<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกชนผนึกตั้งรพ.สนาม รับผู้ป่วยโควิดต้นส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเอกชนจับมือกันร่วมจัดตั้งโรงพยาบาลสนามที่บางนาตราด กม.5 รับผู้ป่วยได้ 450 เตียง เปิดรับผู้ป่วยต้นสิงหาคม เพื่อสอดรับนโยบายภาครัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบที่ 3 ที่ประสบปัญหาผู้ป่วยล้น จนเตียงในโรงพยาบาลทั้งภาคเอกชนและภาครัฐรับผู้ป่วยเต็มหมด ซึ่งภาครัฐก็ได้เร่งจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม และได้พยายามขยายงานให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงการดูแลรักษาได้เร็วขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอกาสนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาปัญหาที่เกิดจากการระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย โรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จึงได้จับมือกับภาคเอกชนและมูลนิธิก่อตั้งโครงการโรงพยาบาลสนาม ที่ได้มาตรฐานตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐอีกหลายหน่วยงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ร่วมก่อตั้งโรงพยาบาลสนาม ได้แก่ โรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์, MQDC, อีอีซี เอ็นจิเนียริ่ง เน็ทเวิร์ค, ทีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล และมูลนิธิธนินท์ เทวี เจียรวนนท์, มูลนิธิอริยวรารมย์, &amp;nbsp;มูลนิธิพุทธรักษา &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยแต่ละภาคีเครือข่ายได้ร่วมมือกันด้านการก่อสร้าง ด้านระบบปรับอากาศ การบำบัดน้ำเสีย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยขั้นสูงสุดของผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงผู้ปฏิบัติงานทั้งหมดในศูนย์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และสภาพแวดล้อมโดยรวม และด้านการจัดส่งทีมแพทย์และพยาบาล เพื่อการดูแลรักษาและสาธารณสุขให้แก่ผู้ป่วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านมูลนิธิที่เข้ามาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ได้แก่ มูลนิธิธนินท์ เทวี เจียรวนนท์, มูลนิธิอริยวรารมย์ และมูลนิธิพุทธรักษา จะให้ความร่วมมือและสนับสนุนต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โรงพยาบาลสนามดังกล่าวตั้งอยู่ที่ซอยวัดปลัดเปรียง ถนนบางนาตราด กม.5 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยตัวโรงพยาบาลจะเป็นเต็นท์ขนาดใหญ่ ติดระบบปรับอากาศ และระบบระบายอากาศที่ปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาล จำนวน 6 เต็นท์ผู้ป่วย รวม 450 เตียง โดยจะรับผู้ป่วยสีเขียวและสีเหลืองอ่อน และมีโรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ รองรับผู้ป่วยที่อาการเปลี่ยนเป็นหนักขึ้น โดยโรงพยาบาลได้ขยายห้องผู้ป่วย ICU เพิ่มเติม สำหรับผู้ป่วยทั่วไปและผู้ป่วยจากโรงพยาบาลสนาม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.อธิวัฒน์ น้อยประสิทธิ์ Chief Performance &amp;nbsp;Coach, Risk and Quality Officer บริษัท พริ้นซิเพิล &amp;nbsp;เฮลท์แคร์ จำกัด และผู้อำนวยการโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ &amp;nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามว่า &amp;ldquo;ถือเป็นครั้งแรกที่ภาคเอกชนโดยโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล &amp;nbsp;เฮลท์แคร์ ได้ร่วมมือกับ MQDC, อีอีซี เอ็นจิเนียริ่ง เน็ทเวิร์ค, ทีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล &amp;nbsp;และมูลนิธิธนินท์ เทวี เจียรวนนท์, มูลนิธิอริยวรารมย์, มูลนิธิพุทธรักษา โดยมีเทศบาลตำบลบางแก้ว และจังหวัดสมุทรปราการให้การสนับสนุน ตามข้อกำหนดของภาครัฐในการจัดตั้ง โรงพยาบาลสนามแห่งนี้ขึ้นในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดอีกพื้นที่หนึ่ง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ ตั้งอยู่ห่างจากโรงพยาบาลสนามเพียง 5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 10 &amp;nbsp;นาที และมีการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ อีก 11 สาขาเพื่อร่วมมือด้วย ทั้งด้านเครื่องมือและบุคลากรทางการแพทย์ รับมือสถานการณ์การระบาด โดยเราติดตามอาการของคนไข้ผ่านระบบ TeleHealth อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลในปัจจุบันใกล้เต็มศักยภาพการรองรับ เช่นเดียวกับฮอสพิเทล (Hospitel) 3 แห่ง อีกรวม 400 เตียงที่มีอัตราครองเตียงเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ตลอดเวลา &amp;nbsp;และยังมีการพักรักษาตัวโดยแยกกักตัวที่บ้าน (Home &amp;nbsp;Isolation) ตามเกณฑ์ผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง (สีเขียว) อีกหลายร้อยคน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม โดยความร่วมมือจากภาคเอกชนเป็นแห่งแรก และได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการช่วยชุมชนสังคมในและนอกพื้นที่แล้ว ยังเป็นการแบ่งเบาภาระของบุคลากรทางการแพทย์ และทำให้การตรวจค้นหาเชิงรุกของโรงพยาบาลเดินหน้าได้อย่างเต็มที่ ในการแยกผู้ป่วยไม่มีอาการหรืออาการน้อยออกมารักษาที่โรงพยาบาลสนาม หากมีอาการเปลี่ยนแปลงหรือทรุดลงจะดำเนินการรับตัวเข้ามารักษาในโรงพยาบาลทันที ซึ่งโรงพยาบาลได้มีการลงทุนขยายห้องผู้ป่วย ICU เพิ่มขึ้นอีก 60 ห้อง รวมเป็น 85 &amp;nbsp;ห้อง ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการรองรับการขยายโรงพยาบาลสนาม ในกรณีที่ผู้ป่วยอาการทรุดลงและต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล จะสามารถดูแลรักษาและรองรับผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) กล่าวว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ในด้านการก่อสร้างลักษณะของอาคารเป็นโครงสร้างประกอบ เพื่อทำให้สามารถก่อสร้างได้รวดเร็ว ภายในจะมีการเพิ่มความปลอดภัยด้านสุขภาพ ทั้งของผู้ป่วยและบุคลากรสนับสนุนในโรงพยาบาลสนาม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อาทิ ใช้สีแบ่งโซนการใช้งานอย่างชัดเจน เช่น โซนแดงคือโซนผู้ป่วย &amp;nbsp;โซนเขียวคือโซนปลอดภัย สำหรับกลุ่มบุคลากรในช่วงพักผ่อน พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนการก่อสร้างจากบริษัทก่อสร้างชั้นนำที่ได้มาตรฐาน จำนวน 8 บริษัทที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับเรา อาทิ สี่พระยาก่อสร้าง, &amp;nbsp;วิศวภัทร์ เป็นต้น การแบ่งพื้นที่ใช้สอยหลักเพื่อรองรับผู้ป่วยจำนวน &amp;nbsp; 450 เตียง แบ่งเป็นผู้ป่วยชาย 225 ผู้ป่วยหญิง 225 เน้นรับผู้ป่วยสีเขียวเป็นหลัก และได้แบ่งพื้นที่ไว้รองรับผู้ป่วยระดับสีเหลืองอ่อน &amp;nbsp;จำนวน &amp;nbsp;20 เตียง พร้อมทั้งอุปกรณ์จำเป็นสำหรับผู้ป่วยที่ต้องใช้ระบบ &amp;nbsp;oxygen ได้จัดเครื่องช่วยหายใจ &amp;nbsp;(Highflow) ไว้สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหนักและมีอาการเชื้อลงปอด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท โอโบดรอยด์ คอร์ปอเรชั่น จัดให้มีหุ่นยนต์ส่งของ &amp;ldquo;ปิ่นโต&amp;rdquo; ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในโรงพยาบาลต่างๆ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาดนี้ จำนวน 12 &amp;nbsp;ตัว ทำหน้าที่รับส่งยา อาหาร เครื่องดื่ม และพัสดุจำเป็นใดๆ แก่ผู้ป่วย &amp;nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้นำระบบการสื่อสารทางไกลระหว่างบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย &amp;ldquo;ไข่ต้ม Hospital&amp;rdquo; &amp;nbsp;ซึ่งเป็นระบบ &amp;nbsp;telemedicine ที่พัฒนาโดยบริษัท โอโบดรอยด์ คอร์ปอเรชั่น มาช่วยในการสื่อสารและติดตามอาการผู้ป่วย เพื่อลดความเสี่ยงของบุคคลากร &amp;nbsp;ประหยัดการใช้อุปกรณ์ป้องกันและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทาง MQDC ต้องขอขอบคุณโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ &amp;nbsp;และผู้ร่วมก่อตั้งทุกภาคี รวมถึงทางภาครัฐ คือเทศบาลตำบาลบางแก้ว &amp;nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ และหน่วยงานทุกภาคส่วนที่ให้โอกาสเราได้ร่วมทำโครงการนี้ครับ&amp;rdquo;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111571</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม, นโยบายภาครัฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์, ไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_6102a8bd8f5a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
