<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111523</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาให้หนัก! ตร.เตือนจัดฉากตายข้างถนน ทำสังคมแตกตื่นมีความผิดคุก 5 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.64 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเรียนถึงกรณีการแชร์ภาพและคลิปวิดีโอคนเสียชีวิตบนท้องถนน ทำให้เกิดความตื่นตระหนกในสังคม ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อมีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ได้โพสต์เตือนประกอบกับคลิปวิดีโอที่ปรากฎเป็นภาพผู้เสียชีวิตบนท้องถนน ในหลายสถานที่ แต่ปรากฎว่าผู้เสียชีวิตในหลายคลิปนั้นแต่งกายเหมือนกันและมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกัน ซึ่งโพสต์ดังกล่าวก็ได้ถูกส่งต่อข้อมูลหรือแชร์ไปอย่างแพร่หลายในวงกว้าง ทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความหวาดกลัวตื่นตระหนก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้วงสถานการณ์ฉุกเฉินและการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว รวมถึงตัวผู้ที่เกี่ยวของทุกรายหากพบว่าเป็นการสร้างสถานการณ์หรือเป็นความผิดจริง ก็จะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายกับผู้กระทำความผิดหรือผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามข่าวปลอม โดยกำชับให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องประสานการปฏิบัติกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานความมั่นคงต่างๆ ในการสร้างการรับรู้ข่าวสารที่ถูกต้องให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนหรือข่าวปลอม(Fake News) จากกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่โดยเฉพาะบนสื่อสังคมออนไลน์ และเร่งทำการพิสูจน์ทราบ สืบสวนสอบสวนรวมถึงดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายกับผู้กระทำความผิดและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายอย่างเด็ดขาดไม่มีข้อยกเว้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากตรวจสอบพบว่าเป็นความผิดจริง การกระทำดังกล่าวในลักษณะการผลิตและเผยแพร่ข่าวปลอม หรือบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความตื่นตระหนก เกิดความสับสนวุ่นวาย โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2), (5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนข้อกำหนด ประกาศ หรือ คำสั่งที่ออกตามความมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อว่า ในปัจจุบันที่พี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆได้ง่าย ก็ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าหลงเชื่อ ไม่ส่งต่อหรือแชร์ข้อมูล จนกว่าจะตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลข่าวสารให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในสังคม เพราะในปัจจุบันนี้มีข่าวปลอมเกิดขึ้นทุกวัน นอกจากนี้หากพี่น้องประชาชนมีข้อมูลหรือเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยัง Call Center ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลข 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111523</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, จัดฉาก, ตายข้างถนน, ป่วยโควิดดับ, เฟกนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_6102596e5a4b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 21:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุมจวกยูเครน จัดฉากตบตาฆ่านักข่าวรัสเซีย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยูเครนโดนรุมประณาม หลังจากยอมรับว่าจัดฉากการลอบฆ่า &amp;quot;อาร์คาดี บับเชนโก&amp;quot; นักข่าวชาวรัสเซียที่ต่อต้านรัฐบาลเครมลิน อ้างเพื่อขัดขวางแผนการจริงและสามารถจับกุมผู้บงการได้ด้วย ขณะรัสเซียจวกยูเครนยั่วยุต่อต้านรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากทำเนียบประธานาธิบดียูเครน เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2561 ประธานาธิบดีเปโตร โปโรเชนโก (ซ้าย) สนทนากับอาร์คาดี บับเชนโก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม 2561 ว่าปฏิบัติการตบตาจัดฉากฆาตกรรม ที่บับเชนโกตระเตรียมกับหน่วยสืบราชการลับของยูเครนนานหลายสัปดาห์ หลอกลวงสื่อมวลชนทั่วโลก และทำให้องค์กรด้านเสรีภาพสื่อแสดงความเป็นห่วงว่าจะเกิดผลกระทบต่อการทำงานของนักข่าวทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการยูเครนแถลงเมื่อวันพุธว่า นักข่าวสงครามซึ่งเคยเป็นทหารรายนี้ โดนยิงที่อพาร์ตเมนต์ของเขาในกรุงเคียฟเมื่อคืนวันอังคาร เขาเสียชีวิตระหว่างถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ในการแถลงข่าวของสำนักงานด้านความมั่นคงยูเครนเวลาต่อมาในวันเดียวกัน บับเชนโกก็ปรากฏตัวขึ้น สร้างความตื่นตะลึงต่อนักข่าวที่มาทำข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น วาซิล กริตซัก ผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงของยูเครน กล่าวว่า การตายของเขาเป็นเรื่องตบตา เพื่อขัดขวางแผนการลอบสังหารโดยรัสเซีย และทางการยูเครนสามารถจับกุมตัวการใหญ่ในแผนลอบสังหารบับเชนโกได้ เป็นพลเมืองชาวยูเครน มีชื่อย่อว่า จี. ที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษของรัสเซียจ้างวานเขาด้วยเงิน 40,000 ดอลลาร์ เพื่อให้เขาจ้างมือปืนมาฆ่าบับเชนโก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากวิดีโอที่หน่วยความมั่นคงยูเครนเผยแพร่ทางยูทูบ เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องสงสัยว่าเป็นตัวการใหญ่ในแผนสังหารนักข่าวรายนี้ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ประธานาธิบดีเปโตร โปโรเชนโก ของยูเครนได้ให้บับเชนโกเข้าพบ เขาเขียนลงเฟซบุ๊กหลังจากนั้นว่า คนหลายล้านคนกำลังเฉลิมฉลองที่บับเชนโกยังมีชีวิตอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอนตัน เกราชเชนโก ที่ปรึกษารัฐมนตรีมหาดไทยยูเครน เปรียบเทียบแผนการนี้กับนิยายสืบสวนสอบสวนเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ที่นักสืบรายนี้ใช้วิธีจัดฉากการตายของตัวเองและคลี่คลายคดีที่ซับซ้อนได้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่รัฐบาลรัสเซียไม่เห็นดีเห็นงามกับการจัดฉากตบตาของยูเครน เมื่อวันพุธ โวโลดีมีร์ กรอยส์มัน นายกรัฐมนตรียูเครน กล่าวโทษเครื่องจักรเผด็จการรัสเซีย ว่าอยู่เบื้องหลังการลอบฆ่านักข่าวที่วิจารณ์รัฐบาลของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน รายนี้ ซึ่งรัสเซียปฏิเสธเสียงแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดี กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า ตอนนี้แรงจูงใจที่แท้จริงกำลังถูกเปิดเผยว่า การจัดฉากครั้งนี้เป็นการยั่วยุต่อต้านรัสเซียอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน คริสตอฟ เดอลัวร์ เลขาธิการองค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน ประณามการจัดฉากครั้งนี้ว่า เป็นการเล่นตบตาอย่างน่าสังเวช และน่าเสียใจที่ตำรวจยูเครนเล่นสนุกกับความจริง ไม่ว่าจะมีแรงจูงใจจากเรื่องใดก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวด้วยว่า การจัดฉากสังหารปลอมๆ ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อเสรีภาพของสื่อมวลชนเลย สิ่งที่ได้ก็มีแต่จะทำให้เกิดข้อกังขาต่อคดีลอบสังหารนักวิจารณ์เครมลินทั้งหมดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้เป็นการโกหกโดยรัฐ แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อของรัสเซียก็พากันประณาม หนังสือพิมพ์เวโดมอสตี กล่าวว่า ปฏิบัติการบับเชนโกทำให้เส้นแบ่งระหว่างความจริงกับนิยายเลือนราง และจะทำให้เกิดความไม่เชื่อใจสื่อมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักเคลื่อนไหวนำภาพของบับเชนโกมาติดที่รั้วสถานทูตรัสเซียในกรุงเคียฟ ภายหลังยูเครนประกาศข่าวการสังหารนักข่าวรายนี้เมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิจารณ์และนักข่าวชาติตะวันตกหลายรายกล่าวว่า หลังจากนี้ก็เป็นเรื่องยากที่จะไว้วางใจแถลงการณ์ของทางการยูเครนอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี บับเชนโกปฏิเสธเสียงวิจารณ์เหล่านี้ โดยย้อนว่าคนเหล่านั้นไม่ได้เจอกับตัวเอง อดีตทหารรัสเซียในสมรภูมิเชเชนรายนี้อ้างว่าเขาถูกขู่ฆ่าหลายครั้ง ซึ่งทำให้เขาต้องหนีออกนอกประเทศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 เริ่มจากสาธารณรัฐเชก ตามด้วยอิสราเอล แล้วมายังกรุงเคียฟของยูเครนในปัจจุบัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10436</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่านักข่าว, จัดฉาก, ประณาม, ยูเครน, รัสเซีย, อาร์คาดี บับเชนโก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b100ad50363f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 00:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 00:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูเครนแสบ จัดฉากลวงโลกฆ่านักข่าวต้านปูติน แล้วกล่าวโทษรัสเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ที่แท้แค่ข่าวปลอมลวงโลก &amp;quot;อาร์คาดี บับเชนโก&amp;quot; นักข่าวคนดังชาวรัสเซียที่หนีภัยคุกคามมาพำนักในกรุงเคียฟ ร่วมมือกับทางการยูเครนจัดฉาก &amp;quot;ปฏิบัติการพิเศษ&amp;quot; ลอบสังหารตัวเอง รัฐบาลยูเครนยอมรับจัดฉากลวงโลกเพื่อหลอกล่อผู้บงการฆ่าตัวจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาร์คาดี บับเชนโก ปรากฏตัวแถลงข่าวที่สำนักงานความมั่นคงของยูเครน ในกรุงเคียฟ เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2561 / AFP&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวการเสียชีวิตของนักข่าวสงครามชาวรัสเซียที่มีชื่อเสียงโด่งดังรายนี้ สร้างความตกตะลึง และทำให้รัสเซียถูกกล่าวโทษโดยนายกรัฐมนตรีโวโลดีมีร์ กรอยส์มัน ของยูเครน ว่า &amp;quot;เครื่องจักรเผด็จการ&amp;quot; ของรัสเซียอยู่เบื้องหลังการลอบสังหารครั้งนี้ ผู้คนยังพากันมาวางดอกไม้และประดับรูปภาพของเขาไว้ที่สถานทูตรัสเซียในกรุงเคียฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานของทางการยูเครนเมื่อเช้าวันพุธกล่าวว่า อาร์คาดี บับเชนโก โดนคนร้ายลอบยิงเมื่อค่ำวันอังคารที่ 29 พฤษภาคม 2561 ในลักษณะเหมือนการจ้างวานฆ่า ภรรยาของเขาพบเขานอนจมกองเลือดอยู่ตรงบันไดของอาคารที่พักของพวกเขาในกรุงเคียฟของยูเครน ที่ที่เขาย้ายพำนักเมื่อปีที่แล้ว หลังจากโดนข่มขู่คุกคามในประเทศของตน เขาเสียชีวิตภายในรถพยาบาลระหว่างนำส่งโรงพยาบาล เขามีแผลโดนยิงที่หลัง 3 นัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลรัสเซียยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็งว่าพวกเขาไม่ได้อยู่เบื้องหลังการสังหารนักข่าววัย 41 ปีรายนี้ เซอร์เกย์ ลัฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า นายกรัฐมนตรียูเครนกล่าวหาว่าสายลับรัสเซียอยู่เบื้องหลัง วิธีการดำเนินกิจการระหว่างประเทศแบบนี้เป็นเรื่องน่าเศร้ามาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดอกไม้แสดงความไว้อาลัยถูกวางไว้ใต้ภาพของอาร์คาดี บับเชนโก ที่ติดอยู่บนกำแพงบ้านของเขาในกรุงมอสโกเมื่อวันพุธ ภายหลังมีข่าวว่าเขาโดนลอบฆ่าเมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวการฆาตกรรมบับเชนโก ซึ่งมักวิจารณ์ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน และนโยบายของเขาทั้งในยูเครนและซีเรีย กระตุ้นให้นึกถึงการลอบสังหารนักวิจารณ์เครมลินหลายรายก่อนหน้านี้ ซึ่งรวมถึงบอริส เนมต์ซอฟ นักการเมืองที่โดนยิงใกล้ทำเนียบเครมลินเมื่อปี 2558 และอันนา โปลิตคอฟสกายา นักข่าวสาวที่โดนยิงตายคาบันไดอพาร์ตเมนต์ในกรุงมอสโก เมื่อปี 2549 และยังมีอีกหลายคนที่โดนฆ่าในยูเครน ทั้งการลอบยิงกลางถนนกลางวันแสกๆ และการวางระเบิดรถยนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทว่า คดีล่าสุดนี้กลับเป็นเรื่องโอละพ่อ เมื่อจู่ๆ บับเชนโกก็ปรากฏตัวระหว่างการแถลงข่าวของเจ้าหน้าที่ในกรุงเคียฟ ไม่ถึง 24 ชั่วโมงนับแต่ทางการยูเครนเผยว่าเขาโดนลอบยิงเสียชีวิต บับเชนโกอ้างว่า เขาเข้าร่วม &amp;quot;ปฏิบัติการพิเศษ&amp;quot; เพื่อช่วยให้ยูเครนจับตัวผู้บงการแผนลอบฆ่าเขาจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วาซิล กริตซัก ผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงของยูเครน กล่าวระหว่างแถลงข่าวเมื่อวันพุธว่า การลอบสังหารเป็นเรื่องที่กุขึ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของ &amp;quot;ปฏิบัติการพิเศษ&amp;quot; เพื่อชิงลงมือตัดหน้าแผนการลอบฆ่าเขาจริงๆ และต้องขอบคุณปฏิบัติการนี้ที่ทำให้สามารถขัดขวางแผนการและบันทึกข้อมูลว่าหน่วยงานความมั่นคงของรัสเซียวางแผนอย่างไรเพื่อก่ออาชญากรรมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กริตซักประกาศด้วยว่า เจ้าหน้าที่ยูเครนสามารถจับกุมผู้ที่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้บงการแผนนี้ ชายคนนี้เป็นพลเมืองยูเครน ซึ่งเขาเผยแค่อักษรย่อคำขึ้นต้นชื่อว่า จี. ที่รัสเซียว่าจ้างให้หามือปืนมาสังหาร โดยจะจ่ายค่าจ้างให้มือสังหาร 30,000 ดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังความจริงปรากฏว่าไม่มีการลอบสังหารจริง มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียก็แถลงว่าเป็นข่าวดียิ่งที่บับเชนโกยังมีชีวิตอยู่ แต่ในทวิตเตอร์ เธอกล่าวประณามผลกระทบของการโฆษณาชวนเชื่อจากการจัดฉากครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2557 ขณะบับเชนโกทำข่าวการลุกฮือต่อต้านผู้นำยูเครนที่รัสเซียหนุนหลัง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านองค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปารีสของฝรั่งเศส ประณามการจัดฉากครั้งนี้ว่าเป็นการเล่นเล่ห์กลอย่างน่าสังเวช และน่าเสียใจ ที่ตำรวจยูเครนเล่นสนุกกับความจริง ไม่ว่าจะมีแรงจูงใจจากเรื่องใดก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คริสตอฟ เดอลัวร์ เลขาธิการองค์กรกล่าวด้วยว่า การจัดฉากสังหารปลอมๆ ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อเสรีภาพของสื่อมวลชนเลย สิ่งที่ได้ก็มีแต่จะทำให้เกิดข้อกังขาต่อคดีลอบสังหารนักวิจารณ์เครมลินทั้งหมดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้เป็นการโกหกโดยรัฐ แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10368</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่านักข่าว, จัดฉาก, บับเชนโก, ยูเครน, รัสเซีย, ลวงโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0edc67395e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2018 20:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2018 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม่าจำคุกตำรวจแฉนายสั่ง &#039;จัดฉาก&#039; จับกุมนักข่าวรอยเตอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจพม่าที่เปิดโปงกลางศาลว่านายสั่งให้ &amp;quot;จัดฉาก&amp;quot; เพื่อจับกุมนักข่าวรอยเตอร์ 2 คนเมื่อปลายปีที่แล้ว โดนส่งไปขังคุกที่เรือนจำอินเส่ง ในความผิดฐานทำผิดวินัย เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับตำรวจโดยไม่ขออนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ โม ยาน นาย (กลาง) ถูกพาตัวออกจากศาลในนครย่างกุ้งเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 30 เมษายน 2561 อ้างคำกล่าวของโฆษกตำรวจพม่าและภรรยาของ ร.ต.อ.โม ยาน นาย ว่าตำรวจนายนี้ถูกตัดสินว่ามีความผิดตามกฎหมายวินัยตำรวจของพม่า และถูกลงโทษจำคุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ระหว่างขึ้นให้การต่อศาลในฐานะพยานฝ่ายโจทก์ที่ไต่สวนมูลฟ้องคดีผู้สื่อข่าวชาวพม่าของสำนักข่าวรอยเตอร์ 2 ราย ร.ต.อ.โม ยาน นาย สร้างความตกตะลึงต่อผู้คนในห้องพิจารณาคดี เมื่อเขากล่าวหาตำรวจอาวุโสนายหนึ่ง ว่าสั่งการให้เขาและเพื่อนตำรวจจัดฉากจับกุมวา โลน นักข่าวรอยเตอร์ด้วยการมอบแฟ้มเอกสารลับให้แก่นักข่าวรายนี้ ที่ร้านอาหารร้านหนึ่งในนครย่างกุ้งเมื่อเดือนธันวาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วา โลน วัย 32 ปีและจ่อ โซ อู วัย 28 ปีเพื่อนนักข่าวรอยเตอร์อีกราย โดนจับกุมและถูกตั้งข้อหาว่าครอบครองเอกสารลับของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการด้านความมั่นคงในรัฐยะไข่ ที่ซึ่งกองทัพพม่าถูกกล่าวว่ากระทำการโหดร้ายทารุณต่อชาวมุสลิมโรฮิงญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของสำนักงานตำรวจพม่ากล่าวว่า โม ยาน นาย ถูกจำคุกฐานทำผิดกฎหมายวินัยข้าราชการตำรวจ ซึ่งเป็นข้อหาที่ตำรวจกล่าวหาเขามาตั้งแต่เดือนธันวาคม จากกรณีที่เขาติดต่อกับวา โลน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานอ้างแหล่งข่าวที่เป็นตำรวจหลายรายว่า โม ยาน นาย ถูกตัดสินโทษก่อนที่เขาจะให้การเปิดโปงกลางศาล ซึ่งถือเป็นการท้าทายผู้บังคับบัญชาอย่างเปิดเผยต่อที่สาธารณะอย่างที่ไม่ค่อยปรากฏให้เห็นนักในพม่า ซึ่งเคยปกครองโดยระบอบทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขาถูกตัดสินโทษเพราะเขาบอกให้คนอื่นๆ รู้ข้อมูลเกี่ยวกับตำรวจโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;quot; พันตำรวจเอกเมียว ทู โซ กล่าวกับเอเอฟพี แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่า คำตัดสินลงโทษนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด หรือมีโทษจำคุกยาวนานเท่าใด &amp;quot;เขาถูกตัดสินว่าละเมิดกฎหมายระเบียบวินัยข้าราชการตำรวจ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตู ตู ภรรยาของโม ยาน นาย กล่าวกับเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ว่า เธอเพิ่งได้รับแจ้งเมื่อคืนวันอาทิตย์ว่าสามีถูกตัดสิน &amp;quot;ตำรวจบอกกับฉันเมื่อค่ำวานนี้ (วันอาทิตย์) ว่าเขาถูกส่งไปเรือนจำอินเส่ง เพื่อจำคุกนาน 1 ปี&amp;quot; เธอกล่าวทั้งน้ำตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากโม ยาน นาย เบิกความเมื่อวันที่ 20 เมษายน ทนายฝ่ายจำเลยแสดงความหวาดกลัวเกี่ยวกับความปลอดภัยของเขา ขณะที่อัยการได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ประกาศว่า เขาเป็น &amp;quot;พยานปรปักษ์&amp;quot; หลังจากนั้นไม่ถึง 24 ชั่วโมง ตู ตู และลูกๆ ถูกขับออกจากบ้านพักข้าราชการตำรวจในกรุงเนปยีดอ แต่โฆษกของตำรวจปฏิเสธว่าทั้งสองเหตุการณ์นี้ไม่เกี่ยวข้องกัน เป็นเพียงเหตุ &amp;quot;บังเอิญ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนให้การเมื่อวันที่ 20 เมษายนนั้น โม ยาน นาย บอกกับศาลว่า ตัวเขาถูกจับกุมนับตั้งแต่คืนวันที่ 12 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่นักข่าวรอยเตอร์ 2 คนถูกจับ โดยที่เขาไม่ได้รับอนุญาตให้พบกับครอบครัว เขาถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎหมายวินัยตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วา โลน นักข่าวรอยเตอร์ (กลาง) ชูนิ้วโป้งขณะถูกนำตัวขึ้นศาลในนครย่างกุ้งเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลในนครย่างกุ้งเริ่มไต่สวนมาตั้งแต่เดือนมกราคมเพื่อตัดสินว่าจะตั้งข้อหากับนักข่าวรอยเตอร์ 2 คนนี้ ตามกฎหมายความลับของทางราชการ หรือไม่ ความผิดตามกฎหมายนี้มีโทษสูงสุดจำคุก 14 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเวลาที่ทั้งคู่โดนจับนั้น พวกเขากำลังทำข่าวสืบสวนเหตุการณ์สังหารผู้ชายและเด็กชายชาวมุสลิมโรฮิงญา 10 คนที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในรัฐยะไข่ การสังหารเกิดขึ้นระหว่างที่กองทัพเปิดปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธโรฮิงญาที่โจมตีที่มั่นของตำรวจชายแดนเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมปีที่แล้ว สังหารตำรวจกว่า 10 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนเมษายน กองทัพพม่าแถลงว่า มีทหาร 7 นายถูกตัดสินจำคุก 10 ปีและใช้แรงงานในพื้นที่ห่างไกล ฐานมีส่วนร่วมในการสังหารหมู่ครั้งนั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8194</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดฉาก, ตำรวจพม่า, นักข่าวรอยเตอร์, พม่า, อินเส่ง, เมียนมา, แฉนาย, โรฮิงญา, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180430/image_big_5ae71e043da8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2018 20:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2018 20:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัสซาด&#039; คืนเครื่องราชฯ ฉะฝรั่งเศส &#039;ทาส&#039; อเมริกา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ซีเรียมอบคืนเครื่องราชฯ เลฌียงดอเนอร์ ที่ฝรั่งเศสมอบให้แก่ประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด แล้ว โดยผู้นำซีเรียประกาศจะไม่ถือครองรางวัลจาก &amp;quot;ทาส&amp;quot; ของอเมริกา ขณะรัสเซียอ้างมีหลักฐานยืนยันการจัดฉากโจมตีด้วยอาวุธเคมี ซึ่งเป็นข้ออ้างที่สหรัฐ, ฝรั่งเศส และอังกฤษ ใช้ถล่มซีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากเฟซบุ๊กของประธานาธิบดีซีเรียเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2561 เจ้าหน้าที่ซีเรียมอบคืนเครื่องราชฯ เลฌียงดอเนอร์ ของฝรั่งเศส ผ่านทางผู้แทนของสถานทูตโรมาเนียในซีเรีย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2561 ว่ากระทรวงการต่างประเทศของซีเรียเปิดเผยว่า กระทรวงได้มอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์กร็อง-ครัว ที่ฝรั่งเศสมอบให้แก่ประธานาธิบดีอัสซาด คืนแก่ฝรั่งเศสแล้ว ผ่านทางสถานทูตโรมาเนียในกรุงดามัสกัส ซึ่งเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของฝรั่งเศสในซีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัสซาดได้รับมอบเกียรติยศสูงสุดนี้จากฌากส์ ชีรัก ประธานาธิบดีฝรั่งเศสสมัยนั้น เมื่อปี 2544 แต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สำนักงานของประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง กล่าวว่ารัฐบาลฝรั่งเศสกำลังดำเนินขั้นตอนเพิกถอนเครื่องราชฯ ของอัสซาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีเรียอ้างว่า อัสซาดคืนเครื่องราชฯ นี้ เพราะฝรั่งเศสเข้าร่วมการโจมตีทางอากาศกับสหรัฐและสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 14 เมษายน &amp;quot;ไม่ถือเป็นเกียรติแต่อย่างใดที่ประธานาธิบดีอัสซาดจะครองเครื่องราชฯ ที่ได้รับจากประเทศที่เป็นทาสและลิ่วล้อของสหรัฐที่สนับสนุนผู้ก่อการร้าย&amp;quot; คำแถลงของซีเรียกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแต่ละปี ฝรั่งเศสจะมอบเครื่องราชฯ เลฌียงดอเนอร์ให้คนประมาณ 3,000 คน รวมถึงชาวต่างชาติ 400 คน ที่สร้างคุณูปการแก่ฝรั่งเศส หรือปกป้องสิทธิมนุษยชน, เสรีภาพสื่อ และสร้างคุณความดีด้านอื่นๆ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ก็เคยได้รับมอบเครื่องราชฯ ชั้นสูงสุดนี้เช่นกันจากชีรักเมื่อปี 2549&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัสซาดถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธเคมีโจมตีประชาชนของเขาหลายครั้ง ในสงครามกลางเมืองที่เริ่มปะทุขึ้นเมื่อปี 2554 ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 7 เมษายน สหรัฐและชาติพันธมิตรกล่าวหารัฐบาลอัสซาดว่าใช้สารพิษคลอรีนและซารินโจมตีในเมืองดูมา ซึ่งตอนนั้นยังอยู่ในความควบคุมของฝ่ายกบฏ สังหารชีวิตพลเรือนหลายสิบคน และเป็นข้ออ้างที่สหรัฐ, ฝรั่งเศส และอังกฤษ ยิงมิสไซล์มากกว่า 100 ลูกโจมตีเป้าหมายที่พวกเขาระบุว่าเกี่ยวข้องกับอาวุธเคมีของซีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลซีเรีย และรัสเซีย ซึ่งเข้าแทรกแซงทางทหารเพื่อโอบอุ้มอัสซาดจนพลิกสถานการณ์กำราบพวกกบฏลงได้ ต่างปฏิเสธคำกล่าวหานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารซีเรียสำรวจความเสียหายของอาคารศูนย์ศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ระหว่างการพาสื่อมวลชนชมความเสียหายของการโจมตีทางอากาศ เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2561 แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียกล่าวอ้างว่า กองกำลังของรัฐบาลซีเรียพบถังบรรจุคลอรีนของเยอรมนี และ &amp;quot;ระเบิดควัน&amp;quot; ผลิตจากเมืองซอลส์บรีของอังกฤษ ที่เขตกูตาตะวันออกชานกรุงดามัสกัสซึ่งเคยตกอยู่ใต้การควบคุมของฝ่ายกบฏและกองกำลังของรัฐบาลยึดคืนพื้นที่ได้ในเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองซอลส์บรีที่คำแถลงของรัสเซียกล่าวถึงก็คือเมืองในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ เมืองเดียวกับที่เซอร์เกย์ สครีปัล อดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซีย และลูกสาวของเขาซึ่งเป็นพลเมืองรัสเซีย โดนลอบวางยาพิษเมื่อวันที่ 4 มีนาคม เหตุการณ์นั้นก่อวิกฤติทางการทูตระหว่างรัสเซียกับอังกฤษ ซึ่งกล่าวหารัสเซียว่าอยู่เบื้องหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัสเซียกล่าวอ้างมาโดยตลอดว่าการโจมตีด้วยอาวุธเคมีในเมืองดูมานั้นเป็นเรื่องที่กบฏซีเรียและองค์กรไวต์เฮลเมตของซีเรีย &amp;quot;จัดฉาก&amp;quot; ขึ้น ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน รัสเซียประกาศด้วยว่า พวกเขาจะฉายภาพวิดีโอคำให้สัมภาษณ์ของเด็กซีเรียคนหนึ่งบนจอขนาดใหญ่ในที่ประชุมองค์การสหประชาชาติ โดยรัสเซียอ้างว่าเด็กคนนี้เล่นละครเป็นเหยื่ออาวุธเคมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีวีของรัสเซียแพร่ภาพคำสนทนาของเด็กคนนี้เมื่อวันพุธ โดยระบุว่าเขาชื่อฮัสซัน ดีอับ อายุ 11 ปี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7512</URL_LINK>
                <HASHTAG>คืนเครื่องราชฯ, จัดฉาก, ฝรั่งเศส, รัสเซีย, อัสซาด, อาวุธเคมี, เลฌียงดอเนอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad9eba1ec511.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
