<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร.10พระราชทาน เงิน2.4พันล.บาท แก่27โรงพยาบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเงินกว่า 2.4 พันล้าน จัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์แก่ รพ. วิทยาลัยแพทย์และพยาบาล และสถานพยาบาล 27 แห่ง นายกฯ ขอบคุณทุกภาคส่วนร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกด้วยความเรียบร้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม เวลา 18.47 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน &amp;nbsp; พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ผู้อำนวยการวิทยาลัยแพทย์ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาล และผู้อำนวยการสถานพยาบาล จำนวน 27 แห่ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานเงินสำหรับจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลวชิระ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลทหารผ่านศึก โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลสงฆ์ โรงพยาบาลตำรวจ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก &amp;nbsp; โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ โรงพยาบาลหัวหิน โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โรงพยาบาลน่าน โรงพยาบาลศูนย์สกลนคร โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ โรงพยาบาลยะลา โรงพยาบาลปัตตานี โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก &amp;nbsp; และโรงพยาบาลท่าวังผา จังหวัดน่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยและทรงคำนึงถึงการดูแลรักษาพยาบาล สุขภาพร่างกายของประชาชน ตลอดจนประสิทธิภาพด้านการให้บริการทางการแพทย์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเงินในการจัดซื้อเครื่องมือ ครุภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาล วิทยาลัยแพทย์ และพยาบาล และสถานพยาบาลต่างๆ จากทั่วประเทศ ที่ยังคงขาดแคลนและมีความจำเป็นในการให้บริการ ในการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วย โดยทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานเงินที่ประชาชนได้ร่วมกันทูลเกล้าฯ ถวายในการร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในงานพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทั้งหมด และส่วนหนึ่งเป็นเงินรายได้จากการจัดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว &amp;ldquo;สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์&amp;rdquo; รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,407,144,487.59 บาท &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการให้การรักษาทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาล วิทยาลัยแพทย์และพยาบาล และสถานพยาบาลต่างๆ อันจะเป็นประโยชน์ในการให้การบริการทางการแพทย์แก่ผู้ป่วย &amp;nbsp;การรักษาพยาบาลที่ดีมีคุณภาพ เพื่อให้ผู้ได้รับการรักษามีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่คณะผู้บริหาร บุคลากร และเจ้าหน้าที่ ตลอดจนประชาชน ทุกหมู่เหล่าอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนี้ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เจ้ากรมแพทย์ทหารบก เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ &amp;nbsp;เจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ และปลัดกรุงเทพมหานคร ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกได้เสร็จสิ้นไปด้วยความเรียบร้อย ขอขอบคุณทุกคน ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน จิตอาสาทั้งหมดและคนไทยทุกคน ทุกจังหวัด ไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพมหานคร (กทม.) ถ้ารวมกันทั้งประเทศก็หลายสิบล้านคน ในส่วนของ กทม. น่าจะมีประมาณ 2-3 แสนคน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเรายังคงมีความรัก ความสามัคคี และยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ &amp;nbsp;ศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่างแน่นแฟ้น และสิ่งที่เราคาดหวัง สิ่งที่เราต้องทำและตั้งใจทำคือ การทำงานถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และหลายพระองค์ที่ได้รับการสถาปนาทุกพระองค์ เพราะเป็นเรื่องที่น่าถวายความยินดีกับทุกพระองค์ ซึ่งรัฐบาลจะดำเนินการต่อไปตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลายอย่างที่เราทำวันนี้ โดยเฉพาะพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ไม่มีที่ไหนในโลก ขอให้ทุกคนที่เป็นคนไทยภูมิใจ สิ่งเหล่านี้คือจารีต วัฒนธรรม ประเพณี ของคนไทยที่มีมาแต่โบราณกาล ถ้าเราไม่มีสิ่งเหล่านี้ ประเทศไทยจะถูกเลือนหายไปจากความทรงจำของโลกใบนี้ทันที นี้คือความเป็นคนไทยของเรา ดังนั้นเราจึงควรภาคภูมิใจ ตอนนี้ยังเป็นช่วงวาระแห่งความสุขอยู่ อย่าลืมความสุขในช่วงที่ผ่านมานี้ ผมคิดว่าทุกคนก็อยากให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ตลอดไป ถือเป็นช่วงชีวิตและประวัติศาสตร์ของเราที่ได้ร่วมกัน ทั้งสื่อ ประชาชนและตน รวมถึงรัฐบาล และทุกคนถือว่ามีส่วนในพระราชพิธีครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งเดียวในชีวิตของพวกเรา ขอให้ทุกคนได้ภาคภูมิใจในความเป็นไทยของเรา&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการทำจดหมายเหตุเรื่องงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า กระทรวงวัฒนธรรมจะเป็นเจ้าภาพดำเนินการจดบันทึก รวบรวมข้อมูลของงานพระราชพิธี นำมาเรียบเรียงจัดทำเป็นรูปเล่ม เพื่อจำหน่ายหรือจ่ายแจกให้กับประชาชนต่อไป โดยภายหลังงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จะมีการจัดงานต่อเนื่อง ทั้งงานสโมสรสันนิบาตในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และในช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราชลมารค รวมทั้งกิจกรรมจิตอาสา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการประกาศวันสำคัญ เช่น วันฉัตรมงคล และวันแม่แห่งชาติ นายวิษณุกล่าวว่า หลังจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัฐบาลชุดใหม่จะต้องเตรียมการและประกาศให้วันที่ 4 พ.ค. เป็นวันฉัตรมงคลและเป็นวันหยุดราชการ ภายในปีนี้ เพื่อจัดทำเป็นปฏิทินวันหยุดของปี 2563 ต่อไป สำหรับวันสำคัญอื่นๆ เช่น วันแม่แห่งชาตินั้น ต้องรอการประสานงานและให้มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนประกาศให้ทราบต่อไป เช่นเดียวกับที่มีคำถามว่าวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะต้องมีการจัดกิจกรรมใดบ้าง รวมทั้งการออกพระนามอย่างย่อในภาษาพูด ยกตัวอย่าง เคยออกพระนามสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเรียกใหม่ว่าสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า หรือกรมสมเด็จ ขอให้รอฟังต่อไป เพราะกำลังประสานกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อซักซ้อมความเข้าใจอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวก่อนเป็นประธานการประชุมปิดกองอำนวยการร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า &amp;nbsp;ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี และมีความปลอดภัยทุกอย่าง โดยเฉพาะประชาชนก็มีความปลอดภัย อีกทั้งไม่มีปัญหาและอุปสรรคใดๆ เนื่องจากทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ในช่วงพระราชพิธีมีประชาชนมาเข้าร่วมกว่า 200,000 คน โดยเฉพาะช่วงกลางวัน ในวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนวันที่เสด็จออกสีหบัญชร มีประชาชนมาร่วมพิธีเกือบ 100,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการเตรียมความพร้อมในพิธีงานการจัดมหรสพสมโภชเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ในระหว่างวันที่ 22-28 พ.ค. ทางเจ้าหน้าที่จะดูแลความปลอดภัยเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35264</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชทานเงิน, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190507/image_big_5cd1a57b5b6e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
