<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2021 15:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2021 15:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบอดีตนายทหารนักแม่นปืนขนยาบ้า 3 แสนเม็ด เผยลาออกราชการทำสวนผลไม้แต่รายได้ไม่พอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.64 - ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ พล.ต.ต.ไชยา สุนทรกิจ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยนายตำรวจระดับสูง และ ชุดจับกุมยาเสพติด แถลงข่าวการขยายผลจับกุมเครือข่ายใหญ่ในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์&amp;nbsp;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดประจำศูนย์อำนวยการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 6 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติต ตำรวจภูธรอุตรดิตถ์ ได้ทำการร่วมกันจับกุมกลุ่มเครือข่ายนักค้ายาเสพติดในเขตจังหวัดอุตรดิตถ์ จึงได้ทำการสอบสวนจนทราบว่า ได้มีขบวนการลักลอบขนยาเสพติด ที่จะลำเลียงมาจากแถบภาคเหนือตอนบน ด้วยวิธีการซุกซ่อนใส่ในรถยนต์แล้วเอามาส่งที่ อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการขยายผลการจับกุมโดย ให้เจ้าหน้าที่ปลอมตัวเป็นลูกน้องในเครือข่ายยาเสพติด ติดต่อเพื่อไปรอรับยาเสพติดในเขตพื้นที่อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ จากนั้นจึงได้วางแผนการจับกุม จนกระทั่งวันที่ 27 สิงหาคม&amp;nbsp;2564 เวลาประมาณ 18.00 น. ได้มีรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า แบบ อเนกประสงค์ รุ่น HR-V หมายเลขทะเบียน กฉ 9767 เพชรบูรณ์ ขับขี่มา พร้อมใช้โทรศัพท์ติดต่อมายังเจ้าหน้าที่ที่ปลอมตัว แจ้งว่าขณะนี้ตนได้เดินทางมาถึงยังเขตพื้นที่อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เจ้าหน้าที่จึงได้นัดหมายให้มาพบที่บริเวณที่จุดเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการปิดล้อมและเข้าจับกุมผู้ขับขี่ พร้อมทั้งได้ตรวจค้นภายในรถ พบยาบ้าซุกช่อนอยู่ในช่องเก็บยางอะไหล่ท้ายรถ เป็นจำนวนประมาณ 300,000 เม็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาสอบถามผู้ที่นำลำเลียงยาบ้ามาส่ง พบว่า เคยเป็นอดีตนายทหารยศ ร.อ. ซึ่งปัจจุบันได้ลาออกจากราชการมาแล้ว 3 ปี และอดีตเคยเป็นนักกีพายิงปืนของกองทัพ ซึ่งเคยมีโอกาสเข้ารับการคัดตัวเป็นนักกีฬายิงปืนทีมซาติ และยังได้รับรางวัลแข่งขันยิงปืนมาแล้วหลายรายการ อีกทั้งยังจบหลักสูตรหน่วยรบพิเศษ ของกองทัพบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามเคยรับจ้างขนยาเสพติดมาแล้วหลายครั้ง โดยให้เหตุผลที่ได้มารับจ้างขนยาเสพติดเพราะหลังจากลาออกจากราชการแล้วไปประกอบอาชีพเกษตรกรปลูกสวนผลไม้อยู่ที่ตำบลแม่ยาว อำเภอเมืองเชียงราย มีรายได้ไม่พอ&amp;nbsp;ประกอบกับตัวเองเคยเป็นอดีตหัวหน้าหน่วยชุด สกัดกั้นยาเสพติดในเขตพื้นที่แนวตะเข็บชายแดน จังหวัดเชียงราย จึงมีความรู้ความเขียวชาญ และรู้จักกับเครือข่ายนักค้ายาเสพติดในแถบชายแดนของจังหวัดเชียงราย จึงได้มารับการว่าจ้างขนยาบ้า โดยอาศัยเครื่องแบบนายทหารที่แขวนไว้ภายในรถยนต์ที่ขนยาบ้า และใช้บัตรข้าราชการทหาร เป็นใบเบิกทางเพื่อให้รอดพ้นการตรวจค้นจับกุมของเจ้าหน้าที่ตามจุดสกัดต่างๆ ซึ่งได้รับค่าจ้างครั้งละ 50,000 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114841</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดอุตรดิตถ์, ยาเสพติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210828/image_big_6129f85648ba5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 16:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อุตรดิตถ์&#039; พบผู้ติดเชื้อโควิดรายที่ 2 เป็นแม่ค้าอาหารทะเล อ.น้ำปาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.63 - ที่ห้องประชุมสวางคบุรี ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ ถูกใช้เป็นศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 นายผล ดำธรรม ผวจ.อุตรดิตถ์ แถลงร่วมกับ นพ.เกษม ตั้งเกษมสำราญ สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) อุตรดิตถ์&amp;nbsp;แถลงข่าวถึงสถานการณ์การติดเชื้อโควิด 19 ในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ พร้อมด้วย นายพิภัช ประจันเขตต์ รอง ผวจ.อุตรดิตถ์ และ พ.ต.อ.สมศักดิ์ อู่ตุ้ม รอง ผบก.ภ.จ.อุตรดิตถ์ พ.ต.อ.ดิษยเดช พัชรภูวดล ผกก.สส.ภ.จว. อุตรดิตถ์ พ.ต.อ.นนทวร สีอินทร์ ผกก.สภ.เมืองอุตรดิตถ์ ร่วมแถลงข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 อีก 1 ราย เป็นผู้หญิง อายุ 37 ปี 9 เดือน เปิดร้านจำหน่ายอาหารทะเลอยู่ที่ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ ร้านจำหน่ายอาหารทะเลของผู้หญิงดังกล่าว ไม่ได้อยู่กลางชุมชน เป็นร้านจำหน่ายเดี่ยว ส่วนสามีผลเลือดออกมาแล้วว่า ไม่พบเชื้อแต่อย่างใด นอกจากนี้บุคคลที่ใกล้ชิดทั้งลูกน้องและญาติพี่น้องรวม 11 คน ส่งผลเลือดไปทำการตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จ.พิษณุโลก แล้ว คาดว่าผลน่าจะออกมาช่วงเย็นวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.เกษม ตั้งเกษมสำราญ กล่าวว่า จากการเช็กประวัติของผู้ป่วยรายที่ 2 พบว่า เวลา 23.00 น. วันที่ 15 ธันวาคม ไปรับอาหารทะเลที่ จ.สมุทรสาคร กลับมาถึง อ.น้ำปาดช่วง 09.00 น. ของวันที่ 16 ธันวาคม เพื่อขายอาหารทะเลที่บ้านพี่สาว ต.แสนตอ อ.น้ำปาด จากนั้นวันที่ 17 ธันวาคม นำอาหารทะเลตระเวนขายในพื้นที่ ต.บ้านเสี้ยว อ.ฟากท่า ต.ม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก และตลาดนัด ต.ห้วยมุ่น อ.น้ำปาด ส่วนวันที่ 18 ธันวาคม ไปติดต่อธนาคารออมสิน สาขาน้ำปาด วันที่ 19 ธันวาคม ไปบ้านพี่สาว ต.แสนตอ ต่อจากนั้นไปบ่อตกปลาที่บ้านปากฝาง ต.งิ้วงาม อ.เมือง จากนั้นมารับประทานอาหารร้านหนึ่งที่บริเวณแยกเกาะกลาง เขตเทศบาลเมือง วันที่ 20 ธันวาคมเดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง อบจ.อุตรดิตถ์ ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ต.บ้านม่วง อ.น้ำปาด แต่ใส่แมสก์ตลอด วันที่ 21 ธันวาคม ไปบ้านพี่สาวที่ ต.แสนตอ และวันที่ 22 ธันวาคม เดินทางไปขอตรวจที่โรงพยาบาลน้ำปาด เนื่องจากตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เพราะเดินทางไปในพื้นที่แพร่ระบาดคือ จ.สมุทรสาคร และทราบผลตรวจว่าพบเชื้อโควิด-19 ช่วงเวลา 21.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนในรายแรกซึ่งเป็นผู้หญิงอายุ 48 ปี ที่พบเชื้อโควิด-19 ที่ตลาดสดป่าขนุน หมู่ 3 ต.คุ้งตะเภา อ.เมืองนั้น ยืนยันว่าผลการตรวจเลือดออกมาว่าเป็นเชื้อโควิด-19 จริง ไม่ใช่เป็นไข้ทับระดูอย่างที่มีการพูดกัน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ทำการตรวจหาเชื้อกลุ่มเสี่ยงทั้งหมดจำนวน 600 ราย ผลออกมาแล้ว 500 ราย ไม่พบเชื้อ ส่วนที่เหลือผลก็จะทราบเร็วๆ นี้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ทำการตรวจบุคคลที่ทำงานอยู่กับห้องเย็น จ.อุตรดิตถ์ 31 แห่ง ที่รับอาหารทะเลมาจาก จ.สมุทรสาคร ร้านจำหน่ายอาหารทะเลทุกแห่งใน จ.อุตรดิตถ์ 48 ร้าน ผู้เกี่ยวข้อทั้งหมดกว่า 100 ราย ก็ไม่พบเชื้อเช่นเดียวกัน&amp;quot; นพ.เกษม &amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายผล ดำธรรม ผวจ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า แม้จะเจอผู้ป่วยโควิด-19 ในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ 2 รายก็ตาม แต่ยังไม่มีการประกาศล็อกดาวน์จังหวัดอุตรดิตถ์ หรือปิดหมู่บ้านแต่อย่างใด มีเพียงการปิดสถานที่ที่พบผู้ป่วยเท่านั้น ส่วนงานเทศกาลปีใหม่ให้งดกิจกรรม ผับ บาร์ คาราโอเกะ และ ร้านอาหาร ยังสามารถเปิดได้ตามปกติ แต่ต้องมีการเข้มงวดตามมาตรการเหมือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุและผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ก็ไม่ควรเข้าไปร่วมอยู่กับคนจำนวนมากๆ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87811</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดอุตรดิตถ์, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe30fc7da4d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวใหญ่พลัดตกลำห้วยเสียชีวิต ผัวกระโดดลงตามแต่เกิดหมดแรง เดชะบุญชาวบ้านช่วยได้หวุดหวิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5&amp;nbsp;ต.ค.63 - ร.ต.อ.ประเดิม&amp;nbsp; พร้อมสัตย์ รอง.สว.(สอบสวน) สภ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ รับแจ้งเมื่อเวลา 07.15 น.มีชาวบ้านตกลงไปในลำห้วยเจริญ หมู่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ต.ผาเลือด เสียชีวิตอยู่บริเวณฝายน้ำล้น ไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร รพ.ท่าปลา พบร่างผู้เสียชีวิตติดอยู่กับลวดหนามใกล้กับต้นกล้วยริมห้วย ห่างจากฝายน้ำล้นประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กม. จึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างขึ้นมาชันสูตร ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นางจันสี&amp;nbsp; ดีตุ๊ อายุ&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ปี อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;132/1&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ต.ผาเลือด อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ตำรวจสอบสวนทราบว่า เวลาประมาณ&amp;nbsp;03.30&amp;nbsp;น. เมื่อคืนวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;นางจันสี ผู้เสียชีวิต พร้อมกับนายสุนันทร์&amp;nbsp;ผุยผล อายุ&amp;nbsp;52 ปี สามี ซึ่งแต่งงานอยู่กันฉันท์สามีภรรยากันได้เพียง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน และพากันไปพักอยู่ที่กระท่อมในไร่เหนือหมู่บ้าน แต่เกิดความเป็นห่วงพ่อ เนื่องจากมีฝนตกลงมาอย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางจันสี ผู้เสียชีวิต จึงชวนนายสุนันทร์ สามีออกจากไร่เมื่อฝนหยุด เพื่อจะไปดูพ่อที่บ้านพักเพราะห่วงว่าน้ำจะท่วมบ้านด้วย โดยเดินข้ามฝายน้ำล้นห้วยเจริญที่มีน้ำป่าไหลหลากมาจำนวนมาก นางจันสีเกิดเสียหลักลื่นล้มแล้วถูกน้ำพัดพาร่างตกลงไปในลำห้วยเจริญอย่างรวดเร็ว นายสุนันทร์ไม่สามารถคว้าตัวภรรยาไว้ได้ทัน จึงตัดสินใจกระโดดลงไปในลำห้วยเพื่อว่ายน้ำตามไปช่วยภรรยา แต่ไม่ทันและตนเองก็จะหมดเรี่ยวแรงแล้วเช่นกัน จึงตัดสินตะโกนเรียกเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กับริมห้วยให้มาช่วยเหลือ ชาวบ้านจึงมาช่วยนายสุนันทร์ขึ้นจากลำห้วยได้สำเร็จ ส่วนนางจันสีจมน้ำหายไปเพราะว่ายน้ำไม่เป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นผู้ใหญ่บ้านได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอท่าปลา และทหารจากกองพันทหารม้าที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;กรมทหารม้าที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ค่ายพระยาพิชัยดาบหัก นำกำลังมาช่วยค้นหานางจันทีภายในลำห้วย ร่วมกับกับชาวบ้านและเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยวัดหมอนไม้ และกู้ภัยอุตรดิตถ์(มอส) จุดร่วมจิต อ.ท่าปลา กระทั่งพบร่างของ นางจันสี เสียชีวิตติดอยู่กับลวดหนามใกล้กับป่ากล้วยริมห้วย จึงแจ้งให้ตำรวจทราบและมาตรวจสอบ โดยทางญาติไม่ได้ติดใจสงสัยในการเสียชีวิตครั้งนี้ หลังแพทย์ซันสูตรพลิกศพ ตำรวจจึงมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี โดยญาติได้นำศพผู้เสียชีวิตไปตั้งสวดอภิธรรมศพที่วัดห้วยเจริญ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79569</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดอุตรดิตถ์, ตกน้ำตาย, สภ.ท่าปลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7b06817bfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 19:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 19:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวาผีตองเหลือง! คนป่าดับในกระท่อมเฝ้าสวนเมืองลับแล กู้ภัยวุ่นมัดศพติดท้ายรถลงเขาสูงชัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;ที่ปากทางเข้าห้วยจำตอง หมู่ 1 ต.นานกกก อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ เขตติดต่อ ต.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่&amp;nbsp;นายพีระพัฒน์ จันทร์เพ็ญ เจ้าของสวนลางสาดและลองกอง อ.ลับแล&amp;nbsp;แจ้งว่ามีคนคล้ายชนกลุ่มน้อยเผ่าผีตองเหลืองถูกกระดานไม้หนีบคอตายที่บ้านไม่มีเลข ที่สร้างเอาไว้เพื่อมานอนเฝ้าสวนลางสาด ทางสมาคมกู้ภัยวัดหมอนไม้ จ.อุตรดิตถ์ จึงไปตรวจสอบพร้อมนำศพหญิงอายุประมาณ 70 ปี ไม่มีบัตรประชาชน ไม่ทราบที่อยู่ คาดว่าน่าจะเป็นชนเผ่ามลาบรี หรือ ผีตองเหลือง ที่ยังหลงเหลืออยู่ในป่า&amp;nbsp;จ.แพร่ และพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;โดยทางเดินขึ้นเขาที่สูงชัน รถยนต์ไม่สามารถขึ้นไปได้ ซึ่งมีระยะทางไปกลับร่วม 100 กิโลเมตร ดังนั้นจึงได้เดินทางขึ้นไปพร้อมทีมงานรถจักรยานยนต์วิบาก จำนวน 5 คัน และ ผ้าห่อศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นกระท่อมเฝ้าสวนผลไม้ปลูกยกพื้นสูง มีร่างของหญิงวัยชรา อายุประมาณ 60-70 ปี ไม่ทราบชื่อเป็นชนเผ่าผีตองเหลือง ร่างห้อยต่องแต่ง ส่วนศีรษะติดกับช่องพื้นไม้&amp;nbsp;จึงทำการปลดศพลงแล้วทำการห่อศพ และมัดผูกศพหันหลังติดกับท้ายรถจักรยานยนต์และมัดผูกติดกับคนขี่ นำลงมาสู่เบื้องล่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยณรงค์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เจ้าของสวนแจ้งมาว่า มีชนเผ่าผีตองเหลืองอาศัยอยู่ในป่าลึก มักจะแอบมาขโมยอาหารประเภทข้าวสาร อาหารแห้งที่เก็บไว้บนกระท่อมเป็นประจำ ครั้งนี้สันนิษฐานว่า หญิงวัยชราดังกล่าวได้ปีนขึ้นทางช่องแผ่นไม้ปูพื้น เมื่อได้อาหารแล้วปีนลงทางช่องเดิม ปรากฏว่าแผ่นไม้ได้งัดตะปูออกอีกด้านจึงดีดพับหนีบลำคอถึงแก่ชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพีรพงศ์ มั่นประธาน เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยวัดหมอนไม้ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ของสมาคมกู้ภัยวัดหมอนไม้ ได้ขึ้นไปโดยใช้รถจักรยานยนต์สำหรับบรรทุกลางสาด ลองกอง ทุเรียน ลงมาจากสวน กรณีศพเพศหญิงที่พบ ต้องมัดศพติดกับท้ายรถลงมาอย่างทุลักทุเล ซึ่งระยะทางไปกลับกว่า 100 กิโลเมตร เป็นทางขึ้นลงเขาสูงชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระกฤษฏากรณ์ กิตติสัมปันโน เจ้าอาวาสวัดนานกกก อ.ลับแล บอกว่ากู้ภัยจะนำศพมาเผาในวัด ปรากฏว่าทางกรรมการวัดนานกกกเสียงส่วนใหญ่ไม่อนุญาตให้เผาศพหญิงรายนี้ เพราะไม่ใช่คนแถวนี้ และไม่มีบัตรประชาชน รวมถึงใบมรณบัตรยืนยันการตาย ญาติที่จะมารับรองก็ไม่มี ทางวัดจึงไม่กล้าเผาให้ กลัวจะเกิดปัญหาตามมาภายหลัง ส่วนศพได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ เพื่อรอญาติ คาดว่าน่าจะเป็นคนใน จ.แพร่ มารับศพทำพิธีทางศาสนาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78402</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนป่า, จังหวัดอุตรดิตถ์, จังหวัดแพร่, ชนเผ่าผีตองเหลือง, ชนเผ่ามลาบรี, เมืองลับแล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6b353dd1f34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2020 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2020 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจอศพเรือล่มครบแล้ว 5 ราย! เผยคนขับหลงร่องน้ำชนตอไม้กลางเขื่อนสิริกิติ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.63 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุเรือชนกับตอไม้ในอยู่กลางอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ พ.อ.เทพฤทธิ์ เรือนคำ รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 35 และ&amp;nbsp;รองเสนาธิการศูนย์บรรเทาสารภัยมณฑลทหารบกที่ 35&amp;nbsp;พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รอง ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ พ.อ.อุไร ศรีม่วงสุข หัวหน้ากองกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่ 35 พ.อ.สมัย ขำพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก&amp;nbsp;เดินทางไปที่เกิดเหตุบริเวณเกาะสิงห์โต หมู่ที่ 9 บ้านท่าเรือ ตำบลท่าปลา อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุพบเรือรับส่งสินค้าที่ออกจากเกาะห้วยต้า ตำบลนางพญา อำเภอท่าปลา ซึ่งบรรทุกพืชผลทางการเกษตร&amp;nbsp;พร้อมผู้โดยสารทั้งหมด 10 คน รวมคนขับเรือด้วยอีก 1 คนเป็น 11 คน ประสบเหตุเรือโดยสารชนเข้ากับตอไม้&amp;nbsp;ก่อนถึงท่าเทียบเรือบ้านท่าเรือ หมู่ 9 ตำบลท่าปลา เพียง 2 กิโลเมตรเศษเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ที่ลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตอไม้ที่อยู่ใต้น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์โผล่ขึ้นมา เมื่อเรือโดยสารชนจึงทำให้เรือล่มและจมลงกลางอ่างเก็บน้ำทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายธนากร อึ้งจิตไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เข้าไปบัญชาการเหตุการณ์และควบคุมการกู้ภัยของเจ้าหน้าที่เหตุเรือล่ม โดยระดมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยและนักประดาน้ำจากหน่วยงานรัฐ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;มณฑลทหารบกที่ 35&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาลหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสารภัยจังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;ประมงจังหวัดอุตรดิตถ์ เขื่อนสิริกิติ์ หน่วยกู้ชีพกู้ภัยสมาคมกู้ภัยวัดหมอนไม้&amp;nbsp;หน่วยกู้ภัยมูลนิธิเทพนิมิตร และจิตอาสาพระราชทานจังหวัดอุตรดิตถ์ ช่วยกันค้นหาร่างของผู้สูญหายอย่างต่อเนื่อง คาดว่าวันนี้น่าจะได้ร่างของผู้สูญหายทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอุปสรรคของการค้นหาศพเนื่องจากระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์จุดเกิดเหตุ&amp;nbsp;มีความลึกมากกว่า 20 เมตร อุปกรณ์ทุกอย่างในการค้นหาก็ระดมกันเข้ามา เพื่อให้การค้นหาคล่องตัวและให้ได้ร่างโดยเร็ว อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้จะต้องมีการถอดบทเรียนและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเรื่องความปลอดภัยของคนที่ต้องใช้เรือเป็นพาหนะ เนื่องจากทั้ง 11 คนที่ประสบเหตุครั้งนี้ไม่มีเสื้อชูชีพเลยแม้แต่คนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าฯอุตรดิตถ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่เศร้าสลดมาก พร้อมให้หน่วยงานเข้าไปดูแลช่วยเหลือเบื้องต้น&amp;nbsp;ทราบว่าเรือโดยสารลำเกิดเหตุดังกล่าวออกจากหมู่บ้านห้วยต้าเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น.เศษ ออกเดินทางมากว่าชั่วโมงครึ่งก่อนถึงท่าเทียบเรือเรือก็ชนเข้ากับตอไม้&amp;nbsp;เป็นเหตุทำให้เรือแตกทันทีแล้วค่อยๆจมลง ขณะที่ผู้โดยสารที่อยู่ในเรือรวมคนขับเรือด้วยเป็น 11 คน ต่างก็พยายามว่ายน้ำออกมาได้ทัน 6 คน ส่วนอีก 5 คนจมไปกับเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.อ.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รอง ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์&amp;nbsp;กล่าวว่าจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า&amp;nbsp;มีผู้โดยสารที่สูญหายจากเรือล่มจำนวน 5 คน ประกอบด้วย 1.นายจันทร์ น้อยขัน อายุ 70 ปี 2.นายสนิท น้อยขัน อายุ 51 ปี &amp;nbsp;3. นางปรีดา อภิยะ อายุ 43 ปี 4.นายประเรียน อภิยะ อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของเรือโดยสารและเป็นคนขับเอง และ 5.นางสาวสุนิตตรา น้อยขัน อายุ 35 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยของมูลนิธิอุตรดิตถ์สงเคราะห์ ส่งเจ้าหน้าที่ประดาน้ำจำนวนหลายสิบนายไปทำการค้นหาผู้สูญหายอีก 5 ราย ส่วนรายชื่อผู้ที่รอดชีวิตจากเรือโดยสารครั้งนี้มีจำนวน 6 คน ประกอบด้วย 1.นายก้อย ยาสี 2.นายจำนอง อภิยะ 3.นายธิติวุฒิ น้อยขัน เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นางพญา 4.นายพร ใจโสภา 5.นายมานะ ธรรมวงศ์ และ 6.ด.ญ.สุภาวดี ธรรมวงศ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามผู้รอดชีวิตเบื้องต้น เล่าว่า&amp;nbsp;นายประเรียนได้ขับเรือโดยสาร จาก ม.4 บ้านห้วยต้า ต.นางพญา อ.ท่าปลา เพื่อนำสินค้าและโดยสารมาส่งยังฝั่งที่บ้านท่าเรือ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุบริเวณระหว่างเกาะเม่น และเกาะเต่า ร่องน้ำลึกประมาณ 18-20 เมตร เรือเกิดชนกับตอไม้เสียการทรงตัวจนพลิกคว่ำ คนขับหรือเจ้าของเรือและผู้โดยสาร รวมจำนวน 11 คน จมลงใต้น้ำ ก่อนจะได้รับการช่วยเหลือ มีผู้รอดชีวิต จำนวน 6 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอติรุจ จำรูญ ผู้อำนวยการเจ้าท่าภูมิภาค สาขาแพร่ กล่าวว่าเหตุเรือชนตอไม้ในเขื่อนสิริกิติ์ อ.ท่าปลา มีผู้เสียชีวิต 5 คน บาดเจ็บ 6 คน ส่วนตัวเรือยังกู้ขึ้นมาไม่ได้ สำหรับสาเหตุน่าจะเป็นเพราะน้ำในเขื่อนลดลงอย่างต่อเนื่อง และ&amp;nbsp;คนขับอาจจะหลงร่องน้ำ จึงชนตอไม้ใต้น้ำที่กำลังจะโผล่พ้นน้ำอย่างจัง เหตุการณ์นี้เป็นครั้งแรกที่มีผู้เสียชีวิตมากขนาดนี้ สำหรับเรือลำนี้เป็นเรือไม้ชื่อ &amp;quot;เนินสวนรุ่งเรือง 2&amp;quot;&amp;nbsp;ความยาวตลอดลำเรือ 15 เมตร จดทะเบียนเป็นเรือบรรทุกสินค้า มีอุปกรณ์ป้องกันครบ แต่เมื่อตรวจสอบพบทะเบียนเรือขาดต่ออายุ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ชุดช่วยเหลือประชาชน ขุดบรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 35 หน่วยแพทย์พยาบาล หน่วยกู้ชีพฉุกเฉินโรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก ร่วมกับ หน่วยกู้ภัย นักประดาน้ำ ทำการค้นหาผู้สูญหายจนครบทั้ง 5 ราย เมื่อเวลา 17.02 น. เรียบร้อยแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีภูธรท่าปลา เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งเข้าตรวจสอบ และชันสูตรพลิกศพ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55051</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดอุตรดิตถ์, เขื่อนสิริกิติ์, เรือล่มกลางเขื่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200120/image_big_5e258d995d3bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2019 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2019 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลทหารกินหมูดิบป่วย &#039;หูดับ&#039; อาการวิกฤติ 1 ราย เฝ้าระวัง 16 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย.62 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตึกผู้ป่วยในโรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก ต.ท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ พล.ต.ชัยเดช สุรวดี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 35 พร้อมด้วยนายพิภัช ประจันเขตต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ และ นายณัฐวัฒน์ เกตุจันทร์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ รุดเยี่ยมดูอาการผู้ป่วยโรคหูดับและมอบสิ่งของเพื่อสร้างขวัญกำลังใจหลังจากพลทหารทั้ง 16 นายสังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 20 ค่ายพระศรีพนมมมาศ อ.ลับแล และ&amp;nbsp;กรมทหารม้าที่ 2 ค่ายพิชัยดาบหัก จังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;ที่ไปฝึกภาคสนามที่ ต.ผักขวาง อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ ภายหลังฝึกเสร็จได้ไปหาซื้อเนื้อหมูมาทำเมนูอาหารกินจนทำให้เกิดอาการป่วยโรคหูดับ หรือโรคติดเชื้อแบคทีเรีย สเตรปโตคอกคัส ซูอิส จำนวน&amp;nbsp;4 ราย&amp;nbsp;อาการขั้นวิกฤติ 1 ราย แพทย์โรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก ระบุต้องเฝ้าคอยระวังดูอาการอย่างใกล้ชิดอีก 16 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลทหารนารายณ์ เดชพละ ทหารเกณฑ์สังกัดกรมทหารม้าที่ 2 ค่ายพิชัยดาบหัก กล่าวว่า&amp;nbsp;หลังฝึกเสร็จตนได้กินข้าวผัดกระเพราหมู 1 กล่อง ตกกลางคืนเกิดอาการหนาวสั่น ใจไม่ค่อยดีมีอาการปวดหัวอย่างหนัก &amp;nbsp;ตนจึงได้กินยาพารา&amp;nbsp;แต่ไม่รู้สึกดีขึ้นจึงได้บอกให้ครูฝึกที่ดูแลให้รีบนำพาส่ง รพ.ค่ายพิชัยดาบหัก&amp;nbsp;เพื่อให้แพทย์ตรวจรักษา ปรากฏว่าพบเชื้อในกระแสเลือดคือโรคหูดับ ขณะอาการดีขึ้นอยู่ในขั้นปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.สมัย ขำพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก กล่าวว่า&amp;nbsp;จากการลงพื้นที่ตรวจสอบที่ หมู่ 7 ต.ผักขวาง อ.ทองแสนขัน พบผู้ป่วยที่ยืนยันติดเชื้อแล้วจำนวน 4 ราย ในจำนวนนี้อาการวิกฤติ 1 รายต้องรีบนำส่งต่อไปยังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า&amp;nbsp;ส่วนอีก 3 รายรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยต้องสงสัยเนื่องจากมีอาการไข้อีก 16 รายที่ต้องคอยเฝ้าระวังประมาณ 14 วัน&amp;nbsp;แต่ยังตรวจไม่พบเชื้อ&amp;nbsp;ทั้งหมดพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก จึงอยากขอความร่วมมือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะหน่วยงานสาธารณะสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และ อาสาสมัครสาธารณสุข รีบตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นจึงขอฝากเตือนไปยังประชาชนที่ชอบบริโภคลาบหลู้ดิบๆ ไม่ใช่เฉพาะเนื้อหมู เนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆก็สามารถเป็นโรคหูดับได้&amp;nbsp;ส่วนพลทหารที่เข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่รพ.ค่ายพิชัยดาบหัก ทางแพทย์จะรอดูอาการ และญาติๆของพลทหารไม่ต้องเป็นห่วง&amp;nbsp;เพราะอาการป่วยโรคหูดับทั้งหมดอยู่ในขั้นปลอดภัยแล้ว&amp;quot;พ.อ.สมัย&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33441</URL_LINK>
                <HASHTAG>กินเนื้อหมูดิบ, จังหวัดอุตรดิตถ์, ลาบหลู้, โรคติดเชื้อสเตรปโตคอกคัส ซูอิส, โรคหูดับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190411/image_big_5caefff513157.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2019 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2019 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร่างทรงนารายณ์อวตาร ขึ้นโรงพักปฏิเสธลวงสาวใหญ่แก้กรรม-ร่วมเซ็กส์หมู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.62 - นายวิษณุ โพธิ์ขุน อายุ 57 ปี ผู้อ้างตัวเป็นร่างทรงนารายณ์อวตาร พร้อมด้วยนางอัฐชราภรณ์ หรือ&amp;nbsp;แม่ต้อย อายุ 43 ปี นางสุทิศา หรือ แม่หนม อายุ 52 ปี และ นางสายัญ หรือ แม่จันทร์ อายุ 45 ปี ทั้งหมดมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุตรดิตถ์ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา หลังถูกนางบี (นามสมมติ) อายุ 50 ปี สาวใหญ่นักธุรกิจ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ แจ้งความดำเนินคดีเมื่อกลางเดือนธันวาคม 2561 ว่าถูกทั้ง 4 คนอ้างทำพิธีแก้กรรมโดยหลอกลวงพาเข้าโรงแรมชื่อดังใจกลางเมืองอุตรดิตถ์ แล้วรุมทำอนาจารและล่วงละเมิดทางเพศ จัดเซ็กส์หมู่แบบพิสดารหญิง 4 ชาย 1 โดยผู้ถูกกล่าวหาได้มาตามหมายเรียกจาก พ.ต.ท.พรวน คร้ามสมอ รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองอุตรดิตถ์ เหตุเกิดที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา พ.ต.อ.ดิษยเดช พัชรภูวดล ผกก.สภ.เมืองอุตรดิตถ์ ได้ชี้แจงและสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คนด้วยตัวเอง ก่อนจะมอบหมายให้ พ.ต.ท.พรวน คร้ามสมอ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองอุตรดิตถ์ ได้สอบสวนเพิ่มอย่างละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ดิษยเดช กล่าวว่า คดีนี้ผู้เสียหายมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุตรดิตถ์ เมื่อเดือนธันวาคม 2561 เพื่อดำเนินคดีกลุ่มผู้ถูกกล่าวหา โดยพนักงานสอบสวนได้มีการสอบปากคำและไปตรวจที่เกิดเหตุและเก็บพยานหลักฐานต่างๆจึงได้ออกหมายเรียกทั้ง 4 คน ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่แม่ฮ่องสอน หลังจากกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาได้เลื่อนนัดมา 1 ครั้ง และแจ้งความประสงค์จะมาพบในวันนี้ หลักฐานในคดีนี้มีพยานที่สำคัญคือนางบี ในฐานะตัวผู้กล่าวหาเป็นประจักษ์พยานของตัวผู้เสียหายพร้อมพยานเอกสารทะเบียนผู้พักและพยานแวดล้อมบุคคลในพื้นที่เกิดเหตุ คลิปเสียงการสนทนา เอกสารการแชททางไลน์และทางเฟซบุ๊ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาได้ให้การปฏิเสธทั้งหมด และ&amp;nbsp;พนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหามาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกและไม่มีเจตนาหลบหนีแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุตรดิตถ์ ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คนร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญและใช้กำลังประทุร้ายผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้หรือทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น และ&amp;nbsp;นัดหมายผู้ถูกกล่าวหาให้มาพบพนักงานสอบสวนอีกครั้งภายใน 15 วัน เพื่อจะทำการสอบสวนเพิ่มเติมและดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27331</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดอุตรดิตถ์, ร่างทรง, ร่างทรงนารายณ์อวตาร, ล่วงละเมิดทางเพศ, สภ.เมืองอุตรดิตถ์, เซ็กส์หมู่, แจ้งจับร่างทรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190123/image_big_5c48303c1b943.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
