<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 12:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองอธ.ปราบทุจริตชี้ผอ.รพ.บางกรวยเรียกรับเงินโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต โชว์ระเบียบรับของเเถมถูกกม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 ส.ค.64 -&amp;nbsp; นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 9 ให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊คถึงกรณีข่าวจับ ผอ.โรงพยาบาลบางกรวย เรียกรับเงินผู้รับเหมาติดตั้งคอมฯ 35% อ้างเอามาใช้ในโรงพยาบาลว่าเรื่องนี้ สะเทือนวงการแพทย์ หมอเป็นอาชีพที่ทุกคนยกมือไหว้ ให้ความเชื่อถือให้ความเคารพ การแจ้งความร้องทุกข์จากผู้เสียหาย ซึ่งร้องทุกข์กับทางสำนักงานป.ป.ท. ให้ช่วยตรวจสอบพฤติการณ์ของผอ.โรงพยาบาลบางกรวย หลังจากที่ผู้เสียหายเข้าไปประมูลจัดซื้อจัดจ้างติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ภายในโรงพยาบาล ซึ่งมีมูลค่ากว่า 280,000 บาท แต่เจ้าตัวมีการเรียกรับเงินส่วนต่าง 15 เปอร์เซ็นต์ ก่อนที่จะขอขยับเพิ่มเป็น 35 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 93,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้เสียหายจึงเห็นว่า เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ เพราะจะทำให้ทางผู้รับเหมาขาดทุนเป็นจำนวนมาก จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับ บก.ปปป. จากนั้นได้ทำการสืบสวนสอบสวนจนทราบว่า จะมีการนัดมอบส่งเงินกันในวันนี้ จึงนำเงินของกลางที่ทำสัญลักษณ์ไว้ไปมอบให้ที่โรงพยาบาล และเมื่อผู้อำนวยการรับเงินของกลางแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโกศลวัฒน์ กล่าวว่า เรื่องการเรียกรับเงิน อัยการปราบปรามทุจริต ดำเนินคดีเป็นประจำ ผิดกฎหมายอาญา มาตรา 149 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
มาตรา 151 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท โดยการแจ้งข้อกล่าวหาจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงในการสอบสวนหรือไต่สวน การกระทำความผิดของผู้ถูกกล่าวหา หลังจากถูกจับกุมแล้ว ทางป.ป.ท.จะไต่สวนหรือสอบสวนให้ได้ความจริง โดยผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิตามกฎหมายที่จะต่อสู้คดีต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอฝากแนวทางปฏิบัติ การจัดซื้อจัดจ้าง มีของแถมได้ แต่ต้องเป็นไปตามแนวทางปฎิบัติที่ถูกต้องคือบริจาคให้หน่วยงาน ห้ามรับไว้เอง เพราะโดยปกติแล้วไม่มีใครเชื่อว่าเงินที่รับไว้เองจะรับไว้เพื่อหน่วยงาน หรือในอนาคตจะมาใช้ประโยชน์กับหน่วยงาน จึงจะเรียกเงินใดใดเก็บไว้เองไม่ได้ ขอแนบแนวทางปฎิบัติของแถม ในการจัดซื้อจัดจ้างของทางราชการ ให้ลองอ่านกันดู ใครที่ปฎิบัติหน้าที่เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของรัฐ โปรดปฎิบัติตามประกาศครับ ทุจริตโดนจับ ถ้าจะรับของแถม มีประกาศแนวทางปฏิบัติให้ถูกกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างไว้ &amp;ldquo; รองอธิบดีอัยการปราบปราบทุจริตภาค 9 ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112395</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดซื้อจัดจ้าง, นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง, ผอ.รพ.บางกรวยเรียกรับเงิน, สำนักงานป.ป.ท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610cc9e6a287d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106025</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้อดีของระบบจัดซื้อจัดจ้าง โปรแกรมที่ควรมีทั้งธุรกิจขนาดเล็ก-ใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินว่าระบบจัดซื้อจัดจ้างนั้นเป็นระบบที่มีประโยชน์สำหรับองค์กรต่างๆ ทั้งองค์กรขนาดเล็กและใหญ่ แต่หลายๆ คนก็อาจจะมีความกังวลเช่นกันว่าแล้วระบบนี้นั้นมีความคุ้มค่ามากน้อยแค่ไหน ควรค่าแก่การลงทุนหรือไม่ หรือบางองค์กรก็อาจมองว่าไม่จำเป็น ซึ่งในบทความนี้เราก็ได้รวบรวมข้อดีของระบบจัดซื้อจัดจ้างไว้มาไว้ให้ทุกคนได้พิจารณากัน จะมีข้อดีอย่างไรบ้างนั้น ตามไปอ่านกันเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;
มีความโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สาเหตุที่ระบบจัดซื้อจัดจ้างนั้นมีความโปร่งใสนั่นก็เพราะระบบนี้สามารถตรวจสอบได้ง่ายๆ มีการบันทึกข้อมูลทุกครั้ง และตรวจสอบได้ว่าการดำเนินงานนั้นอยู่ในขั้นตอนใดแล้ว ซึ่งความโปร่งใสก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญอย่างมากในองค์กร เพราะข้อมูลต่างๆ ควรจะเรียกกลับมาดูได้เสมอ และควรตรวจสอบได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;แน่นอนว่าการทำงานของระบบจัดซื้อจัดจ้างนั้นจะเป็นการทำงานผ่านระบบอัตโนมัติ และจะเป็นการบันทึกข้อมูลผ่านระบบดิจิทัล และมีความแม่นยำ จึงทำให้การวางแผนต่างๆ ภายในองค์กรเป็นไปได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน เพราะจะช่วยให้คุณสามารถวิเคราะห์ข้อมูล และวางแผนการใช้จ่ายขององค์กรได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;
ดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เพราะการมีระบบจัดซื้อจัดจ้างนั้นก็จะทำให้การติดตามผลการจัดซื้อภายในองค์เป็นไปอย่างโปร่งใส และรวดเร็ว ซึ่งนั่นก็หมายความว่าก็จะทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ระบบจัดซื้อจัดจ้างก็ยังช่วยให้คุณทำงานได้อย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับสูงแค่ไหนก็สามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;มีความคุ้มค่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;หลายธุรกิจมักจะมองว่าการใช้งานระบบจัดซื้อจัดจ้างนั้นเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น เพราะเรายังมีทรัพยากรบุคคลที่สามารถทำงานนี้ได้เช่นกัน แต่จริงๆ แล้วหากคุณเทียบกับผลลัพธ์ที่จะได้รับกลับมา ระบบจัดซื้อจัดจ้างก็มีความคุ้มค่าอย่างมาก เพราะอย่างที่ได้กล่าวไปว่าระบบจัดซื้อจัดจ้างนั้นทั้งช่วยในเรื่องของการลดขั้นตอนการทำงาน สามารถตรวจสอบได้ง่าย และที่สำคัญก็คือช่วยให้คุณดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สำหรับใครที่กำลังลังเลอยู่ว่าจะเลือกใช้บริการจัดซื้อจัดจ้างดีหรือไม่ ก็บอกเลยว่าหากพิจารณาจากข้อดีต่างๆ เหล่านี้แล้ว การใช้ระบบจัดซื้อจัดจ้างก็นับว่ามีประโยชน์และอาจช่วยให้องค์กรของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องความโปร่งใส ขั้นตอนการทำงานที่ลดลง มีความคุ้มค่า และช่วยให้คุณดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106025</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดซื้อจัดจ้าง, ธุรกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c302575004e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 12:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สตง.พัฒนา AI ตรวจสอบการใช้เงินของรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค. 2563 นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เปิดเผยว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาต้นแบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อการตรวจสอบ (Artificial Intelligence for Audit) ซึ่งเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน กับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ NECTEC โดยมี ดร. สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และ ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว ณ ห้องคำนึง ชาญเลขา สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินมีเป้าหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการตรวจสอบ จึงได้ร่วมมือกับ สพร. และ สวทช. โดย NECTEC ในการศึกษา วิจัยและพัฒนาต้นแบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อการตรวจสอบการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ทางการเงิน การคลัง โดยเฉพาะการใช้จ่ายเงินงบประมาณ และการจัดซื้อจัดจ้างซึ่งมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมากได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งสัญญาณเตือน และกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อการเงินการคลังของรัฐได้อย่างเหมาะสมและทันต่อสถานการณ์ โดยเริ่มจากงานตรวจสอบการดำเนินงาน (Performance Audit) ซึ่งเป็นการตรวจสอบว่า การดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการเกิดผลสัมฤทธิ์และมีประสิทธิภาพหรือไม่ เพียงใด และจัดทำข้อเสนอแนะให้แก่หน่วยรับตรวจในการเพิ่มผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ เป็นโครงการนำร่อง โดยกำหนดชื่อโครงการว่า &amp;ldquo;Artificial Intelligence for Performance Audit&amp;rdquo; หรือ AI for PA ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐในการขับเคลื่อนองค์กรภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลและเป็นนำร่องการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจเงินแผ่นดิน

&amp;ldquo;สำหรับในด้านการสนับสนุน สพร. และ สวทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทและหน้าที่สำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาให้หน่วยงานภาครัฐใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการปฏิบัติงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพขององค์กรในภาพรวม และเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติภายใต้แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศให้ประสบความสำเร็จ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจะให้การสนับสนุนทั้ง 2 หน่วยงานในการดำเนินการตามภารกิจดังกล่าวอย่างเต็มที่&amp;rdquo; ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวในตอนท้าย&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71986</URL_LINK>
                <HASHTAG>#AI, จัดซื้อจัดจ้าง, สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน​ (สตง.)​</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9e70cd395b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2018 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2018 10:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังตั้งแท่นเบิกจ่ายงบปี62 ให้ถึง 3 ล้านล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังตั้งแท่นเบิกจ่ายงบประมาณปี 2562 วงเงิน 3 ล้านล้านบาท จี้ส่วนราชการเร่งทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง หวังช่วยเบิกจ่ายลื่นปรื๊ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2562 วงเงิน 3 ล้านล้านบาท ที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ต.ค. 2561 &amp;nbsp;ได้มีการสั่งการทุกหน่วยงานราชการที่มีงบลงทุนและรู้วงเงินชัดเจนตั้งงบประมาณอยู่ระหว่างการพิจาณาของชั้นกรรมาธิการ ให้เริ่มดำเนินการกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อที่จะได้เซ็นสัญญาเมื่องบประมาณเริ่มใช้ในวันที่ 1 ต.ค. นี้ โดยจะให้แต่ละหน่วยงานคณะทำงานขึ้นมาดูแลให้มีการเร่งเบิกจ่ายได้จริงและรวดเร็วหลังการมีเซ็นต์สัญญาไปแล้วด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2562 ตั้งเป้าการเบิกจ่ายงบในภาพรวมไว้ 96% และงบลงทุน 88% ในส่วนของการเบิกจ่ายงบประประจำไม่มีปัญหา แต่ในส่วนของงบลงทุนจะมีปัญหาเบิกจ่ายได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ จึงต้องมีมาตรการเร่งการเบิกจ่ายงบลงทุนตั้งแต่ต้นปีงบประมาณทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปีงบประมาณ 2561 วงเงิน 2.9 ล้านล้านบาท ที่กำลังจะสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. นี้ เป้าหมายการเบิกจ่ายเท่ากับงบประมาณปี 2562 คาดว่าภาพรวมจะเบิกจ่ายได้ 92-93% จากตอนนี้เบิกจ่ายได้แล้ว 2.54 ล้านล้านบาท หรือ 87% และงบลงทุนวงเงิน 6.5 แสนล้านบาท ตอนนี้เบิกจ่ายได้ 52% ทั้งปีคาดว่าจะได้ประมาณ 70% ต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 20-30% เนื่องจากเป้าหมายที่ตั้งไว้สูง แต่หากเทียบปีงบประมาณก่อนหน้างบลงทุนยังเบิกได้สูงกว่าปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สุทธิรัตน์ กล่าวว่า สำหรับการเบิกจ่ายงบลงทุนปีงบประมาณ 2562 จะพยายามให้ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เป็นเจ้าของเงินลงทุนที่ได้รับการจัดสรร ต้องเร่งรัดเบิกจ่าย นอกจากนี้ยังมีปัญหาพ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างใหม่ ที่เข้มงวดมากขึ้น ทำให้หน่วยงานต่างๆ กังวล ทำให้การจัดซื้อจัดจ้างล่าช้า บางครั้งทำไปแล้วกลังผิดก็เริ่มทำใหม่ทำให้เสียเวลา ซึ่งกรมบัญชีกลางจะเร่งทำความเข้าใจกับหน่วยงานต่างๆ มากขึ้น เพื่อลดความกังวลเกี่ยวกับกฎหมายใหม่และให้การเดินหน้าเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนได้เร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรัฐวิสาหกิจที่มีงบลงทุนสูงและติดปัญหากับกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างใหม่จำนวน 33 แห่ง ได้แก้ไขให้ออกจากการบังคับใช้ของกฎหมายตั้งแต่ปีงบประมาณ 2561 ซึ่งเป็นการยกเว้นให้ถาวร ดังนั้นการเบิกจ่ายงบลงทุนปี 2562 จึงจะไม่มีปัญหาล่าช้าเหมือนที่ผ่านมาได้อีกต่อไป หากล่าช้าก็ไม่ได้เกิดจากกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สุทธิรัตน์ กล่าวว่า มั่นใจว่าการเบิกจ่ายงบลงทุนปีงบประมาณ 2562 จะได้สูงขึ้น เพราะ พ.ร.บ.งบประมาณใหม่ที่กำลังมีผลบังคับใช้ใหม่ ไม่ให้กันเงินงบประมาณที่ยังไม่มีการเซ็นสัญญาได้อีกต่อไปเหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา ดังนั้นทุกหน่วยงานจะต้องทำการเซ็นสัญญาโครงการก่อนสิ้นปีงบประมาณ ไม่เช่นนั้นงบประมาณดังกล่าวจะถูกยกเลิกและต้องไปเริ่มกระบวนการขอใหม่ในปีงบประมาณต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในกฎหมายงบประมาณเก่า ให้มีการกันเงินได้ทั้งแบบกันแบบทั้งมีหนี้และกันแบบไม่มีหนี้ ซึ่งกฎหมายงบประมาณใหม่กำหนดให้การกันงบประมาณแบบไม่มีหนี้ให้สูญพันธุ์ไป ทำให้เป็นตัวเร่งหน่วยงานต้องเร่งเซ็นสัญญาโครงการลงทุนก่อนสิ้นปีงบประมาณ ซึ่งจะส่งผลให้การเบิกจ่ายงบลงทุนได้มากเพิ่มขึ้นไปด้วย&amp;quot; น.ส.สุทธิรัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปีงบประมาณ 2561 มีวงเงินงบลงทุนที่ยังไม่ได้ก่อหนี้ประมาณ 1 แสนล้านบาท หากกฎหมายงบประมาณใหม่มีผลบังคับใช้ภายในเดือนนี้ งบประมาณส่วนนี้จะถูกพับยกเลิกไปทันที ทำให้หน่วยงานต่างพยายามเร่งทำสัญญาให้ได้ก่อนสิ้นเดือนนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18276</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดซื้อจัดจ้าง, จี้ส่วนราชการเร่งทำสัญญา, น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ, วงเงิน 3 ล้านล้านบาท, เบิกจ่ายงบประมาณปี 2562</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aaa9bb9c445f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2018 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลิ่นไม่ดี! จัดซื้อครุภัณฑ์ฯยโสธร ส่วนกลางมีเอี่ยว เตะถ่วงเวลาใกล้หมดปีงบฯรีบจัดซื้อจัดจ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จัดซื้อครุภัณฑ์ฝึกทักษะฯ จังหวัดยโสธร มีความผิดปกติแน่นอน &amp;quot;โกศล &amp;quot;พบข้อผิดสังเกตุ พบส่วนกลางสพฐ.เตะถ่วงเวลา ไม่ยอมใช้งบฯ แต่พอใกล้หมดปีงบประมาณ กลับรีบขุดมาจัดซื้อจัดจ้างอย่างเร่งด่วน ลักษณะท็อปดาวน์ ไม่ถามความต้องการของโรงเรียน&amp;nbsp; ลั่นจะต้องจาะลึกทุกโรงเรียน ว่ามีพฤติกรรมแบบเดียวกันหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ที่ปรึกษา รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ. ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง กรณีการจัดซื้อครุภัณฑ์ฝึกทักษะมัธยมศึกษาตอนต้น งบประมาณ 6 แสนบาทต่อโรงเรียน ในเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดยโสธร ซึ่งมีนายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้หารือร่วมกับนายอรรถพลในเบื้องต้นถึงแนวทางการสืบข้อเท็จจริง กรณีดังกล่าว และด้วยนายอรรถพลได้ตรวจสอบข้อมูลเรื่องนี้มาส่วนหนึ่ง อีกทั้งยังรู้เรื่องความเป็นมาของงบประมาณโครงการนี้ตั้งแต่แรก ตนจึงเชื่อว่านายอรรถพลจะเข้าใจในเรื่องนี้เป็นอย่างดี และจะสามารถรายงานผลการสืบข้อเท็จจริงของโครงการนี้ให้ทั้งตนและ รมว.ศธ. ได้รับทราบเป็นระยะๆ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้นายอรรถพลได้สืบเจาะลึกในส่วนของข้อมูลมาแล้วพบ งบประมาณโครงการนี้ได้รับการจัดสรรจากสำนักงบประมาณมาเป็นเวลานานแล้วตั้งแต่ปี 2560 แต่ไม่มีการนำงบประมาณดัวกล่าวมาใช้ แล้วเมื่อถึงช่วงเวลาใกล้งบประมาณจะต้องตกไป แต่กลับมีการเร่งรัดให้มีการดำเนินการ คล้ายกับว่าเป็นเตะถ่วงรอเวลาจนมาอนุมัติในช่วงสุดท้ายของเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;สำนักไม่ใช้ฯ ขุดโครงการขึ้นมารีบเร่งจัดซื้อจัดจ้าง พวกสำนักสพฐ.ส่วนใหญ่ดึงเวลา อมงบฯไว้&amp;nbsp; ท็อปดาวน์ ไม่ได้ถามความต้องการของโรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.โกศล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตนยังได้รับรายงานว่า บุคลากรในสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลเป็นอย่างดี เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมาจากคนในกลุ่มสำนักงานมัธยมศึกษาตอนปลาย สังกัด สพฐ. ซึ่งไม่เกี่ยวกับตัวผู้อำนวยการสำนักฯ และผู้อำนวยการสำนักฯ เองก็ได้เข้ามาเปิดข้อมูลบางส่วนให้กับคณะทำงานของตน เกี่ยวกับรายละเอียดในวันที่เซ็นอนุมัติงบประมาณนั้น ผอ.สำนักมัธยมศึกษาตอนปลาย อยู่ในช่วงลางาน ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ และได้ทำหนังสือแจ้งด้วยว่าการเซ็นอนุมัติงบประมาณหรืองานบุคคลให้เป็นอำนาจของผอ.สำนักฯเท่านั้น&amp;nbsp; ซึ่งโดยมารยาทแล้วผู้ที่รักษาราชการแทนก็ไม่ควรเซ็น อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ความไม่ชอบพากลในประเด็นนี้ จะมีรายละเอียดอย่างไรนั้น คงต้องรอข้อมูลจากการสืบข้อเท็จจริงอีกครั้ง ซึ่งหากพบมูลความผิดชัดเจนคนที่โดนย้ายไปอยู่ ศึกษาธิการภาค (ศธภ.) 15 ก็อาจจะมีความผิดหนักขึ้น แต่ถ้าให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบข้อเท็จจริงก็อาจจะมีการพิจารณาให้ปรับโทษหนักเป็นเบาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมมั่นใจว่าการสืบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้มีความผิดปกติอย่างแน่นอน ซึ่งประธานสืบข้อเท็จจริงจะมีการแจงรายละเอียดและแยกรายละเอียด แต่ละโรงเรียนมาให้ดูอย่างชัดเจนว่าในแต่ละโรงเรียนทำอะไร อย่างไรมีความไม่ชอบมาพากลหรือไม่ หรือโรงเรียนไหนที่ถูกสอดไส้ รวมถึงโรงเรียนที่ไม่ได้มีความจำเป็นหรือต้องการครุภัณฑ์ดัวกล่าว แต่ถูกยัดเยียดให้รับ ทั้งนี้ผมได้กำชับนายอรรถพล ว่า การดำเนินการสืบข้อเท็จจริงโครงการครุภัณฑ์ฝึกทักษะฯ ของเขตพื้นที่ จังหวัดยโยธร จะต้องเร่งสืบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด&amp;quot;ที่ปรึกษา รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11099</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง, จัดซื้อครุภัณฑ์ยโสธร, จัดซื้อจัดจ้าง, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ, โกศล  ปทุมชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1dd21decde7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2018 23:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2018 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บัญชีกลางปลดล็อก 11 รัฐวิสาหกิจใช้จ่ายลื่นปรื๊ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัญชีกลางแจงคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐปลดล็อกร่างระเบียบเกี่ยวกับการพาณิชย์โดยตรงของ 11รัฐวิสาหกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ได้พิจารณาร่างกฎหรือระเบียบของรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวกับการพาณิชย์โดยตรง ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 จำนวน 12 แห่ง เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบร่างกฎหรือระเบียบของรัฐวิสาหกิจ ที่เป็นไปตามกรอบข้างต้น จำนวน 11 แห่ง ประกอบด้วย 1. การไฟฟ้านครหลวง 2. บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 3. บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด 4. บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด 5. องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย 6. องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ 7. บริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ (บริษัท รักษาความปลอดภัย กรุงไทยธุรกิจบริการ จำกัด และบริษัท กรุงไทยธุรกิจลิสซิ่ง จำกัด) 9. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย 10. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และ11. บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยกรมบัญชีกลางจะแจ้งผลการพิจารณาดังกล่าวให้รัฐวิสาหกิจข้างต้น ดำเนินการให้ผู้มีอำนาจพิจารณาออกกฎหรือระเบียบตามที่คณะกรรมการนโยบายฯ เห็นชอบเพื่อประกาศใช้บังคับต่อไป ทั้งนี้ ร่างกฎหรือระเบียบของรัฐวิสาหกิจฯ อีก 8 แห่ง ที่ยังเหลือจะพิจารณาในครั้งถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการพิจารณาผ่อนผันการเบิกจ่าตามประเด็นต่างๆ ดังนี้ 1.เป็นไปตามหลักการมาตรา 8 ของพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ พ.ศ. 2560 ในเรื่องของความคุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และตรวจสอบได้ และ 2. สอดคล้องกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งหากมีความแตกต่างในประเด็นใดจะต้องมีเหตุผลประกอบการพิจารณา เช่น จำเป็นต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และลักษณะของการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งมีกลไกในการกำกับดูแลและกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติที่ชัดเจน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5118</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดซื้อ, จัดซื้อจัดจ้าง, บัญชีกลาง, พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560, รัฐวิสาหกิจ, สุทธิรัตน์ รัตนโชติ, อธิบดีกรมบัญชีกลาง, เบิกจ่าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aaa9bb9c445f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
