<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.ยันตามแผนพัฒาการศึกษาจังหวัด ต้องจัดสรรงบฯตรงจุด คุ้มค่า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
25ม.ค.64- นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อยู่ระหว่างการจัดทำแผนงบประมาณ เพื่อรองรับนโยบายแผนการศึกษาจังหวัดที่ประกอบไปด้วยการขับเคลื่อนโรงเรียนดีในชุมชน โรงเรียนขนาดเล็กที่ดำรงอยู่ได้ด้วยตัวเอง (Stand Alone) และโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง ซึ่งขณะนี้มอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศร่วมกับศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) จัดทำแผนที่โรงเรียนในแต่ละจังหวัดของตัวเอง เพื่อดูว่าโรงเรียนในพื้นที่แห่งไหนจะสร้างเป็นโรงเรียนดีในชุมชน และโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมืองได้บ้าง ส่วนงบประมาณปี 2565 ที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ต้องการตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็นออกไป โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดใหญ่หลายแห่งเสนอของบสร้างอาคารเรียนมาทุกปี และตั้งแต่ปีนี้ รมว.ศธ. จะไม่ให้งบกับโรงเรียนขนาดใหญ่แล้ว เพราะจะจัดสรรงบไปพัฒนาโรงเรียนอื่นๆ ตามแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดนั้น ประเด็นนี้ไม่ได้ถือว่าเป็นการรื้องบประมาณแต่อย่างใด แต่เป็นการจัดสรรงบประมาณในส่วนของ สพฐ.ตามความขาดแคลนและจำเป็น เช่น โรงเรียนขนาดเล็กบางแห่งของบสร้างอาคารโดยให้เหตุผลว่าอาคารสร้างมานานหลายสิบปีแล้วจำเป็นต้องสร้างทดแทน สพฐ.จะมาดูว่าโรงเรียนเหล่านี้ที่ของบมาเป็นโรงเรียนที่ตรงกับแผนการศึกษาจังหวัดหรือไม่ เพราะหากเป็นโรงเรียนที่ไม่รวมอยู่ในแผนการศึกษาจังหวัด สพฐ.จะไม่จัดสรรงบลงไปให้อีก เพราะไม่คุ้มค่าในการลงทุน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับงบประมาณที่จะไม่จัดสรรให้โรงเรียนขนาดใหญ่ก็จำเป็นจะต้องดูมาตรฐานจำนวนนักเรียนด้วย เพราะโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงมักจะขอขยายอาคารเพิ่ม แต่หากโรงเรียนแห่งไหนมีสภาพอาคารสภาพทรุดโทรม หรือประสบภัยทางธรรมชาติเรายังจัดสรรให้อยู่ไม่ใช่ไม่จัดสรรงบให้เลย เนื่องจากในอนาคต รมว.ศธ.มองว่าเราจะจัดงบประมาณด้วยการหว่านแบบเดิมไม่ได้ แต่ต้องใช้งบให้ตรงจุดและคุ้มค่า&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90968</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., จัดสรรงบ, อัมพร พินะสา, แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210108/image_big_5ff828efce1a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งสร้างบิ๊กดาต้า -ฟื้นสมุดพกนักเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
25ม.ค.64-&amp;nbsp;&amp;ldquo;ครูตั้น&amp;rdquo; นั่งหัวโต๊ะ เดินหน้างานบิ๊กดาต้า ศธ. ถ้าไม่มีข้อมูลครบถ้วน ผ่าตัดการจัดสรรงบฯ มิติใหม่ ไม่สำเร็จ พร้อมกับ ปัดฝุ่นฟื้นฟู การใช้&amp;quot;สมุดพกนักเรียน &amp;quot; ชี้ข้อมูลจากเด็ก จะเป็นตัวชี้ฃะตา ความก้าวหน้าอนาคตครู ไม่ต้องทำวิทยฐานะ
&amp;nbsp;
นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ในการประชุมรับทราบนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และรายงานผลการดำเนินงานในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยทั้งการบริหารงาน และการจัดการศึกษารองรับความเป็นรัฐบาลดิจิทัล เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมได้มีการหารือถึงการวางแผนการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ หรือ Big Data ของ ศธ. โดยตนจะนำข้อมูลของทุกองค์กรหลักใน ศธ.ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และสภาการศึกษา (สกศ.) มาบูรณาการรวมข้อมูลไว้เป็นหนึ่งเดียว เพราะเป็นเรื่องข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับการศึกษาถือเป็นกระดุมเม็ดแรกที่ต้องเกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณ เนื่องจากที่ผ่านมาการที่ ศธ.ได้รับการจัดสรรงบประมาณได้ไม่เต็มที่อาจเกิดจากข้อมูลการศึกษาที่ไม่ครบถ้วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า สำหรับการบูรณการฐานข้อมูลของ ศธ.นี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจในหลายเรื่อง เช่น การทำสมุดพกนักเรียนเมื่อเด็กนักเรียนคนหนึ่งได้มาเรียนในโรงเรียนที่จังหวัดอื่นๆ หรือมีการย้ายโรงเรียนฐานข้อมูลที่ถูกใส่ไว้จะต้องระบุว่าเด็กมีการพัฒนาทักษะมากน้อยแค่ไหน มีความชอบอะไร และการเรียนการสอนตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งในอนาคตสมุดพกข้อมูลนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในความก้าวหน้าในวิชาชีพของครูเองโดยที่ไม่ต้องไปทำวิทยฐานะให้เสียเวลา รวมถึงหากหน่วยงานอื่นเข้ามาขอข้อมูลการศึกษาเราก็ไม่จำเป็นจะต้องไปกรอกข้อมูลให้ซ้ำซ้อน อย่างไรก็ตาม ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ตนจะมีการนัดหารือเรื่องนี้อีกครั้ง เพื่อที่จะทราบความต้องการในแต่ละส่วนว่าข้อมูลยังมีส่วนไหนที่ต้องการเพิ่มเติม และเติมให้เต็มตามที่วางเป้าหมายไว้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;เรามีข้อมูลด้านการศึกษาที่ครบถ้วนอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาโครงสร้าง ศธ.บริหารแบบเป็นแท่งขาดการบูรณการและสื่อสาร ดังนั้นผมจึงนำข้อมูลของทุกแห่งมารวมกันให้หมด เพื่อให้เกิดความเชื่อมต่อในการทำงาน และบอกถึงความต้องการให้ชัดเจนว่าเราอยากจะได้ข้อมูลด้านไหนบ้าง ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการบริหารจัดการศึกษาและการจัดทำงบประมาณ โดยเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากในการปฏิบัติ แต่ในอดีตกลับทำให้มีความยุ่งยาก เพราะแยกหน่วยงานกันบริหารงาน ดังนั้นจากนี้ไปหากหน่วยงานใน ศธ.หรือหน่วยงานภายนอกมาขอข้อมูลเราจะไม่ทำอะไรที่ซ้ำซ้อน เพื่อกรอกข้อมูลในรูปแบบเดิมอีก&amp;rdquo; รมว.ศธ.กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90907</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., จัดสรรงบ, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, บิ๊กดาค้า, สมุดพกนักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210121/image_big_60092c54cbfb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2020 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2020 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ประกอบการขอนแก่นโอดเศรษฐกิจไม่กระเตื้องวอนรัฐจัดสรรงบลงท้องที่มากกว่าหนุนท่องเที่ยว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 12 ก.ค.2563 ที่โรงแรมราชาวดี ราอร์ท แอนด์ โฮเต็ล จ.ขอนแก่น นายเข็มชาติ &amp;nbsp;สมใจวงษ์ &amp;nbsp;ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้า จ.ขอนแก่น และ ประธานกรรมการบริการ โรงแรมราชาวดีฯ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า จากการผ่อนคลายตามมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 5 จากสถานการณ์โควิด19 ที่เกิดขึ้นนั้นขณะนี้ผ่านไปแล้วเกือบ 2 สัปดาห์ การผ่อนคลายที่เกิดขึ้นนั้นสามารถที่จะกระตุ้นในเรื่องของบรรยากาศได้บ้าง และข้อดีของไทยและขอนแก่นนั้นคือการที่สามารถควบคุมโรคได้อย่างเด็ดขาด แต่สิ่งที่ยังไม่ดีขึ้นคือกำลังซื้อ &amp;nbsp;เพราะสถานการณ์ดีขึ้น กำลังซื้อเหมือนเดิม &amp;nbsp;และสิ่งหึ่งที่แสดงให้เห็นได้ชัดเจนคือการชดเชยเยียวเดือนละ 5,000 บาทนาน 3 เดือนที่รัฐบาลมอบให้นั้นขณะนี้ครบแล้ว การจ่ายเงินให้กับกลุ่มประกันตนก็ดำเนินการด้วยดี ประเด็นนี้จะกลายเป็นปัจจัยลบ &amp;nbsp;ที่อาจจะทำให้สถานการณ์ในภาพรวมไม่ดีขึ้น หรือดีขึ้นเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ผู้ประกอบการก็ยังคงมุ่งเน้นในการลดต้นทุนเป็นหลักเพราะไม่สามารถที่จะกระตุ้นกำลังซื้อได้ สถานประกอบการหลายแห่งจ้างแรงงานในสัดส่วนร้อยละ 50 มากกว่าการจ้างงานแบบเต็มเวลา และถ้าจะมองว่าไม่มีกำลังซื้อหรือไม่กล้าที่จะออกมาใช้จ่ายนั้น ทั้ง 2 ส่วนนั้นสอดคล้องกันเพราะนักลงทุนเองก็ไม่กล้าที่จะลงทุน ขณะที่ผู้บริโภคนั้นกำลังซื้อก็หายไป เงินออมที่เคยมีก็หมด เงินชดเชยที่รัฐบาลมอบให้ ก็หมด ตรงนี้จึงกลายเป็นปัจจัยลบที่ทำให้ภาพรวมทางเศรษฐกิจนั้นไม่ดีขึ้น ร้านอาหาร รวมไปถึงธุรกิจหลายแห่ง เปิดมาแล้ว บางแห่งมีการหารือกันว่าอาจจะต้องปิดการให้บริการอีกครั้ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเข็มชาติ กล่าวต่ออีกว่า แม้รัฐบาลจะกำหนดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะแคมเปญด้านการท่องเที่ยวออกมา แต่การใช้นโยบายเดียวทั่วประเทศ โดยส่วนตัวมองว่าไม่ถูกต้อง เพราะภาคอีสานหรือขอนแก่น ไม่ใช่เมืองด้านการท่องเที่ยว ทำให้แทบทุกจังหวัดไม่ได้ประโยชน์ในเรื่องนี้ จะเห็นได้ว่าเมื่อสถานการณ์ผ่อนคลายลงนักท่องเที่ยวก็จะเดินทางไปทะเล ทางภาคใต้ ไปภูเขาทางภาคเหนือ ในขณะที่โรงแรมในภาคอสานก็ยังว่างอยู่ ร้านอาหารชื่อดัง ก็เปิดให้บริการแต่กำลังซื้อน้อยลง โรงแรมที่ให้บริการมีลูกค้ามาใช้บริการไม่ถึงร้อยละ 20 โรงแรมขนาดใหญ่ชื่อดังก็ยังคงประสบปัญหากับการขาดทุนเพราะมีค่าใช้จ่ายที่คงที่ &amp;nbsp;ดังนั้นเมื่อรัฐบาลช่วยประชาชนแล้วก็ต้องมองถึงการให้ความช่วยเหลือในกลุ่มผู้ประอบการด้วยโดยเฉพาะในเรื่องของต้นทุน เพราะเราไม่สามารถที่จะกระตุ้นกำลังซื้อได้ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงมีต้นทุนทุกวัน ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายด้านต่างๆนับรวมไปถึงเรื่องภาษี รัฐบาลควรจะพิจารณาในการขยายเวลาในการชำระหรือให้ส่วนลดในเรื่องดังกล่าวนี้ให้กับผู้ประกอการด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้เข้าสูช่วงฤดูภาษี ดังนั้นในเรื่องของภาษีโรงเรือน น่าจะมองเรื่องส่วนลด หรือการขยายระยะเวลา รวมทั้งมาตรการน้ำและไฟ ที่ผ่านมาลดให้แต่วันนี้สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นควรทบทวนการขยายระยะเวลาต่อเนื่องต่อไปอีกสักระยะ เพราะผู้ประกอบการนั้นในช่วงที่ผ่านมาปิดให้บริการวันนี้กลับมาเปิดให้ริการแต่ภาระค่าใช้จ่ายยังคงเป็นต้นทุนเป็นรายจ่ายที่มากรัฐบาลควรมองตรงนี้ด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเข้มชาติ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จะเห็นได้ว่าสถานประกอบการหลายแห่งปิดตัวต่อเนื่องแม้จะเข้าสู่การผ่อนผันระยะที่ &amp;nbsp;5 แล้ว แต่บางแห่งก็เปิดเพราะเห็นใจในพนักงาน &amp;nbsp;เพราะพนักงานก็หยุดรอไม่ได้ สถานประกอบการบางแห่งเปิดการจ้างงาน 100% แต่ก็มีต้นทุนที่สูงมากเมื่อเทียบกับรายรับที่ได้ บางแห่งจ้างแบบครึ่งและครึ่ง คือมาทำงาน 2 สัปดาห์ และหยุดพัก 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามการช่วยเหลือที่สำคัญผู้ประกอบการต้องการคือเรื่องกาสรลดต้นทุน ค่าน้ำ ค่าไฟ อย่ามองแต่เรื่องเงินกู้เท่านั้นเพราะผู้ประกอบการนั้นไม่ต้องการเป็นหนี้อีกแล้ว ขณะที่การกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐเองก็ต้องชัดเจนและให้ความสำคัญและเร่งดำเนินการแบบทำทันที โดยเฉพาะการประชุม สัมมนา เพื่อสนับสนุนในกลุ่มธุรกิจบริการ ภาครัฐต้องดูว่ามีงบประมาณในการดำเนินการมากน้อยเพียงใด และสิ่งใดที่สามารถทำได้บ้างและทำได้ทันที เพื่อที่จะเกลี่ยรายได้ไปยังสถานประกอบการ โรงแรม ร้านอาหาร รวมทั้งกลุ่มธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งก็จะส่งผลต่อการจ้างงานของกลุ่มลูกจ้าง ส่งผลไปยังกลุ่มผู้ผลิตต้นทุน ทั้งอาหาร และสิ่งของต่างๆ ดังนั้นภาครัฐต้องเริ่มทำกันตั้งแต่วันนี้เช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71178</URL_LINK>
                <HASHTAG>การผ่อนคลายตามมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 5, ขอนแก่น, จัดสรรงบ, ลงท้องที่, เศรษฐกิจไม่กระเตื้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f0a87589d534.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2019 21:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2019 21:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพนตากอนสนอง &#039;ทรัมป์&#039; ผันงบ 1,000 ล้าน$ สร้างรั้วชายแดนเม็กซิโก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;แพทริก ชานาแฮน&amp;quot; รักษาการรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐสนองนี้ด &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ลงนามคำสั่งอนุมัติผันงบก้อนแรก 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อรั้วและกำแพงกั้นชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก ตามคำประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติของประธานาธิบดีเมื่อเดือนที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ รั้วกั้นชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโกที่เมืองซันแลนด์พาร์ค รัฐนิวเม็กซิโก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 26 มีนาคม 2562 กล่าวว่า งบประมาณส่วนนี้เป็นไปตามคำร้องขอของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ที่ต้องการให้กระทรวงกลาโหมก่อสร้างรั้วหรือกำแพงสูง 5.5 เมตรเป็นระยะทาง 92 กิโลเมตร, ก่อสร้างและบูรณะถนน และติดตั้งไฟส่องสว่างบริเวนชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก ตามคำประกาศภาวะฉุกเฉินของประธานาธิบดีทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของเพนตากอนเมื่อคืนวันจันทร์ กล่าวว่า ชานาแฮนได้ทำบันทึกส่งถึงเคิร์สเตน นีลเซ็น รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ แจ้งว่า เพนตากอนได้มอบหมายให้กองบัญชาการทหารช่างแห่งกองทัพบกเริ่มแผนการและจัดสรรงบประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 31,657 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิและสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รักษาการรัฐมนตรีกลาโหม ซึ่งมีกำหนดเข้าให้การปกป้องร่างกฎหมายงบประมาณของเพนตากอนต่อสภาคองเกรสในวันอังคาร อ้างกฎหมายระดับประเทศฉบับหนึ่ง ที่ให้อำนาจเพนตากอนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานได้ตลอดพรมแดนของสหรัฐ เพื่อสนับสนุนกิจกรรมต่อต้านยาเสพติดของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบขาวจัดทำงบประมาณประจำปี 2563 ที่จัดสรรงบถึง 8,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นงบก่อสร้างกำแพงกั้นชายแดนแห่งใหม่ ซึ่งมากกว่างบ 5,700 ล้านดอลลาร์ที่ทรัมป์เคยเรียกร้องไว้ในงบประมาณประจำปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ตัดสินใจประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติบริเวณชายแดนเม็กซิโกเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อตอบโต้ที่สภาคองเกรสไม่อนุมัติงบสร้างกำแพงก้อนนี้ตามที่เขาต้องการ นอกเหนือจากงบก้อนแรกที่ดึงจากเพนตากอนแล้ว ทำเนียบขาวส่งสัญญาณด้วยว่าจะผันงบอีกราว 6,000 ล้านดอลลาร์จากงบของกองทัพ แต่ยังไม่ระบุว่าจะดึงจากโครงการใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิธีการดึงงบประมาณด้านกลาโหมมาใช้เพื่อสร้างกำแพงโดยอาศัยคำสั่งประธานาธิบดีทำให้ทรัมป์โดนวิพากษ์วิจารณ์ทั้งจากพรรคเดโมแครต และพรรครีพับลิกันของเขาเอง ซึ่งเตือนว่าเป็นการใช้อำนาจประธานาธิบดีโดยมิชอบและสร้างแบบอย่างที่อันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวว่าภายในกองทัพก็มีความเคลือบแคลง ตามเอกสารที่หนังสือพิมพ์ลอสแองเจลีสไทมส์ได้รับเผยว่า ผู้บัญชาการกองกำลังนาวิกโยธินได้กล่าวเตือนไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า การวางกำลังตามแนวชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโกนั้นก่อ &amp;quot;ความเสี่ยงที่ยอมรับไม่ได้&amp;quot; ต่อกำลังพล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บันทึกที่พลเอกโรเบิร์ต เนลเลอร์ ส่งถึงชานาแฮนและริชาร์ด สเปนเซอร์ อธิบดีกระทรวงทหารเรือ ระบุว่า เขาถูกบังคับให้ต้องยกเลิกหรือลดการฝึกทหารใน 5 ประเทศ และคำประกาศนี้ยังหมายถึงกองกำลังนาวิกโยธินของเขาไม่สามารถบูรณะซ่อมแซมฐานทัพหลายแห่งที่ได้รับความเสียหายเพราะพายุเฮอริเคนในรัฐนอร์ทแคโรไลนาและจอร์เจีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของทรัมป์ยังถูกรัฐบาลของ 16 มลรัฐยื่นคัดค้านต่อศาลรัฐบาลกลางในรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อเดือนที่แล้ว โดยระบุว่าคำสั่งของทรัมป์ขัดแย้งกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยการออกกฎหมายและการจัดสรรงบประมาณรายจ่าย คำฟ้องยังตั้งคำถามต่อคำนิยามของทรัมป์ ที่ระบุว่าการข้ามชายแดนอย่างผิดกฎหมายถือเป็นภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ ทั้งที่ข้อมูลของรัฐบาลเองขัดแย้งกับคำกล่าวนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากการยื่นคัดค้านของมลรัฐเหล่านี้ได้ผล คดีนี้จะถูกส่งไปยังศาลฎีกา ซึ่งจะสร้างแบบอย่างของการประจันหน้ากันเรื่องหลักการแบ่งแยกอำนาจตามรัฐธรรมนูญสหรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32326</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงกลาโหมสหรัฐ, กำแพงชายแดน, จัดสรรงบ, สร้างรั้วชายแดน, สหรัฐ-เม็กซิโก, เพนตากอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c9a3789e7170.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
