<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ณัฏฐพล&#039;ยอมรับมีช่องโหว่มากรายงานนายกฯยกเลิกซื้อแท็บเล็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวภายหลังเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ได้เข้ารายงานเกี่ยวกับการดำเนินการในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) และแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับการเรียนการสอนว่าขั้นตอนจะเป็นอย่างไร เพราะพล.อ.ประยุทธ์ เป็นห่วงในเรื่องการศึกษาและเด็กๆอย่างมาก โดยระบุว่าในเรื่องของการศึกษาจะหยุดไม่ได้ รวมถึงท่านได้สอบถามถึงเรื่องการจัดซื้อแท็บเล็ต โดยรายงานไปว่า ศธ.ไม่ได้จัดซื้อแท็บเล็ตดังกล่าวแล้ว เพราะมีทางอื่นที่ดำเนินการได้จำนวนมาก โดยไม่จำเป็นต้องสูญเสียงบประมาณ อีกทั้งขบวนการจัดซื้อจัดจ้างในเรื่องดังกล่าวมีช่องโหว่มาก ดูแล้วไม่เหมาะสมในตอนนี้ ทั้งนี้นายกฯเน้นย้ำเรื่องงบประมาณว่าการใช้จ่ายต้องเหมาะสมมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ ได้สอบถามเรื่องการสอนออนไลน์ ถ้าจำเป็นจะดำเนินการได้หรือไม่ ซึ่งผมยืนยันว่าดำเนินการได้ โดยจะหารือกับ มูลนิธิไกลกังวล กสทช. เพื่อเตรียมการเนื่องจากจะใช้เนื้อหาของ มูลนิธิไกลกังวล เป็นหลักหากต้องเรียนออนไลน์ โดยวันที่ 16 พ.ค. นี้ จะมีการทดลองระบบก่อน ซึ่งนายกฯบอกว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีการทดลอง เราต้องใช้วิกฤติเป็นโอกาสในการพัฒนา จะได้รู้ว่าตรงไหนมีปัญหาอย่างไร ครูในแต่ละพื้นที่สามารถเข้าถึงหรือไม่ พื้นที่ไหนรับสัญญาณไม่ได้ เพื่อจะได้นำมาปรับปรุงแก้ไขให้ถูกจุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล กล่าวว่า วันที่ 1 ก.ค.จะต้องมีการเรียนการสอน พื้นที่ไหนเรียนรูปแบบปกติได้ก็ใช้รูปแบบปกติ พื้นที่ไหนเรียนรูปแบบปกติไม่ได้จะเอาวิธีการเรียนออนไลน์เข้าไปเสริม อย่างน้อยช่วงเวลาก่อนถึงวันที่ 1 ก.ค. เราก็ได้ทดลองและเตรียมความพร้อมในการเรียนออนไลน์ไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีผู้ติดเชื้อโควิดลดลงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯระบุว่าประมาทไม่ได้ เพราะตัวเลขลดลงได้มันก็ขึ้นได้ อย่างในช่วงสงกรานต์ถ้าประชาชนมีวินัยดีก็ถือเป็นทิศทางที่ดี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62922</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, จัดซื้อ, ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, แท็บเล็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e8468cca84f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2018 23:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2018 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บัญชีกลางปลดล็อก 11 รัฐวิสาหกิจใช้จ่ายลื่นปรื๊ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัญชีกลางแจงคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐปลดล็อกร่างระเบียบเกี่ยวกับการพาณิชย์โดยตรงของ 11รัฐวิสาหกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ได้พิจารณาร่างกฎหรือระเบียบของรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวกับการพาณิชย์โดยตรง ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 จำนวน 12 แห่ง เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบร่างกฎหรือระเบียบของรัฐวิสาหกิจ ที่เป็นไปตามกรอบข้างต้น จำนวน 11 แห่ง ประกอบด้วย 1. การไฟฟ้านครหลวง 2. บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 3. บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด 4. บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด 5. องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย 6. องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ 7. บริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ (บริษัท รักษาความปลอดภัย กรุงไทยธุรกิจบริการ จำกัด และบริษัท กรุงไทยธุรกิจลิสซิ่ง จำกัด) 9. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย 10. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และ11. บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยกรมบัญชีกลางจะแจ้งผลการพิจารณาดังกล่าวให้รัฐวิสาหกิจข้างต้น ดำเนินการให้ผู้มีอำนาจพิจารณาออกกฎหรือระเบียบตามที่คณะกรรมการนโยบายฯ เห็นชอบเพื่อประกาศใช้บังคับต่อไป ทั้งนี้ ร่างกฎหรือระเบียบของรัฐวิสาหกิจฯ อีก 8 แห่ง ที่ยังเหลือจะพิจารณาในครั้งถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการพิจารณาผ่อนผันการเบิกจ่าตามประเด็นต่างๆ ดังนี้ 1.เป็นไปตามหลักการมาตรา 8 ของพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ พ.ศ. 2560 ในเรื่องของความคุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และตรวจสอบได้ และ 2. สอดคล้องกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งหากมีความแตกต่างในประเด็นใดจะต้องมีเหตุผลประกอบการพิจารณา เช่น จำเป็นต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และลักษณะของการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งมีกลไกในการกำกับดูแลและกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติที่ชัดเจน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5118</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดซื้อ, จัดซื้อจัดจ้าง, บัญชีกลาง, พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560, รัฐวิสาหกิจ, สุทธิรัตน์ รัตนโชติ, อธิบดีกรมบัญชีกลาง, เบิกจ่าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aaa9bb9c445f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2018 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2018 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกร.ชี้ลงทุนรัฐอืดปีงบ 61 เบิกจ่ายได้แค่ 3%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กกร.ชี้การลงทุนภาครัฐอืด เอกชนฟ้องเบิกจ่ายปีงบประมาณ 61 ได้แค่ 3% คาดรับผลกระทบจากพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่ จับตาสินค้าเหล็กทะลักตลาดไทยหลังสหรัฐเก็บภาษีเพิ่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มี.ค. 2561 - นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือสอท.เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.) ว่าการลงทุนของภาครัฐในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2560 ซึ่งเป็นช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2561 มีอัตราที่หดตัวกว่า 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนจากเม็ดเงินภาครัฐที่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมีความล่าช้า และยังเป็นผลมาจากขั้นตอนการเบิกจ่ายภายหลังจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การจัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากการหารือกับผู้ประกอบการ มีความต้องการให้ภาครัฐเร่งการลงทุนในเร็วขึ้น เนื่องจากการประเมินเบื้องต้นได้รับการร้องเรียนมาว่าตั้งแต่ช่วงต้นปีงบประมาณมีการเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนได้แค่ 3% จากที่ควรจะเป็น 30% จึงคาดได้ว่าอาจจะได้รับผลกระทบโดยตรงจาก พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ที่ทำให้ล่าช้า&amp;quot;นายเจน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ประเด็นมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐอเมริกา ที่ประกาศเพิ่มการเก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียม ว่าที่ประชุมมีการแนวทางออกมาว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลทำให้ผู้ค้าเหล็กที่เคยส่งไปยังสหรัฐฯจะต้องหาตลาดใหม่ ๆ เพื่อปล่อยสินค้า โดยอาจจะทำให้ทะลักเข้ามาในไทย เกิดการการทุ่มราคาและการแข่งขันกับผู้ประกอบการในประเทศ โดยทาง กกร. ได้เสนอเรื่องให้กับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องและกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหามาตรการมาดูแลโดยต้องคำนึงถึงผลกระทบกับผู้ประกอบการและผู้ใช้เป็นหลัก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4400</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกร., จัดซื้อ, ลงทุนรัฐ, สภาอุตสาหกรรม, สอท., เจน  นำชัยศิริ, เบิกจ่าย, เศรษฐกิจ, เหล็ก, เอกชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9e59e2a855d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
