<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 17:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหล่าทัพปรับตัวใช้งบฯ65 &#039;ทบ.-ทร-ทอ.&#039;แจงลด-ชะลอจัดซื้อยุทโธปกรณ์ราคาสูงเน้นซ่อมบำรุงยืดอายุใช้งาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค. 64 - พล.อ. สันติพงศ์ ธรรมปิยะ เสนาธิการทหารบก ในฐานะโฆษกกองทัพบก แถลงผลการปฏิบัติงานกองทัพบกประจำปี 2564 และแนวทางการพัฒนากองทัพบกตามห้วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 63 &amp;ndash; 30 ก.ย. 66 ว่า กองทัพบกสนับสนุนรัฐบาลและช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19 โดยท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติที่เกิดขึ้นนั้นกองทัพบกยังคงดำเนินการพัฒนาองค์กรตามแผนพัฒนากองทัพบกเพื่อให้เป็นหน่วยรูปแบบเบา ประหยัด มีความคล่องตัวสูง และมีประสิทธิภาพ โดยในปีงบประมาณ 2564 มีการดำเนินการและมีการปฎิบัติที่สำคัญ เช่น การพัฒนาหน่วยงานแพทย์ทหารของกองทัพบกให้มีความพร้อมทั้งด้าน บุคลากรทางการแพทย์ สถานพยาบาล เครื่องมือ เวชภัณฑ์ ตลอดจนกำลังพลทุกระดับ ให้มีความรู้ มีความสามารถสนับสนุนรัฐบาล และศบค.ได้อย่างเต็มที่ การนำยุทโธปกรณ์ เครื่องมือ ยานพาหนะ ทุกประเภทของกองทัพบก ตลอดจนกำหนดบทบาทหน้าที่ให้หน่วยทหาร ทุกหน่วยสนับสนุนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทุกรูปแบบช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุดโดยไม่ต้องรอคำสั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; และมีแนวทางยกเลิกหรือลดจำนวนโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ราคาสูงจากต่างประเทศให้มากที่สุด และสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ภายในประเทศมาใช้มากขึ้น ภาพรวมคือเราจะพยายามรักษาสภาพยุทโธปกรณ์ให้ใช้งานได้ดีที่สุด โดยเน้นการซ่อมบำรุงรักษาสิ่งอุปกรณ์นั้นเพื่อใช้งานได้ดีที่สุดและนานที่สุดเพื่อให้ใช้งานได้ แต่หากเราไม่สามารถรักษาได้ก็ซื้อจากต่างประเทศ แต่เป็นจำนวนน้อย &amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังคงให้ความสำคัญต่อทหารประจำการ และกำลังพลชั้นผู้น้อย ป้องกันการไม่ได้รับความเป็นธรรม ให้ได้รับสิทธิตามที่พึงจะได้ และให้โอกาสความก้าวหน้าในการรับ ราชการทหารต่อ การพัฒนาระบบการตรวจเลือกทหาร โดยส่งเสริมการสมัครใจให้มากขึ้น เพื่อลดจำนวนการเกณฑ์ทหารลง และเร่งรัดการนำข้าราชการพลเรือนกลาโหมมาบรรจุทดแทนทหารประจำการ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ. สันติพงศ์ กล่าวต่อว่า กองทัพบกได้ดำเนินการสนับสนุนรัฐบาลและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ภัยพิบัติและในห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และกองทัพบกไม่หยุดยั้งการพัฒนาองค์กรให้เป็นไปตามแผนการพัฒนากองทัพบกตามห้วงระยะเวลา และยังมุ่งมั่นในการพิทักษ์รักษาสถาบัน ชาติ ศาสนา และสถาบัน พระมหากษัติย์ โดยเฉพาะการรักษาอธิปไตยของชาติ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่เกิด ความสงบสุข ขอยืนยันว่ากองทัพบกภายใต้การนำของพล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก จะอยู่เคียงข้างประชาชนและใช้ศักยภาพที่มีของกองทัพบกในการดูแล ช่วยเหลือประชาชนบรรเทาความเดือดร้อน เป็นที่พึ่งได้ในทุกโอกาส และผนึกกำลังกับทุกภาคส่วน เพื่อปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทยอย่างเต็มประสิทธิภาพตามเจตนารมณ์ที่กำลังพลของกองทัพบกทุกนายยึดถือ คือพิทักษ์ราชัน ปกป้องประชา รักษาแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า&amp;nbsp; ตลอดปีงบประมาณ 2564 ที่ประเทศไทยเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 กองทัพบกได้ให้หน่วยปรับการบริหารจัดการงบประมาณเพื่อใช้ในการสนับสนุนการป้องกันโรค ส่งเสริมการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และการใช้งบประมาณในภารกิจบรรเทาความเดือดร้อนและดูแลช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะในด้านการเพิ่มศักยภาพด้านการรักษาพยาบาลและการดูแลผู้ติดเชื้อ นอกจากนี้ได้พิจารณาจัดสรรเงินรายรับสถานพยาบาลของโรงพยาบาลกองทัพบกเอง เพื่อใช้แก้ไขปัญหาโดยนำไปใช้ในการจัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์ ทางการแพทย์ เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปีที่ผ่านมากองทัพบกได้บริหารงบประมาณตรงตามวัตถุประสงค์ อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อหน่วยงานและประชาชน ให้ความสำคัญต่อผลผลิต และผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้จ่ายงปประมาณกับการพัฒนาหน่วย การสร้างสวัสดิการให้กับ กำลังพลโดยเฉพาะอย่างยิ่งนายทหารชั้นประทวนและทหารกองประจำการ ตามเจตนารมณ์ ที่วางไว้ ภายใต้กรอบแนวทางการบริหารจัดการงปประมาณภาครัฐและกฎระเบียบของ ทางราชการ สำหรับในปีงบประมาณ 2565 กองทัพบกได้จัดทำคำของบประมาณรายจ่าย ประจำปี จำนวน 112,723,556,800.- บาท ซึ่งสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาเห็นชอบจำนวน 97,883,773,800.- บาท ลดลงจากปีงบประมาณ 2564 จำนวน 8,096,003,800.- บาท หรือลดลงร้อยละ 7.64 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และปัจจุบัน พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2565 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ 1 ต.ค. 2564 เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp; โดยในการจัดสรรงบประมาณในปี 2565 กองทัพบกได้ให้ความสำคัญกับงาน สวัสดิการกำลังพลและงานซ่อมปรับปรุงอาคาร สิ่งก่อสร้าง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของกำลังพล และขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งการซ่อมปรับปรุงยุทโธปกรณ์เพื่อยืดอายุ การใช้งานและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ตามนโยบายและแผนการปฏิบัติงานที่ได้ กำหนดไว้ ขอเรียนว่ากองทัพบกจะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ ขีดความสามารถของกำลังพล การบริหารจัดการองค์กร ร่วมกับการใช้งบประมาณที่ได้รับจัดสรรให้ เกิดประสิทธิภาพและคุ้มค่า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ต่างประสบปัญหางบประมาณเพื่อเดินหน้าตามแผนพัฒนากองทัพเช่นกัน&amp;nbsp; หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ถูกตัดงบฯ ไปเยียวยาประชาชนจำนวนมาก ทำให้การจัดหาเรือรบ- เครื่องบินรบ รวมไปถึงอากาศยานแบบต่างๆในโครงการใหญ่ต้องชะลอออกไป และใช้แนวทางในการซ่อมบำรุงเพื่อยืดอายุการใช้งาน&amp;nbsp; โดยกองทัพเรือ กำลังจะปลดระวางประจำการเรือรบประมาณ 10 ลำและเตรียมส่งมอบให้กับหน่วยงานหรือเอกชนที่ต้องการเนื่องจากยังมีงบประมาณในการดูแลรักษาในแต่ละเดือนประมาณ3แสนบาท และเลื่อนแผนการจัดหาเรือลำใหม่มาทดแทนไปก่อน ขณะที่กองทัพอากาศ มีการควบรวมฝูงบิน 102 ไปอยู่กับฝูงบิน 103 เนื่องจากเครื่องบิน F-16 ADF ถูกปลดประจำการหลายเครื่อง และเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ ทอ.จึงได้บริหารใหม่ โดยนำเครื่องที่เหลือมาประจำการที่ฝูงบิน103 ซึ่งมีเครื่องบิน F- 16 AB ประจำการอยู่ด้วยเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118449</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณฯปี65, จัดซื้อยุทโธปกรณ์, พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, พล.อ. สันติพงศ์ ธรรมปิยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156c3249bc76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118018</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 19:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แอร์บูล&#039; เปิดใจแก้ทีโออาร์จัดซื้อยุทโธปกรณ์ ช่วยลดงบได้มาก การันตี &#039;ผบ.ทอ.&#039; คนใหม่ครบเครื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.64 - ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ ดอนเมือง พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวถึงการใช้งบประมาณของกองทัพอากาศว่า เราจะใช้งบประมาณที่ได้รับให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการซ่อมบำรุงเครื่องบิน ซึ่งปี 2565 มีโปรเจ็คประมาณ 10 โครงการ แต่เมื่อมีการปรับลดงบประมาณปี 2565 ลง เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19นั้น เกือบทุกโครงการที่ยังไม่จำเป็นเราได้ชะลอไว้ก่อน ทั้งนี้ตนเน้นเรื่องความถูกต้องเป็นหลัก โดยทุกอย่างต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐพ.ศ. 2560 ที่มีกฎระเบียบค่อนข้างเยอะ บางโครงการเราพิจารณานานมาก เพราะต้องดูรายละเอียดต่างๆ และหารือกับกรมบัญชีกลางตลอดว่าทำได้หรือไม่ ถูกกฎหมายหรือไม่ บางครั้งอาจต้องยกเลิกทีโออาร์หรือแก้ไขทีโออาร์ใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดการล็อกสเปก และเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาเราต้องเปิดการแข่งขันอย่างเสรีให้ทุกบริษัทที่มีขีดความสามารถเข้ามาแข่งขันกันอย่างถูกต้อง เช่น โครงการจัดหาทดแทนวิทยุพื้นดิน-อากาศ ทำให้ประหยัดงบประมาณไป 510 ล้านบาท จากที่ตั้งราคากลางไว้สูงมาก แต่เมื่อปรับปรุงทีโออาร์ทำให้ราคาลดลงไปมาก ประหยัดงบประมาณของประเทศชาติ เพราะเงินที่เหลือเราก็คืนส่วนกลางทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า แต่ยังมีฝ่ายการเมืองพุ่งเป้าโจมตีกองทัพอากาศเรื่องการแก้ไขทีโออาร์ในโครงการต่างๆที่ผ่านมา พล.อ.อ.แอร์บูล กล่าวว่า ถ้าถูกแล้วตนจะไปรื้อทำไมเพราะที่ผ่านมากองทัพอากาศเสียเปรียบมาตลอด ตนรักษาผลประโยชน์กองทัพเป็นหลัก อะไรที่กองทัพอากาศได้ประโยชน์มากสุด ตนก็ทำ อะไรที่ไม่ถูกต้องก็ไม่ทำ เพราะถ้าทำไปแล้วเกิดอะไรขึ้นผู้ใต้บังคับบัญชาจะซวยเอา โดยเฉพาะคณะกรรมการจัดซื้อ คณะกรรมการตรวจรับ และคณะกรรมการทีโออาร์ก็โดนหมด ดังนั้นตนต้องตรวจสอบให้ละเอียดถี่ถ้วน แต่ละโครงการกว่าจะออกมาได้ทีโออาร์ดูแล้วดูอีก รวมถึงเรื่องสัญญาต่างๆด้วย ตนก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมาเป็นผู้บัญชาการทหารอากาศด้วยซ้ำ แต่เมื่อมาเป็นแล้วก็พยายามทำให้ทุกอย่างเพื่อกองทัพให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เหตุใดจึงยังมีใบปลิวอิเล็กทรอนิกส์โจมตีกองทัพอากาศอยู่อย่างต่อเนื่อง พล.อ.อ.แอร์บูล กล่าวว่า เป็นบริษัทที่เสียประโยชน์หรือไม่ เพราะลึกๆแล้วมีรายละเอียดค่อนข้างมากจนไม่อยากโจมตีใครและไม่อยากไปทะเลาะหรือเถียงกับใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เป็นห่วงโครงการใดที่จะต้องสานต่อเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.อ.แอร์บูล กล่าวว่า กองทัพอากาศมีโครงการต่อเนื่องอยู่แล้ว และใช้งบประมาณผูกพันตามขั้นตอน ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง ส่วนการดูแลเรื่องสวัสดิการกำลังพลนั้น พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศคนใหม่ดูแลเอาใจใส่กำลังพลดีมาก เพราะตนเป็นเพื่อนที่มีความสนิทกัน เมื่อเกษียณฯแล้วตนจบก็คือจบจะไม่เข้ามาอะไรทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามพล.อ.อ.นภาเดชถือ ถือเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับในการดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศคนใหม่มาก เพราะผ่านประสบการณ์มาหลายหน่วยงาน ทั้งหน่วยศึกษา โดยเคยเป็นผู้บังคับการกรมนักเรียนนายเรืออากาศรักษาพระองค์ ที่เป็นต้นแบบของนักเรียนทหารอากาศ รวมถึงยังเคยเป็นผู้บังคับการฝูงบินและ เป็นผู้การกองบิน ผ่านฝ่ายอำนวยการต่างๆมา รวมถึงเคยเป็นผู้ช่วยทูตทหารด้วย ถือว่าทุกอย่างครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เพื่อนๆคนอื่นที่เรียนเตรียมทหารรุ่นเดียวกันที่ไม่ได้ตำแหน่ง ได้พูดคุยทำความเข้าใจกันแล้วหรือไม่ พล.อ.อ.แอร์บูล กล่าวว่า ได้พูดคุยกันแล้ว สบายมากเพราะทุกคนมีความเป็นสุภาพบุรุษกันทั้งนั้น ตำแหน่งมีแค่ตำแหน่งเดียว ซึ่งอาจเป็นเพราะรุ่นของตนมีคนเก่งเยอะก็ได้เลยขึ้นมาพร้อมๆกัน จากนี้เราก็ช่วยกันทำงานได้ ไม่มีปัญหาอะไร เราคุยกันได้ด้วยดีตลอด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118018</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพอากาศ, จัดซื้อยุทโธปกรณ์, ผบ.ทอ., พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_6151b403f0dc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.พบปมน่าสงสัยจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของทัพอากาศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค. 2564 &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติผิดมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศ 3โครงการ ได้แก่ โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องการทางอากาศ ระยะที่ 7 ( N-SOC C2) &amp;nbsp;โครงการพัฒนาการป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (GBAD) และโครงการจัดหาทดแทนวิทยุพื้นดิน-อากาศ มูลค่ารวมเกือบ 3 พันล้านบาทว่า คณะกรรมาธิการได้เชิญผู้เกี่ยวข้องจาก ทอ.มาชี้แจงแล้ว 2 ครั้ง และยังอยู่ระหว่างการเชิญผู้แทนจาก ทอ.ที่เกี่ยวข้องมาแถลงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยในเบื้องต้น ผู้แทนจาก ทอ.ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการปรับปรุงขอบเขตความต้องการของโครงการ (SOPR) และขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะซื้อหรืองานที่จะจ้าง (TOR) ทั้ง 3 ท่าน ยอมรับว่ามีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของ SOPR และ TOR จริง และยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำไปตามสั่งการของ ผบ.ทอ. มิได้กระทำขึ้นโดยพลการแต่อย่างใด และการดำเนินการดังกล่าวก็ได้รับการยืนยันจากฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชาว่า สามารถกระทำได้ เพราะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์และสาระสำคัญแต่ประการใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
โดยเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศที่รับผิดชอบเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างยืนยันว่าได้สอบถามไปยังกรมบัญชีกลางแล้วว่าสามารถเปลี่ยนแปลงรายละเอียดตามที่ ผบ.ทอ.ต้องการได้ อย่างไรก็ตามเมื่อคณะกรรมาธิการขอดูหนังสือราชการที่ ทอ.หารือไปยังกรมบัญชีกลาง เจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศตอบแต่เพียงว่า ไม่ได้มีการทำหนังสือสอบถามไปเป็นทางการ เป็นแต่เพียงการยกหูโทรศัพท์ไปขอคำปรึกษาเท่านั้น ดังนั้น ประเด็นนี้จึงทำให้คณะกรรมาธิการยังไม่สามารถเชื่อได้ว่า การดำเนินการเปลี่ยนแปลง SOPR และ TOR ตามสั่งการของ ผบ.ทอ.นั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะยังไม่มีความเห็นของหน่วยงานรับผิดชอบอย่างเป็นทางการ อีกทั้ง ทอ.ยังไม่มีหนังสือยืนยันจากสำนักงบประมาณซึ่งเป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมาธิการงบประมาณปี 64 และคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณปี 64 (ครุภัณฑ์) ระบุว่า ทอ.สามารถเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์และสาระสำคัญของโครงการได้ &amp;nbsp;ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ ต้องเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณ มาตอบข้อซักถามและแถลงข้อเท็จจริงในข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กรณีที่ผู้แทนจาก ทอ.ชี้แจงว่า การที่ ผบ.ทอ.ท่านปัจจุบันต้องสั่งการให้มีการเปลี่ยนแปลง SOPR และ TOR ของ 3 โครงการดังกล่าว เป็นเพราะของเดิมที่ทำไว้ในสมัยอดีต ผบ.ทอ.ท่านที่แล้ว เป็นการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตาม พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ และอาจขัดต่อกฎหมาย จึงจำเป็นต้องแก้ไขนั้น เมื่อผู้แทน ทอ.ชี้แจงมาเช่นนี้ก็ต้องถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเท่ากับยอมรับว่ามีผู้ที่ดำเนินการไม่เป็นไปตามกฎหมาย แต่จะเป็นของเดิมหรือของใหม่นั้น ก็คงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยคณะกรรมาธิการฯได้มีมติเชิญ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ อดีต ผบ.ทอ. เข้าชี้แจงในประเด็นที่ถูกพาดพิงทั้งหมดต่อไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้แทน ทอ.ชี้แจงว่าโครงการทั้ง 3 โครงการซึ่งระบุวัตถุประสงค์และสาระสำคัญของโครงการที่ผ่านรัฐสภาจนออกเป็นกฎหมายเรียบร้อยนั้นขัดต่อกฎหมายเสียเอง ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะไม่ได้เป็นการกล่าวหาเฉพาะกระบวนการภายในของ ทอ. และข้าราชการระดับสูงของ ทอ.เท่านั้น แต่เป็นการกล่าวหาผู้ที่อยู่ในกระบวนการออกกฎหมายทั้งหมดว่ามีส่วนร่วมในการกระทำที่อาจขัดต่อกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงกลาโหม สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง คณะอนุกรรมาธิการงบประมาณปี 64 (ครุภัณฑ์) คณะกรรมาธิการงบประมาณปี 64 สภาผู้แทนราษฎร รัฐสภา รวมทั้ง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะรัฐมนตรีที่เป็นผู้เสนอกฎหมายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เรื่องนี้คณะกรรมาธิการฯจะตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป เนื่องจากสิ่งที่ ทอ.ชี้แจงมานั้นอ้างถึงนั้น เป็นเพียงการอ้างถึง พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ เท่านั้น แต่กระบวนการออกกฎหมายยังมี พรบ.อีกหลายฉบับที่ใช้บังคับหน่วยงานต่างๆ ให้ต้องปฏิบัติตาม เช่นโครงการ 3 โครงการของ ทอ.นั้น ต้องคำนึงถึง พรบ.ไม่ต่ำกว่า 5 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพ.ศ. 2561 พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม 2551 พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณพ.ศ. 2561และ พระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติพ.ศ. 2560 ซึ่งการแก้ไข SOPR และ TOR ของ ทอ.ในครั้งนี้ อาจเป็นการกระทำโดยพลการ เป็นการปฏิบัติที่เกินกว่าอำนาจ และอาจขัดกับ พรบ.ฉบับอื่นๆ ที่ใช้บังคับหน่วยงานต่างๆให้ปฏิบัติตามก็เป็นไปได้เช่นกัน ยังไม่รวมถึง สิ่งที่ผู้แทน ทอ.ชี้แจงยังไม่ส่งเสริมหรือสนับสนุนทิศทางทางการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศตามที่รัฐบาลเองเป็นผู้กำหนด ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ จะรีบตรวจสอบและทำความจริงให้ปรากฏโดยเร็วที่สุด เนื่องจากโครงการดังกล่าวต้องใช้งบประมาณหลายพันล้านในการจัดหา จึงต้องทำให้ถูกกฎหมายและเป็นประโยชน์กับกองทัพอากาศและประเทศชาติมากที่สุด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111800</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, กองทัพอากาศ, จัดซื้อยุทโธปกรณ์, อนุดิษฐ์ นาครทรรพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609bd27cc6fdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
