<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 13:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ว่าที่ผบ.ทบ.&#039;ประกาศปกป้องค้ำจุนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดีอย่างสูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.2563 - ที่กองบัญชาการกองทัพบก(บก.ทบ.)จัดพิธีเทิดเกียรติและอำลาชีวิตราชการทหารชั้นนายพล ขึ้นที่กองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนินนอก ตามแนวทางของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ต้องการรำลึกถึงสถานที่ตั้งโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (รร.จปร.)ในอดีต ซึ่งคือที่ตั้งของกองทัพบกในปัจจุบันใกล้กับสะพานมัฆวานรังสรรค์ ทั้งนี้ มีนายพลทหารบกอัตราพลเอกพิเศษที่เกษียณฯ เช่น พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.)พล.อ.อภิรัชต์ พล.อ.ชัยชนะ นาคเกิด รองผบ.ทสส. พล.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ณพนต์ สร้างสมวงศ์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.จักรชัย โมกขะสมิต ประธานคณะที่ปรึกษา ทบ.ฯลฯ พร้อมนายพลทหารบก258 นาย รวม266 นาย( ยอดรวมนายพลทหารบกเกษียณปีนี้340 นาย) เข้าร่วมพิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.พรพิพัฒน์ ได้นำคณะถวายสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ที่ห้องพระบารมีปกเกล้า พิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ จากนั้นเป็นกิจกรรมนักเรียนนายร้อยโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ที่ลานหน้าพิพิธภัณฑ์ฯ โดยผู้แทนนักเรียนนายร้อย กล่าวตั้งปณิธาน &amp;ldquo;เดินตามรอยเท้า&amp;rdquo; โดยกล่าวว่า &amp;ldquo;รู้สึกซาบซึ้งในความเสียสละ และคุณงามความดีของทุกท่าน ขอตั้งปณิธานทำตามเพื่อปฏิบัติตามรอยเท้าของท่านโดยจะปฏิบัติตนให้สมศักดิ์ศรีความเป็นชายชาติทหาร จะอยู่ในศีลธรรมอันดีของศาสนา ปฏิบัติภารกิจด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ มีสติไตร่ตรองและใช้วิจารณญาณอันเหมาะสมจะหมั่นฝึกฝนและพัฒนาตนให้มีความสามารถรอบด้านเพื่อให้การปฏิบัติภารกิจได้อย่างเต็มขีดความสามารถ ตระหนักถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญทั้งนี้เพื่อดำรงรักษาและปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ตลอดจนประชาชน ให้มีความผาสุก เกิดความรักความสามัคคีในสังคม อย่างเป็นปีกแผ่นมั่นคง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และผู้ร่วมพิธีทั้งหมดร้องเพลง &amp;ldquo;รั้วแดงกำแพงเหลือง และมนต์มัฆวาน&amp;rdquo;จากนั้น วงขลุ่ยกลอง 8 นายจาก รร. จปร.ได้นำแถวนายพลเกษียณเดินเท้ามาตั้งแถวถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5หน้าหอประชุมกิตติขจร พร้อมกล่าวปฏิญาณตน3 ครั้งว่า &amp;rdquo;ข้าพระพุทธเจ้าจะรักษามรดกของพระองค์ท่านไว้ด้วยชีวิต&amp;rdquo; ก่อนเข้าหอประชุมเพื่อกระทำพิธีเทิดเกียรติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก กล่าวเทิดเกียรติว่า ในนามกองทัพบกขอแสดงมุทิตาจิตต่อทุกท่านด้วยความเคารพรักเป็นอย่างยิ่งยิ่ง การปฏิบัติหน้าที่ด้วยการยึดมั่นอุดมการณ์ทหารมาตลอดชีวิตรับราชการ ทุกท่านได้สร้างประโยชน์ให้กองทัพและประเทศชาติ เป็นอเนกประการด้วยการอุทิศกำลังกาย กำลังใจ ดำเนินภารกิจทุกด้านของกองทัพเพื่อพิทักษ์รักษา เอกราช อธิปไตย ความสงบเรียบร้อยของชาติและผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ ปกป้อง ค้ำจุนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดีอย่างสูงสุด ตลอดจนสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ พัฒนาประเทศ และช่วยเหลือประชาชน ซึ่งปรากฏเป็นผลงานและเกียรติประวัติอันน่ายกย่อง ส่งผลให้กองทัพมีความเข้มแข็ง ทันสมัย และเจริญก้าวหน้า สามารถยืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ภัยคุกคาม และปัญหาอุปสรรคนานัปประการ อันควรค่าจารึกไว้เป็นแบบฉบับของทหารอาชีพที่นายทหารรุ่นหลังจะได้สานต่อดำเนินรอยตามเพื่อดำรงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์ศรีของการปฏิบัติด้านความมั่นคงของชาติ และเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาสต่อไป แม้จะต้องสิ้นสุดในหน้าที่ราชการแต่เชื่อว่าภาระหน้าที่ของความเป็นทหารจะยังคงฝังแน่นในจิตใจของทุกท่านอย่างไม่เสื่อมคลาย และขอมีส่วนร่วมจรรโลงกองทัพให้มีความเจริญก้าวหน้า ตลอดจนส่งเสริมภารกิจของกองทัพให้บรรลุจุดมุ่งหมายอย่างเช่นที่เคยปฏิบัติมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พวกเราขอให้คำมั่นว่า จะสืบสานอุดมการณ์ของพวกท่าน และทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อให้สังคมมีความปกติสุข มีความรักความสามัคคี อันเป็นจะพลังขับเคลื่อนประเทศชาติให้ก้าวหน้า ไปข้างหน้า อย่างมั่นคงต่อไป&amp;rdquo;พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.อ.พรพิพัฒน์ เป็นตัวแทนกล่าวอำลาชีวิตราชการว่า การปฏิบัติราชการในกองทัพนับเป็นช่วงเวลาที่ภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ทหารของชาติและประชาชนตามปณิธานที่ตั้งไว้ เพื่อพิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี โดยมุ่งอุทิศตนทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ สติปัญญา ดำเนินภารกิจของกองทัพให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ ร่วมแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติและพัฒนาสังคมให้มีความเป็นปึกแผ่นแน่นแฟ้น ซึ่งภาระหน้าที่ของทหารอันมีเกียรตินี้ เป็นสิ่งที่พวกเรายึดถือปฏิบัติตลอดไปแม้เกษียณอายุราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมมั่นใจว่าผู้ที่จะเกษียณอายุราชการทุกคนต่างล้วนสำนึกในคุณูปการกองทัพบกที่หล่อหลอมพวกเรามีจิตวิญญาณของความเป็นทหารอยู่ในสายเลือด มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ แม้ต้องอำลาชีวิตราชการจากกองทัพ แต่จิตวิญญาณของความเป็นทหารอาชีพยังฝังแน่นอยู่ในจิตใจและพร้อมที่จะเสียสละตนรับใช้กองทัพและประเทศชาติในทุกโอกาส ตลอดจนจะนำประสบการณ์ที่สะสมมาตลอดชีวิตรับราชการมาสนับสนุนการดำเนินการงานของกองทัพด้วยความเต็มใจตลอดไป ทั้งนี้จะเป็นกำลังใจให้กำลังพลที่ยังราชการอยู่ในกองทัพบกสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้สมกับที่ประชาชนให้ความเชื่อถือและไว้วางใจตลอดมา&amp;rdquo; พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78356</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดพิธีเทิดเกียรติและอำลาชีวิตราชการทหาร, ผบ.ทบ., ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก, พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6ae7c54fd65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
