<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2020 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2020 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมรางฯเพิ่ม 4 มาตรการเข้มผู้โดยสารใช้รถไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.63-นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ประกาศผ่อนปรนล็อกดาวน์ในกิจการบางประเภท ทำให้มีประชาชนเดินทางโดยระบบรถไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น จนมีภาพความหนาแน่นในการเดินทางทั้งบริเวณชานชาลาและภายในตัวรถไฟฟ้า ทำให้ไม่สามารถดำเนินการมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ได้นั้น เมื่อช่วงเช้าเวลา 06.00 น. วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นไปตามข้อห่วงใยของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เนื่องจากอาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างรุนแรงขึ้นมาอีกครั้ง

ทั้งนี้ รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมจึงมอบหมายให้กรมรางฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกันเพื่อวางมาตรการแนวทางให้ประชาชนมีความสะดวก ปลอดภัยในการเดินทาง โดยกรมรางฯ จึงได้ส่งหนังสือถึงหน่วยงานผู้ให้บริการระบบรถไฟฟ้า ประกอบด้วย บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้า BTS, การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.), บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM และบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เพื่อขอความร่วมมือเข้มงวดการดำเนินงานตามนโยบายมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม กรณีมีจำนวนผู้โดยสารเกินขีดความสามารถในชั่วโมงเร่งด่วนเช้าและเย็น

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเพิ่มเติมจากการดำเนินการเดิม 4 เรื่อง ได้แก่ 1.เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลรักษาสภาพรถ สภาพทาง อุปกรณ์ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดข้องในการให้บริการ 2.หากมีความหนาแน่นของผู้ใช้บริการที่เข้ามาในระบบเกินขีดความสามารถในการรองรับจนกระทบต่อการดำเนินมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ให้บริหารจัดการมาตรการจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการเข้าระบบในแต่ละคราว (Group Release) แบ่งเป็น 3 ตอน คือ ก่อนการขึ้น-ลง เข้าสู่ชั้นจำหน่ายบัตรโดยสาร, ก่อนการผ่านหน้าประตูกั้นจัดเก็บค่าโดยสาร และก่อนเข้าสู่ขบวนรถ

3.เพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ เกี่ยวกับแนวทางการใช้บริการตามข้อ 2. พร้อมทั้งขอความร่วมมือในการปฏิบัติ วางแผนการเดินทาง และเผื่อเวลาในการเดินทางเพื่อให้สามารถลดความหนาแน่นและคงการปฏิบัติมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมได้อย่างมีประสิทธิผล 4.เพิ่มเจ้าหน้าที่หรือสนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาหรือในสถานการณ์ฉุกเฉินเร่งด่วน โดยหากมีอุปสรรคขัดข้องในการดำเนินการ ให้แจ้งอธิบดีกรมการขนส่งทางรางทันที

นายสรพงศ์ กล่าวต่ออีกว่า จากการลงพื้นที่ในวันนี้พบว่าหน่วยงานผู้ให้บริการระบบรถไฟฟ้า ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นอย่างดี ทั้งการตรวจวัดอุณภูมิ, การให้ผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัยทุกคนก่อนเข้าใช้บริการ และการเพิ่มเจ้าหน้าที่เพื่อการจัดแบ่งเป็นกลุ่ม (Group Release) ให้กับผู้โดยสาร พร้อมทั้งมีการเว้นระยะห่างจากบุคคลอื่น 1-2 เมตร เพื่อไม่ให้เกิดความหนาแน่นของผู้โดยสาร

สำหรับรายละเอียดจากการลงพื้นที่นั้น ในส่วนของ BTS พบว่า บริเวณสถานีรถไฟฟ้าสยาม และสถานีสุขุมวิท มีการบริหารจัดการที่ดี โดยมีเจ้าหน้าที่เทศกิจมาช่วยให้บริการประชาชน ขณะที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) ได้รับแจ้งว่ามีความหนาแน่นที่บริเวณสถานีห้วยขวาง ด้านรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มีความหนาแน่นที่สถานีหัวหมากและลาดกระบัง แต่ผู้ให้บริการทุกรายได้จัดการระบบ Group release

อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือประชาชน ให้วางแผนในการเดินทาง พร้อมทั้งพิจารณาหากสามารถดำเนินการการสลับหรือเหลื่อมเวลาในการทำงาน และเผื่อเวลาการเดินทาง นอกจากนี้ ให้ประชาชนป้องกันรักษาสุขอนามัย สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา และเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อป้องกันการกลับมาระบาดของเชื้อโควิด-19

&amp;ldquo;กรมการขนส่งทางราง ขอขอบพระคุณประชาชนผู้ใช้บริการที่ให้ความร่วมมือ และกรุณาเข้าใจในมาตรการที่ดำเนินการ และขออภัยหากการเดินทางอาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นบ้างในชั่วโมงเร่งด่วน และขอขอบคุณหน่วยงานผู้ให้บริการระบบรถไฟฟ้าทั้งหมดที่ได้ดำเนินตามมาตรอย่างเข้มงวด ในการปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ของทางรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมเป็นอย่างดียิ่ง&amp;rdquo; นายสรพงศ์ กล่าว

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65290</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดตั้งกรมราง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200507/image_big_5eb3ab0ddc2f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60756</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2020 15:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมรางฯออกประกาศ 24 มี.ค.นี้ ผู้โดยสารต้องใส่หน้ากากขณะเดินทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.63-นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง(ขร.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 มี.ค. 2563 ได้ลงนามในคำสั่งประกาศกรมการขนส่งทางราง เรื่อง ข้อแนะนำในการปฏิบัติเพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) สำหรับผู้โดยสารและหน่วยงานที่ให้บริการระบบขนส่งทางราง ฉบับที่ 2 โดยประกาศดังกล่าว มีใจความว่าตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติได้ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558

ทั้งนี้ เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ยังไม่คลี่คลายและมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น กรมการขนส่งทางรางจึงออกประกาศฯ ฉบับที่ 2 เพื่อให้หน่วยงานที่ให้บริการระบบขนส่งทางรางทุกระบบทั้งรถไฟฟ้าและรถไฟ ประกอบด้วย การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.), การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.), บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ให้ดำเนินการเพิ่มเติมโดยเคร่งครัด

ทั้งนี้โดยให้แจ้งให้ประชาชนผู้ใช้บริการระบบขนส่งทางราง จะต้องสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาที่ใช้บริการภายในระบบขนส่งสาธารณะทางราง ทั้งภายในสถานีและภายในขบวนรถ และกำกับการดำเนินงาน รวมทั้งชี้แจงถึงเหตุผลความจำเป็นแก่ประชาชน รวมถึงผู้ให้บริการใช้มาตรการระยะห่างทางสังคม (Social Distance) มาปรับใช้ในการบริหารจัดการภายในสถานีรถไฟและรถไฟฟ้า เช่น การเว้นระยะห่างจากบุคคลอื่นๆ ในระยะอย่างน้อย 2 เมตร เพื่อรับบริการตามความเหมาะสม

นอกจากนี้ ผู้ให้บริการเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการป้องกันสำหรับพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการภายในสถานีรถไฟและรถไฟฟ้าที่ต้องพบเจอคนจำนวนมาก ขณะเดียวกันผู้ให้บริการจัดให้มีจุดจำหน่ายหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารให้สวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่ออยู่ในระบบ รวมถึงผู้ให้บริการดำเนินการเพิ่มจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิผู้โดยสารก่อนเข้าใช้บริการทุกสถานี โดยเร่งจัดให้มีเครื่องมือสำหรับตรวจอุณหภูมิให้เพียงพอ

ทั้งนี้ ขอให้แจ้งแก่ผู้ใช้บริการระบบขนส่งทางรางเผื่อเวลาในการเดินทาง เนื่องจากการเพิ่มความเข้มงวดการคัดกรองในการเข้าใช้ระบบโดยสารหากตรวจพบผู้โดยสารที่มีอุณหภูมิสูงเกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียส หรือผู้ที่ไม่ให้ความร่วมมือในการคัดกรอง ขอให้หน่วยงานผู้ให้บริการดำเนินการสงวนสิทธิ์ในการให้บริการ พร้อมทั้งดำเนินการติดต่อหน่วยงานสาธารณสุขดำเนินการใน

นายสรพงศ์ กล่าวต่ออีกว่า กรมการขนส่งทางรางได้มีการประสานงานไปยังกรมราชทัณฑ์ และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อจัดหาหน้ากากอนามัย เพื่อมาจำหน่ายหน้าสถานีรถไฟ และรถไฟฟ้า เบื้องต้นได้นำหน้ากากอนามัยมาจำหน่ายหน้าสถานีในเขตกรุงเทพมหานครก่อน เบื้องต้นหน้ากากอนามัยผ้าป่านมัสลิน 2 ชั้น สีขาวจากกรมราชทัณฑ์ โดยในขณะนี้ ขร.รวบรวมได้จำนวน 5,000 ชิ้น พร้อมทั้งจัดสรรให้รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ นำไปแจกฟรี หรือจำหน่ายราคาถูก ในราคาชิ้นละไม่ถึง 20 บาท โดยเริ่มจำหน่ายในวันที่ 25 มี.ค.นี้ ที่สถานีพญาไท สถานีมักกะสัน และสถานีลาดกระบัง

อย่างไรก็ตามในส่วนผู้ให้บริการรถไฟฟ้า BTS นั้น ได้ยืนยันว่า พร้อมเริ่มจำหน่ายหน้ากากอนามัย และหน้ากากผ้าได้ในราคาเริ่มต้นราคา 35 บาท ในวันที่25 มี.ค. นี้เช่นกัน ใน 14 สถานี ส่วน รฟม. และ BEM ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วง และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ได้ยืนยันเช่นกันว่าจะเริ่มจำหน่ายในวันที่ 25 มี.ค.นี้ เช่นกัน ใน 5 สถานี ประกอบด้วย สถานีเพชรบุรี, สถานีพระราม 9, สถานีสีลม, สถานีสุขุมวิท และสถานีกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. ราคาเริ่มต้น 25-35 บาท ขณะที่การรถไฟฯ นั้น ได้มีการทดลองนำหน้ากากผ้ามาจำหน่ายที่สถานีรถไฟหัวลำโพงแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ (23 มี.ค. 2563) ในราคาชิ้นละ 10 บาท อย่างไรก็ตาม การจำหน่ายหน้ากากและหน้ากากผ้า จะจำหน่ายทุกวันไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะคลี่คลาย หรือมีประกาศเปลี่ยนแปลงประกาศ

รายงานข่าวจากรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ระบุว่า สำหรับสถานีพญาไท จะจัดจำหน่ายหน้ากากผ้าจากโรงงานผลิตจากผ้าฝ้ายมัสลิน ซึ่งเป็นเนื้อผ้าที่ดีที่สุดในการทำหน้ากากผ้า เกรดพรีเมี่ยม มีเนื้อผ้าใยละเอียดสูง ป้องกันได้ทั้งเชื้อไวรัสโควิด-19 และฝุ่นลอองก PM2.5 ระบายอากาศได้ดีบวกกับการออกแบบหน้ากากผ้าให้โค้งโปร่งด้านใน ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับหมวกนักบินอวกาศ ทำให้ใส่แล้วหายใจโล่งกว่า สะดวก มีน้ำหนักเบากว่า สายตัวคล้องหูยืดจากโรงงานหน้ากากผ้าที่ได้คุณภาพ รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซักได้มากกว่า 100 ครั้ง ราคาอยู่ที่ 35 บาท/ชิ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60756</URL_LINK>
                <HASHTAG>#หน้ากากอนามัย, จัดตั้งกรมราง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200324/image_big_5e79c1ad49944.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2020 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดีกรมรางลุยตรวจสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลืองเข้มมาตรการป้องกันฝุ่นPM2.5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.63-นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.)ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว - สำโรง และมาตรการป้องกันการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) และมาตรการความปลอดภัย ในพื้นก่อสร้างรถไฟฟ้า ได้เน้นย้ำผู้รับผิดชอบงานก่อสร้างให้ดูแลการปฏิบัติการในเรื่องมาตรการป้องกันการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ตามนโยบายของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และนโยบายการลดการจราจรติดขัด

ทั้งนี้ ให้มีข้อปฎิบัติ ดังนี้ 1.ขอให้พิจารณาการติดตั้งสเปย์ฉีดน้ำแรงดันสูงใต้ทางวิ่ง การทำความสะอาดล้อรถที่วิ่งออกจากพื้นที่ก่อสร้าง และติดตั้งผ้าใบคลุมบริเวณที่มีฝุ่น รวมถึงการ ใช้ละอองน้ำเพื่อลดฝุ่นในชั่วโมงเร่งด่วนใต้อาคารสถานีรถไฟฟ้าตลอดแนวถนนลาดพร้าว ศรีนครินทร์ และเทพารักษ์

2.ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุระหว่างการก่อสร้างโดยให้ระวังการก่อสร้างที่ด้านล่างคงเป็นผิวจราจรอย่างเข้มงวด 3.พิจารณาจัดทำแผนในเรื่องการคืนพื้นที่ผิวการจราจร เพื่อลดปัญหาจราจร บริเวณถนนลาดพร้าว ศรีนคริน เทพารักษ์ในช่วงที่โครงการก่อสร้างงานโยธาแล้วเสร็จ

4.การบูรณาการระหว่างหน่วยงานเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีเหลือง(สถานีสำโรง) ของ รฟม. กับ กับสายเขียว (สถานีสำโรง) ของ BTS และทางเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีพัฒนาการ) กับ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรลลิ๊งค์ (สถานีหัวหมาก) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินให้เป็นสถานีร่วม

ทั้งนี้ ผลการคืบหน้าในการก่อสร้างเป็นที่น่าพอใจ ภายใต้การดูแลของ รฟม. อย่างใกล้ชิด ผลงานการก่อสร้างมีความคืบหน้าถึง51% โดย รฟม. คาดหมายว่า จะเปิดให้บริการทันกำหนดในเดือนตุลาคมปี 2564 รวมระยะเวลา 39 เดือน กรมการขนส่งทางรางขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้ดูแลเอาใจใส่การก่อสร้างโดยมีผลงานความก้าวหน้าเป็นไปตามแผนและไม่ได้รับการร้องเรียนใดๆจากประชาชนในปัญหาความเดือดร้อนผลกระทบจึงแสดงถึงความใส่ใจอันดีของผู้รับผิดขอบโครงการทุกฝ่ายตั้งแต่ผู้รับเหมา เจ้าของโครงการ วิศวกรควบคุมบริหารงาน และ รฟม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56979</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดตั้งกรมราง, สรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e4392700ae9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2020 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2020 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมรางลุยพ่นยาหัวลำโพงสกัดไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.63-นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.)ติดตามการดำเนินงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ตามแผนปฏิบัติการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคในระบบขนส่งทางราง ที่สถานีกรุงเทพ(หัวลำโพง) โดย รฟท. ได้ดำเนินการ ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสที่ห้องโถงสถานีกรุงเทพ และบนขบวนรถไฟ

นอกจากนี้ตั้งเจลล้างมือแอลกอฮอล์ที่หน้าเคาเตอร์จำหน่ายบัตรโดยสาร ด้านโรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากรตั้งโต๊ะบริการตรวจสุขภาพและวัดไข้แก่ผู้โดยสารที่มาใช้บริการที่สถานีกรุงเทพพร้อมทั้งทำความสะอาดและฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณเบาะที่นั่ง ราวจับจุดสัมผัสร่วม อ่างล้างหน้า ห้องสุขา

ทั้งนี้ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ขอให้ รฟท. ดำเนินมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้ความสำคัญในการประสานเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค ในการตรวจคัดกรองผู้โดยสารระหว่างประเทศที่สถานีปาดังเบซาร์และสถานีหนองคายด้วย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสและสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนที่มาใช้บริการรถไฟ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56256</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดตั้งกรมราง, สถานีรถไฟหัวลำโพง, สรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2e515cc394c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33652</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2019 09:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2019 09:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าตั้ง “กรมขนส่งทางราง” มีผล 15 เม.ย.เป็นต้นไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 14 เม.ย.62 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาประกาศ พระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2562 มีผลให้มีการจัดตั้งกรมการขนส่งทางราง นับตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2562 เป็นต้นไป ความว่า
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า &amp;ldquo;พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2562 &amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

มาตรา 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (4/1) ของมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 &amp;ldquo;(4/1) กรมการขนส่งทางราง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
มาตรา 4 ให้โอนบรรดาหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง และมติคณะรัฐมนตรีของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หนา 9 เล่ม 136 ตอนที่ 49 ก ราชกิจจานุเบกษา 14 เมษายน 2562 กระทรวงคมนาคม เฉพาะสำนักงานโครงการพัฒนาระบบราง และของข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม เฉพาะสำนักงาน โครงการพัฒนาระบบราง ไปเป็นหน้าที่และอำนาจของกรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม หรือ ของข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของกรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม แล้วแต่กรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
มาตรา 5 ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและ จราจร กระทรวงคมนาคม เฉพาะสำนักงานโครงการพัฒนาระบบราง ไปเป็นของกรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
มาตรา 6 บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีใดที่อ้างถึงสำนักงานโครงการพัฒนาระบบราง สำนักงานนโยบายและแผน การขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม และข้าราชการ พนักงานราชการ หรือลูกจ้างของสำนักงาน โครงการพัฒนาระบบราง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม ให้ถือว่าอ้างถึงกรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม และข้าราชการ พนักงานราชการ หรือ ลูกจ้างของกรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม แล้วแต่กรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
มาตรา 7 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33652</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดตั้งกรมราง, ประกาศราชกิจจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b56fb8616ee0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27954</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2019 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2019 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนข.จ่อคลอดกรมรางคุมค่ารถไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค. 2562 นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.)เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการจัดตั้งกรมรางนั้นขณะนี้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ได้เห็นชอบร่างพรบ.การจัดตั้งกรมรางเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมาขณะกำลังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาตัวบทกฎหมาย อาทิ พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. &amp;hellip;. และการออกประกาศกฎกระทรวง ซึ่งต้องรอ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขอบเขตอำนาจของกรมรางนั้นจะเป็นหน่วยงานกำกับดูแล(Regulator) คล้ายกับกรมการขนส่งทางบก ส่งผลให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) รวมถึงบริษัทเอกชนเป็นเพียงผู้ประกอบการ(Operator) ภายใต้กำกับดูแลภายใต้รัฐบาลและกฎหมายที่กำหนด ดังนั้นจึงมีอำนาจควบคุมรถไฟทั่วไป รถไฟฟ้าและรถไฟความเร็วสูง อาทิ ด้านการวางแผนพัฒนาระบบราง การควบคุมมาตรฐานงานเดินรถและบริการ การพัฒนาที่ดินและพื้นที่เชิงพาณิชย์ตามแนวเส้นทาง การลงโทษผู้ให้บริการ และการกำหนดราคาค่าโดยสารเป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อขั้นตอนทุกอย่างครบหมดแล้วจะเสนอครม.เพื่อขอความเห็นชอบ คาดว่าจะสามารถจัดตั้งได้ภายในเดือนเม.ย.นี้ เพื่อจัดหาบุคลากรราว 203 คน แบ่งเป็นข้าราชการ 176 คน และพนักงานราชการ 27 คน ควบคู่ไปกับการออกกฎหมายลูกภายใต้พรบ.การขนส่งทางราง จากนั้นจะเข้าควบคุมบริหารงานได้เต็มที่ภายในก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธกล่าวต่อว่าสำหรับการควบคุมค่าโดยสารรถไฟฟ้าในอนาคตนั้นกรมรางจะเข้ามาดูเรื่องการเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้า การกำหนดค่าโดยสารที่เป็นทำโดยจัดทำมาตรฐานราคาในแต่ละสายให้มีความสอดคล้องกัน แต่ทั้งนี้ไม่มีอำนาจไปกำกับดูแลและเปลี่ยนแปลงสัญญารถไฟฟ้าที่อยู่ในสัมปทานปัจจุบันซึ่งได้ลงนามไปแล้ว อาทิ รถไฟฟ้าสายสีชมพู รถไฟฟ้าสายสีเหลือง รถไฟฟ้าสายสีเขียวเขียวอ่อน-เขียวเข้ม รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เป็นต้น ดังนั้นจึงมีผลการกำกับดูแลเฉพาะรถไฟฟ้าสายใหม่ที่จะเกิดและรถไฟฟ้าสายเดิมที่กำลังจะหมดอายุสัมปทานอย่างสายสีเขียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ กล่าวว่า ในช่วงแรกจะมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) ไปพลางก่อนระหว่างการรอออกกฎหมายลูกเพื่อบังคับใช้ต่อไป สำหรับการสรรหาตำแหน่งผู้บริหารรวม 8 ตำแหน่งนั้นประกอบด้วย อธิบดี 1 ตำแหน่ง รองอธิบดี 1 ตำแหน่ง วิศวะกรใหญ่ 1 ตำแหน่ง และผู้อำนวยการฝ่ายอีก 5 ตำแหน่ง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27954</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ารถไฟ, จัดตั้งกรมราง, ดูแลค่ารถไฟฟ้า, สนข., สราวุธ ทรงศิวิไล, สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181108/image_big_5be3a9e13fde8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
