<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43215</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2019 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2019 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉ “ศักดิ์สยาม” ถูกถล่มขวางลำไอ้โม่งรับผลประโยชน์นำเข้าไมโครบัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค. 2562 ภายหลังที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม มีข้อสรุปแนวทางเกี่ยวกับรถตู้สาธารณะ คือไม่ต้องเปลี่ยนแปลงรถตู้เป็นรถไมโครบัสในทันที&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่เปลี่ยนเป็นภาคสมัครใจ ส่งผลให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น

ล่าสุดคณะทำงานพรรคภูมิใจไทย ประจำกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ความเป็นจริงมติความเห็นข้างต้นเเละรมว.คมนาคมไม่ได้หวังเอาใจชาวรถตู้เพียงอย่างเดียวแต่ได้พิจารณาสภาพความเป็นจริงของผู้เกี่ยวข้องทุกมิติ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนที่โดยสารรถสาธารณะเป็นเป้าหมายหลัก พร้อมทั้งยังปิดช่องมิให้บุคคลใดหรือกลุ่มใด ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนรถตู้ไปเป็นรถไมโครบัส&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;

&amp;ldquo;เนื่องจากทราบว่าเกิดจากผู้วางแผนนำเข้ารถไมโครบัสจากจีน เข้ามาขายแทนการใช้รถตู้ จนเสียประโยชน์ จากสิ่งที่รมว.คมนาคมระบุว่าไม่มีการบังคับให้เปลี่ยนรถตู้เป็นไมโครบัส&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ให้สิทธิผู้ประกอบการเลือก ว่าจะใช้รถตู้หรือไมโครบัสก็ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งทราบว่าการสั่งต่อรถไว้แล้ว มากกว่า&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งหากมีการบังคับให้เปลี่ยนรถตู้เป็นไมโครบัส ทั้งหมด จะเสียเงินออกนอกประเทศ มากกว่า&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;ล้านบาท ที่น่าจะกระทบภาวะเศรษฐกิจไทยตอนนี้&amp;rdquo;

แหล่งข่าวกล่าวและว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า สำหรับข้อดีของการอนุญาตให้ใช้รถตูต่อไปเพราะ รถประกอบในประเทศไทย มีการจ้างแรงงาน สร้างรายได้ให้คนไทย แต่รถไมโครบัส เป็นรถนำเข้าจากต่างประเทศทั้งคัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากใช้รถไมโครบัส100%&amp;nbsp;ก็จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมชิ้นส่วน และ คนงานไทยที่จะไม่มีงานทำในสภาวะที่ปัญหาเศรษฐกิจปากทองเป็นปัญหาหลักของประเทศตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีประกาศไว้ที่จะต้องเร่งแก้ไขด่วน&amp;nbsp;&amp;nbsp;

นอกจากนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากมีการบังคับให้ปรับเปลี่ยนจากรถตู้เป็นไมโครบัสทั้งหมด จะทำให้เกิดปัญหาไม่มีรถให้บริการประชาชน เพราะผู้ประกอบการไม่มีกำลังซื้อรถไมโครบัสมาให้บริการ เนื่องมีราคาสูงกว่ารถตู้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เท่าตัวจากรถตู้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านบาทเศษเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านบาทเศษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ผู้ประกอบการไม่มีกำลังซื้อรถไมโครบัส และหากมีต้นทุนรถเพิ่ม ก็จะกระทบกับการบริการประชาชนทั้งราคาค่าโดยสารที่แพงขึ้น และรถที่ไม่เพียงพอ

&amp;ldquo; ข้อเสนอคือให้เป็นสิทธิของผู้ประกอบการ ใครอยากเปลี่ยนเป็นไมโครบัส&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก็เปลี่ยนได้ไม่ได้ห้าม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามความเหมาะสมกับการบริการของแต่ละพื้นที่ และสถานะเศรษฐกิจของแต่ละคน เพื่อไม่เป็นการมัดมือชก ไม่เป็นการบังคับซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจและการลงทุน&amp;rdquo;

แหล่งข่าวกล่าวและว่า ส่วนข้อกังวลเรื่องความปลอดภัย กระทรวงคมนาคม มีเหตุผลทางวิชาการสนับสนุนว่า อุบัติเหตุบนถนนเกิดจากผู้ขับขี่บกพร่อง และ ประมาท เมาแล้วขับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;มากกว่าเกิดจากยานพาหนะ ดังนั้นสิ่งที่ต้องดำเนินการคือการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนผู้ใช้บริการ ด้วยการตรวจสอบผู้ขับขี่รถอย่างเข้มงวด และการตรวจสอบสภาพรถอย่างเคร่งครัด รวมทั้งการรับผู้โดยสารตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43215</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดระเบียบรถตู้, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, รถตู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190801/image_big_5d41d52d4aaaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2019 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2019 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถตู้พร้อมใจบุกคมนาคมร้องสางปัญหา ศักดิ์สยามนัดเคลียร์9 ส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6ส.ค.62-นายบุญส่ง ศรีสกุล นายกสมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัด พร้อมสมาชิก 50 คน เข้ายื่นหนังสือถึงนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เรื่องความเดือดร้อนเร่งด่วนของรถตู้โดยสารสาธารณะประจำทางทุกหมวด โดยมีนายวิรัช พิมพะนิตย์ ชุดคณะทำงานของ รมว.คมนาคม เป็นผู้รับมอบ

นายบุญส่ง เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้จัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะตั้งแต่ปี 57 และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องย้ายรถตู้โดยสารสาธารณะเข้าไปอยู่ยังพื้นที่ต่างๆ นั้น ผู้ประกอบการถตู้โดยสารธารณะทั้งหมด ไม่ได้ขัดต่อนโยบายพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาล จากนโยบายดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะรถตู้โดยสารสาธารณะหมวด 1 วิ่งให้บริการกรุงเทพฯ และปริมณฑล มี 3,233 คัน รถตู้หมวด 2 เส้นทางกรุงเทพฯ ไปต่างจังหวัด ระยะทางไม่เกิน 300 กม. มี 4,593 คัน และ หมวด 3 วิ่งระหว่างจังหวัดมี 2,000-3,000 คัน รวม 10,000 กว่าคันได้รับผลกระทบจากรถตู้หมดอายุ 10 ปี ต้องเปลี่ยนเป็นรถโดยสารขนาดเล็ก (ไมโครบัส) หากไม่เปลี่ยนต้องหยุดวิ่ง

นายบุญส่ง กล่าวต่อว่า จึงต้องการให้แก้ไข 3 เรื่อง คือ 1.ขอให้ขยายอายุการใช้งานรถตู้ทุกหมวด จากเดิมอายุไม่เกิน 10 ปีเป็น 15 ปีตามสภาพรถ ซึ่งในการขยายอายุการใข้งานนี้มีผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) รองรับว่ามีความปลอดภัย รวมทั้งมีการตรวจสภาพรถทุก 6 เดือน หรือปีละ 2 ครั้งตามที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กำหนด ทั้งนี้เพื่อให้ผู้โดยสารได้มีทางเลือกในการใช้รถไฟฟ้าแทน เพราะรถไฟฟ้าหลากสีจะก่อสร้างเสร็จแลเปิดให้บริการอีก 3-5 ปีข้างหน้า 2.นโยบายการบังคับให้มีการเปลี่ยนรถตู้ทุกหมวดที่มีอายุ 10ปี เป็นไมโครบัสแบบภาคสมัครใจ เพราะถ้าเส้นทางไหนผู้โดยสารใช้บริการจำนวนมาก รายได้ดี ผู้ประกอบการพร้อมเปลี่ยนเป็นไมโครบัส

นายบุญส่ง กล่าวอีกว่า แต่บางเส้นทางผู้โดยสารเดินทางน้อย รายได้น้อยตาม ทั้งนี้ต้นทุนรถไมโครบัส จำนวน 20 ที่นั่ง คันละ 2.5 ล้านบาท ผ่อนเดือนละ 45,000 บาท ขณะที่รถตู้ 13 ที่นั่ง คันละ 1.3 ล้านบาท ผ่อนเดือนละ 30,000 บาท หากผู้โดยสารไม่เต็มคันรายได้ไม่เพียงพอต่อการผ่อนไมโครบัส เพราะราคาสูง เกิดหนี้สินตามมา ทั้งนี้บางเส้นทางเหมาะใช้รถตู้มากกว่า โดยเฉพาะเส้นทางในกรุงเทพฯ เพราะรถตู้มีความคล่อง คันเล็กไม่สร้างปัญหารถติด ขณะที่รถไมโครบัสมีขนาดใหญ่ และอาจทำให้รถติดได้ นอกจากนี้ให้รัฐบาลกำหนดมาตรากรช่วยเหลือผู้แระกอบการที่มีความพร้อมและสมัครใจจะเปลี่ยนรถตู้เป็นไมโครบัส เช่น ลดภาษีนำเข้า ปล่อยเงินกู้สินเชื่อต่ำในไฟแนนซ์ของรัฐ และขยายจัดไฟแนนซ์เป็น 10 ปีดาวน์ 5% เพื่อให้ผ่อนส่งไม่สูงเกินจริง และมีกำลังผ่อนได้

นายบุญส่ง กล่าวอีกว่า และ 3.ขอให้ยังคงมีรถตู้หมวด 2 (ช.) ซึ่งเป็นรถจัดระเบียบยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีอายุใช้งานแค่ 7 ปี ถ้าครบแล้วไม่สามารถเปลี่ยนรถหรือต่อสัญญาได้ ดังนั้นขอให้วิ่งต่อมีอายุสัญญา 10 ปี เพื่อไม่ให้กระทบบริการประชาชน และเปิดช่องทางให้เกิดรถป้ายดำเกิดขึ้น

ด้านนายวิรัช กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับหนังสือมา แล้วจะขอนัดประชุมร่วมกับสมาคมฯ ในวันที่ 9 ส.ค. นี้ เวลา 13.00 น. โดยให้ตัวแทนแต่ละสมาคมฯ ประมาณ 5 คน เพื่อเข้าประชุมกับ รมว.คมนาคมเกี่ยวกับปัญหาและข้อเรียกร้องทั้งหมด โดยการดำเนินดังกล่าวต้องไม่กระทบการให้บริการประชาชนและคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย

รายงานข่าวจากสมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัดแจ้งว่า รถตู้หมวด 1 ในปี 62 หมดอายุ 809 คัน ปี 63 จำนวน 1,185 คัน ปี 64 จำนวน 364 คัน และ ปี 65-68 จำนวน 235 คัน ขณะที่รถตู้หมวด 2 ปี 62 หมดอายุ 635 คัน และ ปี 63-63 จำนวน 2,532 คัน

ด้านนายชนกันต์ พร้อมมูล นายกสมาคมรถตู้วีไอพีประเทศไทย พร้อมสมาชิกกว่า 30 คน ได้เข้ายื่นหนังสือถึงนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เรื่องขอความเป็นธรรมและแก้ไขยกเลิกข้อกำหนดและกฎระเบียบ เนื่องจากสมาชิกรถตู้รับจ้างไม่ประจำทางได้รับความไม่เป็นธรรมในการบังคับใช้กฎหมายของกรมการขนส่งทางบกและได้นำเรื่องความเดือดร้อนข้อบังคับที่ไม่ธรรม ต่อการประกอบอาชีพและความเดือดร้อนของประชาชนผู้เช่าเหมารถตู้รับจ้างไม่ประจำทาง

นายชนกันต์ เปิดเผยว่า ปัญหาหลักที่เรียกร้อง คือเรื่องใบสั่งและการเปรียบเทียบปรับในข้อหาเกิดจากความเร็วที่จัดโดยความเร็วของจีพีเอส ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการในกรณีที่ได้รับใบสั่งจากจีพีเอสผู้ประกอบการต้องจ่ายค่าปรับโดยทันทีที่ 1,000 บาท ต่อความผิดหนึ่งครั้งโดยขนส่งแต่ละพื้นที่ไม่รับฟังเหตุผลจากผู้ประกอบการ บางกรณีวิ่งแซงโดยใช้ความเร็วเกิน 90 กม.ต่อชม. เกิน 2 นาที หรือบางครั้งวิ่งแค่ 91 กม.ต่อชม. ก็โดนใบสั่ง นอกจากนี้มีปัญหาจีพีเอสในระบบไม่เสถียรการเพิ่มความเร็วหรือลดลงของความเร็วของรถไม่ตรงกับความเป็นจริง นอกจากนี้เมื่อมีความเร็วที่เกินกำหนด 90 กม.ต่อชม. ในเวลาเกินกว่า 2 นาที ผู้ให้บริการติดความเร็ว (Vander) ส่งรายงานไปยังศูนย์จีพีเอส ของแต่ละพื้นที่ขนส่งจังหวัดนั้นนั้นเพื่อออกใบสั่งให้ไปชี้แจงตามพื้นที่ออกใบสั่ง เมื่อมีใบสั่ง ออกมาถึงผู้ประกอบการต้องจ่ายค่าปรับทันที 1,000 บาท

นายชนกันต์ กล่าวต่อว่า จากข้อมูลสถิติโดนใบสั่งใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนดที่มาจากการติดตั้งจีพีเอสควบคุมความเร็วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบว่า รถตู้วีไอพีที่เป็นสมาชิกในสมาคม ประมาณ 57,000 คันทั่วประเทศ ต้องจ่ายค่าปรับประมาณ 300,000 ใบ รวมเป็นเงิน 300 กว่าล้านบาท หรือเฉลี่ย 1 คัน เจอค่าปรับสูงถึง 45 ใบต่อปี หรือ 45,000 บาทต่อปี สำหรับผู้ที่ไม่ไปจ่ายค่าปรับตรงโดนอายัดทะเบียนไม่สามารถนำรถไปตรวจสภาพกลางปีให้ผ่านได้และปลายปีไม่สามารถต่อภาษีประจำปีได้จนกว่าจะจ่ายค่าปรับให้เสร็จสิ้นก่อน

นายชนกันต์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จีพีเอสไม่ตรงสนองความต้องการของผู้เช่าเหมาและนักท่องเที่ยวได้เนื่องจากความเร็วที่โดนกำหนด 90 กม. ต่อชม. นักท่องเที่ยวไม่สามารถอยู่ได้ครบตามกำหนดโปรแกรมทัวร์ทำให้นักท่องเที่ยวและผู้เช่าเหมาหันไปใช้รถที่อยู่นอกระบบขาดความเป็นธรรมในการประกอบอาชีพ ดังนั้นขอขยายเพิ่มความเร็วจาก 90 กม.ต่อชม. เป็น 110 กม.ต่อชม.เพื่อให้สอดคล้องกับผู้ใช้บริการ ซึ่งการเพิ่มความเร็วรถนี้ไม่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพราะถ้าสภาพรถดี พนักงานขับรถมีความพร้อม พักผ่อนเพียงพอ ปฏิบัติตามกฎหมายจราจร และกายภาพถนนมีประสิทธิภาพทำให้มีความปลอดภัยแน่นอน

นายชนกันต์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้อีกข้อหาไม่ขับรถชิบขอบทางด้านซ้าย ปัจจุบันบางช่วงเวลารถที่ขับชิดซ้ายจะเป็นรถบรรทุกวิ่งส่วนใหญ่ หากวิ่งด้วยกันจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหต เพราะรถบรรทุกและรถตู้อออกตัวไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงต้องการเสนอให้วิ่งช่องทางที่ไม่ใช่ชิดซ้ายสุด อย่างไรก็ตามสมาคมฯ จะให้ รมว.คมนาคมพิจารณาแก้ปัญหาดังกล่าวไม่เกิน 3 เดือน หากยังเพิกเฉยจะมาทวงถามความคืบหน้า รมว.คมนาคมอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42838</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, จัดระเบียบรถตู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190806/image_big_5d49242d0867d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2018 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2018 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;เตรียมนำเครือข่ายรถตู้ตจว.ร้องศาลคุ้มครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.61- นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ในวันอังคารที่ 3 เม.ย. 2561 เวลา 10.30 น. จะพาสมาชิกสมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัด และผู้โดยสาร จำนวน 719 คน เข้ายื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาปกป้องอาชีพการประกอบกิจการรถตู้ต่างจังหวัดต่อไป โดยจะเดินทางไปยื่นคำฟ้อง ในวันอังคารที่ 3 เม.ย. 2561 เวลา 10.30 น. ณ ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณกล่าวว่า ตลอดระยะเวลาของการแก้ไขปัญหานโยบายการจัดระเบียบรถตู้โดยสาร ของรัฐบาลที่ผ่านมา โดยให้กรมการขนส่งทางบกดำเนินการ ไม่ได้ตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการจัดระเบียบแต่อย่างใด หากแต่กลับเพิ่มปัญหาให้มากขึ้น ทำให้กระทบกระเทือนต่อสิทธิของผู้โดยสาร และกระทบต่อการประกอบอาชีพโดยสุจริตของผู้ประกอบการรถตู้ต่างจังหวัด เช่น การยกเลิกรถ Shuttle bus ที่อ้างว่าจะวิ่งให้บริการรับส่งฟรี ในเส้นทางอนุสาวรีย์ชัยฯ ไปยังสถานีขนส่งผู้โดยสารทั้ง 3 แห่ง การให้เปลี่ยนรถตู้เป็นรถไมโครบัส ซึ่งอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทรถไมโครบัส การไม่ยอมชำระเงินค่าเช่าที่จอดให้เจ้าของที่ดินบริเวณตรงข้ามฟิวเจอร์พาร์ครังสิตจนเจ้าของที่ดินขึ้นป้ายห้ามใช้ที่ดิน 3 เม.ย. 2561 นี้แล้ว การให้เอกชนมาทำหน้าที่ขายตั๋วร่วมหักหัวคิวผู้ประกอบการ 10% การไม่อนุญาตให้ผู้ประกอบการรถตู้รับ-ส่งผู้โดยสารระหว่างทาง ฯลฯ.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6261</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดระเบียบรถตู้, ฟ้องศาล, รถตู้, ร้องเรียน, ศรีสุวรรณ จรรยา, ศาลปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5edc9fad007.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
