<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 21:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039; ทรงห่วงผู้ประสบอุทกภัยเพชรบูรณ์ ให้องคมนตรีดูแลแก้ปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.64 - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเรือเอก พงษ์เทพ &amp;nbsp;หนูเทพ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;เชิญถุงพระราชทาน เครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 2,430 ถุง ไปมอบแก่ตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ &amp;nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี &amp;nbsp;ไปกล่าวแก่ตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย และครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยและได้รับผลกระทบ รวมถึงเจ้าหน้าที่ให้รับทราบ ในการนี้ องคมนตรี ได้ลงพื้นที่เชิญถุงพระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหล่มสัก จำนวน&amp;nbsp;5 ครอบครัว ตลอดจนพูดคุยให้กำลังใจ ราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ไปประชุมและติดตามสถานการณ์การแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและรายงานสถานการณ์ ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอหล่มสัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดเพชรบูรณ์ แบ่งการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 117 ตำบล 1,439 หมู่บ้าน ได้รับอิทธิพลจากร่องลมมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ &amp;nbsp;และจังหวัดเลย ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2564 &amp;nbsp;โดยเฉพาะบริเวณเทือกเขาเพชรบูรณ์ในเขตอำเภอหล่มเก่า ส่งผลให้มีน้ำป่าไหลหลากลงสู่ห้วยน้ำเลา, ห้วยน้ำหญ้า ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำป่าสักในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และไหลล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรที่อาศัยบริเวณสองฝั่งริมห้วยน้ำเลาและห้วยน้ำหญ้าในเขตตำบลตาดกลอย และตำบลศิลา อำเภอหล่มเก่า และไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่อำเภอหล่มสัก จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้บ้านเรือนราษฎร สิ่งสาธารณประโยชน์ ถนน พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายใน 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอหล่มเก่า และอำเภอหล่มสัก รวม 10 ตำบล 51 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือนร้อนและผลกระทบ 2,430 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116859</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเพชรบูรณ์, น้ำท่วม, ฝนตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_61420603ce2b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดระทึก! พายุถล่มรพ.วิเชียรบุรี ห้องผู้ป่วยพัง กระจกแตก บาดเจ็บ 3 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ MZ&amp;#39;Tom Taratip ได้โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;พายุฤดูร้อนถล่มวิเชียรบุรีพี่น้องบ้านเฮาดูแลตัวเองดีๆเด้อ&amp;quot; พร้อมนำภาพความเสียหายภายในอาคารห้องผู้ป่วยโรงพยาบาลวิเชียรบุรี หลังเกิดจากแรงลมพายุพัดถล่มพังเสียหาย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา &amp;nbsp;โดยแรงลมพายุฤดูร้อนได้พัดกระจกและอุปกรณ์ภายในโรงพยาบาลได้รับความเสียหายแม้ว่าทางโรงพยาบาลจะมีแนวป้องกันแรงลมในระดับหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ แรงลมยังทำให้ต้นไม้และกิ่งไม้ภายในเขตโรงพยาบาลหักโค่นลงมาอีกด้วย จากการสำรวจความเสียหายพบว่าที่อาคารผู้ป่วยนอกเกือบทุกชั้น ประตู กระจกบานเกล็ด ผ้าม่าน &amp;nbsp;ฝ้าเพดาน &amp;nbsp;ได้รับความเสียหาย ขณะที่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลต้องทำการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกันแบบโกลาหล จนทำให้ผู้ป่วยที่มานอนรักษาตัว ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์แรงลมพายุฤดูร้อน พัดถล่มโรงพยาบาลวิเชียรบุรี ในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนายแพทย์กอบชัย จิรชาญชัย นายแพทย์เชี่ยวชาญ รักษาการแทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิเชียรบุรี กล่าวว่า เหตุการณ์พายุฤดูร้อนพัดถล่มโรงพยาบาลวิเชียรบุรี ได้รับผลกระทบคือ ตึกผู้ป่วยนอก 5 ชั้น บริเวณแผนกอายุรกรรมหญิง และแผนกศัลยกรรมชาย ทางด้านขอบหน้าต่างทางด้านข้างตึก โดยในตอนนั้นที่พายุเข้าก็ได้พัดกระจกของหน้าต่างพังเสียหาย และแนวฝ้าเพดานนั้นพังลงมา โดยผู้ป่วยที่นอนอยู่ได้รับบาดเจ็บจากกระจกหน้าต่างที่พังมาโดนทั้งหมด 3 คน มีบาดแผลเล็กน้อย ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ก็พยายามเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปหลบที่อื่นแต่ก็ไม่ทันการณ์ จะมีผู้ป่วยบางส่วนที่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความเสียหายทางโรงพยาบาลวิเชียรบุรี ได้มีงบที่กันไว้บางส่วนในการที่ซ่อมแซมความเสียหายนี้ สำหรับประชาชนที่สนใจจะช่วยเหลือสามารถร่วมสมทบทุนช่วยเหลือได้ที่โรงพยาบาลวิเชียรบุรี สามารถติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 095-640-9075 หรือ โอนเงินสนับสนุนการซ่อมแซมได้ที่ธนาคารออมสิน เงินบริจาคโรงพยาบาลวิเชียรบุรี เลขที่บัญชี 810000897875&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97773</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเพชรบูรณ์, พายุฤดูร้อน, วิเชียรบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062e13d42ea5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2 สหกรณ์เพชรบูรณ์ โชว์คุณภาพ คนตัวเล็กสร้างงานสร้างเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสหกรณ์ผู้ผลิตผักน้ำดุกใต้ จำกัด&amp;nbsp; อ.หล่มสัก และสหกรณ์ผู้ผลิตผักปลอดภัยภูทับเบิก จำกัด&amp;nbsp; อ.หล่มเก่า ทั้งสองแห่งเป็นสหกรณ์ที่เพิ่งตั้งใหม่เมื่อปี 2558 และ 2559 มีเกษตรกรที่เป็นสมาชิกจำนวนไม่มาก แต่มีการรวมตัวกันเพื่อสร้างระบบการผลิตแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำคือเชื่อมโยงเป็นธุรกิจส่งพืชผลทางการเกษตรไปค้าขายกับห้างขนาดใหญ่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รมช.เกษตรฯ ได้หารือกับนายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งทางจังหวัดได้รายงานว่านอกจากมะขามหวานเพชรบูรณ์แล้ว ผลผลิตผักโดยเฉพาะกลุ่มผักอินทรีย์กระแสตอบรับดีมาก ปัจจุบันยังไม่พอจำหน่ายในพื้นที่ จึงเห็นตรงกันว่าโอกาสของเกษตรกรผู้ปลูกผักอินทรีย์นั้นยังมีอีกมาก&amp;nbsp; โดยเฉพาะรองรับนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคที่รักสุขภาพต้องการพืชผักปลอดภัย&amp;nbsp; โดยสหกรณ์ทั้งสองแห่งนี้สามารถเป็นต้นแบบของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่สหกรณ์อื่นๆ สามารถเข้ามาศึกษาและนำไปเป็นแบบอย่างของการสร้างระบบการผลิตสินค้าเกษตรที่ดี ปลูกพืชผักและผลผลิตการเกษตรเพื่อจำหน่ายในพื้นที่ และขยายไปในจังหวัดใกล้เคียง รองรับกับตลาดและกระแสบริโภคผักปลอดภัยที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;เพชรบูรณ์เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความได้เปรียบด้านอากาศเย็นและใกล้กรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวเกือบตลอดทั้งปี&amp;nbsp; นอกจากมะขามหวานแล้ว พืชผักที่จังหวัดนี้ก็มีรสชาดที่ดีเช่นกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งปัจจุบันกรมส่งเสริมสหกรณ์พร้อมสนับสนุนการผลิตผ่านระบบสหกรณ์ จะเห็นจากตัวอย่างคือ&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; สหกรณ์เพิ่งร่วมตัวเมื่อ ปี 2558-59&amp;nbsp; และแม้จะมีขนาดเล็ก แต่สามารถสร้างระบบการผลิตที่ดี ได้มาตรฐานและครบวงจรตั้งแต่การผลิตต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำได้ทั้งหมด&amp;nbsp; มีเกษตรกรปลูกผักแปลง GAP มีโรงคัดบรรจุ ทำให้สามารถส่งขายยังห้างโมเดิร์นเทรด สหกรณ์ทั้งสองแห่งเป็นตัวอย่างว่าหากสมาชิกช่วยกันผลิตของดี ลำพังการปลูกผักแบบสบายๆ แต่เน้นคุณภาพ ก็สามารถทำให้ตลาดวิ่งเข้ามาหาและสมาชิกมีรายได้ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ&amp;rdquo; รมช.เกษตรฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp; กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์พร้อมสนับสนุนสหกรณ์ที่ทำโครงการดีๆ สร้างอาชีพให้กับสมาชิกเพื่อความอยู่ดีกินดี โดยได้จัดสรรเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) เข้ามาสนับสนุนเป็นทุนให้สหกรณ์นำไปให้สมาชิกกู้ยืมเพื่อนำไปลงทุนปลูกผักได้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งสหกรณ์ใดที่สนใจสามารถประสานมายังสหกรณ์จังหวัดเพื่อขอใช้เงินก้อนนี้ได้ นอกจากนั้นยังพร้อมที่จะสนับสนุนในด้านวิชาการต่างๆ อีกด้วย เช่น การค้าออนไลน์ เป็นต้น เพื่อสร้างโอกาสทางตลาดให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระศักดิ์ แซ่เถา ประธานสหกรณ์ผักปลอดภัยภูทับเบิก จำกัด กล่าวว่าสหกรณ์ตั้งเมื่อ 2559 ปัจจุบันมีสมาชิก 73 คน จากเมื่อแรกตั้งมีเพียง 32 คน สหกรณ์ได้รวบรวมผักส่งจำหน่ายให้ห้างท๊อปซุปเปอร์มาร์เก็ตแต่ละวันประมาณ&amp;nbsp; 700-800 กก. เป็นผักอินทรีย์และผักปลอดภัย ได้แก่ ผักสลัด เรดโอ๊ค กรีนโอ๊ค บัตเตอร์เฮด และผักกาดหอม&amp;nbsp; ผักกาดขาวปลี กะหล่ำปลี เบบี้แครอท ซูกินี มะเขือเทศเชอรี่ ถั่วแขก ถั่วหวาน เป็นต้น โดยสหกรณ์จะรับซื้อผักจากสมาชิกในราคานำตลาดประมาณ&amp;nbsp; 1-2 บาทต่อกก. ในปีที่ผ่านมา สหกรณ์มีปริมาณธุรกิจรวบรวมผัก 3.7 ล้านบาท&amp;nbsp; ซึ่งก่อนหน้านี้สหกรณ์ได้รับงบประมาณจากเงินอุดหนุนโครงการพัฒนาศักยภาพการดำเนินการธุรกิจสหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร ปี 2562 และได้รับรถบรรทุกห้องเย็น 6 ล้อ จำนวน 1 คัน งบประมาณ 2.2 ล้านบาท ทำให้สามารถส่งผักให้ศูนย์รวบรวมผักของคู่ค้าที่จังหวัดสมุทรสาครได้อย่างต่อเนื่องทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายสันติ สายทอง ผู้จัดการสหกรณ์ผู้ผลิตผักน้ำดุกใต้ จำกัด&amp;nbsp; กล่าวว่า มีสมาชิก137 ราย สมาชิกร่วมโครงการปลูกผักส่งให้กับท๊อป ซูเปอร์มาร์เก็ต จำนวน&amp;nbsp; 25 รายประมาณ 200 ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp; มูลค่าธุรกิจประมาณ&amp;nbsp; 13 ล้านบาทต่อปี โดยจะส่งผักไปที่ศูนย์รวบรวมสมุทรสาคร ในการบริหารจัดการจะเริ่มจากรับออเดอร์ว่าลูกค้าต้องการผักอะไรบ้างเพื่อนำมาวางแผนการปลูกให้กับสมาชิก ทุกแปลงจะต้องผ่านการตรวจสอบและเป็นแปลง GAP&amp;nbsp; โดยทางทางสหกรณ์จะมีศูนย์ตัดแต่งผักที่ได้มาตรฐาน&amp;nbsp; มีการตรวจสารตกค้าง และมีถุงบรรจุของลูกค้าภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;ผักน้ำดุกใต้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96091</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมสหกรณ์, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, จังหวัดเพชรบูรณ์, นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์, นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604ed3705a4aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 19:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 19:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนีตายอลหม่าน! ก๊าซแอมโมเนียรั่วจากโรงงานน้ำแข็งที่เขาค้อ ผู้ว่าฯสั่งอพยพประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุก๊าชแอมโมเนียจากโรงน้ำแข็งยั่งยืนเขาค้อ เลขที่ 35 หมู่ 9 ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เกิดรั่วทำให้มีคนงานได้รับสารแอมโมเนีย จนมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเขาค้อ ซึ่งเป็นคนงานของโรงานดังกล่าวที่พยายามจะเข้าไปปิดวาล์วที่เกิดชำรุดและได้รับแก๊สแอมโมเนียเข้าเต็มๆ จึงสั่งห้ามทุกคนที่ไม่มีชุดป้องกันเข้าไปในพื้นที่โรงงาน โดยไม่จำเป็นพร้อมสั่งอพยพประชาชน ที่มีบ้านเรือนอยู่ใกล้กับโรงงาน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนแล้ว เนื่องจากยังไม่สามารถควบคุมการกระจายของก๊าชแอมโมเนียได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายภาคภูมิ ภูมี นายอำเภอเขาค้อ พร้อมด้วยว่าที่ร้อยตรีชัชวาล รักหาญ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) เพชรบูรณ์ เขตอำเภอเขาค้อ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจอาสากู้ภัยได้ตั้งกองบัญชาการเพื่อรอรับรายงานและติดตามสถานการณ์ของสารแอมโมเนียรั่ว ในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นทราบว่าในโรงงานน้ำแข็งแห่งนี้มีแอมโนเนียในโรงงานปริมาณ 1 ตัน ที่กำลังมีการรั่วไหล จึงต้องมีการประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่อาสาในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อนำอุปกรณ์เครื่องมือกู้ภัยที่มีในการปิดวาล์วก๊าช เนื่องจากตัววาล์วมีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ และ คณะลงพื้นที่เพื่อติดตามการทำงานของทีมอาสาสมัครกู้ภัยในการพยายามจะปิดวาล์วก๊าชที่กำลังรั่วอยู่ ปัญหาของทีมงานคือ&amp;nbsp;ชุดในการเข้าปฎิบัติงานต้องใช้ออกซิเจนและหน้ากากป้องกันแบบเต็มใบ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีต้องประสานทางอาสากู้ภัยในการนำอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นมาใช้ในการสนับสนุนการทำงาน หลังจากนี้หน้างานจะพบกับปัญหาอะไรอีกก็ยังไม่รู้จึงต้องมีการวางแผนทำงานกันอย่างรัดกุมและทำงานด้วยความระมัดระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ สั่งอพยพประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่รอบโรงน้ำแข็ง ยั่งยืนเขาค้อ หลังเกิดอุบัติเหตุก๊าชแอมโมเนียจากโรงงานน้ำแข็งเกิดรั่ว พร้อมสั่งให้ชาวบ้านที่มีบ้านเรือนในรัศมี 100 เมตรรอบโรงงาน ทำการย้ายออกทันที เพื่อจะไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการแอมโมเนียที่กระจายอยู่ในอากาศ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่สามารถที่จะทำการปิดวาล์วท่อแอมโมเนียได้ เพราะต้องรอชุดที่มีทั้งถังออกซิเจน และ หน้ากากกันก๊าซแบบเต็มใบในการเข้าพื้นที่ๆ เพื่อความปลอดภัยสูงต่อผู้ปฏิบัติงาน แต่ถ้าเกิดยังปิดไม่ได้เนื่องจากวาล์วชำรุด คนจะต้องปล่อยให้ระเหยให้หมด คาดว่าน่าจะใช้เวลาราว 3-4 ชั่วโมง ซึ่งตอนนี้ได้ทำการสเปรย์น้ำเพื่อไม่ให้ก๊าชฟุ้งกระจายและไม่กระทบต่อชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79782</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก๊าซพิษ, ก๊าซแอมโมเนีย, จังหวัดเพชรบูรณ์, โรงงานน้ำแข็ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201007/image_big_5f7daf3a52eec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76305</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 19:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 19:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถหกล้อบรรทุกบ้านน็อคดาวน์ เสียหลักแหกโค้งทางลงเขาพลิกคว่ำดับ 2 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.ปรเมษฐ์ ชาตรี รองสารวัตร (สอบสวน) ร้อยเวร สภ.บ้านกลาง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ บรรทุกบ้านน็อคดาวน์พลิกคว่ำ ที่บริเวณจุดชมวิวเขาปากช่อง หลักกิโลเมตรที่ 378 บนเส้นทางหลวงหมายเลข 12 ถนนสายหล่มสัก-ชุมแพ มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถ 2 ราย และได้รับบาดเจ็บ 2 ราย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาแล้วรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลหล่มสักและอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิกกไทรอำเภอหล่มสัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุมีลักษณะเป็นทางโค้งลงเนินเขา ใกล้กับสะพานห้วยตอง พบรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ หมายเลขทะเบียน 82-4927 ร้อยเอ็ด ซึ่งบรรทุกบ้านไม้แบบน็อคดาวน์ พลิกคว่ำอยู่ที่ร่องน้ำข้างทาง สภาพหงายท้องล้อชี้ฟ้า ส่วนบ้านน็อคดาวน์ได้พังเสียหายยับเยินไปทั้งหลัง มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายนิวัฒน์ หึสีงาม อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 168 หมู่ 3 ต.หนองแหน อ.ประทุมรัตน์ จ.ร้อยเอ็ด และ &amp;nbsp;นายอดิเทพ นุชนาถ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 254 หมู่ 8 ต.ไตรตรึงษ์ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้เสียชีวิตติดอยู่ในซากรถอีก 2 ราย เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิกกไทร ได้ช่วยกันใช้เครื่องมือตัดถ่างนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา ทราบชื่อภายหลังคือ นายเปือง นันทะไชย อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 หมู่ 5 ต.โนนตาล อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด และ นายธีรภัทร มีกำปัง อายุ 32 ปี ซึ่งผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่เดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ รถบรรทุก 6 ล้อคันดังกล่าว โดยนายเปืองเป็นคนขับรถและนายธีรภัทร ได้นั่งมาด้วยข้างๆ พร้อมบรรทุกบ้านน็อคดาวน์จากจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีนายนิวัฒน์กับนายอดิเทพ นั่งดูแลอยู่ด้านหลัง เพื่อจะนำไปส่งลูกค้าที่จังหวัดเพชรบูรณ์ พอมาถึงที่จุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งลงเขา ประกอบกับบรรทุกบ้านน็อคดาวน์มาทั้งหลัง จึงอาจจะทำให้ควบคุมรถไม่อยู่ หรือ ระบบเบรกอาจจะมีปัญหาทำให้รถเสียหลักแหกโค้งตกข้างทาง โดยผู้ที่อยู่นอกรถได้กระโดดลงได้ทัน บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ส่วนผู้ที่อยู่ในรถพร้อมคนขับเสียชีวิตคาที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76305</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเพชรบูรณ์, รถแหกโค้ง, สภ.บ้านกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4f8cbd9e0a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.สนธิกำลังจับกุมผู้บุกรุกสร้างที่พักบนผาหัวสิงห์ จุดชมวิวดัง &#039;ภูทับเบิก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ทั้ง ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กอ.รมน. และชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ เข้าตรวจสอบจับกุมผู้บุกรุกถือครอบครองพื้นที่บริเวณผาหัวสิงห์ ภูทับเบิก ซึ่งเป็นจุดชมวิวบนภูทับเบิก&amp;nbsp;เนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่า มีสิ่งปลูกสร้างแห่งใหม่ขึ้นในบริเวณนี้&amp;nbsp;โดยพบสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านคอนกรีต 1 หลัง พร้อมห้องน้ำห้องสุขา 4 หลัง และปรับพื้นที่เป็นลานกางเต็นท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า มีการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ เพื่อทำการก่อสร้างรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศ และ ลานกางเต็นท์ ซึ่งเป็นการบุกรุกขยายพื้นที่รายใหม่จำนวน 3 แปลง โดยแปลงแรกมีพื้นที่ประมาณ 19 ไร่ ประกอบด้วยที่พักมุงสังกะสี 4 หลัง และลานกางเต็นท์ ส่วนแปลงที่ 2 อยู่ติดกับผาหัวสิงห์ เป็นบริเวณที่ก่อสร้างอาคารตึกขาว 2 ชั้น และ &amp;nbsp;ลานกางเต็นท์ที่ถูกนำมาวิจารณ์ในโลกโซเชียล มีพื้นที่ราว 3 ไร่เศษ มีอาคาร 2 ชั้น 1 หลัง ห้องน้ำห้องสุขา 1 หลัง และลานกางเต็นท์ ซึ่งพบว่าเป็นการบุกรุกพื้นที่เพิ่มเติมจากเดิมที่ครอบครองเพียง 1 ไร่เศษ และ แปลงที่ 3 มีพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ ยังไม่มีผู้ใดมาแสดงตนเป็นเจ้าของพื้นที่ โดยมีสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านพักอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 1 หลัง และห้องน้ำจำนวน 1 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบนายเงี่ยป๋อ แซ่ท่อ ซึ่งเป็นผู้ครอบครองที่ดินเดิมก่อนที่จะแบ่งมอบที่ดินให้กับบุตร เจ้าหน้าที่จึงให้นำชี้ขอบเขตที่ดินทำกินเดิม และเจ้าหน้าที่ได้พบผู้ครอบครองใหม่ ให้นำตรวจสอบและให้เซ็นรับมอบหนังสือห้ามก่อสร้างอาคาร และห้ามใช้อาคาร โดยเจ้าหน้าที่ได้ปิดประกาศคำสั่งดังกล่าวที่อาคารสิ่งปลูกสร้างทั้ง 3 ราย ได้แก่ 1.นายกัวเน้ง แซ่ท่อ ครอบครองพื้นที่ จำนวน 3/2/12 ไร่ เป็นที่ดินที่ได้รับแบ่งมอบจากบิดา แม้ว่าจะเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน แต่ได้ขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นจากที่บิดาทำกินเดิม จึงผิดเงื่อนไขตามมติ ครม. 30 มิ.ย.41 ซึ่งถือเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติมที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะเจ้าหน้าที่เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 ฐาน &amp;quot;ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่าหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ มาตรา 55 ฐาน &amp;quot;ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น&amp;quot; จึงร่วมกันตรวจยึดพื้นที่พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านคอนกรีต 2 ชั้น 1 หลัง เต็นท์กระโจม 7 หลัง ห้องน้ำห้องสุขา 4 หลัง และปรับพื้นที่เป็นลานกางเต็นท์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นายวีระพจน์ รักษ์มณี ครอบครองพื้นที่ประมาณ 19 ไร่ เป็นที่ดินที่ได้รับแบ่งมอบจากพ่อตา มีสิ่งปลูกสร้าง เป็นบ้านกระโจม 4 หลัง อาคารสำนักงาน 1 หลังห้องน้ำห้องสุขา 4 หลัง และปรับพื้นที่เป็นลานกางเต็นท์ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ราษฎรบ้านวังบาลไม่ทราบชื่อ เป็นเจ้าของ ภูลมหนาว ผาหัวสิงห์ แคมป์ปิ้ง ครอบครองพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ ไม่พบเจ้าของ สร้างบ้านกระโจม 1 หลัง ห้องน้ำ-ห้องสุขา 2 หลัง และลานกางเต็นท์ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปป.4) กอ.รมน. กล่าวว่าสำหรับพื้นที่ผาหัวสิงห์ หมู่ 8 ต.บ้านเนิน ยังอยู่ภายใต้คำสั่ง หน.คสช.ที 35/2559 ลงวันที่ 5 ก.ค.2559 ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่สามารถยึดรื้อถอนทำลายได้ และ ผอ.สจป.4 จะดำเนินการติดประกาศให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71061</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเพชรบูรณ์, ชุดพยัคฆ์ไพร, ภูทับเบิก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200710/image_big_5f083d7666df5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมป่าไม้บุกจับรถขุดดินสร้างรีสอร์ทในเขตป่าสงวนฯเขาค้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค.63 - พันเอกพงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ และเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พชร.2 เขาค้อ ศูนย์ป่าไม้เพชรบูรณ์ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก&amp;nbsp;เข้าจับกุมการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาปางก่อ และ ป่าวังชมพู โดยใช้เครื่องจักรกลหนัก หลังได้รับร้องเรียนว่า มีผู้ลักลอบขุดดินและสร้างรีสอร์ทในเขตป่าสงวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่า รถขุดดิน&amp;nbsp;1 คัน พร้อมรถบรรทุก 10 ล้อ&amp;nbsp;2 คัน กำลังขุดและปรับพื้นที่ในเขตป่าสงวนฯ ที่เป็นร่องน้ำบนภูเขา ใกล้อ่างเก็บน้ำรัตนัย ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง&amp;nbsp;3 คนเพื่อทำการสอบสวน โดยผู้ต้องหารทั้ง 3 คนให้การว่า เป็นลูกน้องของเสี่ยแบ๋วและเป็นเจ้าของรถ โดยได้รับคำสั่งให้มาทำงานจุดนี้ 2 วันแล้ว โดยขุดดินแล้วนำออกไปถมที่ให้แก่ข้าราชการครูรายหนึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร และการขุดดินและปรับพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ขออนุญาตจากหน่วยงานใดๆเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบค่าพิกัดพื้นที่ขุดดิน ปรากฏว่าอยู่ในเขตป่าสงวนฯและอยู่นอกแปลงราษฎรอาสา (รอส.) เดิม เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คนคือ&amp;nbsp;นายบุญธรรม ขันทองหล่อ คนขับรถขุดดิน&amp;nbsp;นายหลั่ง อินเทพ และนายภิญโญ กองเหิน คนขับรถบรรทุก ตรวจยึดพื้นที่และของกลาง พร้อมดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบยังพบว่าในพื้นที่ติดกัน มีคนงานราว 10 คน กำลังก่อสร้างอาคารชั้นเดียวขนาดใหญ่ บริเวณโดยรอบมีการปรับพื้นที่เป็นขั้นบันได เตรียมสร้างรีสอร์ทและจุดกางเต็นท์ สอบถามคนงานระบุว่า&amp;nbsp;เป็นของพยาบาลรายหนึ่งอยู่อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ เป็นเจ้าของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานางพิชญา พัฒน์ขาว ข้าราชการพยาบาล ได้เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ และให้การว่า ได้ซื้อที่จากทายาท ราษฏรอาสา (รอส.) จำนวน 3 ไร่ 2 งาน ในปี 2548 และ&amp;nbsp;ส่งรายชื่อให้คณะกรรมการที่ดินจังหวัดไปแล้ว แต่เป็นชื่อของหลานสาว โดยผ่านผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้รับรอง กระทั่งลงมือปรับพื้นที่และก่อสร้างดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เจ้าหน้าที่แจ้งว่า การซื้อขายที่ดังกล่าว ขัดกับมติ ครม.2541 ที่ให้ผู้ครอบครองรายเดิมต้องทำกินต่อเนื่อง และตกทอดให้ทายาทได้ แต่ไม่สามารถขายได้ อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาค้อ จึงได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาและตรวจยืดพื้นที่ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59362</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป่าไม้, จังหวัดเพชรบูรณ์, ชุดพยัคฆ์ไพร, บุกรุกป่าสงวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e6751b170637.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
