<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาเลเซียคึกคักนาจิบขี่มหาเธร์ ชิงเก้าอี้&#039;ผู้นำ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเมืองครูล้างศิษย์ มาเลเซียจัดการเลือกตั้งครั้งสูสีที่สุดเท่าที่พรรครัฐบาลเคยเผชิญในรอบ 61 ปีที่บริหารประเทศ อดีตนายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด วัย 92 โดดลงสนามในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ต่อกรกับลูกศิษย์เก่า &amp;quot;นาจิบ ราซัค&amp;quot; ที่เจอมรสุมคอร์รัปชันกองทุนวันเอ็มดีบี แต่ยังเชื่อมั่นว่ารัฐบาลผสมสหมาเลย์ยังเอาตัวรอดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การเลือกตั้งทั่วไปของมาเลเซียเมื่อวันพุธที่ 9 พฤษภาคม 2561 เป็นการช่วงชิงครั้งที่ดุเดือดที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมาเลเซีย โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกือบ 14.5 ล้านคน จะทำการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 222 ที่นั่ง พร้อมกับการเลือกสมาชิกสภาระดับรัฐอีก 505 ที่นั่ง การลงคะแนนเริ่มในเวลา 08.00 น. และปิดหีบเวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งเร็วกว่าเวลาไทย 1 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีนาจิบ ซึ่งประกาศยุบสภาเมื่อต้นเดือนเมษายนเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันพุธที่ผ่านมา พยายามดิ้นรนครองอำนาจต่อไปในฐานะผู้นำของพรรคองค์การสหมาเลย์แห่งชาติ (อัมโน) ที่เป็นแกนหลักของรัฐบาลผสมบาริซันเนชันแนล (บีเอ็น) ที่บริหารประเทศอย่างต่อเนื่องมานับแต่เป็นเอกราชเมื่อปี พ.ศ.2500 แต่ในครั้งนี้เขาเผชิญกับคู่แข่งตัวฉกาจซึ่งก็คือครูทางการเมืองของเขาเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนายกรัฐมนตรีมหาเธร์กลับเข้าสู่สังเวียนการเมืองในวัย 92 ปี เพราะโกรธต่อเรื่องอื้อฉาวคอร์รัปชันที่ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ มหาเธร์จับมือกับพรรคพันธมิตรฝ่ายค้านที่เคยต่อต้านเขาเมื่อครั้งที่เขายังครองอำนาจ ซึ่งรวมถึงอันวาร์ อิบราฮิม อดีตรองนายกรัฐมนตรีของเขาเอง ที่กลายเป็นเจ้ากรรมนายเวรต่อกัน แต่ปัจจุบันได้หันมาจับมือกันเพื่อต่อกรกับนาจิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า รัฐบาลผสมบีเอ็นน่าจะครองอำนาจบริหารประเทศได้ต่อไปอีก ส่วนใหญ่สืบเนื่องจากระบบการเลือกตั้ง ที่ถูกวิจารณ์ว่าปรับเปลี่ยนขนานใหญ่เพื่อให้เอื้อประโยชน์ต่อรัฐบาล แต่นักวิเคราะห์หลายคนทำนายว่า บีเอ็นจะพ่ายแพ้คะแนนดิบรวมทั้งประเทศอีกเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากเคยแพ้มาแล้วในการเลือกตั้งเมื่อปี 2556 ซึ่งอาจทำให้สถานะนายกรัฐมนตรีของนาจิบสั่นคลอนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเข้าสู่สังเวียนเลือกตั้งของมหาเธร์ ซึ่งปกครองมาเลเซียด้วยกฎเหล็กยาวนาน 22 ปี ช่วยเพิ่มคะแนนให้กลุ่มพันธมิตรฝ่ายค้าน ซึ่งอ่อนแอลงเพราะความแตกแยกภายใน และแกนนำโดนปราบปราม ขณะที่อันวาร์ยังคงติดคุกในคดีรักร่วมเพศที่เขาระบุว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง โดยเชื่อว่ามหาเธร์น่าจะดึงคะแนนจากชาวมุสลิมเชื้อสายมาเลย์ที่เป็นประชากรส่วนใหญ่และเป็นฐานเสียงสำคัญของรัฐบาลได้บ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มองว่า ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ฝ่ายค้านชนะได้คือจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิที่มาก แต่ตามข้อมูลของคณะกรรมการการเลือกตั้ง จำนวนผู้ใช้สิทธิเมื่อถึงเวลา 2 ชั่วโมงก่อนปิดหีบ อยู่ที่ 69% เท่านั้น ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้สิทธิครั้งนี้น้อยกว่าครั้งที่แล้วซึ่งมีถึง 85%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวด้วยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ผู้สมัครทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างร้องเรียนว่ามีการทุจริตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นคำกล่าวหาเป็นปกติเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ภายหลังเปิดหีบทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านอ้างว่าโทรศัพท์ของพวกเขาไม่สามารถสื่อสารกับคณะทำงานได้ เนื่องจากได้รับสายสแปมที่กระหน่ำโทร.เข้ามา หน่วยงานที่ดูแลด้านอินเทอร์เน็ตกล่าวโทษว่าเกิดจากโปรแกรมอัตโนมัติที่ก่อกวน และเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สมัครฝ่ายค้านและผู้มีสิทธิเลือกตั้งยังโวยวายผ่านโซเชียลมีเดียด้วยว่าต้องต่อแถวรอใช้สิทธินานหลายชั่วโมง แต่ไม่ชัดเจนว่าเกิดจากปัญหาอะไร ส่วนมหาเธร์ ซึ่งไปลงคะแนนที่เมืองอลอร์สตาร์ พร้อมกับภรรยาของเขา กล่าวก่อนปิดหีบว่า เขากังวลว่าผู้มีสิทธิอาจไม่มีโอกาสได้ลงคะแนน เพราะกระบวนการล่าช้ามาก แต่เขายังแสดงความมั่นใจว่าฝ่ายค้านจะชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนาจิบ วัย 64 ปี ซึ่งสืบสายเลือดการเมืองจากบิดา ผู้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของประเทศนี้ ไปใช้สิทธิที่เมืองเปกัน เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือประชาชนจะได้ตัดสินใจกำหนดชะตาของประเทศนี้ และต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาจิบเผชิญมรสุมอื้อฉาวกรณีคอร์รัปชันภายในกองทุนวันมาเลเซียดีเวลอปเมนต์เบอร์ฮัด (วันเอ็มดีบี) ซึ่งเขาเป็นผู้ก่อตั้งและกำกับดูแลเอง หลังจากกองทุนเพื่อการพัฒนาของประเทศแห่งนี้ถูกเปิดโปงเมื่อปี 2558 ว่ามีการยักยอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์ แต่นาจิบและวันเอ็มดีบีปฏิเสธว่าไม่มีการทำผิดกฎหมาย นอกจากเรื่องอื้อฉาวนี้แล้ว ความนิยมของรัฐบาลในชนบทก็ลดน้อยลงเนื่องจากปัญหาปากท้อง โดยเฉพาะหลังจากรัฐบาลขึ้นภาษีการขายเมื่อปี 2558 ที่กระทบต่อคนยากจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงกระนั้น ฝ่ายค้านยังเจอกับงานยากลำบากหากจะเอาชนะรัฐบาลผสมบีเอ็นที่ไม่เคยพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งเลย นักวิจารณ์หลายคนยังกล่าวหาบีเอ็นว่าใช้กลโกงเพื่อให้ชนะเลือกตั้ง ด้วยการกำหนดเขตเลือกตั้งใหม่เพื่อให้เป็นประโยชน์กับรัฐบาลมากที่สุด ขณะที่นักเคลื่อนไหวหลายคนกล่าวกันว่ามีการทุจริตรายชื่อผู้มีสิทธิจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกผู้แทนของฝ่ายค้านยังตกเป็นเป้าหมายเล่นงานของเจ้าหน้าที่รัฐระหว่างการหาเสียง ไม่เว้นแม้แต่มหาเธร์ ซึ่งถูกตำรวจสอบสวนว่าทำผิดกฎหมายฉบับใหม่ที่ต่อต้าน &amp;quot;ข่าวปลอม&amp;quot; หลังจากมหาเธร์อ้างว่าเครื่องบินที่เขาเช่านั้นโดนลอบก่อวินาศกรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8878</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมืองครูล้างศิษย์, จัดการเลือกตั้ง, นาจิบ ราซัค, พรรครัฐบาล, มรสุมคอร์รัปชันกองทุนวันเอ็มดีบี, มหาเธร์ โมฮัมหมัด, มาเลเซีย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โดนลอบก่อวินาศกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180509/image_big_5af2fad2e2ac6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7941</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 19:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 19:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ของใหม่!คลอดระเบียบผู้ตรวจการเลือกตั้ง-ค่าตอบแทน5หมื่นต่อเดือนเบี้ยเลี้ยงอีกเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.61 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยผู้ตรวจการเลือกตั้ง พ.ศ. 2561 &amp;nbsp;ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)จัดทำขึ้น โดยเป็นการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ตรวจการเลือกตั้ง ตามที่รัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ อาทิ คณะกรรมการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด จะมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน และมีกรรมการอีก 8 คน ซึ่งมีตัวแทนองค์กรเอกชนและตัวแทนสภาองค์กรชุมนุมของแต่ละจังหวัดรวมอยู่ด้วย ส่วนคณะกรรมการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดของกรุงเทพมหานคร จะมีปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธาน และมีกรรมการอีก 8 คน ซึ่งมีตัวแทนองค์กรเอกชนและตัวแทนสภาองค์กรชุมนุมของกรุงเทพมหานครรวมอยู่ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภายหลังปิดรับสมัครจะต้องคัดเลือกผู้สมัครให้เหลือ 16 คนภายใน 3 วัน โดยวิธีลงคะแนนลับ จากนั้นให้ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก เสนอต่อเลขาธิการ กกต.ภายใน 15 วัน ก่อนเสนอให้ คณะกรรมการ กกต.คัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งจังหวัดละ 8 คน โดยในช่วงที่มีการเลือกตั้ง กกต.จะคัดผู้ตรวจการเลือกตั้งตามจำนวนที่กำหนดจากเขตเลือกตั้งแต่ละจังหวัด โดยจังหวัดที่มีเขตเลือกตั้งไม่เกิน 5 เขต 5 คน จังหวัดที่มีเขตเลือกตั้ง 6-8 เขต 6 คน จังหวัดที่มีเขตเลือกตั้ง 9-11 เขต 7 คน และ จังหวัดที่มีเขตเลือกตั้งตั้งแต่ 12 เขตขึ้นไป 8 คน โดยในจำนวนดังกล่าวต้องมีผู้ตรวจการการเลือกตั้งประจำจังหวัดที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดที่จะแต่งตั้ง 2 คน นอกนั้นเป็นผู้ที่ไม่มีภูมิลำเนาในจังหวัดที่จะแต่งตั้ง โดยรายชื่อที่แต่งตั้งจะมาจากการจับสลาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่คุณสมบัติผู้ตรวจการเลือกตั้งที่น่าสนใจ อาทิ ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันสมัคร มีความเป็นกลางทางการเมือง ต้องไม่เป็นข้าราชการที่มีเงินเดือนประจำ หรือพนักงาน ลูกจ้าง กรรมการ ที่ปรึกษาของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดในเวลา 5 ปี ก่อนการแต่งตั้ง โดยมีเวลาดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่มีคำสั่งแต่งตั้ง โดยไม่ช้ากว่า 15 วัน แต่ไม่เร็วกว่า 30 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งจนถึงวันประกาศผลการเลือกตั้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของเขตเลือกตั้งทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ หาก กกต.พบเห็นการกระทำที่เป็นความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งซึ่งผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดมีส่วนเกี่ยวข้อง กกต.สามารถมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ นอกจากนั้นผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดสามารถสรรหาและแต่งตั้งผู้ช่วยปฏิบัติงานให้ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้ 1 คนต่อ 1 ตำแหน่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดมีค่าตอบแทน 50,000 บาทต่อเดือนที่ปฏิบัติหน้าที่ ค่าเบี้ยเลี้ยง 400 บาทต่อวัน ค่าที่พัก 1,500 บาทต่อวัน ค่าพาหนะ1,000 บาทต่อวัน ส่วนผู้ตรวจการเลือกตั้งในจังหวัด สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส จะได้ค่าเสี่ยงภัยเพิ่ม 3,750-5,000 บาทต่อเดือน&amp;nbsp;คลิกอ่านรายละเอียด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7941</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ค่าตอบแทนผู้ตรวจการเลือกตั้ง, จัดการเลือกตั้ง, ผู้ตรวจการเลือกตั้ง, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a65ddc9100a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
