<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73146</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2020 10:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 07:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลชี้ประชาชนอยากเห็น&#039;บิ๊กตู่&#039;เปิดอกคุยม็อบเยาวชนหาทางออกการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค. 2563 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;ม็อบเยาวชน ปลดแอก&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 29 &amp;ndash; 31 กรกฎาคม 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการชุมนุมของ กลุ่มเยาวชนปลดแอก ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและในอีกหลายจังหวัด การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และในอีกหลายจังหวัด พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 26.56 ระบุว่า เป็นสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม หากปราศจากอาวุธและความรุนแรง รองลงมา ร้อยละ 26.16 ระบุว่า เป็นสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม หากไม่กระทำผิดกฎหมาย ร้อยละ 18.24 ระบุว่า เป็นการชุมนุมของพลังบริสุทธิ์ ของนักศึกษา ร้อยละ 17.12 ระบุว่า เป็นการจัดชุมนุมเพื่ออนาคตของประเทศ ร้อยละ 13.44 ระบุว่า เป็นการจัดชุมนุมเพื่อสนับสนุนประชาธิปไตยและต่อต้านเผด็จการ ร้อยละ 9.76 ระบุว่า เป็นจุดเริ่มต้นของความแตกแยกและสถานการณ์ความวุ่นวายในอนาคต ร้อยละ 8.88 ระบุว่า เป็นการจัดการชุมนุมเพื่อต่อต้านความไม่ยุติธรรมในสังคม ร้อยละ 7.04 ระบุว่า เบื่อการชุมนุมบนท้องถนน ร้อยละ 6.48 ระบุว่า เป็นการจัดชุมนุมเพื่อล้มรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 6.08 ระบุว่า เป็นการชุมนุมที่มีกลุ่มการเมือง/พรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง ร้อยละ 5.68 ระบุว่า เป็นการจัดชุมนุมที่มีเจตนาอื่นแอบแฝง ร้อยละ 4.64 ระบุว่า เป็นแค่แฟชั่นการชุมนุม ทำตามกระแสตาม social media/ คำชักชวนของเพื่อน ร้อยละ 0.88 ระบุว่า เป็นการชุมนุมที่มีหน่วยงานต่างประเทศอยู่เบื้องหลัง ร้อยละ 0.72 ระบุว่า เป็นการชุมนุมที่มีการกระทำผิดกฎหมาย และร้อยละ 2.72 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ด้านการเห็นด้วยของประชาชนต่อการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและในอีกหลายจังหวัด พบว่า ร้อยละ 34.72 ระบุว่า เห็นด้วยมาก เพราะ เป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกการชุมนุมของกลุ่มเยาวชน และอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง ไปในทางที่ดีขึ้นกว่านี้ ร้อยละ 19.28 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย เพราะ เป็นสิทธิของกลุ่มเยาวชนที่จะเรียกร้องความถูกต้อง และอยากให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่านี้ ร้อยละ 18.08 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะ กลัวสถานการณ์จะเกิดความรุนแรง วุ่นวาย และการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด &amp;ndash; 19 ยังไม่หมดไป 100% เกรงว่าจะกลับมาเเพร่ระบาดรอบ 2 ร้อยละ 23.76 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย เพราะ ทำให้เกิดความวุ่นวาย เหตุผลยังไม่เพียงพอในการออกมาชุมนุม และยังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด &amp;ndash; 19 อยู่ และร้อยละ 4.16 ระบุว่า เฉย ๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ส่วนความกังวลว่าประเทศไทยจะเผชิญกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองเหมือนในอดีต จากการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก พบว่า ร้อยละ 11.20 ระบุว่า กังวลว่าจะมีความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรง มากกว่า ในอดีต เพราะ กลุ่มเยาวชนในปัจจุบันมีความเป็นตัวของตัวเองมากเกินไป หัวรุนแรง และสื่อนำเสนอข่าวในเชิงการปลุกระดม ร้อยละ 16.72 ระบุว่า กังวลว่าจะมีความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรง พอ ๆ กับ ในอดีต เพราะ อาจมีการสร้างสถานการณ์เหมือนในอดีต ร้อยละ 29.76 ระบุว่า กังวลว่าจะมีความขัดแย้งทางการเมือง แต่คงไม่เท่า ในอดีต เพราะ รูปแบบการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนมีความแตกต่างจากในอดีต และคาดว่ารัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ร้อยละ 16.88 ระบุว่า ไม่ค่อยกังวล เพราะ เป็นการแสดงพลังของกลุ่มเยาวชนในการเรียกร้องให้รัฐบาลรับทราบถึงเหตุผลในการชุมนุมเท่านั้น และเป็นการชุมนุมเพียงระยะเวลาสั้น ๆ ร้อยละ 23.68 ระบุว่า ไม่กังวลเลย เพราะ เป็นสิทธิในการแสดงเหตุผลของกลุ่มเยาวชน เป็นการชุมนุมอย่างสงบ และรัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และร้อยละ 1.76 ระบุว่า เฉย ๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงสิ่งที่นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรดำเนินการกับการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 42.72 ระบุว่า ควรรับฟังปัญหาจากกลุ่มนักศึกษาด้วยตนเอง รองลงมา ร้อยละ 20.40 ระบุว่า ควรยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ทันที ร้อยละ 13.68 ระบุว่า ควรรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ ร้อยละ 6.56 ระบุว่า ควรอยู่เฉย ๆ ไม่ต้องทำอะไร ร้อยละ 5.36 ระบุว่า ควรใช้กลไกรัฐสภาในการฟังปัญหาจากกลุ่มนักศึกษา ร้อยละ 4.72 ระบุว่า ควรใช้กลไกราชการเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม ร้อยละ 2.88 ระบุว่า ควรใช้กฎหมายดำเนินการกับผู้กระทำผิด และร้อยละ 3.68 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73146</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดกิจกรรมขับไล่พลเอกประยุทธ์, นิด้า, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ม็อบเยาวชนปลดแอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200802/image_big_5f26075dc395a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28146</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2019 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2019 14:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจหิ้ว &#039;ก๊วนหนุ่มท้วม&#039; จัดกิจกรรม &#039;กูมาไล่แล้ว&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ. 62 - เฟซบุ๊กแฟนเพจ พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak - เพนกวิน ของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ &amp;quot;เพนกวิน&amp;quot; นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความระบุว่า &amp;quot;ขณะนี้ ผมและบอล ธนวัฒน์ วงค์ไชย กำลังถูกควบคุมตัวบนรถตำรวจไปที่ สน.ดุสิต คาดว่าจะโดนแจ้งข้อหา พรบ.ชุมนุมเป็นการต่อไป #มึงมาไล่ดูสิ #กูมาไล่แล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลา 13.00น. ที่ประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ พร้อมด้วยนายธนวัฒน์ วงค์ไชย &amp;nbsp;พร้อมกลุ่มนักศึกษา ได้ทำกิจกรรมทางการเมืองและอ่านแถลงการณ์ เรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง &amp;nbsp;แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตเนื่องจากขัดต่อพ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ จึงย้ายไปทำกิจกรรมบริเวณข้างรั้วทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การรักษาความปลอดภัย เป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่เกิดเหตุความวุ่นวายใด&amp;nbsp; โดยมีตำรวจนครบาล สนธิกำลังดูแลร่วมกับ สน.ดุสิต&amp;nbsp;พร้อมทั้งมีการติดป้ายประกาศ ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ห้ามผู้ใดชุมนุมในรัศมี 50 เมตรรอบทำเนียบรัฐบาล ผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพริษฐ์ กล่าวว่า นับตั้งแต่มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งส.ส. รัฐบาลทหารยังคงมีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศ ซึ่งสามารถอนุมัติงบประมาณผูกพันไปยังรัฐบาลชุดหน้า ทั้งงบประมาณในการหาเสียง โยกย้ายช้าราชการประจำ และใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อให้เกิดผลทางการเลือกตั้ง จึงขอให้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่งทันทีที่มีการตกลงรับเป็นแคนดิเดตนายกฯในบัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐ เพื่อไม่ให้เกิดการใช้อำนาจเต็ม สร้างความได้เปรียบในการเลือกตั้งจนทำให้การเลือกตั้งเกิดความไม่เสรี และไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราขอยืนยันว่าการเลือกตั้งต้องเสรีและเป็นธรรมเท่านั้น จึงจะสามารภสะท้อนเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยได้ หาใช่เป็นเพียงพิธีกรรมในการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ&amp;quot; นายพริษฐ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายพริษฐ์ และนายธนวัฒน์นำพริก เกลือ และกระเทียมแขวนที่รั้วทำเนียบ &amp;nbsp; ก่อนจะถูกตำรวจเชิญตัวไปดำเนินคดีที่ สน.ดุสิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28146</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดกิจกรรมขับไล่พลเอกประยุทธ์, ธนวัฒน์ วงค์ไชย, พริษฐ์ ชิวารักษ์, เพนกวิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190202/image_big_5c554c54a0a0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
