<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุริยะ&#039;ปิ๊งไอเดียซื้อรถป้ายแดงใช้หักลดหย่อนภาษี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.2563 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่ลงพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 (กลุ่มจังหวัดอีอีซี) เพื่อติดตามงานตามโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล และร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)นอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2563 ว่าในวันที่ 25 ส.ค. 2563 ที่จะครม. กระทรวงอุตสาหกรรมจะเสนอมาตรการเพื่อช่วยเหลืออุตสาหกรรมรถยนต์ ในการกระตุ้นยอดซื้อในประเทศ โดยจะเสนอให้ผู้บริโภคที่ต้องการซื้อรถใหม่ สามารถทำการขอลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล เพื่อนำไปใช้กับค่าใช้จ่ายด้านอื่น ๆ ซึ่งถือว่าเป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ที่มีความสำคัญอย่างมากกับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันก็จะหารือในครม.เพื่อหาทางสนับสนุนการลงทุนเพิ่มเติมของกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยเฉพาะมาตรการของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) อย่างเช่น บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส(ประเทศไทย) จำกัด ที่จะมีการลงทุนรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊ก-อินไฮบริด (PHEV) ในประเทศไทยนั้น จะสามารถเข้าไปสนับสนุนในส่วนไหนได้บ้าง ทั้งนี้จะทำการเสนอที่ประชุมครม. ให้เห็นชอบการลงทุนโครงการสมาร์ท ปาร์ค เพื่อพิจารณาอนุมัติ ก่อนจะเริ่มดำเนินการก่อสร้าง โดยคาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างได้ในไตรมาส 2 ปี 2564 ซึ่งปัจจุบันจากรายงานของการนิคมอุตสาหกรรม(กนอ.) พื้นที่ดังกล่าวมีผู้ประกอบการหลายรายต้องการเข้าไปใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อุตสาหกรรมยานยนต์ในช่วงที่ผ่านมามียอดลดลงไปมาก เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจของโลกชะลอตัวจากการแพร่ระบาดโควิด-19 แต่ทั้งนี้รับรองว่าปีหน้าจะมีการเติบโตที่ดีขึ้น ดูได้จากที่เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ทุนใหญ่จากจีนเข้าถือหุ้นในเจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ที่ผลิตรถยนต์เชฟโรเลตในประเทศไทยซึ่งคาดว่าจะเริ่มต้นการผลิตได้ต่อเนื่องในช่วงต้นปี 64 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้อุตสาหกรรมรถยนต์คึกคักมากขึ้น&amp;quot;นายสุริยะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะ กล่าวว่าความคืบหน้าของการถมทะเลโครงการเขตเศรษฐกิจอุตสาหกรรมแห่งอนาคตว่า ปัจจุบันบริษัท เอ็กซอนโมบิล จำกัด ที่จะมาลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวได้ชะลอไปก่อน เนื่องจากเศรษฐกิจโลกตกต่ำ และการใช้พลังงานในประเทศลดลง แต่ทางรัฐบาลก็จำเป็นต้องดำเนินการพัฒนาพื้นที่อื่น ๆ ที่ไม่ใช่การถมทะเลต่อไป ซึ่งจะเหลือ 2 พื้นที่ที่อยู่บนบก เนื่องจากมีผลกระทบต่อชุมชนน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่านิคมฯ สมาร์ท ปาร์ค มีมูลค่าการลงทุนระยะแรก ประมาณ 2,480.73 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นค่าออกแบบแนวคิดโครงการและการจัดทำอีไอเอ และค่าดำเนินการก่อสร้าง เน้นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ กลุ่มอุตสาหกรรมการแพทย์ กลุ่มอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล &amp;nbsp;มีความได้เปรียบในเรื่องของระบบคมนาคมขนส่งทั้งระบบขนส่งทางอากาศสนามบินอู่ตะเภา ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด &amp;nbsp;ระบบขนส่งทางบก อันได้แก่ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ทางด่วนมอเตอร์เวย์ เป็นต้น และคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ประมาณไตรมาส 2 ของปี 2564 โดยจะแล้วพร้อมเปิดให้บริการได้ภายในปี 2567&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ในปีนี้ได้ลงนามร่วมทุนในรูปแบบบริหารธุรกิจในการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 กับบริษัท กัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินัล จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการที่เป็นส่วนหนึ่งในพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) โดยความคืบหน้าการก่อสร้างหลังได้รับใบอนุญาต ให้ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำจากสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาระยองแล้ว ปัจจุบันได้ดำเนินการออกแบบและก่อสร้างในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งส่วนของการขุดลอกและถมทะเลพื้นที่ 1,000 ไร่แบ่งเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ 550 ไร่และพื้นที่เก็บกักตะกอน 450 ไร่ ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการได้ภายในปี 2569&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ กล่าวว่าบริษัทวางเงินลงทุนแผน 5 ปี ตั้งแต่ 2563-2567 วางเงินไว้ที่ 20,000 ล้านบาท โดยจะเริ่มลงทุนในปีนี้ 7,000 ล้านบาท พัฒนาโรงงานพ่นสีให้ทันสมัยและใช้ระบบอัตโนมัติมากขึ้น และเชื่อมโยงกับโรงงาน 3 โรงในพื้นที่ปัจจุบัน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงเดือน ธ.ค. 64 ขณะที่เงินในส่วน 13,000 ที่เหลือ จะใช้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างโรงงานและเพิ่มไลน์ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง PHEV , EV และ ไฮบริดจ์ โดยตั้งใจจะใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นชิ้นส่วนของผู้ผลิตในประเทศให้ได้มากกว่าที่บีโอไอกำหนดไว้ที่ 40%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75417</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดซื้อรถใหม่, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, ลดหย่อนภาษี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200723/image_big_5f19845cd76a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28355</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2019 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2019 08:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีทีเอส คาดรายได้ปีนี้เฉียด2หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน)หรือบีทีเอส เปิดเผยว่า ภาพรวมกิจการรถไฟฟ้าในปีนี้ยังคงเติบโตได้ดีจากการต่อขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสายต่างๆที่จะเปิดบริการปีนี้และการรับรู้รายได้สายสีเขียวใต้ปัจจุบันมีผู้โดยสารราว 6 หมื่นคนต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่งผลให้ผลประกอบการและกำไรในปีนี้จะเติบโตได้ดีกว่าปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังมีการขยายศักยภาพการรองรับผู้โดยสารผ่านการปรับความถี่และรับรถใหม่ที่ลงทุนไปราว 1.1หมื่นล้านบาท จำนวน 46 ขบวน เริ่มจากรถไฟฟ้าของบริษัท ซีเมนส์ จำกัด จะมีการส่งมอบรถครบ 22 ขบวนภายในกลางปีนี้ และจะรับมอบรถไฟฟ้าจากจีนของ บริษัท ซีอาร์อาร์ซี ฉางชุน เรลเวย์ เวฮิเคิล จำกัด จำนวน 24 ขบวนภายในช่วงปลายปี 2562 เมื่อนำรถใหม่มาวิ่งบริการได้เต็มที่ในปี 2563 จะสามารถลดปัญหาความแออัดภายในสถานีและภายในตัวรถไฟฟ้าได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์กล่าวต่อว่าภายในปีนี้จะเริ่มต้นก่อสร้างแลพ ปรับปรุงสถานีสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (S6) วงเงิน 1.1 พันล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอขออนุมัติรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) หากได้รับความเห็นชอบในปีนี้ ใช้เวลาก่อสร้างราว 2 ปี เพื่อคลี่คลายปัญหาคอขวดบริเวณดังกล่าวควบคู่ไปกับการเพิ่มความถี่ช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-บางหว้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากบีทีเอสระบุว่าบริษัทได้แจ้งผลประกอบการปี 2561 มีรายได้ 1.7 หมื่นล้านบาทและมีกำไร 4.4 พันล้านบาท ดังนั้นในปีนี้จะมีรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 1.9 หมื่นล้านบาทและยีงคงเติบโตต่อเนื่องในอนาคต ปี 2563 คาดว่าผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวจะมีปริมาณเกือบ 1 ล้านคน/วัน ปัจจุบันมีผู้โดยสารเฉลี่ย 8 แสนคน/วัน เปิดเดินรถสีเขียวใต้ มีผู้โดยสาร 6-7 หมื่นคนต่อวัน เมื่อเปิดเดินรถสีเขียวเหนือช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต จะมีผู้โดยสารไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นคน/วัน&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามยังพร้อมเข้าประมูลโครงการ รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี พร้องานระบบ วงเงิน 2.35 แสนล้านบาท ควบคู่ไปกับสนใจศึกษาแนวทางเข้ายื่นข้อเสนอในโครงการรถไฟฟ้ารางเบา จ.ภูเก็ตและจ.เชียงใหม่อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28355</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดซื้อรถใหม่, บีทีเอส, ผลประกอบการปี 62</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0f51efe0e21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
