<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2020 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2020 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ฮึ่ม!รวย-จนรุกป่าดำเนินคดีหมดลั่นจัดสรรที่ดินทำกินเป็นธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค.63-พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงการแก้ปัญหาการจัดสรรที่ดินทำกินว่า การจัดสรรที่ดิน การแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดิน เราทำได้ดีหรือไม่ แน่นอนว่าต้องมีคนเดือดร้อน แต่ต้องแยกแยะให้ออก ไม่ว่าจะใครก็ตาม จะรวยหรือจน หากพบว่าเป็นการบุกรุกแน่ๆต้องดำเนินคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่มีปัญหาทับซ้อนก็ต้องมาพิสูจน์สิทธิ ไม่ใช่ว่าทุกคนโทษกันไปหมด กลายเป็นว่ารัฐบาลไม่ดูแล ไม่รับผิดชอบ ไม่ให้ความเป็นธรรม อย่างนี้ไม่เป็นธรรมกับผม เพราะขณะนี้กำลังเร่งรัดให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.)และหลายกระทรวงเตรียมนำเอาที่ดินที่เรียกกลับมาทำการจัดสรรให้ประชาชนในทุกพื้นที่ หรือเกือบทุกจังหวัดที่เรามีที่ดินเพียงพอ โดยจัดให้ในลักษณะให้เช่าและใช้ประโยชน์ แต่ออกโฉนดไม่ได้ เพราะผิดกฎหมาย หากทุกคนคิดเอาไปใช้ค้ำประกัน เดี๋ยวก็หลุดอีกวันหน้า เพราะที่ดินเหล่านี้ไม่ได้หามาได้ง่ายๆหรือมีมากนัก เมื่อให้แล้วต้องอยู่กับตัว รวมถึงที่ดินส.ป.ก.4-01 หากผู้ที่ได้รับไปไม่นำไปทำประโยชน์ทางการเกษตรเรียกคืนหมด แต่ของเราไม่ยอมกัน อยากให้ยอมกันเพื่อให้คนรุ่นหลังมีที่ดินทำกิน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พันไปกันทั้งหมด ทุกอย่างต้องมีหลักการและเหตุผล และมีกฎหมาย เพื่อให้แก้ปัญหาได้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53916</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดสรรที่ดินทำกิน, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รุกป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190121/image_big_5c455e2d782f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2019 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2019 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ธนารักษ์” จ่อลุยลงพื้นที่สางปัญหาบุกรุกที่ทำกิน วางเป้าจัดสรรกรรมสิทธิ์ผู้เช่า 1ล้านไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค. 2562 นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ธนารักษ์จังหวัดเร่งแก้ปัญหาการบุกรุกที่ทำกินในพื้นที่ราชพัสดุ ซึ่งมีผู้บุกรุกทั้งหมด 1.39 แสนราย ในพื้นที่ 1.36 ล้านไร่ทั่วประเทศ &amp;nbsp;ซึ่งกรมฯตั้งเป้าหมายว่าภายในปีนี้จะเร่งลงพื้นที่สำรวจรังวัด และจัดสรรกรรมสิทธิ์สัญญาเช่าที่ราชพัสดุให้แก่ผู้บุกรุกได้ไม่ต่ำกว่า 1 แสนราย มีเนื้อที่กว่า 1 ล้านไร่ เพื่อช่วยให้ชาวบ้านมีสัญญาที่ทำกินถูกต้องตามกฎหมาย โดยกรมจะคิดค่าเช่าในราคาขั้นต่ำ ถ้าเป็นพื้นที่สำหรับทำการเกษตรจะเสียค่าเช่าปีละ 200 บาทต่อไร่ ขณะที่ค่าเช่าสำหรับที่อยู่อาศัยทั่วไป จะคิดตารางวาละ 25 สตางค์ต่อเดือน หรือปีละ 300 บาทต่อ 100 ตารางวาเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การแก้ปัญหาที่ทำกินนี้ มีเป้าหมายเพื่อต้องการลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน ไม่ได้ให้ความสำคัญทางรายได้ โดยหากผู้บุกรุกไม่มีการโต้แย้งกรรมสิทธิ์ ก็จะได้รับการรับรองสิทธิ์ด้วยการจัดสัญญาให้เช่า ซึ่งสามารถนำสัญญาเช่าไปใช้ยื่นประกอบการขอกู้กับธนาคารรัฐ รวมถึงสิทธิ์ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐอื่น ๆ ได้ เช่น กรณีเกิดภัยพิบัติจะได้รับเงินช่วยเหลือชดเชย แต่หากยังมีสถานะเป็นผู้บุกรุกจะไม่ได้รับความช่วยเหลืออะไรเลย&amp;rdquo; นายยุทธนา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระบวนการทำสัญญาเช่าที่ราชพัสดุกับธนารักษ์นั้น ธนารักษ์พื้นที่จะเร่งลงสำรวจพื้นที่ที่มีการบุกรุก พร้อมทั้งมีแผนจ้างบริษัทเอกชนภายนอก หรือข้าราชการที่มีความรู้และเกษียณไปแล้วมาช่วยจัดทำข้อมูล ซึ่งปัจจุบันพบว่าพื้นที่บุกรุกส่วนใหญ่ อยู่ในจังหวัดนครสวรรค์มาเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือจังหวัดสุราษฎร์ธานี และราชบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธนา กล่าวอีกว่า กรมธนารักษ์ยังได้จัดทำโครงการ ศูนย์รวมชุมชนเพื่อพัฒนาเป็นตลาดนัดชุมชน จุดค้าส่งสินค้าชุมชน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว ตามโครงการประชารัฐสร้างไทย ซึ่งในวันที่ 11 ต.ค.นี้ จะนำร่องเปิดโครงการแรกในที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ กส.63 ตำบลหนองกุงศรี อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ เนื้อที่ประมาณ1 ไร่ 1 งาน ซึ่งเป็นพื้นที่ว่างจากส่วนราชการที่ส่งคืนมาให้กรมธนารักษ์จัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสม เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน และเป็นช่องทางสร้างรายได้ในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมมีแผนเจรจากับหน่วยงานราชการให้มีการคืนที่ดินที่ไม่ใช้ประโยชน์มาทำประโยชน์ให้กับชุมชนมากขึ้น ซึ่งตั้งเป้าหมายว่าภายในปีงบประมาณ 2563 กรมฯจะขยายศูนย์รวมชุมชนดังกล่าวให้ได้ 100 ชุมชน ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งประชาชนสามารถสอบถามรายละเอียดการเข้าร่วมขายสินค้า หรือแผนการพัฒนาพื้นที่ในโครงการ ได้ที่ธนารักษ์จังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์ เพราะสามารถลดต้นทุนการจำหน่ายสินค้าได้ ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีรายได้ที่ดีขึ้นตามไปด้วย โดยมีธนารักษ์จังหวัดเป็นผู้จัดสรรความต้องการการใช้พื้นที่ของคนในชุมชน เพื่อให้เกิดความคล่องตัว&amp;rdquo; นายยุทธนา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47575</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธนารักษ์, คดีบุกรุกที่ราชพัสดุ, จัดสรรที่ดินทำกิน, ยุทธนา หยิมการุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d9406312d9cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
