<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 20:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 20:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพร่ไม่ปิดเมือง! ยันเข้าจังหวัดไม่ต้องกักตัว เน้นกลยุทธ อสม.เคาะประตูบ้าน-พบผู้นำชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.64 - เพจเฟซบุ๊ก ข่าวสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ โพสต์ข้อความว่า ฝากทุกท่าน ช่วยส่งต่อ แชร์ต่อ นำมาตรการไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ผ่านทางสื่อทุกช่องทาง ทางเสียงตามสาย หอกระจายข่าว สถานีวิทยุ ช่องทาง Online ทุกรูปแบบ ตามข้อความที่ส่งมานี้ครับ&amp;nbsp;มาตรการและแนวทางปฏิบัติรองรับบุคคลที่เดินทางเข้ามาพื้นที่จังหวัดแพร่ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (วันที่ 10 - 18 เมษายน 2564) ขอบคุณทุกท่านมากครับ &amp;nbsp;&amp;ldquo;สงกรานต์นี้ แพร่ต้องรอด ปลอด COVID-19&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สงกรานต์เมืองแพร่ ปลอดภัย ไร้โควิด 19 แพร่ไม่ปิดเมือง ไม่กักตัว เน้นกลยุทธ อสม. เคาะประตูบ้าน ให้ผู้เดินทางเข้าจังหวัดแพร่รายงานตัวต่อผู้นำชุมชน&amp;nbsp;ผู้ที่มาจากพื้นที่เสี่ยงสูงให้เฝ้าระวังตนเอง ขอความร่วมมือไม่ออกจากบ้านหรือที่พักอาศัยโดยไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนเมืองแพร่ใส่หน้ากาก 100% คุมเข้มตามมาตรการ D-M-H-T-T (เว้นระยะห่าง 1-2 เมตร / สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ / ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและสแกนแอปพลิเคชั่น ไทยชนะ และ QR Code แพร่ชนะ ทุกครั้งเมื่อเข้าออกสถานที่สาธารณะ หรือสถานที่รวมกลุ่มคนจำนวนมาก )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูล ณ วันที่ 7 เษายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98698</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักตัว, จังหวัดแพร่, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606dafcad497e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกบริษัทดัง ยึดไม้ประดู่หวงห้ามทั้งไม้ท่อนและแปรรูปมูลค่ากว่า 3 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.64 -&amp;nbsp;นายมงคล ไชยภักดี นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;หัวหน้าหน่วยฯ พญาเสือ เปิดเผยว่า หน่วยพญาเสือฯ ได้รับการแจ้งจาก หน.สปป.3&amp;nbsp;ภาคเหนือว่า มีการลักลอบทำไม้มีค่าหายาก ในเขตป่าสงวน ป่าอนุรักษ์ ในพื้นที่ จ.แพร่ และ จ.น่าน และนำมาสวมเป็นไม้มีเอกสารสิทธิ์ (ไม้มาตรา&amp;nbsp;7)&amp;nbsp;คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสะกดรอย ติดตามไม้ประดู่ท่อน ที่ได้ทำการติดตั้งเครื่องติดตามด้วยระบบ&amp;nbsp;GPSไว้ก่อนหน้า จนพบว่า ได้เคลื่อนย้ายไม้ออกจากป่า ไปรวบรวมไม้ไว้ที่โกดังแห่งหนึ่ง ใน อ.สูงเม่น จ.แพร่ ต่อมา เครื่องติดตามด้วยระบบ&amp;nbsp;GPS&amp;nbsp;ปรากฎที่พิกัด&amp;nbsp;17.525243, 103.017666&amp;nbsp;ตรวจสอบพบว่า มีการเคลื่อนย้ายไม้จากโกดัง ไปยังบริษัทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่จ.อุดรธานี จึงรายงานผู้บังคับบัญชา และประสานหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผอ.ส่วนยุทธการ ด้านป้องกันและปราบปราม&amp;nbsp;นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าหน่วยฯ พญาเสือพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย จนท.หน่วยพญาเสือ ส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม,&amp;nbsp;สปป.2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ),&amp;nbsp;สบอ.10 (อุดรธานี)) จนท. ชุดพยัคฆ์ไพร,&amp;nbsp;ศปป.2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ),&amp;nbsp;ศูนย์ป่าไม้อุดรธานี,&amp;nbsp;หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้บ้านดุง,&amp;nbsp;หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อด.6 (หนองแสง) จนท.ฝ่ายปกครอง อ.พิบูลย์รักษ์&amp;nbsp;ทหารกอ.รมน. จ.อุดรธานี ตำรวจสันติบาลอุดรธานี,&amp;nbsp;ตำรวจ สภ.พิบูลย์รักษ์,&amp;nbsp;ตำรวจ บก.ปทส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกำลังจนท.เดินทางนำหมายค้น ศาลจังหวัดอุดรธานี เข้าตรวจสอบบริษัท อาร์ทีเอ็น วู้ด จำกัด โดยมีนางรัตนา (สงวนนามสกุล) เป็นผู้นำตรวจสอบ และให้ข้อมูลพบไม้ประดู่ท่อน&amp;nbsp;75&amp;nbsp;ท่อน ปริมาตร&amp;nbsp;39.304&amp;nbsp;ลบ.ม. ไม้ประดู่แปรรูป&amp;nbsp;142&amp;nbsp;เหลี่ยม ปริมาตร&amp;nbsp;29.710&amp;nbsp;ลบ.ม. รวมมูลค่าความเสียหาย&amp;nbsp;3,455,340&amp;nbsp;บาท โดยนางรัตนา อ้างว่าไม้ทั้งหมดมีเอกสารหลักฐานถูกต้อง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการยึดไม้ทั้งหมดไว้ เพื่อตรวจสอบหลักฐานการได้มา ของไม้ตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันพบว่า โรงงานดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ โดยใช้เครื่องจักรตามกฎหมายแต่อย่างใด การกระทำของนางรัตนาเป็นความผิดฐาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ โดยไม่ได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่&amp;rdquo;&amp;nbsp;และฐาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;มี ผลิต หรือนำเข้าเลื่อยโซ่ยนต์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน&amp;rdquo; จึงได้ตรวจยึดเครื่องจักร จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;รายการ พร้อมควบคุมตัวนางรัตนาฯ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.พิบูลย์รักษ์ โดยได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ กล่าวโทษดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98680</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป่าไม้, จังหวัดน่าน, จังหวัดแพร่, สภ.พิบูลย์รักษ์, หน่วยพญาเสือ, ไม้ประดู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d8a8243033.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 19:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 19:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวาผีตองเหลือง! คนป่าดับในกระท่อมเฝ้าสวนเมืองลับแล กู้ภัยวุ่นมัดศพติดท้ายรถลงเขาสูงชัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;ที่ปากทางเข้าห้วยจำตอง หมู่ 1 ต.นานกกก อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ เขตติดต่อ ต.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่&amp;nbsp;นายพีระพัฒน์ จันทร์เพ็ญ เจ้าของสวนลางสาดและลองกอง อ.ลับแล&amp;nbsp;แจ้งว่ามีคนคล้ายชนกลุ่มน้อยเผ่าผีตองเหลืองถูกกระดานไม้หนีบคอตายที่บ้านไม่มีเลข ที่สร้างเอาไว้เพื่อมานอนเฝ้าสวนลางสาด ทางสมาคมกู้ภัยวัดหมอนไม้ จ.อุตรดิตถ์ จึงไปตรวจสอบพร้อมนำศพหญิงอายุประมาณ 70 ปี ไม่มีบัตรประชาชน ไม่ทราบที่อยู่ คาดว่าน่าจะเป็นชนเผ่ามลาบรี หรือ ผีตองเหลือง ที่ยังหลงเหลืออยู่ในป่า&amp;nbsp;จ.แพร่ และพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;โดยทางเดินขึ้นเขาที่สูงชัน รถยนต์ไม่สามารถขึ้นไปได้ ซึ่งมีระยะทางไปกลับร่วม 100 กิโลเมตร ดังนั้นจึงได้เดินทางขึ้นไปพร้อมทีมงานรถจักรยานยนต์วิบาก จำนวน 5 คัน และ ผ้าห่อศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นกระท่อมเฝ้าสวนผลไม้ปลูกยกพื้นสูง มีร่างของหญิงวัยชรา อายุประมาณ 60-70 ปี ไม่ทราบชื่อเป็นชนเผ่าผีตองเหลือง ร่างห้อยต่องแต่ง ส่วนศีรษะติดกับช่องพื้นไม้&amp;nbsp;จึงทำการปลดศพลงแล้วทำการห่อศพ และมัดผูกศพหันหลังติดกับท้ายรถจักรยานยนต์และมัดผูกติดกับคนขี่ นำลงมาสู่เบื้องล่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยณรงค์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เจ้าของสวนแจ้งมาว่า มีชนเผ่าผีตองเหลืองอาศัยอยู่ในป่าลึก มักจะแอบมาขโมยอาหารประเภทข้าวสาร อาหารแห้งที่เก็บไว้บนกระท่อมเป็นประจำ ครั้งนี้สันนิษฐานว่า หญิงวัยชราดังกล่าวได้ปีนขึ้นทางช่องแผ่นไม้ปูพื้น เมื่อได้อาหารแล้วปีนลงทางช่องเดิม ปรากฏว่าแผ่นไม้ได้งัดตะปูออกอีกด้านจึงดีดพับหนีบลำคอถึงแก่ชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพีรพงศ์ มั่นประธาน เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยวัดหมอนไม้ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ของสมาคมกู้ภัยวัดหมอนไม้ ได้ขึ้นไปโดยใช้รถจักรยานยนต์สำหรับบรรทุกลางสาด ลองกอง ทุเรียน ลงมาจากสวน กรณีศพเพศหญิงที่พบ ต้องมัดศพติดกับท้ายรถลงมาอย่างทุลักทุเล ซึ่งระยะทางไปกลับกว่า 100 กิโลเมตร เป็นทางขึ้นลงเขาสูงชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระกฤษฏากรณ์ กิตติสัมปันโน เจ้าอาวาสวัดนานกกก อ.ลับแล บอกว่ากู้ภัยจะนำศพมาเผาในวัด ปรากฏว่าทางกรรมการวัดนานกกกเสียงส่วนใหญ่ไม่อนุญาตให้เผาศพหญิงรายนี้ เพราะไม่ใช่คนแถวนี้ และไม่มีบัตรประชาชน รวมถึงใบมรณบัตรยืนยันการตาย ญาติที่จะมารับรองก็ไม่มี ทางวัดจึงไม่กล้าเผาให้ กลัวจะเกิดปัญหาตามมาภายหลัง ส่วนศพได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ เพื่อรอญาติ คาดว่าน่าจะเป็นคนใน จ.แพร่ มารับศพทำพิธีทางศาสนาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78402</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนป่า, จังหวัดอุตรดิตถ์, จังหวัดแพร่, ชนเผ่าผีตองเหลือง, ชนเผ่ามลาบรี, เมืองลับแล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6b353dd1f34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
