้งแต่ปี 2552 และขยายไปสู่โรงเรียนปลอดขยะ (Zero Waste School) ในปี 2556 ตลอดจนยกระดับให้เป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบการจัดการขยะเหลือศูนย์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดกระบวนการดำเนินงานให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรต่างๆ นำแนวทางไปประยุกต์ใช้ต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันมีศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบการจัดการขยะเหลือศูนย์ จำนวน 27 แห่ง และศูนย์เรียนรู้โรงเรียนต้นแบบการจัดการขยะเหลือศูนย์ จำนวน 14 แห่งโดยในปีงบประมาณ 2563 นี้ได้เตรียมจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบการจัดการขยะเหลือศูนย์เพิ่มเติมอีก 3 แห่ง ได้แก่ ชุมชนบ้านรางพลับ ต.กรับใหญ่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ชุมชนบ้านดอยกลอย ต.ด่านขุนทด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ชุมชนโนนกล้วยหอม ต.บ้านแฮด อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น และ ศูนย์เรียนรู้โรงเรียนต้นแบบการจัดการขยะเหลือศูนย์ อีก 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนเทศบาลบ้านศรีฐาน ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น และโรงเรียน หัวตะพานวิทยาคม ต.หนองแก้ว อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้เข้าร่วมอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรหลักประจำศูนย์เรียนรู้ชุมชนและโรงเรียนต้นแบบการจัดการขยะเหลือศูนย์ในครั้งนี้ ประกอบด้วย บุคลากรหลักของชุมชนปลอดขยะทั้ง 3 แห่ง และบุคลากรหลักของโรงเรียนปลอดขยะ ทั้ง 2 แห่ง รวม 50 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทั้งหมดจะได้เรียนรู้แนวทางการบริหารจัดการศูนย์เรียนรู้ให้เกิดความยั่งยืน เทคนิคการเป็นวิทยากรและการพูดในที่สาธารณะ การเสวนา บทเรียนความสำเร็จศูนย์เรียนรู้ต้นแบบปลอดขยะระดับประเทศ &amp;ldquo;คิดอย่างไร ทำอย่างไร ให้ยั่งยืน&amp;rdquo; และ Workshop การจัดทำแผนปฏิบัติการ/โครงการสร้างการบริหารจัดการศูนย์เรียนรู้โดยกระบวนการมีส่วนร่วม ตลอดจนการศึกษาดูงานการจัดการสิ่งแวดล้อมและขยะมูลฝอยในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71052</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะเหลือศูนย์, จังหวัดสมุทรสงคราม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200710/image_big_5f0827b883884.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2020 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2020 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลายจังหวัดเริ่มปลอดโควิด &#039;สมุทรสงคราม&#039; ผู้ป่วย 1 รายหายแล้ว-ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย.63 - นายชรัส บุญณสะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นายแพทย์ สันทิต บุญยะส่ง นายแพทย์สาธารณสุขสมุทรสงคราม นายแพทย์ โชคชัย ลิโทชวลิต ผู้อำนวยการ รพ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสมุทรสงคราม &amp;nbsp;รวมกับแถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิก-19 ในพื้นที่จ.สมุทรสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายแพทย์ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วย 1 รายที่ติดเชื้อ หายเป็นปกติแล้ว &amp;nbsp; อนุญาต ให้กลับไปพักผ่อนที่บ้านได้แล้ว แต่ต้องแยกกิน แยกนอน หรือร่วมกิจกรรมอื่นๆ ร่วมกับคนในบ้าน ในครอบครัว และเพื่อนร่วมงาน ต้อง ปลีกตัวไปก่อนระยะหนึ่ง &amp;nbsp;จนแน่ใจว่าไม่มีเชื้อหลงเหลืออยู่ในร่างกายแล้ว จึงเข้าสมาคมกับคนอื่นๆได้ คิดว่า คงสิ้นสุดในวันที่ 30 เมษายน 2563 พร้อมกันอีกหลายจังหวัด ที่ สยบ โควิค 19 ได้ &amp;nbsp;ทุกคนปลอดภัย ไม่มีผู้เสียชีวิต &amp;nbsp;และติดเชื้อเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์ สันทิต &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;นับวันนี้ไป &amp;nbsp;ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ รพสต. &amp;nbsp;อสม. และจิตอาสา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครองและฝ่ายพัฒนาตำบล &amp;nbsp;คือ อบต.เทศบาล ออกสำรวจวัดไข้ ให้กับ ชาวบ้านทุกตำบล ทุกครับครอบครัว &amp;nbsp;ทุกคน &amp;nbsp;เพื่อเป็นการ &amp;nbsp;ยืนยันให้แน่ใจ จังหวัดสมุทรสงคราม ปลอดภัย จากไข้ โควิค 19 &amp;nbsp;และต้องการผลให้ชัดเจน ก่อนวันที่ 30 เมษายน 2563 &amp;nbsp;เพราะจังหวัดสมุทรสงคราม เป็น 1 ใน 4 จังหวัด ในประเทศไทย ที่สามารถรณรงค์ จนทำให้เป็นศูนย์ &amp;nbsp; จึงฝากเรื่องนี้ ให้ ชาวจังหวัดสมุทรสงคราม ว่า ขอความร่วมมือในการรณรงค์ครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชรัส บุญณสะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;หากต่อไปนี้ ไม่มีผู้ติดเชื้อ เข้ามาทำการรักษา &amp;nbsp;และไร้ผู้ที่ยังต้องเก็บตัวอยู่ &amp;nbsp;เป็นศูนย์หมด จนถึงวันที่ 30 เมษาจังหวัดสมุทรสงคราม ก็จะพ้นวิกฤต ไปพร้อมๆกัน กับจังหวัดอื่น ๆอีกหลายจังหวัด &amp;nbsp;ที่อยู่ในเกณฑ์เดียวกับจังหวัดสมุทรสงคราม &amp;nbsp; ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นจังหวัดนำร่องในการ ปลอดผู้ติดเชื้อ โดยการให้ชุดเฉพาะกิจ ลงพื้นที่สำรวจ ตรวจไข้ &amp;nbsp;ทุกคนในตำบล ในชุมชน &amp;nbsp;ขอให้ทุกครอบครัวให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ๆลงไปสำรวจตรวจไข้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจังหวัดสมุทรสงครามที่ผ่านมา &amp;nbsp;มีผู้ติดเชื้อ 1 &amp;nbsp;ราย รักษาหายเป็นปกติแล้ว &amp;nbsp;มีผู้เข้าเกณฑ์ สอบสวนโรค 26 &amp;nbsp;ราย &amp;nbsp;ผลการตรวจหาเชื้อไม่พบทั้ง 26 &amp;nbsp;คน &amp;nbsp;มีผู้เฝ้าระวังในพื้นที่ 50 &amp;nbsp;ราย เสี่ยงสูง 26 &amp;nbsp;ราย เสี่ยงต่ำ 24 ราย โดยทั้ง 50 รายปลอดภัยทั้งหมด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63499</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสมุทรสงคราม, ชรัส บุญณสะ, แม่กลอง, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200418/image_big_5e9a60bd53ceb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลิ้นจี่แม่กลอง&#039; ปีนี้มีน้อย แถมเจอโควิดต้องงดจัดงาน แต่เปิดให้เลือกซื้อได้ถึงในสวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.63 - นายอาคม ศรีประพงศ์ เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า ในขณะนี้ลิ้นจี่แม่กลองเริ่มแก่จัด เก็บจำหน่ายได้บ้างแล้ว แต่ไม่มีการงานวันลิ้นจี่ของดีเมืองแม่กลองที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงครามเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาโรคระบาดไวรัสโควิค-19 และปีนี้ลิ้นจี่ติดดอกออกผลไม่มากนักเนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน&amp;nbsp;มีพายุฝนตกทำให้ผลผลิตเสียหายไปจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคม กล่าวว่าอย่างไรก็ดี ผู้บริโภคที่สนใจสามารถเข้าไปซื้อถึงในสวนได้โดยตรงในเขตอำเภอบางคนทีและอำเภออัมพวา ได้กินลิ้นจี่สดใหม่ด้วย นอกจากลิ้นจี่แล้วยังมีผลิตผลอย่างอื่นๆ เช่นส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ ของดีเมืองแม่กลองเช่นกัน และยังมีมะพร้าวอ่อนน้ำหอม มะเฟือง มะไฟ ลำไย ฝรั่ง ละมุด พุทรา มะปราง มะม่วง ชมพู่ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอมและยังมีสินค้าทางประมงพื้นบ้านอีกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่าส่วนราคาลิ้นจี่ในขณะนี้ รุ่นแรกที่ออกจำหน่ายราคากิโลกรัมละ 200&amp;nbsp;บาท รองลงมาราคากิโลกรัมละ 150 บาทแบบไม่คัดผลผลิตกิโลกรัมละ 100&amp;nbsp;บาท ลิ้นจี่กะเทย ไม่มีเมล็ดกิโลกรัมละ 50-80&amp;nbsp;บาท ต้องซื้อไปหมักทำไวน์ได้ หรือนำไปตากแห้งเป็นลิ้นจี่แช่อิ่ม หรือลิ้นจี่เชื่อมหวาน ลิ้นจี่แดดเดียว ลิ้นจี่ตากแห้งเพื่อนำไปแปรรูป เมล็ดแห้งนำไปต้มเป็นเครื่องดื่ม น้ำลิ้นจี่ได้ มีจำหน่ายในตลาดชุมชนในเขตอำเภออัมพวา และอำเภอบางคนที ส่วนอำเภอเมืองสมุทรสงครามไม่มีผลผลิตลิ้นจี่เพราะเป็นพื้นที่น้ำเค็ม และน้ำกร่อย ไม่สามารถปลูกต้นไม้ที่เป็นผลไม้น้ำจืดได้ &amp;nbsp;มีแต่มะพร้าวอ่อนน้ำหอม เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61440</URL_LINK>
                <HASHTAG>ของดีเมืองแม่กลอง, จังหวัดสมุทรสงคราม, ลิ้นจี่, ลิ้นจี่แม่กลอง, เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม, แม่กลอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e816ee474eb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
