<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.จ่อทาบ‘มาร์ค’ร่วมรบ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผบ.ทสส.&amp;rdquo; ลั่นทหารหนักแน่น ไม่กังวลถูกป้ายสีเพราะไม่ใช่คู่ขัดแย้ง ย้ำยึดประชาชนเป็นที่ตั้งในการทำงาน &amp;ldquo;อภิสิทธิ์&amp;rdquo; ลั่นรับผิดชอบไขก๊อกแน่หาก ปชป.ได้ต่ำกว่าร้อย ปัดมีงูเห่าภาค 2 ไม่ปิดประตูจับมือทั้ง &amp;ldquo;พปชร.-พท.&amp;rdquo; บริหารประเทศ &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; พร้อมร่วมสกัดสืบทอดอำนาจ ยกเก้าอี้ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประธานสภา&amp;rdquo; ให้มาร์คพ่วงกระทรวงเกรดเอ สะพัด! ดัน &amp;ldquo;ชัชชาติ&amp;rdquo; ชิงนายกฯ แทน &amp;rdquo;หญิงหน่อย&amp;quot; ทักษิณโผล่ทั้งเฟซบุ๊ก-เว็บไซต์ใหม่ อ้อนตัวอยู่ไกลแต่ใจอยู่กับคนไทย สวมบทผู้นำเงาสอนเชิงรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันสิ้นปี 2561 พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์บ้านเมืองในปี 2562 ซึ่งจะมีการจัดการเลือกตั้งว่า ทหารจะดูแลบ้านเมืองทุกอย่างตามปกติให้เกิดความเรียบร้อยเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงการเลือกตั้งกองทัพจะตกเป็นเป้าโจมตีจากฝ่ายการเมือง เช่นการใส่ร้ายป้ายสีนั้น ยืนยันว่าเราต้องหนักแน่น และเรามั่นใจว่ากองทัพไม่ใช่ผู้สร้างสถานการณ์ให้เกิดความขัดแย้ง เราไม่ได้กังวลเรื่องการใส่ร้ายป้ายสี แต่ต้องทำความเข้าใจและชี้แจงหากถูกให้ร้ายหรือบิดเบือนที่ทำให้กองทัพเกิดความเสียหาย&amp;nbsp;
&amp;ldquo;หวังว่าประชาชนทุกคนคงเข้าใจว่าธรรมชาติของกองทัพ เราไม่ทำเรื่องที่ไม่ดี ถ้าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจจุดยืนของทหารก็ถือเป็นเรื่องดี&amp;rdquo; พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับอะไรหรือไม่ พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า ไม่ได้สั่งกำชับอะไร ซึ่งเราทำหน้าที่โดยธรรมชาติอยู่แล้ว ทำงานโดยนำประชาชนเป็นที่ตั้งและมีเจตนาที่บริสุทธิ์ แต่ในเรื่องที่มีผู้ไม่ปรารถนาดีและยังมีคนบิดเบือน เราไปบังคับห้ามใจคนไม่ได้ แต่ก็หวังว่าคนส่วนใหญ่จะเข้าใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการตั้งเป้าเก้าอี้ ส.ส.ในการเลือกตั้งว่า ยังไม่สามารถฟันธงได้เนื่องจากมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ต้องขอเวลาดูช่วงเปิดรับสมัครก่อนว่าจะมีพรรคการเมือง ผู้สมัครจำนวนเท่าไหร่ แต่หากคิดตามตัวเลขเดิมที่พรรคเคยได้ 160 ที่นั่ง โดยนำคะแนนดิบที่พรรคเคยได้ 9.8 ล้านเสียงมาเป็นฐาน และคำนวณตามระบบจัดสรรปันส่วนผสมที่รัฐธรรมนูญกำหนดจะออกมาที่ 140 ที่นั่ง แต่ครั้งนี้มีจำนวนคู่แข่งเพิ่มขึ้นมากก็ต้องดูว่าจะรักษาฐานเสียงไว้ได้แค่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จำนวน 140 ที่นั่งเป็นตัวเลขอ้างอิง หากเราทำได้เยอะกว่านี้ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร &amp;nbsp;แต่ถ้าถอยลงมาระดับหนึ่ง คนก็คงไม่แปลกใจเพราะคู่แข่งเยอะ แต่เราก็คงไม่ถอยเยอะ ผมว่าทางบวกมีมากกว่าทางลบ ผมมั่นใจได้เลยว่าเราไม่มีต่ำกว่าร้อยแน่นอน หน่วยงานไหนที่มาปรามาสว่าพรรคจะต่ำร้อย ให้ไปดูแลพรรคที่อิงกับผู้มีอำนาจจะดีกว่าว่าจะทำถึงร้อยได้หรือเปล่า&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าหากผลการเลือกตั้ง ปชป.ได้ไม่ถึงตามเป้าจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เคยประกาศไปแล้วว่าหากไม่เกิน 100 เสียง พร้อมจะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค และรอฟังว่าหัวหน้าพรรคใหม่จะให้ทำหน้าที่ใดต่อไป เพราะถือว่าทำให้พรรคถดถอย จึงต้องรับผิดชอบเป็นธรรมดา แม้จะมีคนโหวตให้กลับมาเป็นอีก
ถามถึงกรณีสมาชิกพรรคบางคนน้อยใจว่าทำงานให้พรรคมานานแต่ไม่ได้ลง ส.ส. ขณะเดียวกันคนเป็นลูกเป็นหลานผู้บริหารพรรคกลับได้ลง นายอภิสิทธิ์ชี้แจงว่า เราให้โอกาสทุกคนที่เสนอตัวเข้ามาและมีบทบาทสาธารณะชัดเจน ไม่ใช่เดินเข้ามาโดยไม่ทำอะไรเลย ส่วนหนักใจหรือไม่ในระบบเด็กฝาก คิดว่าระบบของพรรคแข็ง ไม่ใช่พรรคที่คนมาชี้นิ้วสั่งได้ เพราะฉะนั้นก็สบายใจและมั่นใจในตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค เพราะผ่านการคัดกรองมาอย่างดี
มาร์คเชื่อไม่มีงูเห่า2
&amp;quot;ที่บอกกันว่าระวังจะเกิดกลุ่มงูเห่า 2 อีกครั้ง ผมว่าก็ลองดูซิว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหน และจะจบอย่างไร และไม่หนักใจต่อการเป็นแม่ทัพนำศึกเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะเป็นความรับผิดชอบปกติธรรมดาของนักการเมืองอาชีพ&amp;quot; หัวหน้าพรรค ปชป.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ยังวิเคราะห์ถึงการแข่งขันในสนามเลือกตั้งว่า พรรคการเมืองทุกพรรคก็ถือเป็นคู่แข่ง &amp;nbsp;ไม่ใช่มีเพียงพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพราะ พท.เป็นแชมป์เก่า มีฐานเสียงที่เป็นพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุด ยังมีความได้เปรียบอยู่ แม้ขณะนี้ไม่มีระดับหัวในการจ่ายท่อน้ำเลี้ยงได้มากมายเหมือนที่ผ่านมาก็ตาม เพราะบางคนหนีออกนอกประเทศ แต่คิดว่าหาก พท.พร้อมส่งผู้สมัครและประชาสัมพันธ์ที่ดีก็เดินไปได้ในระดับหนึ่ง ส่วน พปชร.ก็เป็นคู่แข่งเช่นกัน เพราะยังมีอำนาจรัฐอยู่ในมือ
ถามต่อว่า ปชป.ประกาศชัดว่าขอเป็น 1 ใน 3 ทางเลือกให้ประชาชน หากผลการเลือกตั้งได้เสียงไม่เพียงพอจัดตั้งรัฐบาลจะทำอย่างไร นายอภิสิทธิ์ตอบว่าต้องดูว่าเราได้เสียงมาเยอะหรือน้อย หากเราได้มาเยอะก็จัดตั้งรัฐบาล แต่หากได้เสียงมาไม่มากก็เป็นไปตามระบบรัฐสภา คือพรรคไหนที่รวบรวมเสียงข้างมากได้ก็ไปจัดตั้งรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมถึงบอกว่าเราใหญ่หรือเล็ก ถ้าใหญ่เราก็ยืนยันว่าได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนมาเยอะ แนวทางนี้อย่างนี้ใครจะมาร่วมกับเรา หากเล็กเราก็ต้องเจียมตัวไปเรียกร้องอะไรไม่ได้ แต่เราต้องเลือกได้ว่าเราจะไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับใครหรือไม่ ผมบอกไปแล้วว่าถ้าไปเป็นรัฐบาลแล้วไม่ได้ทำให้เราทำงานตามอุดมการณ์ได้เราก็ไม่เป็น ไม่ใช่กั๊กหรือไม่กั๊ก แต่เงื่อนไขหลักคือเราต้องมั่นใจได้ว่าสิ่งที่เราต้องการกระทำมันทำได้จริง ให้ผมไปรวมรัฐบาลที่มันโกงกินจนระบบพังผมไม่เอา ให้ผมไปร่วมรัฐบาลที่บริหารเศรษฐกิจแบบนี้ไม่เอา แต่ว่าเราจะไปตัดเลยก็ไม่ได้ ต้องดูว่าเขาจะเปลี่ยนนโยบายบายหรือเปล่า&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว
หัวหน้าพรรค ปชป.ย้ำอีกว่าหลักคิดเราเป็นอย่างนี้ ไม่ได้คิดเรื่องผลประโยชน์หรือต่อรองตำแหน่ง &amp;nbsp;ซึ่งแนวทาง ปชป.ถ้าได้รับมาจากประชาชนเยอะ เราก็เชิญคุณมาร่วม ใครที่ยอมรับแนวทางเราหรืออุดมการณ์เรา จะ พปชร.หรือ พท. หากยอมรับแนวทางก็ต้องแสดงท่าทีออกมาก่อน ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าแต่ละพรรคมีจุดยืนท่าทีอย่างไร วันนี้มันยังตอบไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าอะไรอย่างไร เราไม่เคยประกาศว่าฉันจะไม่ร่วมกับใคร แต่เป็นรัฐบาลพรรคเดียวได้ก็เป็น ถ้าประชาชนให้ เราอยากจะเป็นมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่าหาก พปชร.ได้เป็นรัฐบาล ปชป.จะจับมือ พท.เป็นฝ่ายค้านหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การเป็นฝ่ายค้านไม่จำเป็นต้องจับมือร่วมกับใคร เพราะต่างคนต่างมาเป็น แต่หากเราจับมือกันแล้วรัฐบาลเป็นเสียงข้างน้อยจะอยู่ได้หรือ เพราะแม้จะมี ส.ว.อยู่ในมือ แต่ก็ทำได้แค่ช่วงเลือกตั้งนายกฯ เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรค พท.เผยถึงการเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค และคณะเมื่อวันที่ 21-23 ธ.ค. นอกเหนือจากการเข้าพบและร่วมหารือกับภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจการท่องเที่ยวของจีนแล้ว ในตอนหนึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนยังได้สอบถามถึงสถานการณ์ทางการเมืองของไทย ซึ่งแกนนำพรรค พท.ได้ชี้แจงว่ายังเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งจะมีขึ้นเร็วที่สุดคือในวันที่ 24 ก.พ. และพรรคจะได้ที่นั่ง ส.ส.มาเป็นอันดับ 1 และเมื่อรวมกับเครือข่ายฝ่ายประชาธิปไตยจะได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร แต่ด้วยข้อจำกัดในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญส่งผลให้เสียงอาจไม่มากพอกำหนดตัวนายกฯ เมื่อถึงเวลานั้นพรรคก็พร้อมที่จะทาบทามพรรค ปชป.ที่คาดว่าจะได้ที่นั่ง ส.ส. 80-100 ที่นั่งมาร่วมจัดตั้งรัฐบาล
ชง &amp;#39;มาร์ค&amp;#39; นั่งประธานสภา
&amp;ldquo;เบื้องต้นแกนนำของเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ได้หารือถึงความเป็นไปได้ในการร่วมมือกันจัดตั้งรัฐบาล โดยมีข้อเสนอให้นายอภิสิทธิ์ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมมอบกระทรวงสำคัญบางกระทรวงให้ ปชป.ด้วย&amp;rdquo; รายงานระบุ
มีรายงานอีกว่า ส่วนรายชื่อนายกฯ ของพรรค พท.นั้น แม้คุณหญิงสุดารัตน์จะถูกวางให้อยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 แต่อาจเปลี่ยนแปลงในระหว่างหาเสียง โดยต้องดูจากผลสำรวจความนิยมในช่วงนั้นอีกครั้ง เนื่องจากผลโพลภายในล่าสุดสะท้อนออกมา หากชูคุณหญิงสุดารัตน์เป็นนายกฯ จะได้ที่นั่งราว &amp;nbsp;190-200 ที่นั่ง แต่หากเป็นนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคมจะได้ราว 220 ที่นั่ง จึงอาจมีการปรับยุทธศาสตร์ชูนายชัชชาติเป็นนายกฯ ในการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย
ขณะเดียวกัน นายชัชชาติโพสต์เฟซบุ๊กพร้อมรูปตกแต่งระบุว่า &amp;quot;ในปีใหม่ 2019 ที่กำลังจะมาถึงนี้ขอให้พวกเราทุกคนมีกำลังใจและกำลังกายที่แข็งแกร่ง พร้อมมาร่วมเป็นทีม Avengers ที่จะลุยศึกครั้งสุดท้าย The Final Battle นี้ไปด้วยกันครับ&amp;quot; ทั้งนี้ในรูปดังกล่าวคุณหญิงสุดารัตน์เป็นตัวการ์ตูนกัปตันมาร์เวล ส่วนนายชัชชาติเป็นยักษ์เขียวเดอะฮัลก์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กและ www.thaksinofficial.com อวยพรประชาชนในเทศกาลปีใหม่ 2562 โดยมีเนื้อหาว่า &amp;quot;สวัสดีปีใหม่ 2562 &amp;nbsp;แด่พี่น้องไทยทุกท่าน วันนี้ขอมาสวัสดีปีใหม่กับพี่น้องคนไทยเหมือนทุกปีที่ตัวอยู่ไกลแต่ใจอยู่ไทย ปีนี้เป็นปีที่อวยพรด้วยความดีใจที่ประเทศเราจะกลับคืนสู่สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ ถึงแม้ต้องมาเริ่ม ก.ไก่ กันใหม่ แต่ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี แต่ก็อดห่วงไม่ได้เพราะว่ามีผู้รู้ทางเศรษฐกิจระดับโลกหลายคนได้แสดงความวิตกว่าครึ่งปีหลังของปี 2562 และต่อปี 2563 เศรษฐกิจโลกจะมีปัญหาอีกรอบ เศรษฐกิจของเรายิ่งอ่อนแออยู่ มาเจอแรงกระแทกใหม่จะทำอย่างไร&amp;nbsp;
ผมอยากฝากแนะนำสำหรับปีนี้เอาไว้ว่า ทุกวันนี้เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนโลกและเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคไปอย่างมาก ถ้าท่านทำธุรกิจไม่ว่าเล็กหรือใหญ่คงต้องปรับตัวอย่างแรง อย่าได้รังเกียจหรือกลัวเทคโนโลยีเลยครับ ท่านเล่นเฟซบุ๊กเป็น ท่านเล่นไลน์เป็น ท่านเรียนรู้ได้หมดครับ ทุกวันนี้อีคอมเมิร์ซสร้างโอกาสให้คนตัวเล็กตัวน้อยสามารถค้าขายได้กับคนทั่วโลก เราต้องรู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์ครับ แม้แต่ธุรกิจอย่างธนาคารก็จะเหนื่อย เพราะเงินดิจิตอลกำลังมาแรง อีกหน่อยทุกประเทศก็จะมีเงินดิจิตอลมาใช้ควบคู่กับเงินที่เป็นธนบัตรมากขึ้นเรื่อยๆ&amp;rdquo; นายทักษิณระบุ
ต่อไปทหารกำลังพลลดลง
นายทักษิณระบุอีกว่า &amp;quot;เรื่องการทหารต่อไปจะใช้กำลังพลน้อยลง อาวุธในปัจจุบันแทบจะโละทั้งหมด แล้วรบกันด้วยเทคโนโลยี เช่น โดรน หุ่นยนต์ และใช้เลเซอร์ ทำให้สามารถนำคนและงบประมาณไปพัฒนาเรื่องการศึกษาและอื่นๆ ได้อีกมาก เรื่องการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การรักษาโรคที่อาศัยความรู้ทางดีเอ็นเอจะมีมากขึ้น และการใช้วิชาการทางฟิสิกส์มาแทนยาจะมีมากขึ้น และเมื่อคนมีอายุยืนยาวขึ้น ก็จะมีเวลาใช้ชีวิตร่วมกันแสดงพลังเพื่อพัฒนาประเทศเพื่อลูกหลานของเราได้มากขึ้น
สุดท้ายหุ่นยนต์มาแน่ จะถูกใช้งานมากขึ้นในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตร อุตสาหกรรม หรือแม้กระทั่งมาเสริมนักกฎหมายและวินิจฉัยโรคด้วยแพทย์ แต่สิ่งที่หุ่นยนต์มาแทนไม่ได้คือความคิดสร้างสรรค์ ท่านต้องเตรียมตัวเป็นนายของหุ่นยนต์ ไม่ใช่นั่งรอให้หุ่นยนต์มาไล่ท่านตกงาน ซึ่งถือเป็นหน้าที่เร่งด่วนของคนเป็นรัฐบาล ขอเป็นกำลังใจในการเรียนรู้และปรับตัวของทุกคนครับ โชคดีปีใหม่ 2562 &amp;nbsp;ครับ สำคัญคือสุขภาพที่ดีและการมีครอบครัวที่รักกันเราจะสู้ได้ทุกเรื่องครับ ผมรักและปรารถนาดีต่อคนไทยทุกคน&amp;rdquo; นายทักษิณระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า การสื่อสารทางโลกออนไลน์ครั้งนี้นายทักษิณไม่ได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวเพียงอย่างเดียว ยังมีการสื่อสารทางช่องทางใหม่ผ่าน www.thaksinofficial.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ใหม่ที่จัดทำโดยบุตรสาวทั้ง 2 คน ที่รวบรวมความประทับใจ คำพูด แนวคิดดีๆ ที่เคยถ่ายทอดให้บุตรได้ฟัง นอกจากนี้ในเว็บดังกล่าวยังรวบรวมข้อมูล ความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ทั้งหลักคิดการบริหารประเทศ &amp;nbsp;มุมมองทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางของนายทักษิณในการสื่อสารผ่านโลกโซเชียล จากเดิมที่สื่อสารผ่านเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์เป็นหลัก &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;quot;วันนี้เมื่อ 15 ปีก่อน คือวันที่ &amp;nbsp;31 ธ.ค.2546 มีมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีนายทักษิณเป็นนายกฯ กำหนดให้เป็นวันทำงานของหน่วยงานราชการตามปกติ และให้หยุดราชการในวันที่ 2 ม.ค.2547 แทน ซึ่งตั้งแต่จำความได้จำได้ว่าวันที่ 31 ธ.ค.ของทุกปีเป็นวันสิ้นปี เป็นวันหยุดราชการคู่กับวันที่ 1 ม.ค.ของทุกปีซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ จึงเกิดความสงสัยว่ามีเหตุผลอะไรที่ ครม.ขณะนั้นไม่ให้วันที่ 31 ธ.ค.เป็นวันหยุด ซึ่งทราบภายหลังว่าเหตุผลที่นายทักษิณให้หน่วยงานราชการเปิดทำการตามปกติในวันที่ 31 ธ.ค. เนื่องจากภริยาได้ซื้อที่ดินบริเวณ ถ.รัชดาภิเษกจากกองทุนฟื้นฟูสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ไม่อาจจดทะเบียนโอนภายในวันที่ 30 ธ.ค.2546 ได้ และกรมที่ดินได้กำหนดค่าจดทะเบียนโอนที่ดินใหม่ที่มีอัตราสูงกว่าเดิม โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2547 เป็นต้นไป
นายทักษิณจึงอ้างมติ ครม.กำหนดให้วันที่ 31 ธ.ค.2546 เป็นวันปฏิบัติราชการตามปกติ เพื่อให้ภริยาได้จดทะเบียนที่ดินโดยเสียค่าธรรมเนียมในอัตราเดิมที่มีจำนวนน้อยกว่าอัตราที่กรมที่ดินประกาศใช้ใหม่ และรัฐก็ขาดรายได้ที่ควรจะได้จากการจดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าว นี่คือพฤติกรรมของนายทักษิณที่คนไทยส่วนหนึ่งยังยกย่องว่า เป็นคนที่ทำประโยชน์มากมายให้แก่สังคมไทยและประเทศไทย?&amp;rdquo; นายชูชาติระบุในเฟซบุ๊ก
พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า หลังจากที่ประชาชนได้รับทราบแนวคิดของพรรคผ่านช่องทางต่างๆ ทำให้ภาคสังคมและประชาชนให้ความสนใจและสนับสนุนแนวคิดของพรรคอย่างมาก ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ได้ฝากกราบขอบคุณพี่น้องประชาชนและสมาคมต่างๆ ที่สนับสนุนพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การทำงานของพรรค นายอนุทินได้กำชับและเน้นย้ำให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทุกคนทั่วประเทศลงพื้นที่เข้าถึงชาวบ้าน อย่ารอให้ชาวบ้านมาหา เพราะชัดเจนแล้วว่าปัญหาปากท้องเป็นปัญหาใหญ่อันดับต้นๆ &amp;nbsp;และเป็นปัญหาหนักกว่าเรื่องการเมือง ดังนั้นทุกคนของพรรคต้องทำงานให้เข้าถึงพี่น้องประชาชน เพื่อรับทราบปัญหาและเข้าช่วยเหลือ ซึ่งขณะนี้พรรคได้วางแผนการทำงานโดยละเอียดจนถึงวันเลือกตั้ง &amp;nbsp;และพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งนี้ 100% แล้ว&amp;rdquo; พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์กล่าว
อนค.จัด 3 อันดับผลงาน คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อจัดอันดับ &amp;nbsp;&amp;quot;3 ที่สุดของ คสช.&amp;quot; ในปี 2561 โดยระบุว่า อันดับ 3 ได้แก่ เพลงและเอ็มวีประเทศกูมี ซึ่งมีเนื้อหาเสียดสีสิ่งที่ไม่เป็นธรรมในสังคมภายใต้การบริหารงานของ คสช.เป็นครั้งแรก อันดับ 2 ได้แก่ ความล้มเหลวในการปราบโกง และการเอื้อประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้อง และอันดับ 1 ได้แก่ การแต่งตั้ง ส.ว.ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนสรรหาคัดเลือก โดย กกต.ตั้งงบไว้ 1,300 ล้านบาท หากแต่ท้ายที่สุดแล้ว คสช.ก็เป็นคนคัดเลือกอยู่ดี ดังนั้นไม่จำเป็นต้องตั้งงบประมาณให้วุ่นวาย เสียภาษีประชาชนโดยใช่เหตุ &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ส.ว.ชุดนี้มีขอบเขตอำนาจเกินชุดอื่นๆ ในสถานการณ์ปกติ นั่นคืออำนาจร่วมโหวตนายกฯ ซึ่งเป็นอำนาจที่ควรสงวนไว้กับ ส.ส.ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับเลือกจากประชาชน ไม่ใช่มาจากคนที่มาจากการแต่งตั้งของคณะรัฐประหาร และชัดเจนที่สุดหน้าที่ ส.ว.คือปกป้องพิทักษ์รัฐธรรมนูญปี 2560 และปกป้องพิทักษ์แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จึงอาจกล่าวได้ว่า ส.ว.ชุดนี้คือพันธนาการของอนาคตประเทศไทย &amp;nbsp;จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงยกให้การแต่งตั้ง ส.ว.เป็นที่สุดของ คสช.ในปี 2561&amp;quot; นายธนาธรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค พปชร.กล่าวว่า ในวาระดิถีขี้นปีใหม่และจะมีการเลือกตั้งแล้ว อยากวิงวอนให้พรรคการเมืองทุกพรรคทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เลิกทะเลาะกัน เลิกขัดแย้งกัน เน้นการนำเสนอนโยบายที่ดีเป็นประโยชน์ให้พี่น้องประชาชน เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทยทั้งประเทศ บ้านเมืองเรามีความขัดแย้งมานานนับสิบปี แบ่งพรรคแบ่งพวกแบ่งสี วันนี้ขอให้เลิกสิ่งเหล่านี้เพื่อนำพาประเทศเดินไปข้างหน้า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกพรรคประกาศจะนำพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง ดังนั้นทุกพรรคต้องทำอย่างจริงจัง อย่าให้เป็นเพียงวาทกรรมทางการเมืองเท่านั้น&amp;rdquo; นายธนกรระบุ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25528</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดทำแผนปฏิบัติการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง, ทหารจะดูแลบ้านเมืองทุกอย่างตามปกติ, ผบ.ทสส., พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี, สถานการณ์บ้านเมืองในปี 2562, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181231/image_big_5c2a2459d8c41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.ล้างวงจรอุบาทว์ จองกฐินคนโกงสกัดห้ามไปนั่งในสภา/‘หลานมาร์ค’อบรมปชป.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; กกต.ชุดใหม่ให้นโยบายกับผู้บริหารและผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั่วประเทศ ประกาศลั่น ต้องหาทางขจัดวงจรอุบาทว์ นักการเมืองเข้าไปโกงแล้วรัฐประหาร &amp;quot;ปกรณ์&amp;quot; จองกฐิน จะทำให้คนที่ไม่สุจริตเข้าไปในสภา โต๊ะเสวนาคนรุ่นใหม่เดือด &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ยันล้างอำนาจ คสช.รื้อโครงสร้างระบบราชการ ด้านหลานชายอภิสิทธิ์ชี้นโยบายประชาธิปัตย์ตอบโจทย์ประชาชนทำให้แพ้เลือกตั้ง ต้องเข้าสู่ยุคใหม่ที่มีความชัดเจนว่ามีความเป็นประชาธิปไตย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมพินนาเคิล แกรนด์ จอมเทียน ชลบุรี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดประชุมผู้บริหารและผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว. โดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต., นายปกรณ์ มหรรณพ, &amp;nbsp;นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย และนายสันทัด ศิระอนันต์ไพบูลย์ กกต. เข้าร่วมการประชุม ส่วนทางนายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ไม่ได้เข้าร่วมประชุมเนื่องจากติดภารกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอิทธิพรได้กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า ภูมิใจดีใจที่มีโอกาสเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรอิสระที่ร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเพื่อทำให้การเลือกตั้งเกิดความสุจริต เที่ยงธรรม และเชื่อว่า กกต.ทุกคนก็รู้สึกเช่นเดียวกัน และเห็นว่าการเตรียมการจัดการเลือกตั้งเพื่อให้เป็นตามโรดแมปที่รัฐบาลวางไว้ของ กกต.ชุดเก่า มีการเตรียมความพร้อมไว้เป็นอย่างดี การมีแผนปฏิบัติการไม่เพียงแค่ทำให้การเลือกตั้งสำเร็จ แต่จะทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งในและนอกประเทศเข้าถึงการเลือกตั้งมีความรู้ความเข้าใจ ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยเสริม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มั่นใจว่าทำให้การออกเสียงเลือกตั้งเป็นไปด้วยความอิสระ ปราศจากอิทธิพลครอบงำ หวังว่าการประชุมครั้งนี้จะมีการแสดงความเห็นอย่างเต็มที่ และขอให้ผู้บริหารเปิดใจกว้างรับฟังเพื่อให้การปฏิบัติงานที่จะมีขึ้นในอนาคตเป็นไปตามกฎหมาย อย่างกรณีการทำงานของผู้ตรวจการเลือกตั้ง จะมีปัญหาอุปสรรคอย่างไร การจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบภาครัฐเป็นอุปสรรคในการทำงานหรือไม่ ขอให้มีการพูดออกมา และขอให้ทุกคนมีเป้าหมายการจัดการเลือกตั้งให้สุจริต เที่ยงธรรม เพื่อให้ได้รับการยอมรับทั้งภายในและนอกประเทศ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพรกล่าวมอบนโยบายโดยเน้นย้ำว่า การทำงานขององค์กรต้องมีความเข้มแข็งใน 4 เรื่อง 1.ต้องมีเอกภาพ ต้องมีการพัฒนาความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่องทันต่อโลกต่อการพัฒนา มีแนวทางการทำงานชัดเจน ประสานงานเป็นระบบ ทำงานเป็นทีม อยากให้มีการประกวดการทำงานในเรื่องความสามัคคี และเป็นองค์กรที่ได้ที่ 1 ในเรื่องความสามัคคี ถ้าองค์กรเข้มแข็งไม่ว่ากฎหมายจะเป็นอย่างไร การจัดการเลือกตั้งของเราก็จะบริสุทธิ์ ยุติธรรม เมื่อจัดเลือกตั้งดีแล้วก็จะทำให้พรรคการเมืองซึ่งเป็นผู้เล่นมีคุณภาพ มีความหมาย ประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วมใช้สิทธิอย่างมีคุณภาพ อยากให้เน้นให้ความสำคัญกับเยาวชน ตั้งแต่อายุ 11-18 ปี ในช่วง 7 ปีที่ กกต.ชุดนี้มีวาระ ทำให้กลุ่มพลังนี้มีความรู้ มีความเข้าใจ&amp;nbsp;
คุณภาพ-คุณธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.คุณภาพ เราต้องรู้ซึ้งถึงอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ต้องตั้งเป้าการทำงานว่ามีอะไรเข้ามา ต้องทำให้เร็ว ทันเวลา และถูกต้อง การเป็นพันธมิตรกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อให้การทำงานดียิ่งขึ้น มีความสม่ำเสมอในการประสานงาน ต้องลงพื้นที่ไปพบพรรคการเมือง นักการเมือง และประชาชนในพื้นที่เพื่อให้รู้ในเชิงภูมิศาสตร์ สำนักงานต้องมีเครื่องมือที่จำเป็น บางสถานการณ์จำเป็นต้องมีวอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์เช่นในการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.คุณธรรม พนักงานต้องยึดมั่นการทำงานอย่างเป็นธรรม ยุติธรรม เปิดใจกว้าง และ 4.คุณค่า การทำงานต้องยึดและปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม ซื่อสัตย์ สุจริต กล้าหาญ ไม่อยู่ภายใต้การครอบงำ ปราศจากอคติ ซึ่งองค์กรจะต้องกล้าหาญ ถ้าเรากล้าหาญและสุจริตก็จะเป็นเกราะคุ้มครองเรา ขอให้ถือเป็นคุณค่าและค่านิยมขององค์กร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปกรณ์ กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า &amp;nbsp;ท่ามกลางข่าวในช่วงระยะนี้ มีแต่ข่าวเช็กความพร้อมความคาดหวังสำหรับ กกต. ทุกฝ่ายต่างคาดหวังถึงความสุจริตและเที่ยงธรรม แต่อะไรคือความสุจริตและเที่ยงธรรม เพราะฝ่ายหนึ่งคาดหวังอย่างหนึ่งอีกฝ่ายก็หวังอย่างหนึ่ง ดังนั้นการทำงานของ กกต.ชุดนี้ เราจะให้ความสุจริตเที่ยงธรรมตามกฎหมาย ดังนั้นไม่มีทางที่จะได้หากท่านไม่สุจริตมาก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องภายในขององค์กรนั้น ตนสนใจระบบความก้าวในหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ กกต. เพราะตนเคยเป็นผู้พิพากษามาก่อน ซึ่งจะมีระบบความก้าวหน้าที่ชัดเจน ซึ่งเจ้าหน้าที่ กกต.เองจะต้องตัดสินใจว่าจะใช้ระบบความก้าวโดยอาศัยหลักอาวุโส หรือจะใช้หลักผลงานที่มาจากการแข่งขันกันด้านความสามารถ ทั้งนี้ ตนมีข้อกำหนดในการทำหน้าที่ว่า หากตนจะต้องเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อตรวจงานนั้น จะต้องไม่มีการต้อนรับ ไม่มีรถนำ ไม่มีงานเลี้ยงทั้งสิ้น แต่อยากให้เน้นเรื่องความร่วมมือในการทำงานมากกว่า ทั้งนี้ ตนไม่แคร์ว่าจะอยู่ในตำแหน่งนี้ได้อีกกี่ปี แต่ตนก็จะลองดู จะทำให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แม้ผมจะเป็นผู้พิพากษามา 36 ปี โดยการทำงานผู้พิพากษา เมื่อพิจารณาสำนวนที่หลักฐานไม่ชัด ไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็จะต้องปล่อย แต่ผมมาทำงานนี้ หากผมสงสัย ผมจะไม่ปล่อยอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม แม้ผมไม่มีอำนาจไม่มีสิทธิ์ ไม่มีอะไรเลยที่จะทำให้พวกท่านเข้าไปบริหารบ้านเมืองหรืออยู่ในสภา แต่ผมจะทำให้คนที่ไม่สุจริตและคนที่โกงไม่ได้เข้าไป&amp;rdquo; นายปกรณ์กล่าว
ขจัดวงจรอุบาทว์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสันทัดมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า อยากให้มีความกล้าหาญ อย่างตนก็กล้าที่จะมาสมัครเป็น กกต. เพราะเคยมีคนถามว่าเคยทำอะไรให้กับสังคมบ้าง ดังนั้นความกล้าหาญเป็นสิ่งที่สำคัญ ในเมื่อเราตัดสินใจที่จะทำงานตรงนี้แล้ว ทุกเรื่องย่อมมีทั้งคนชอบและไม่ชอบเสมอ แต่เราทำอย่างไรจะต้องยึดหลักความซื่อสัตย์สุจริต ยุติธรรม และโปร่งใส ส่วนการจะทำอย่างไรให้เป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะในต่างประเทศนั้น เพราะเราไม่มีการจัดเลือกตั้งมา 4 ปีกว่าแล้ว จึงเป็นการบ้านที่ทุกคนจะต้องคิด เพื่อให้การเลือกตั้งได้การยอมรับจากทั้งในและต่างประเทศ แต่หากองค์กรเราได้รับการยอมรับก็จบ ดังนั้นเราจะต้องเป็นแม่แบบแม่พิมพ์ที่ดี มีความเป็นกลาง และอยากให้ละวางความสัมพันธ์ส่วนตัวเพื่อให้เกิดความเป็นกลาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นอยากให้ดูเรื่องโรดแมปทั้งในเรื่องงบประมาณ เรื่องแผนการทำงาน และเรื่องบุคลากร อย่างไรก็ตาม อยากให้มีการนำเทคโนโลยีมาเป็นตัวเสริมในการทำงานเพื่อลดค่าใช้จ่าย และลดความผิดพลาดลง และสุดท้ายเรื่องการมีส่วนร่วม จะทำอย่างไรให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม เพราะความขัดแย้งหลายอย่างเกิดจากการขาดการมีส่วนร่วมของคนบางกลุ่ม ซึ่งในเรื่องการเลือกตั้งก็เช่นกัน ตนเชื่อว่าหากประชาชนเข้ามาร่วมรู้เห็น เข้ามามีส่วนร่วมความขัดแย้งจะน้อยลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายธวัชชัย มอบนโยบายตอนหนึ่งว่า เราต้องมาหาทางขจัดวงจรอุบาทว์ที่มีการร่างรัฐธรรมนูญก็จัดการเลือกตั้งจนได้รัฐบาล และเข้ามามีการทุจริต แล้วก็เกิดรัฐประหาร สุดท้ายก็เป็นวงจรเดิมๆ ซึ่งหน้าที่ของเราเป็นการทำเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง แต่เราจะไม่ได้ทำเฉพาะจัดการเลือกตั้ง เราต้องพยายามทำหน้าที่เราให้เล็กเพื่อให้ภารกิจสำเร็จ พยายามมองงานให้แตก เอาหลักงาน งบ ระบบ และคนมาเป็นหลัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.ผู้นี้กล่าวว่า อยากให้มีการทำงานอย่างเป็นระบบ ส่วนการทำงานสิ่งที่ฝากไว้ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม รู้รักสามัคคี และต้องปลูกฝังจิตสำนึกให้ประชาชน โดยเฉพาะที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง และเยาวชน รวมถึงเรื่องการมีส่วนร่วมที่เราจะเน้นการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เรื่องการเลือกตั้ง และไปทำความเข้าใจกับประชาชนที่จะให้เข้าใจในวิถีชีวิตประชาธิปไตยว่าต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ แต่อย่างไรก็ต้องรับฟังเสียงส่วนน้อยด้วย ต้องนำหลักพระพุทธศาสนาเรื่องความละอายแก่บาปด้วย ต้องยกเลิกระบบอุปถัมภ์ให้ได้ ทั้งนี้ อยากให้ยึดมั่นความถูกต้อง เที่ยงธรรม และเตรียมวัสดุอุปกรณ์สำนักงานเพื่อการจัดการเลือกตั้งด้วย อีกทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
ใช้งบประมาณคุ้มค่า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธวัชชัยกล่าวอีกว่า งานการไต่สวนสอบสวนวินิจฉัย อยากให้เน้นการทำงานเชิงรุก ที่ผ่านมาเรามีแต่นั่งอยู่ที่โต๊ะ เมื่อมีร้องทุกข์มาเราค่อยลุก ต่อไปนี้อยากให้มีการทำงานเรื่องการร้องเรียนด้วยตนเอง และนำเทคโนโลยีมีแผนการติดตามประเมินผลเป็นแผนการที่มีการปรับปรุงตลอดเวลา ที่ผ่านมาเรายังไม่มีการติดตามประเมินผลเลย ต่อไปอยากให้มีการติดตามผลด้วย และงบประมาณใช้อย่างคุ้มค่า ซึ่งเรื่องบูรณาการนั้น ตนเน้น
ให้ทำการบูรณาการกับหน่วยงานอื่น เพราะทุกภาคส่วนมีส่วนสำคัญกับเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายอิทธิพรยังให้สัมภาษณ์ถึงการหารือร่วมกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในวันจันทร์ที่ 20 ส.ค.ว่า ยังไม่ทราบว่ารองนายกฯ จะมีการหารือในประเด็นใดบ้าง แต่ กกต.ในฐานะหน่วยปฏิบัติเราก็พร้อมปฏิบัติ ซึ่งในเรื่องของการทำไพรมารีโหวตหรือการใช้มาตรา 44 แบ่งเขตเลือกตั้ง ทราบจากข่าวว่าเป็นประเด็นที่นายวิษณุจะมาหารือด้วย แต่หลังการหารือจะนำไปสู่การกำหนดวันที่ คสช.จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและพรรคการเมืองในครั้งที่ 2 หรือไม่ ยังตอบไม่ได้ เพราะ กกต.ต้องกลับมาหารืออีกครั้งก่อนแล้วจึงจะมีคำตอบอีกครั้ง เพราะของอย่างนี้ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบในการพิจารณา และตนรวมทั้งกรรมการที่เหลือตั้งใจจะไม่ตอบในนามส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในเรื่องของไพรมารีโหวต คิดว่า กกต.ไม่ควรเป็นผู้ตอบว่าควรทำหรือไม่ทำ เชื่อว่ารัฐบาลและพรรคการเมืองรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว ส่วน กกต.เห็นว่าควรเป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วม&amp;rdquo; นายธวัชชัย กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากฝากเรื่องโซเชียลมีเดียให้ กกต.ชุดใหม่ช่วยดู เพราะการเลือกตั้งที่จะถึงนี้จะมีเรื่องดังกล่าวเข้ามาเกี่ยวมาก โดยเฉพาะการตัดต่อ ใส่ร้ายป้ายสี ที่จะกระจายไปอย่างรวดเร็วมาก ดังนั้น กกต.จะต้องกล้าหาญ หามาตรการที่รวดเร็วและกระชับในการสกัดกั้นข้อมูลที่บิดเบือนทั้งหลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล่าวให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ชุดใหม่ว่า การเลือกตั้งถือเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย คือความเป็นสากลของประเทศ ทั้งนี้พรรคชาติพัฒนาพร้อมให้ความร่วมมือทำงานกับ กกต.อย่างเต็มที่ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สิ่งที่อยากฝากไปยัง กกต.ชุดใหม่ คือ กรณีการเดินสายของกลุ่มสามมิตร แม้จะอ้างว่าไม่ใช่พรรคการเมือง แต่สิ่งที่เขาทำเป็นการทำกิจกรรมทางการเมืองอย่างชัดเจน ดูดนักการเมืองเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัย กกต.ชุดที่แล้ว และเขาก็ประกาศชัดว่า สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.เป็นนายกฯ ต่อ กกต.ก็ควรเข้าไปดูว่าสิ่งเหล่านี้ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ห้ามทำกิจกรรมทางการเมืองหรือไม่
สามมิตรไม่ตอบโต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร กล่าวถึงกรณีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร &amp;nbsp;ระบุยินดีชะลอการเคลื่อนไหวของกลุ่ม ในเรื่องที่อาจก่อความยุ่งยากหรือสร้างความร้าวฉานแก่ประชาชน โดย จะเคลื่อนไหวให้ถูกต้องตามระเบียบกฎเกณฑ์ หลีกเลี่ยงสิ่งที่ล่อแหลมว่า ขอยืนยันว่ากลุ่มสามมิตรยังคงเดินหน้าเรื่องการลงพื้นที่ แต่จะปรับแนวทางให้เป็นไปตามกฎหมายที่มีอยู่ เช่น ให้ชาวบ้านร้องเรียนปัญหาผ่านตัวแทนในพื้นที่ ก่อนจะส่งต่อให้กลุ่มสามมิตร เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า สามมิตรไม่เคยคุยเรื่องการเมือง และต้องการรับฟังปัญหาประชาชนต่อไป แต่ยอมรับคำวิจารณ์ของหลายฝ่ายในช่วงที่ผ่านมา เราคงไม่ตอบโต้ เพราะต้องการให้การเมืองได้เดินหน้าประเทศ จะใช้การเมืองแบบเก่าๆ ไม่ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การปรับแนวทางเคลื่อนไหวดังกล่าว เป็นไปเพื่อลดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของฝ่ายการเมืองหรือไม่ นายธนกรปฏิเสธว่า ไม่ได้ต้องการลดคำวิจารณ์ เพราะเรายืนยันในเจตนาที่บริสุทธิ์ เพียงแต่ไม่อยากทำให้หลายฝ่ายไม่สบายใจ ที่ผ่านมาประชาชนส่งผ่านปัญหาทางกลุ่มสามมิตร เพราะเห็นว่าเราสามารถ นำปัญหาไปเสนอรัฐบาล และทำให้เกิดการแก้ไขได้จริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีนายสมศักดิ์ระบุถึงบิ๊กเซอร์ไพรส์ 2 เรื่องของกลุ่มสามมิตรนั้น นายธนกรกล่าวว่า ไม่ทราบว่า 2 เรื่องดังกล่าวคือเรื่องอะไร แต่ทราบว่าเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งนายสมศักดิ์ได้ระบุไปแล้วว่า หลังจากนี้กลุ่มสามมิตรต้องระมัดระวังในการเคลื่อนไหว จึงขอให้รอเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเปิดเผยจะดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากเพจ &amp;ldquo;ริงไซด์การเมือง&amp;rdquo; ที่ได้เผยแพร่การสัมภาษณ์นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาของพรรคภูมิใจไทย กำลังให้สัมภาษณ์สดถึงสถานการณ์ทางการเมืองไทยในด้านต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรากฏว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เข้าไปแสดงความคิดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Anutin Charnvirakul &amp;nbsp;โดยมีใจความสำคัญ 3 ข้อความ โดยระบุว่า &amp;ldquo;ง่ายและดีที่สุดคือลุงตู่ลงเลือกตั้งเอง จะได้พ้นข้อครหา&amp;rdquo;, จากนั้นแสดงความเห็นต่อมาว่า &amp;ldquo;พร้อมสนับสนุนใครก็ตามที่มาตามครรลองที่ถูกต้องในระบอบประชาธิปไตย&amp;rdquo; และปิดท้ายด้วยการแสดงความเห็นว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถึงจะเป็นนายกฯ ไม่ได้ ก็ทำหน้าที่ผู้แทนปวงชนชาวไทยในสภาได้ สง่างามกว่าให้ สว.อุ้มมาหลายเท่า&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมเกษม สุวรรณกุล อาคารเกษมอุทยานิน คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ จัดเสวนาวิชาการ &amp;ldquo;การเมืองกับคนรุ่นใหม่&amp;rdquo; ขึ้น โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, นายชวน ชูจันทร์ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วม
&amp;quot;ธนาธร&amp;quot;ยันล้างคสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา ว่าที่หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า พรรคชาติไทยพัฒนาเป็นหนึ่งในพรรคที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน ถูกโจมตีจากทั้งสีเหลืองและแดงมาตลอด พร้อมกล่าวติดตลกว่าการถูกโจมตีจากทั้งสองฝ่าย ทำให้พรรคอาจจะกลายเป็นสีส้มที่เข้ากับสีสัญลักษณ์ของพรรคอนาคตใหม่ได้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายืนยันว่า พรรคมีจุดยืนสำคัญอยู่ที่นโยบาย โดยเฉพาะด้านการเกษตร ที่พรรคให้ความสำคัญกับเกษตรกรหรือการแก้รัฐธรรมนูญ ที่พรรคเป็นผู้เสนอแก้จนเป็นที่มาของรัฐธรรมนูญ 2540 ที่ได้ชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญดีที่สุดของประเทศไทย ส่วนตัวยอมรับว่าพรรคเป็นเพียงพรรคขนาดกลาง ที่อาจต้องยอมรับการเป็นฝ่ายค้าน และไม่ขอมองถึงการได้ที่นั่งนับร้อยในสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า คนรุ่นใหม่อยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง และมีความเป็นไปได้ที่จะต้องอยู่กับอนาคตที่บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย และโอกาสทำมาหากินที่ลำบาก เพราะเราถูกวาดอนาคตโดยกลุ่มคนที่จะไม่อยู่ในอนาคต อย่างที่เห็นว่ามีคนอายุน้อยกว่า 40 ปีเข้าสู่สภาน้อยลงเรื่อยๆ ในการเลือกตั้ง 3 ครั้งหลังสุด ดังนั้น คนรุ่นใหม่ต้องออกมาบอกว่า พอแล้ว อนาคตเราต้องกำหนดเอง แต่จะไปถึงจุดนั้นได้สังคมต้องมีเสรีภาพก่อน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;rdquo;จุดยืนของพรรคที่ไม่ต้องอ้อมค้อมคือ เราต้องการหยุดการสืบทอดอำนาจของ คสช. พูดไปเถอะว่าจะกระจายอำนาจ ตราบใดที่ไม่ปรับโครงสร้างระบบราชการ การเลือกตั้งผู้ว่าฯ ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะข้าราชการที่อยู่ในพื้นที่ได้รับการแต่งตั้งจากส่วนกลาง ซึ่งไม่ต้องฟังเสียงของประชาชน ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ซึ่งผูกติดอยู่กับชนชั้นนำแค่ไม่กี่กลุ่ม ในการเลือกตั้งครั้งหน้าจึงสำคัญว่าเราจะเลือกอยู่กับอะไร อยู่กับการกดขี่หรือเสรีภาพ&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพริษฐ์กล่าวว่า ไม่ว่าคนรุ่นไหนก็ตาม ตราบใดที่มีเผด็จการ การมีส่วนร่วมทางการเมืองจะเกิดขึ้นได้อย่างไร มีวันนี้มีคนที่อายุเกิน 18 ปี กว่า 7 ล้านคนที่ยังไม่ได้เลือกตั้ง เราไม่มีโอกาสเข้าไปเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ได้เลย ดังนั้น วันนี้เราต้องชนะการเลือกตั้ง แล้วเข้าไปแก้ไขอะไรก็ตามที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เราต้องกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยอมรับว่าตลอดชีวิตของผมนั้น พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยชนะการเลือกตั้ง แต่การไม่ชนะเลือกตั้งไม่ได้กระทบต่อการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในระบอบประชาธิปไตย ผมมองว่าฝ่ายค้านคือสัญลักษณ์ของระบอบประชาธิปไตยที่แสดงถึงการถ่วงดุลอำนาจ สำหรับสาเหตุที่ทำให้พรรคไม่ชนะการเลือกตั้ง ผมมองว่าเป็นเพราะนโยบายที่ไม่ตอบโจทย์ประชาชน อย่างไรก็ตาม เราไม่ท้อและเราเรียนรู้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลานชายนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องเข้าสู่ยุคใหม่ที่มีความชัดเจนขึ้นอย่างมากว่าเรามีความเป็นประชาธิปไตย ในอนาคตต้องไม่มีคำถามนี้กับพรรคประชาธิปัตย์อีกแล้ว และยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ต้องเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งเท่านั้น สิ่งสำคัญคือ พรรค ปชป.ต้องมีนโยบายที่ตอบโจทย์ ปัจจุบันเราอยู่ในโลกของความเปลี่ยนผัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ขัตติยาระบุว่า พรรคเพื่อไทยมีประวัติมายาวนาน เชื่อมั่นว่าผู้แทนของพรรคยึดติดและเข้าถึงประชาชนมากที่สุดพรรคหนึ่ง ทำให้พรรคยังคงคะแนนนิยมได้ดีมาตลอดหลายปี ต่างจากบางพรรคที่แม้จะมีสมาชิกมาก และเป็นผู้ออกกฎมาจำนวนมาก แต่กลับเข้าไม่ถึงประชาชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชวนกล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่คนรุ่นใหม่ต้องเป็นผู้ที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนประเทศ เพราะคนรุ่นใหม่เป็นผู้ที่มีความคิด มีวิจารณญาณ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานความถูกต้องและครอบคลุม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15675</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดทำแผนปฏิบัติการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง, ทำให้การออกเสียงเลือกตั้งเป็นไปด้วยความอิสระ, นายอิทธิพร บุญประคอง, ล้างวงจรอุบาทว์, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180818/image_big_5b780cbb44d66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
