<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2020 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2020 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธาน กมธ.งบฯ ส่งซิกเลื่อนโหวต &#039;เรือดำน้ำ&#039; จับตาท่าที ปชป.ส่อพริ้ว-วอล์คเอ้าท์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.63 - ที่ห้องประชุมกรรมาธิการงบประมาณ รัฐสภา มีวาระประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2564 หนึ่งในวาระที่จับตามองคือ ที่ประชุมจะมีท่าทีต่อการจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ มูลค่า 2.25 หมื่นล้านบาท ตามที่กองทัพเรือได้นำเสนอมาอย่างไร โดยจะโหวตเห็นชอบ ตามความเห็น คณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ฯ หรือ จะโหวตในทิศทางตรงกันข้าม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปรากฎว่าก่อนการประชุม นายสันติ พร้อมพัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า&amp;nbsp;วันนี้อนุกรรมาธิการทั้ง 8 คณะ ได้ทยอยมาขี้แจงรายงานสรุปของแต่ละคณะ ดังนั้นจึงคิดว่าคงไม่สามารถชี้แจงได้ครบทุกคณะ โดยเฉพาะเรื่องเรือดำน้ำ ต้องให้กรรมาธิการพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้านไปหารือว่า จะดำเนินการต่อไปอย่างไร รวมถึงสอบถามกองทัพเรือด้วยว่า หลังจากงบประมาณปี 2563 ได้อนุมัติการจัดซื้อ ขณะนี้ขั้นตอนการจัดซื้อดำเนินการไปถึงขั้นไหนแล้ว จึงคาดว่าจะใช้เวลา 2-3 วัน น่าจะสามารถนำกลับมาหารือในกรรมาธิการชุดใหญ่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดซื้อเรือดำน้ำ กรรมาธิการทั้งพรรคร่วมรัฐบาล และฝ่ายค้านเห็นตรงกันว่า มีความจำเป็น แต่เมื่อมีหลายคนมองว่า ขณะนี้ประเทศยังประสบปัญหาโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว ประชาชนตกงานจำนวนหนึ่ง รัฐบาลจึงต้องคุยกับกองทัพเรือว่า จะสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง อีกทั้ง คณะรัฐมนตรี และสภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านงบประมาณการจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำในปี 2563 ไปแล้ว แต่ในขณะนั้น กองทัพเรือได้คืนงบประมาณมาให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ แล้วค่อยตั้งงบประมาณใหม่ให้กองทัพเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การยกเลิกการจัดซื้อคงไม่สามารถทำได้ เพราะได้มีการอนุมัติงบประมาณไปแล้ว แต่ถ้าจะมีการเลื่อนการจัดซื้อ ต้องดูข้อกฎหมายก่อน ซึ่งภายในเดือนกันยายนนี้ กองทัพเรือต้องลงนามในสัญญาการจัดซื้อ ดังนั้นจะเลื่อนการเซ็นสัญญาได้หรือไม่ต้องไปศึกษาข้อกฎหมายอีกครั้ง&amp;nbsp;เรือดำน้ำนอกจากจะเป็นเขี้ยวเล็บให้กับกองทัพเรือแล้ว ยังใช้เฝ้าระวังทั้งผิวน้ำ ใต้น้ำ และอากาศได้ด้วย เพราะเรือถูกออกแบบพิเศษให้อยู่ในน้ำตื้น 60-80 เมตรของอ่าวไทยได้ และยังมีเครื่องป้องกันการจับสัญญาณได้ อีกทั้งขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซียก็มี 6 ลำ มาเลเซีย 2 ลำ สิงคโปร์ 4 เมียนมา 1 ลำ จึงจำเป็นที่ไทยต้องมีเรือดำน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าจะโหวตคว่ำนั้น นายสันติกล่าวว่า ไม่คว่ำ จะต้องมีเหตุผลเรื่องของบ้านเมือง จะมาหักแบบไม่มีเหตุผลคงไม่ได้ ทุกอย่างต้องอยู่บนหลักของเหตุผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา&amp;nbsp;นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสาร พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานอนุกรรมาธิการ(กมธ.)ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ได้ออกมาบอกกับสื่อมวลชนว่า จะเข้าที่ประชุมงบกมธ.ชุดใหญ่ในเวลา 15.30น. แต่หากจะมีการขอเลื่อนการพิจารณาขอเลื่อนออกไปก็สามารถขอมติในที่ประชุมได้ ส่วนที่นายสันติ พร้อมพันธ์ ประธานกมธ.งบฯ จะเลื่อนงบฯเรือดำน้ำออกไปไม่ใช่เรื่องที่ประธานจะเป็นผู้กำหนด&amp;nbsp;ความจริงวันนี้นัดมาลงมติแล้ว ที่จริงต้องจบตั้งแต่เที่ยงแล้วแต่มันมีความผิดปกติ ซึ่งไม่ใช่ฝ่ายค้าน เพราะฝ่ายค้านพร้อมลงมติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่พล.อ.ประยุทธ์ ส่งสัญญาณเห็นด้วยนั้น ก็เป็นเรื่องของนายกฯ ตนไม่ได้เป็นลูกพรรคท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ และโฆษกกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาพรบ.งบประมาณ2564&amp;nbsp; ออกมาเปิดเผยว่า หากพรรคแกนนำรัฐบาลจะยังให้เดินหน้า ทางกมธ.ของพรรคประชาธิปัตย์ 7 คน จะแสดงจุดยืนของพรรคที่ไม่เห็นด้วย แต่อาจเป็นงดออกเสียงหรือ วอล์คเอาท์ไม่เข้าร่วมประชุมก็ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะโหวตสวน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75615</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.งบประมาณ 64, ค้านซื้อเรือดำน้ำ, จัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ, ซื้อเรือดำน้ำ, สันติ พร้อมพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200826/image_big_5f462b169ed75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2020 12:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2020 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039;จมเรือดำน้ำแฉเอกสารลับจีทูจีซื้อเรือดำน้ำส่อเป็นโมฆะ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค.2563 นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และรองประธานคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 64 เปิดเผยถึงกรณีที่ประชุมอนุกรรมาธิการมีมติเห็นชอบงบจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีนของกองทัพเรือ จำนวน 2 ลำ วงเงิน 22,500 ล้านบาทว่า ที่ประชุมอนุกรรมาธิการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ในตอนแรกมีมติเสมอกัน 4 ต่อ 4 แต่สุดท้าย นายสุพล ฟองงาม ประธานอนุกรรมาธิการฯก็ลงมติเห็นชอบ ทั้งที่ตำแหน่งประธานไม่ควรลงมติ เนื่องจากต้องวางตัวเป็นกลาง แต่นายสุพล กลับมาลงอีกเสียงหนึ่งเสียง ทำให้มติเป็น 5 ต่อ 4 ที่เห็นชอบการจัดซื้อเรือดำน้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาก็มีการตั้งคำถามว่า มีการล๊อบบี้ในคณะอนุกรรมาธิการฯหรือไม่ ซึ่งครั้งแรก กองทัพเรือเข้ามาเสนองบประมาณ แต่อนุกรรมาธิการฯเห็นว่า หากการจัดซื้อเรือดำน้ำลำแรกไปแล้ว และไม่ได้ผูกพันลำที่สองและสาม ก็ขอให้ชะลอไว้ก่อน อย่าเพิ่งซื้อ แต่กองทัพเรือไม่ยอม ดึงดันให้ซื้อให้ได้ &amp;nbsp;สุดท้ายงบประมาณก็ถูกแขวนไว้ ไม่ให้ผ่าน เพราะอนุกรรมาธิการ มีเสียงเป็นเอกฉันท์ว่าการจัดซื้อเรือดำน้ำไม่จำเป็นในขณะนี้ มีกรรมาธิการคนหนึ่งที่ออกเสียงไม่ซื้อเรือดำน้ำ ถึงกับบอกในห้องประชุมว่า ลองให้ทหารถอดเครื่องแบบแล้วถามชาวบ้านในต่างจังหวัด ก็จะพบว่า ชาวบ้านไม่ยอมให้ซื้อเรือดำน้ำแน่นอน แต่สุดท้าย การลงมติอีกครั้งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กรรมาธิการคนดังกล่าวนี้ก็โหวตให้ซื้อเรือดำน้ำ ดังนั้น จึงเชื่อว่ามีการล๊อบบี้จากผู้ใหญ่ในรัฐบาลอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ ยังได้แสดงเอกสารบันทึกข้อตกลงการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือต่อสื่อมวลชนที่มีการระบุว่า เป็นสัญญาจีทูจีพร้อมกล่าวว่า เมื่อมาตรวจสอบ กลับพบว่า ไม่ใช่สัญญาจีทูจี แต่เอกสารดังกล่าวเป็นเพียงข้อตกลง และสัญญาที่เซ็นไป ก็เป็นเพียงแค่การจัดซื้อเรือดำน้ำ 1 ลำเท่านั้น ไม่มีลำที่ 2 หรือ 3 ไม่มีข้อผูกพันอะไร เอกสารที่ลงนามสัญญา ฝั่งไทยคือ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ที่ดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือ ในปี 2560 และฝั่งจีนที่ลงนามด้วยคือ บริษัทเอกชน ไม่ใช่รัฐบาลจีน ซึ่งจุดนี้ จะนำไปสู่หนังม้วนยาว ขอตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมปกปิดเอกสารมาโดยตลอด หากเป็นสัญญาแบบจีทูจีจริง ผู้ลงนามฝั่งไทย ก็ไม่มีอำนาจลงนามแทนรัฐบาลไทย เพราะผู้มีอำนาจ คือ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อีกทั้งยังไม่มีหนังสือมอบอำนาจจากรัฐบาลไทยด้วย และตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือก็ไม่สามารถรับมอบอำนาจได้ คนที่รับมอบอำนาจได้ คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเท่านั้น ดังนั้น สัญญาดังกล่าวจึงต้องเป็นโมฆะ แต่เรื่องนี้ ในคณะอนุกรรมาธิการฯ กองทัพเรือไม่สามารถชี้แจงได้เลย อ้างแต่เรื่องความมั่นคงทางทะเล ทั้งที่ความอดอยากของประชาชนทั้งภัยพิบัติน้ำท่วมในขณะนี้ สำคัญกว่าเรือดำน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวอีกว่า แนวทางต่อไปที่จะต่อสู้ คือ ในวันพุธที่ 26 สิงหาคม เวลา 13.00 น.คณะกรรมาธิการงบประมาณชุดใหญ่ จะให้อนุกรรมาธิการฯชี้แจงเรื่องเรือดำน้ำ ตนจะเสนอให้กรรมาธิการชุดใหญ่ทบทวนเรื่องนี้ ขอให้กองทัพเรือนำหนังสือสัญญามาแสดง หากแสดงไม่ได้ สัญญาจะต้องเป็นโมฆะ เนื่องจากไม่มีความโปร่งใส มีความไม่ชอบมาพากลทั้งนี้ หากคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ดึงดันให้ผ่าน จะเสนอให้มีมติในคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ โดยให้กรรมาธิการลงชื่อเป็นรายบุคคลแบบเปิดเผยชื่อ เพื่อดูว่า ใครเห็นความสำคัญของเรือดำน้ำ มากกว่าความอดอยากของประชาชน แต่หากโหวตแล้วยังแพ้เสียงส่วนใหญ่ในซีกรัฐบาล ก็จะเดินหน้าต่อไปเพื่อฟ้องกับประชาชน เพราะเรื่องนี้มีความไม่ชอบมาพากลอย่างมาก
ส่วนที่พลเอกประยุทธ์ เคยประกาศว่า เลือกเรือดำน้ำจีน เพราะได้คุณภาพดีในราคาประหยัด อีกทั้งยังซื้อ 2 แถม 1ใจนั้น แล้วทำไมวันนี้ กลายเป็นว่าซื้อเรือดำน้ำทั้งหมด 3 ลำ แปลว่าอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะอนุกรรมาธิการฯ กล่าวว่า หลังจากที่พวกตนโหวตแพ้ ก็ได้ตั้งข้อสังเกตไว้และบันทึกไว้ว่า จะนำไปต่อสู้ในที่ประชุมสภาฯขณะลงมติวาระที่ 2-3 และจะเดินหน้าเรื่องนี้ต่อไป เพราะเรื่องนี้เหมือนเป็นใบสั่ง ตอนแรกทุกคนอภิปรายไม่เห็นด้วย แต่สุดท้ายก็โหวตเห็นด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไปนอนคิด2วัน ผมว่า รัฐบาลป่วยแล้ว ลืมประชาชน ลืมสิ่งที่พูดไว้ว่า พี่น้องประชาชนต้องรัดเข็มขัด ต้องประหยัด แต่ก็มาดันเรื่องนี้ รัฐบาลไม่ได้เป็นง่อย แต่ป่วย เรื่องนี้ ยืนยันว่า วาระ 2 เชื่อว่า เพื่อนร่วมฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่ไม่ได้เป็นกรรมาธิการจะมาร่วมแจมด้วย เพียงแต่วันนั้น 4 ท่านในอนุกรรมาธิการคือโทรมาประสานได้ง่าย เดี๋ยวได้พิสูจน์กันว่าคนเป็นผู้แทนในภาวะวิกฤติ หากยังแบกหามรัฐบาลอยู่ ก็เชิญตามสบาย หากเห็นว่าพร้อมยุบสภาไหม ผมพร้อม วันนี้คนไทยกำลังโดนต้ม 2 แถม 1 บ้าง ทำเอ็มโอยูบ้าง ทั้งที่จริงๆไม่มีอะไรเลย เรื่องนี้ไม่จบแน่ ผมเดินหน้าเตรียมฟ้องประชาชน&amp;rdquo; นายครูมานิตย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวเสริมอีกว่า หากนายกรัฐมนตรียังดึงดันที่จะซื้อเรือดำน้ำ เชื่อว่า จะเป็นจุดจบของรัฐบาล และหากรัฐบาลเดินหน้าต่อ จะขอเชิญชวนประชาชนให้ออกไปร่วมการชุมนุมกับนิสิตนักศึกษาเพื่อขับไล่รัฐบาล ตนขอถามนายกรัฐมนตรีว่าหัวใจทำด้วยอะไร นายกไทยหัวใจเรือดำน้ำจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มีบุคคลใกล้ชิดรัฐบาลเป็นนายหน้าใช่หรือไม่ นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า จะต้องเจาะลึกในรายละเอียดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75291</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้านการจัดซื้อ, จัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ, สัญญาโมฆะ, เพื่อไทย, เอกสารจีทูจีไม่มีจริง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e5393947f92a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> มติ5:4ซื้อ‘เรือดำน้ำ’จีน 2ลำมูลค่า2.2หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทัพเรือเฮ ซื้อเรือดำน้ำจากจีนอีก 2 ลำ 22,500 ล้านบาทฉลุย แต่เกือบไปไม่ถึงฝั่ง หวุดหวิดจมกลางสภาฯ อนุ กมธ.งบปีกรัฐบาลผนึกเสียง ลงมติ 5 ต่อ 4 ผ่านหืดขึ้นคอ หลังฝ่ายค้านขวางสุดตัวแต่ไม่สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือจากประเทศจีน ตามกรอบวงเงินงบประมาณตามร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2564 จำนวน 2 ลำ มูลค่ารวมทั้งหมด 22,500 ล้านบาท สุดท้ายก็ฝ่าด่านความเห็นชอบเบื้องต้นจากฝ่ายนิติบัญญัติมาได้ ด้วยคะแนนเสียงแบบเฉียดฉิว 5 ต่อ 4 หลังต้องมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวถึง 2 รอบกว่าจะเสร็จเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องดังกล่าวมีการแถลงข่าวไว้เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ปี 64 ที่แถลงว่า คณะอนุ กมธ.มีการพิจารณางบจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีนของกองทัพเรือ จำนวน 2 ลำ วงเงิน 22,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 2 ภายหลังจากที่ครั้งแรก ทางคณะอนุ กมธ.แขวนไว้ เพราะยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะให้ซื้อหรือไม่ โดยทางกองทัพเรือได้ให้เหตุผลต่อที่ประชุมอนุ กมธ.ว่าต้องซื้อเรือดำน้ำ เพราะไทยได้ลงนามในเอ็มโอยูกับจีนไว้แล้วว่าต้องซื้อ 3 ลำ โดยลำแรกได้จัดซื้อไปแล้วด้วยงบประมาณปี 60 ซึ่งจะได้รับเรือในปี 2567 อย่างไรก็ตาม อีก 2 ลำที่จะใช้งบปี 64 นั้น ทางอนุ กมธ.สอบถามว่ายังไม่ซื้อได้หรือไม่ จะถูกฟ้องร้องหรือไม่
นายยุทธพงศ์กล่าวอีกว่า กองทัพเรือได้นำเอ็มโอยูซื้อเรือลำน้ำลำแรกมา ปรากฏว่าในเอ็มโอยูไม่ได้เขียนว่าไทยจะต้องซื้อลำที่ 2 และลำที่ 3 ไม่ได้ผูกพันกันไว้ มีแต่เพียงระบุว่าถ้าเกิดปัญหาในข้อตกลง หรือเกิดความขัดแย้งให้เจรจากันอย่างฉันมิตร ไม่มีการขึ้นศาลหรือคดีต่อกัน นี่คือเอ็มโอยูที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้เซ็นไว้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของประเทศจีน
&amp;ldquo;ผมอยู่ในฝั่งที่ไม่ให้ซื้อ โดยบอกว่าเมื่อไม่ได้มีข้อตกลงให้ซื้อลำสองลำสาม ทางกองทัพอ้างอย่างเดียวว่าเพื่อความมั่นคงทางทะเล ทางผมสู้ว่ามีปัญหาด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลกู้จนเต็มเพดาน ประชาชนเดือดร้อน สังคมมีปัญหาอาชญากรรม เพราะคนตกงานไม่มีอันจะกิน ทาง กมธ.ในส่วนที่ไม่ให้ซื้อ บอกว่ายังไม่จำเป็นต้องซื้อในปีนี้ ให้เลื่อนออกไปก่อน&amp;rdquo; รองประธานคณะอนุ กมธ.กล่าว
นายยุทธพงศ์กล่าวว่า ที่ประชุมตกลงกันไม่ได้ ทำให้ นายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะอนุ กมธ.สั่งพักการประชุม และเริ่มอีกครั้งในเวลา 14.15 น. พร้อมสั่งให้ลงมติ โดยในฝั่งที่ลงมติไม่ให้จัดซื้อเรือดำน้ำ ประกอบด้วย ตนเอง, นายเรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย และ น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ส่วนผู้ที่โหวตให้ผ่าน ได้แก่ นายชยุต ภุมมะกาญจนะ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยาว์ พรรคพลังประชารัฐ และนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายมีเสียงเท่ากัน สุดท้ายประธานคณะอนุ กมธ. (สุพล ฟองงาม) ออกอีกเสียงหนึ่งเห็นชอบให้ซื้อเรือดำน้ำ เป็นอันว่าประเทศไทยซื้อเรือดำน้ำจีนอีก 2 ลำ ในภาวะที่คนไทยกำลังอดอยาก จึงขอคัดค้านการซื้อเรือดำน้ำดังกล่าว เพราะเห็นว่าไม่จำเป็นในการซื้อ อีกทั้งลำที่หนึ่งที่ได้ซื้อไปแล้วยังไม่ได้ของ ซึ่งกว่าจะได้ก็ปี 2567 เรื่องนี้นายกฯ ต้องเลือกระหว่างซื้อเรือดำน้ำกับความอดอยากของประชาชน ชาวบ้านบอกให้ช่วย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด รัฐบาลบอกไม่มีเงิน เห็นเรือดำน้ำสำคัญกว่าชีวิตประชาชนได้อย่างไร
ด้านนายครูมานิตย์ย้ำว่า ไม่มีความจำเป็นในการจัดซื้อเมื่อเทียบกับความอดอยากของประชาชน เราไม่ได้คัดค้านไม่ให้ซื้อ แค่อยากให้ชะลอไว้ก่อน ถ้าประชาชนไม่อดอยาก จะซื้อ 4-5 ลำก็ซื้อไป แต่ช่วง 4-5 ปีมานี้ทหารใช้งบประมาณแทบจะมากกว่าทุกกระทรวงอยู่แล้ว
ทั้งนี้ การลงมติดังกล่าวของอนุ กมธ.เป็นการประชุมครั้งที่ 2 หลังก่อนหน้านี้ คณะอนุกมธ.เคยมีการพิจารณางบจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำดังกล่าวแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่หาข้อยุติไม่ได้ จนที่ประชุมมีมติให้แขวนงบไว้ก่อน และให้กองทัพเรือไปนำเอกสารมาชี้แจงว่าในสัญญาจะสามารถเลื่อนการจัดซื้อได้หรือไม่ จนเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา อนุ กมธ.มีการนำงบดังกล่าวมาพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งในที่ประชุม ตัวแทนกองทัพเรือยืนยันต่ออนุ กมธ.ว่าไม่สามารถเลื่อนการจัดซื้อได้ เพราะเป็นการจัดซื้อแบบจีทูจี หากเลื่อนไปจะทำให้เกิดความเสียหายในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับประเทศจีน จนสุดท้ายที่ประชุมต้องมีการลงมติ หลังอนุ กมธ.มีความเห็นไม่ตรงกัน จนได้ข้อสรุปเป็นมติ 5 ต่อ 4 คือเห็นชอบโครงการดังกล่าวของกองทัพเรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า ก่อนเริ่มประชุมอนุ กมธ.ดังกล่าว นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ได้เข้ามาร่วมสังเกตการณ์และแสดงความเห็นว่า การจัดหาเรือดำน้ำตามกระบวนการได้มีการอนุมัติเรือลำแรกผ่านไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งไม่จำเป็น ไม่ควรจัดซื้อตั้งแต่แรก แต่เนื่องด้วยไม่สามารถย้อนอดีตได้ จึงขอว่า ในปี 2564 นี้ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ จนต้องมีการกู้เงินทั้งสองปีงบประมาณ เป็นเงินสูงถึง 2 ล้านล้านบาท ประชาชนกำลังลำบาก จึงขอว่าให้เลื่อนการจัดซื้อเรือดำน้ำดังกล่าวไปก่อน เพื่อนำงบประมาณที่จะจ่ายค่างวดไปใช้จ่ายในส่วนที่จำเป็น แต่ทางตัวแทนกองทัพเรือได้ยืนยันว่าไม่สามารถเลื่อนการจัดซื้อได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ได้ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เพื่อให้พิจารณาทบทวนงบประมาณในส่วนของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในกลุ่มกิจกรรมมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทยระหว่างประเทศ วงเงินเกือบ 30 ล้านบาท หลังได้ใช้สิทธิ์การเป็น กมธ. ขอให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรปรับลดงบประมาณดังกล่าวทั้งหมด เนื่องจากไม่เกิดประโยชน์กับประชาชนในภาวะของสถานการณ์โควิด-19 เพราะการให้งบประมาณสมาชิกรัฐสภาเดินทางไปต่างประเทศของกลุ่มมิตรภาพรัฐสภาไทยเป็นการขัดต่อนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งขัดต่อนโยบายของประธานรัฐสภา ควรนำงบประมาณดังกล่าวไปกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศหรือช่วยเหลือประชาชน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75180</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, จัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ, มธ.กงบประมาณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรือดำน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200821/image_big_5f3fd464368f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
