<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2018 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2018 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5จีเกิดได้หรือไม่ แนวทางจัดสรรคลื่นของกสทช.เป็นตัวชี้วัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดูเหมือนว่าในขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำลังเตรียมความพร้อม สำหรับการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีการสื่อสาร ไปสู่ยุค 5จี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก &amp;nbsp;โดยในปี 2020 หรือ ปี 2563 ก็มีบางประเทศจะเริ่มต้นใช้งาน 5จี อย่างเป็นทางการแล้ว &amp;nbsp;ขณะที่ไทยก็ไม่อยากตกขบวนเหมือนในอดีต รัฐบาลก็มีเป้าหมายที่จะมีการเริ่มทดลองใช้งาน 5จี ในปี 2563 เช่นกัน ดังนั้นมันจึงเหลือเวลา สำหรับการศึกษาและการเตรียมการไม่มากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับแรกต้องทราบกันก่อนว่า พื้นฐานของเทคโนโลยี 5จี นั้นไม่ใช่เพื่อการโทรคมนาคมทางด้านเสียง หรือแค่ส่งผ่านข้อมูลสำหรับสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ในยุค 5จี คือ ยุคของการเชื่อมโยงทุกอุปกรณ์เข้าด้วยกัน หรือที่เรียกว่า อินเทอร์เน็ตออฟธิงค์ ( IoT) อย่างที่เราได้ยินกัน ดังนั้นระบบจึงต้องการเครือข่ายการสื่อสารอัจฉริยะ ที่สามารถรองรับการใช้ได้หลายอุปกรณ์ และ หลายประเภท และรับส่งข้อมูลได้จำนวนมหาศาล เพื่อทำให้เกิดโครงข่ายเมืองอัจฉริยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเรื่องของการจัดสรรคลื่นความถี่ให้พอเพียงกับความต้องการใช้ 5จี นั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยความเร็วในการรับส่งข้อมูลเบื้องต้นในยุค 5จี จะมีความเร็วในการส่งข้อมูลสูงกว่า 4จี อย่างน้อย 10 เท่า &amp;nbsp;หรือ เรียกว่า เป็นการรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วที่ระดับ กิกะบิตเพอร์เชค(Gbps) &amp;nbsp;ซึ่งก็จะรับส่งข้อมูลจำนวนสูงขนาดนี้ จำเป็นต้องใช้คลื่นความถี่จำนวนมากขึ้นตามไปด้วย เพื่อรองรับคุณสมบัติดังกล่าว &amp;nbsp;อย่างน้อยที่สุดคลื่นที่จะนำมาใช้ได้ ก็จะต้องช่วงความกว้างของคลื่นความถี่ จะต้องไม่ต่ำกว่า 50-100 MHz &amp;nbsp;จึงบอกได้เลยว่าจำนวนคลื่นความถี่ที่ให้บริการในปัจจุบันจะมีไม่เพียงพออย่างแน่นอน และจำเป็นจะต้องสรรหาคลื่นใหม่มาจัดสรรเพิ่มเติม เพื่อรองรับการให้บริการบนเทคโนโลยี 5จี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงไม่แปลกใจเลยว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองด้านโทรคมนาคม ของกสทช. จึงมีมติเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การเรียกคืนคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ ใช้ประโยชน์ หรือใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า หรือนำมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น &amp;nbsp;ซึ่งเรื่องนี้จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของกรรมการ (บอร์ด) กสทช.ในวันที่ 20 พ.ย.ที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าทำไมต้องเรียกคืนคลื่น ก็อย่างที่ทราบว่า เทคโนโลยี 5จีจะต้องใช้คลื่นจำนวนมหาศาล ซึ่งในขณะนี้ก็ยังไม่แน่ชัดว่า ตัว 5จี จะใช้ช่วงคลื่นชุดใด เป็นตัวขับเคลื่อน มีเพียงความเห็นของ ของนายเสน่ห์ สายวงศ์ ผู้อำนวยการ สำนักบริหารคลื่นความถี่ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานด้านเทคนิค 5จี ที่ระบุว่า หลังจากคุยกับผู้ผลิตเทคโนโลยีหลายๆเจ้า ก็มีความคิดว่าจะใช้คลื่นความถี่ C-Band ในช่วงย่านความถี่ 3500 เมกะเฮิรตซ์ ที่จำนวนความจุ (แบนด์วิธ) 100 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่ 24 กิกะเฮิรตซ์ ที่จำนวนความจุ 1 กิกะเฮิรตซ์ มาเริ่มต้นทำการทดลองใช้งานเทคโนโลยีบนระบบ 5จี &amp;nbsp;แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีข้อสรุปว่า จะเลือกใช้คลื่นนี้อย่างเป็นทางการหรือๆไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในแง่โรดแมปการทำงาน กสทช. จำเป็นต้องต้องกำหนดแผนจัดสรรคลื่นความถี่ อย่างนี้ 3-5ปี &amp;nbsp;เพื่อให้ภาคธุรกิจเอกชน ที่สนใจในตัวเทคโนโลยีดังกล่าว สามารถเตรียมความพร้อมทางการลงทุนและทำแผนธุรกิจ แน่นอนหากไม่ประกาศให้ชัดคนทำธุรกิจก็ลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลงทุน 5 จี นั้นมีมูลค่ามหาศาล และมีธุรกิจอื่นๆที่มาเกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก การมีแผนที่ชัดเจน ก็จะช่วยให้เกิดความมั่นใจว่าอนาคตจะมีคลื่นความถี่มารองรับนวัตกรรมใหม่ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีแม้ว่าจะมีการเตรียมการและมีแผนที่จะทำ แต่สิ่งหนึ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ การประมูลคลื่นรอบใหม่ ในช่วงต้นปีหน้า ที่ยังมีคลื่น ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวนที่เหลืออยู่ 7 ใบอนุญาตๆละ 5 เมกะเฮิรตซ์จำนวน 35 เมกะเฮิรตซ์ &amp;nbsp;ที่ยังประมูลได้ไม่หมดและคลื่น ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ 3400 -3500 เมกะเฮิรตซ์ 26- 28 กิกะเฮิรตซ์ มาประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเบื้องต้น กสทช.ได้ให้สัมภาษณ์ว่า สำหรับ คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ 7 ใบที่เหลือ จะยึดตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่เบื้องต้นเดิมที่ ตั้งราคาเริ่มต้นประมูลไว้ที่ &amp;nbsp;12,486 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงมาก หากรวมทั้ง 7 ใบอนุญาต จะต้องใช้วงเงินอย่างน้อย 87,402 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้เอกชนก็น่าจะแบกต้นทุนค่าคลื่นกันเต็มกลืนแล้ว หากยังคงตั้งราคาแบบนี้ ก็ยากที่จะมีคนมาร่วมประมูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญการประมูลคลื่นเหล่านี้มีความคาบเกี่ยวกับช่วงที่มีการเกิดเทคโนโลยี 5จี ซึ่งตามหลัก ภาคเอกชนจะต้องเป็นผู้ขับเคลื่อนการลงทุน &amp;nbsp;แต่จะทำอย่างไรเพราะการลงทุน 5จี นั้นต้องมีการลงทุนมากกว่า ระบบ 4จี เป็นเท่าตัว &amp;nbsp;อย่าง 4จี ใช้เสากระจายสัญญาณเพียง 2-5 ต้น &amp;nbsp;แต่สำหรับ 5จี ในพื้นที่เท่ากันจะต้องลงทุนเสา10-15 ต้น ถามว่า ในเวลานี้ 3 ผู้ประกอบการไทยมีเงินไหม ก็ต้องยอมรับในข้อเท็จจริงกันก่อนว่าทุกเจ้าก็แบกต้นทุนค่าใบอนุญาต กันทะลุแสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นหาก กสทช. ต้องการจะให้ 5จีเกิดจริงๆ การทบทวนหลักเกณฑ์ในการประมูลคลื่นความถี่รวมถึงมูลค่าคลื่นให้สอดคล้องกับความเป็นจริง นั้นเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงเกณฑ์การชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตที่จะมีการขยายเวลาออกไปให้มากขึ้น รวมถึงการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งแน่นอน เอกชน คงไม่สามารถแบกรับการค่าประมูลคลื่น ที่มหาศาลติดระดับโลกได้อีกแล้ว ทุกอย่างต้องสมเหตุสมผลและ ตอบโจทย์ธุรกิจจริงๆ เพราะภารกิจนี้ไม่ใช่ การหารายได้เข้ารัฐ เพียงอย่างเดียวแล้ว แต่จะต้องผลักดันเทคโนโลยีการสื่อสาร 5จีให้เกิดขึ้น เพื่อนำไปสู่การเกิดของสมาร์ทซิตี้ และ ไทยแลนด์ 4.0 หากยึดเอาแต่เงินประมูลเป็นตัวตั้ง บอกได้เลย เอกชน คงเซย์โน ไม่ต่างจากที่ตอนนี้ยังมี คลื่น 1800 MHz ค้างสต็อกประมูลไม่ออกอีกเพียบ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21964</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, 5จี, กสทช., คลื่นความถี่, จัดสรรคลื่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181114/image_big_5bebdd653406d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
