<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์ชนบทบุกกรุงเทพฯ ตรวจโควิดเชิงรุกชุมชนผู้มีรายได้น้อย ด้าน พอช.หนุนชาวบ้าน 31 เมือง 332 ชุมชนแก้ผลกระทบจากโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ชาวชุมชนต่างๆ ในกรุงเทพฯ เดินทางมาตรวจหาเชื้อโควิดที่ พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;พอช./ แพทย์ชนบทหลายจังหวัดระดมพลบุกกรุงเทพฯ ตรวจโควิดเชิงรุกชุมชนผู้มีรายได้น้อยกว่า 30 ชุมชน&amp;nbsp; โดยในวันนี้ตรวจโควิดที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; มีชาวบ้านจากเครือข่ายสลัม 4 ภาคและชาวชุมชนใกล้เคียงประมาณ 800 คนเข้าตรวจ&amp;nbsp; ขณะที่ พอช.หนุนชุมชนผู้มีรายได้น้อย 31 เมือง 332 ชุมชนสู้ภัยโควิด-19 จัดกิจกรรม 107 แผนงานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เตรียมจุดพักคอย&amp;nbsp; ประสานการตรวจเชื้อ-ฉีดวัคซีน&amp;nbsp; แก้ไขปัญหาปากท้อง&amp;nbsp; จำหน่ายอาหารและสินค้าจำเป็นราคาถูก&amp;nbsp; ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)&amp;nbsp; เครือข่ายประชาชน&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; มูลนิธิเข้าถึงเอดส์&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพ.ศ.)&amp;nbsp; ได้ร่วมกันสนับสนุนการตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุกให้แก่ชุมชนผู้มีรายได้น้อยในเขตกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ประมาณ 30 ชุมชน&amp;nbsp; ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;แพทย์ชนบทตั้งจุดตรวจโควิดเชิงรุกที่ พอช.และอีก 30 ชุมชนในกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ล่าสุดวันนี้ (21 กรกฎาคม) ทีมแพทย์ชนบทจากจังหวัดสุโขทัยจำนวน 12 คน&amp;nbsp; และอาสาสมัครจากหน่วยงานต่างๆ ได้จัดตั้งจุดบริการตรวจหาเชื้อโควิดที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; มีชาวบ้านจากเครือข่ายสลัม 4 ภาคจากชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ พอช.&amp;nbsp; และชาวชุมชนใกล้เคียงจำนวนมากเดินทางมาตรวจตั้งแต่เวลา 8.00-16.00 น. &amp;nbsp;โดยมี นพ.อารักษ์&amp;nbsp; วงศ์วรชาติ ผอ.รพ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช &amp;nbsp;ในฐานะที่ปรึกษาชมรมแพทย์ชนบทเดินทางมาให้กำลังใจทีมงาน&amp;nbsp; และให้ความรู้เพื่อป้องกันโรคโควิดแก่ผู้มาตรวจเชื้อด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวนพพรรณ &amp;nbsp;พรหมศรี  เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.) กล่าวว่า&amp;nbsp; วันนี้ชมรมแพทย์ชนบทจากจังหวัดสุโขทัยได้มาตั้งจุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ พอช. โดยมีชาวบ้านจากเครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; และเครือข่ายของ พอช. ประมาณ 800 คนตรวจหาเชื้อในวันนี้&amp;nbsp; ถือเป็นการตรวจเชิงรุก&amp;nbsp; และอำนวยความสะดวกให้แก่ชาวชุมชนที่ยังไม่ได้รับการตรวจ&amp;nbsp; และนอกจากการตรวจที่ พอช.แล้ว&amp;nbsp; ในวันนี้ทีมแพทย์ชนบทยังเข้าไปตรวจเชิงรุกในชุมชนผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ อีกประมาณ 10 ชุมชนด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยทีมแพทย์ชนบทจะตรวจคัดกรองโควิด-19 ด้วยชุดตรวจแอนติเจน เทสท์ คิท (Antigen Test Kit) เพื่อให้สามารถตรวจได้จำนวนมาก &amp;nbsp;รู้ผลได้ภายในเวลาประมาณ 30 นาที&amp;nbsp; หากพบว่าผู้ตรวจรายใดติดเชื้อ&amp;nbsp; ทีมแพทย์จะทำการตรวจซ้ำเพื่อให้ได้ผลที่แน่นอน&amp;nbsp; หากพบว่าติดเชื้อจริง&amp;nbsp; ทีมแพทย์จะให้คำแนะนำเพื่อให้ผู้ติดเชื้อกลับไปรักษาตัวที่บ้าน&amp;nbsp; หรือสถานที่พักคอยในชุมชน (Home isolation และ Community Isolation)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;ทีมแพทย์ชนบทจาก จ.สุโขทัย &amp;nbsp;ตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจแอนติเจน เทสท์ คิท รู้ผลได้ภายใน 30 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในขณะนี้&amp;nbsp; ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกกลุ่ม&amp;nbsp; โดยเฉพาะคนจน&amp;nbsp; คนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; มีจำนวนมากที่ยังเข้าไม่ถึงวัคซีน&amp;nbsp; ดังนั้นเครือข่ายภาคประชาชนจึงมีข้อเสนอดังนี้ 1.ขอให้รัฐบาลเร่งจัดสรรวัคซีนเพื่อฉีดให้ประชาชนทุกคนได้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ระบบการดูแลผู้ที่ติดเชื้อที่บ้านและในชุมชนยังมีอุปสรรคจากกฎระเบียบต่างๆ ของหน่วยงานรัฐในท้องถิ่น&amp;nbsp; ทำให้การจัดตั้งศูนย์พักคอยในชุมชนล่าช้า&amp;nbsp; ไม่ทันสถานการณ์&amp;nbsp; และ 3.ขอให้รัฐจัดระบบสวัสดิการให้แก่ประชาชนในรูปแบบของ &amp;lsquo;รัฐสวัสดิการ&amp;rsquo; ไม่ใช่การช่วยเหลือเฉพาะหน้า&amp;nbsp; หรือช่วยเหลือเป็นครั้งๆ ตามสิทธิของพลเมืองไทย&amp;nbsp; ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้&amp;rdquo;&amp;nbsp; เลขาธิการ มพ.ศ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ชมรมแพทย์ชนบทที่เข้ามาตรวจโควิดเชิงรุกให้ชาวชุมชนผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ประกอบด้วยทีมแพทย์จากนครศรีธรรมราช, ขอนแก่น, &amp;nbsp;รพ.จะนะ, รพ.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ &amp;nbsp;อำเภอนาทวี จ.สงขลา, รพ.ตากใบ จ.นราธิวาส, รพ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี, รพ.บ่อเกลือ จ.น่าน, ทีมแพทย์จาก จ.สุโขทัย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมทั้งหมดประมาณ 100 คน&amp;nbsp; ตั้งเป้าจะตรวจโควิดเชิงรุกได้ไม่ต่ำกว่า 30,000 คนภายในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; การตรวจคัดกรองโควิดที่ พอช.&amp;nbsp; นอกจากจะได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ดังกล่าวไปแล้ว&amp;nbsp; ยังมีภาคเอกชน&amp;nbsp; โดยบริษัท​เออร์บันคลีนซินเนอร์จีมาช่วยสนับสนุนการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อหลังการตรวจหาเชื้อในวันนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;#39;พอช.&amp;#39; หนุนชุมชนผู้มีรายได้น้อย 31 เมือง 332 ชุมชนสู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่นี้&amp;nbsp; ประชาชนผู้มีรายได้น้อยในเขตแพร่ระบาดสูงสุดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด&amp;nbsp; โดยเฉพาะชาวชุมชนแออัด&amp;nbsp; ชาวชุมเมืองที่มีรายได้น้อยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผลกระทบทางด้านสุขภาพอนามัย&amp;nbsp; เพราะที่อยู่อาศัยมีความคับแคบ&amp;nbsp; ประชากรหนาแน่น&amp;nbsp; โอกาสการแพร่เชื้อติดต่อกันจึงมีมาก&amp;nbsp; และที่สำคัญคือ&amp;nbsp; ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; เรื่องปากท้อง&amp;nbsp; เพราะขาดรายได้&amp;nbsp; ตกงาน&amp;nbsp; ไม่มีเงินเลี้ยงดูครอบครัว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;นายสมชาติ ผอ.พอช. (ที่ 6 จากซ้ายไปขวา) กับทีมแพทย์ชนบทจากสุโขทัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จึงมีแนวทางการช่วยเหลือและสนับสนุนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด ในพื้นที่ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างเร่งด่วน &amp;nbsp;โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้ใช้กลไกต่างๆ &amp;nbsp;ที่ชุมชนมีการจัดตั้งอยู่แล้ว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคง&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เป็นเครื่องมือสนับสนุนให้ชุมชนมีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; ได้รวมกลุ่มกันจัดทำแผนงานและกิจกรรมต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; โดยคณะกรรมการสถาบันฯ&amp;nbsp; ได้อนุมัติงบประมาณเพื่อสนับสนุนชุมชนจำนวน 30 ล้านบาท&amp;rdquo; นายสมชาติ&amp;nbsp; ผอ.พอช. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติบอกว่า&amp;nbsp; พอช.ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 30 ล้านบาทเพื่อจัดทำ &amp;lsquo;โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;rsquo; เป้าหมายเพื่อให้เครือข่ายชุมชนในระดับเมือง (ในกรุงเทพฯ คือระดับเขต) และชุมชนผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp; ได้จัดทำแผนงานการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อโรค&amp;nbsp; การเตรียมจัดทำสถานที่พักคอย&amp;nbsp; ลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; รายได้&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยเครือข่ายชุมชนฯ และชุมชนได้เสนอโครงการมาที่ พอช.&amp;nbsp; และ พอช.ได้อนุมัติโครงการเพื่อสนับสนุนชุมชนดำเนินการไปแล้ว (ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 จนถึง 20 กรกฎาคม)&amp;nbsp; รวม 31 เมือง&amp;nbsp; 332 ชุมชน&amp;nbsp; กลุ่มเป้าหมายรวม 67,978 ครัวเรือน&amp;nbsp; (จากทั้งหมด 1,113 ชุมชน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนงบประมาณสนับสนุน&amp;nbsp; แบ่งเป็น 1.เมืองใหญ่ (เกิน 20 ชุมชน) พื้นที่สีแดง&amp;nbsp; มีชาวชุมชนต้องกักตัวเกิน 81 คนขึ้นไป&amp;nbsp; สนับสนุนงบประมาณ 150,000 บาท&amp;nbsp; 2.พื้นที่สีแดงอ่อน &amp;nbsp;กักตัวระหว่าง 31-80 คน&amp;nbsp; สนับสนุนงบฯ 100,000 บาท&amp;nbsp; 3.พื้นที่สีเหลือง&amp;nbsp; กักตัวไม่เกิน&amp;nbsp; 30 คน&amp;nbsp; สนับสนุนงบฯ 80,000 บาท&amp;nbsp; และสนับสนุนในระดับชุมชนไม่เกินชุมชนละ 50,000 บาท&amp;nbsp; รวมงบที่ พอช.อนุมัติแล้วทั้งหมดประมาณ 12 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;จำหน่ายสินค้าราคาถูกที่เมืองบางบอน กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้พื้นที่ 31 เมือง&amp;nbsp; 332 ชุมชนที่เสนอโครงการและผ่านการอนุมัติแล้ว &amp;nbsp;รวม 107 แผนงาน/กิจกรรม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp; 1.ศูนย์พักคอยเตรียมส่ง รพ. 22 %&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.อบรมอาชีพ 19 %&amp;nbsp; 3.จำหน่ายอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; สินค้าจำเป็น&amp;nbsp; ราคาทุน&amp;nbsp; 14 %&amp;nbsp; 4.แจกอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร ให้ผู้กักตัว &amp;nbsp;กลุ่มเปราะบาง 13 %&amp;nbsp; 5.เชื่อมโยงเครือข่ายการทำงาน&amp;nbsp; (เช่น&amp;nbsp; สำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุข&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; รพ.สต. สปสช.) 13 % &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 6.ศูนย์ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; รับบริจาค&amp;nbsp; รวบรวมข้อมูล&amp;nbsp; ประสานงานการตรวจและลงทะเบียนฉีดวัคซีน หา รพ.&amp;nbsp; และ 7.ครัวกลาง 6 % &amp;nbsp;ทำอาหารแจกหรือขายราคาถูก&amp;nbsp; (อิ่มละ10- 20 บาท)&amp;nbsp; คนลำบากกินฟรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อลดการออกไปนอกชุมชน&amp;nbsp; ลดโอกาสเสี่ยงที่จะรับหรือแพร่เชื้อ&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;เครื่องวัดอุณหภูมิที่ชุมชนเมืองบางบอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนชุมชนที่จัดทำโครงการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เมืองบางบอน (สภาองค์กรชุมชนเขตบางบอน&amp;nbsp; กรุงเทพฯ)&amp;nbsp; รวม 34 ชุมชน&amp;nbsp; จัดทำโครงการป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;ติดตั้งเครื่องสแกนอุณหภูมิวัดไข้ในชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำหน่ายอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; สิ่งของจำเป็นในราคาถูกให้แก่ชาวชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แจกอาหารฟรีให้ผู้กักตัว&amp;nbsp; กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง &amp;nbsp;22 ชุมชน &amp;nbsp;มีกิจกรรม&amp;nbsp; ตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยง&amp;nbsp; มอบอาหารให้ผู้กักตัว&amp;nbsp; เตรียมพื้นที่พักคอย&amp;nbsp; สร้างแหล่งอาหาร&amp;nbsp; ปลูกผักในพื้นที่ 1 ไร่&amp;nbsp; เลี้ยงปลาดุก 6 บ่อ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลของชุมชนเครือข่ายที่เสนอโครงการมายัง พอช.&amp;nbsp; จำนวน 332 ชุมชน&amp;nbsp; ล่าสุดเมื่อวันที่ &amp;nbsp;20 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp; พบว่า&amp;nbsp; มีผู้สูงอายุ&amp;nbsp; รวม 24,473 คน &amp;nbsp;ผู้พิการติดเตียง รวม 11,610 คน &amp;nbsp;ผู้สูงอายุ +พิการ รวม 3,735 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กเล็ก 0-5 ปี รวม 9,886 คน &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อ รวม 4,078 คน &amp;nbsp;ผู้กักตัว รวม &amp;nbsp;8,148 คน &amp;nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบด้านอาชีพรายได้ &amp;nbsp;รวม&amp;nbsp; 17,959 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ชุมชนติดเชื้อสะสม&amp;nbsp; จำนวน &amp;nbsp;421 ชุมชน&amp;nbsp; ผู้ติดเชื้อสะสม จำนวน &amp;nbsp;3,551 คน&amp;nbsp; เสียชีวิต &amp;nbsp;รวม 59 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;แปลงผักของชาวชุมชนเขตบางบอนและสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110602</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit, Community Isolation, Home Isolation, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, จังหวัดสุโขทัย, จัดสรรวัคซีน, ชมรมแพทย์ชนบท, ชุดตรวจแอนติเจน เทสท์ คิท, ชุมชนผู้มีรายได้น้อย, ตรวจโควิดเชิงรุก, นพ.อารักษ์  วงศ์วรชาติ, นางสาวนพพรรณ  พรหมศรี, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, พอช., มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.), มูลนิธิเข้าถึงเอดส์, รัฐสวัสดิการ, สถานที่พักคอยในชุมชน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สปสช., สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, เครือข่ายประชาชน, เครือข่ายสลัม 4 ภาค, แพทย์ชนบท, โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7f22402188.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์แจงผลจัดสรรซิโนฟาร์มรอบ3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.2564 - เพจราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ Chulabhorn Royal Academy โพสต์ประกาศการจัดสรรวัคซีนตัวเลือก ซิโนฟาร์ม ระยะที่ 1 ครั้งที่ 3 ว่า องค์กร/บริษัท ได้รับการจัดสรรเพิ่ม 1,276 บริษัท เป็นจำนวน 338,419 คน รวมจำนวนที่องค์กร/บริษัทได้รับการจัดสรรทั้งสิ้น 7,713 บริษัท เป็นจำนวน 1,117,719 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคธุรกิจที่ได้รับการจัดสรรวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์ม ครั้งที่ 3 สูงสุด 3 อันดับแรกได้แก่ 1) ภาคอุตสาหกรรมและการผลิต 51% 2)ภาคธุรกิจบริการด้านอุปโภคและบริโภค 22% และ 3) ภาคธุรกิจการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ 10%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคธุรกิจที่ได้รับการจัดสรรจากจำนวนที่ยื่นขอรับการจัดสรร สูงสุด ๓ อันดับแรก ได้แก่ 1) กลุ่มองค์กรด้านการศึกษา 100% 2) ภาคองค์กรด้านการแพทย์และสาธารณสุข 100% และ 3) กลุ่มองค์กรการกุศล 100%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรและบริษัทที่ได้รับการจัดสรรจะได้รับอีเมลแจ้งรหัสล็อกอินเข้าระบบ (โปรดตรวจสอบใน Junk mail ด้วย) เพื่อทราบจำนวนวัคซีนที่ได้รับการจัดสรร วิธีการโอนเงิน รอบการจัดส่งวัคซีน และสถานพยาบาลที่ให้บริการฉีดวัคซีน โปรดโอนเงินค่าวัคซีนเต็มจำนวน (รวมจำนวนที่บริจาค) ภายใน 3 วันหลังจากได้รับการยืนยันทางอีเมล จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หากไม่โอนเงินตามเงื่อนไข ราชวิทยาลัยฯ จะนำจำนวนวัคซีนนั้นไปจัดสรรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ยื่นความประสงค์ขอรับการจัดสรรวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์ม โปรดดาวน์โหลดเอกสารแบบฟอร์มเพื่อจัดทำแผนการกระจายวัคซีนให้กับประชาชนในท้องถิ่นตามกลุ่มคนและภาคธุรกิจ ที่ https://vaccine.cra.ac.th พร้อมส่งเอกสารรับรองอื่นๆ มาที่อีเมล : vaccine_reg@cra.ac.th ภายในวันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม 2564 เวลา 16.00 น. เพื่อราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์พิจารณาจัดสรรวัคซีนให้ถูกต้องตรงตามกลุ่มเป้าหมาย และไม่ซ้ำซ้อนกับการกระจายวัคซีนหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กร /บริษัทที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรในครั้งนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารและรายละเอียด เพื่อลำดับความสำคัญของกลุ่มผู้ที่จะได้รับการฉีดวัคซีน ตลอดจนลักษณะและความเสี่ยงของกิจกรรมและกิจการ โปรดติดตามประกาศในครั้งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูรายละเอียดเพิ่มเติมทาง &amp;lt;https://www.cra.ac.th/.../news.../view/inform_sinopharm ศูนย์ข้อมูลวัคซีนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โทร.020789350&amp;gt; #ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ #เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต #ChulabhornRoyalAcademy #BeExcellentforLives #ซิโนฟาร์ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108165</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครั้งที่ 3, จัดสรรวัคซีน, ซิโนฟาร์ม, ระยะที่ 1, เพจราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc157fbbf3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.วางเป้า2565จองวัคซีน150ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศบค.เปิดไทม์ไลน์จัดสรรวัคซีนละเอียดยิบ อัดวัคซีนเพิ่มเป็น 150ล้านโดสในปี 65 ครอบคลุมทุกความต้องการทุกกรณี ด้านจุฬาฯ เผยผลวิจัยซิโนแวคเข็ม 2 การันตีผลกระตุ้นภูมิคุ้มกันโควิด ขณะที่ &amp;quot;หมอยง&amp;quot; ขออาสาสมัครทดลองฉีดวัคซีนสลับชนิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. เป็นประธาน ว่าสำหรับเกณฑ์การจัดสรรวัคซีนของแต่ละจังหวัดในเดือน ก.ค. โดยกำหนดเป้าหมายไว้ 10 ล้านโดส ซึ่งจะพิจารณาจัดสรรให้ผู้ที่จองวัคซีนล่วงหน้าในระบบหมอพร้อมสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง และพิจารณาให้ กทม.ได้รับการจัดสรรวัคซีนอย่างน้อย 5 ล้านโดสภายในเดือน ก.ค. และจะพิจารณาให้ จ.ภูเก็ตได้รับวัคซีนเข็มที่สองอย่างน้อยร้อยละ 70 ภายใน ก.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ระบุด้วยว่า ทั้งนี้ สำหรับวัคซีน 10 ล้านโดสในเดือน ก.ค. จะมีการจัดสรรให้จังหวัดที่มีการแพร่ระบาดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 5 จังหวัด ร้อยละ 30 ได้แก่ กทม. (รวม ทปอ.และประกันสังคม) 2.5 ล้านโดส, สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี 6 แสนโดส และจังหวัดที่มีแผนเปิดท่องเที่ยวได้แก่ จ.ภูเก็ต 2 แสนโดส, จังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือมีความเร่งด่วนในการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ภายหลังการระบาด ร้อยละ 25 หรือ 2.5 ล้านโดส เฉลี่ยจังหวัดละ 1 แสนโดส โดยมี 23 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก หนองคาย สระแก้ว ระนอง นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สงขลา ตรัง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี บุรีรัมย์ สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) พังงา และกระบี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ระบุด้วยว่า ส่วนที่เหลืออีก 49 จังหวัด จะได้รับการจัดสรรร้อยละ 35 หรือ 3.5 ล้านโดส เฉลี่ยจังหวัดละ 7 หมื่นโดส โดยจะมีการเก็บไว้เป็นส่วนกลาง องค์กรภาครัฐและสำรองส่วนกลางสำหรับตอบโต้การระบาดอีกร้อยละ 10 หรือ 1 ล้านโดส ซึ่งการจัดสรรขึ้นอยู่กับจำนวนวัคซีนที่บริษัทผู้ผลิตส่งมอบและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์การระบาดของโรค&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในที่ประชุมเห็นชอบเพิ่มกรอบการจัดสรรวัคซีนจาก 100 ล้านโดสภายในปี 64 เป็น 150 ล้านโดสภายในปี 65 เพื่อรองรับกรณีที่ต้องมีการเพิ่มความครอบคลุมการได้รับวัคซีน เพิ่มกลุ่มเป้าหมาย เพื่อกระตุ้น ภูมิคุ้มกันโรค หรือกรณีอื่นใดที่ต้องมีการใช้วัคซีนเพิ่มเติม ขณะนี้ประเทศไทยมีการจัดหาและดำเนินการจองวัคซีนแล้ว 105.5 ล้านโดส ดังนั้น จึงต้องเตรียมงบประมาณสำหรับจัดหาจัดซื้อวัคซีนเพิ่มเติมให้ครบ 150 ล้านโดส โดยให้ภาครัฐจัดหาวัคซีนวัคซีนดังต่อไปนี้ ซิโนแวค 28 ล้านโดส วัคซีนโควิดอื่นๆ ประมาณ 22 ล้านโดส ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผลการศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนและสถานการณ์ของเชื้อกลาย&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์ระบุ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันเดียวกันนี้นายกรัฐมนตรีได้โทรศัพท์พูดคุยกับ นายหยาง ซิน อุปทูตสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เพื่อเจรจาซื้อวัคซีนเพิ่มเติม ทั้งนี้ นายกฯ ได้แจ้งต่อที่ประชุม ศบค.ว่า อุปทูตจีนยืนยันว่าจะส่งมอบวัคซีนเพิ่มเติมจากยอดที่ได้จองซื้อไว้ก่อนหน้านี้ในเดือน มิ.ย. ประกอบไปด้วย วัคซีนยี่ห้อซิโนแวค จำนวน 2,000,000 โดส และซิโนฟาร์มอีก 1,000,000 โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วันนี้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าได้ส่งถึงแล้ว 1 ล้านโดส อยู่ระหว่างตรวจรับรองรุ่นการผลิต เตรียมกระจายในบ่ายนี้ หรืออย่างช้าสุดวันที่ 19&amp;nbsp; มิ.ย. ไปในพื้นที่ตามโควตาของ ศบค. โดยในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมตั้งเป้าฉีดในผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เชื่อไม่กระทบต่อภาพรวมการฉีดวัคซีนและในสัปดาห์หน้าซิโนแวคจะเข้ามาเพิ่มอีก 2 ล้านโดสในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ ส่วนแอสตร้าฯ ยืนยันทยอยเข้าทุกสัปดาห์ แต่ไม่ขอระบุจำนวนว่ามาเท่าไหร่ ไม่น้อยกว่าเดิม แต่เป็นไปตามข้อตกลงที่วางไว้ ระหว่างบริษัท แอสตร้าฯ และกรมควบคุมโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โดยกรอบเดิมของวัคซีนแอสตร้าฯ กำหนดที่ 6 ล้านโดสในเดือนมิถุนายน จากนั้นทยอยเดือนละ 10 ล้านโดส แต่เป้าหมายของการฉีดวัคซีนยังต้องจัดเพิ่มให้ได้ 150 ล้านโดส ตอนนี้จากการเจรจามีวัคซีนแล้ว 105 ล้านโดส ต้อง การเพิ่มอีกประมาณ 45 ล้านโดส เพื่อให้การฉีดวัคซีนครอบคลุมถึงปีหน้า&amp;rdquo; นายอนุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เว็บไซต์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ ผลการวิจัยในคนไทย หลังฉีดวัคซีน Sinovac โดยศูนย์โรคอุบัติใหม่ด้านคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร (ฝ่ายสหรัฐ) ได้ทำการทดสอบเลือดของผู้ได้รับวัคซีน Sinovac 2 เข็ม ต่อการยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส SARS-CoV-2 ในห้องทดลอง พบว่าภูมิคุ้มกันจากวัคซีน Sinovac ที่ฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์ มีผลช่วยยับยั้งเชื้อไวรัสที่ SARS-CoV-2 ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการวิจัยพบว่า ร้อยละ 95 ของผู้ได้รับวัคซีนซิโนแวคเข็มที่ 2 มีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส จากการตรวจภูมิคุ้มกันต่อโปรตีนของไวรัส (วิธี ELISA) จากจำนวนทั้งหมด 186 คน จึงมั่นใจได้ว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้นกัน นอกจากนี้ ในการทดสอบเลือดของผู้ได้รับวัคซีนซิโนแวคกับเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ที่มีชีวิต หลังการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 นาน 2 สัปดาห์ จำนวน 171 คน พบว่ามากกว่าร้อยละ 70 มีภูมิในระดับที่ยับยั้งเชื้อได้ดีในห้องทดลอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หรือหมอยง หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กระบุใจความว่า ต้องการอาสาสมัครรับวัคซีนโควิด-19 สลับชนิดกัน ในปัจจุบันการให้วัคซีนโควิด-19 ยังแนะนำให้วัคซีนชนิดเดียวกันทั้งเข็มที่หนึ่งและสอง ด้วยเหตุผลบางคนฉีดแข็มแรกแล้วแพ้ จำเป็นต้องฉีดเข็มที่สองต่างชนิดกันเช่น เข็มแรกฉีด Sinovac เข็มที่สองฉีดเป็น AstraZeneca &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การให้วัคซีน 2 เข็มต่างชนิดกันจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่วัคซีนขาดแคลน และต้องการฉีดเข็มแรกให้มากที่สุด ไม่ต้องเก็บวัคซีนไว้เข็มที่สอง และเมื่อมีวัคซีนเข็มที่สอง อาจจะใช้ต่างชนิดกันได้ ดังนั้นการสลับเปลี่ยนวัคซีนจึงต้องมีการศึกษาอย่างละเอียดก่อนที่จะนำไปใช้จริง โดยผู้ที่สนใจเป็นอาสาสมัครสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์เชี่ยวชาญต้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร 0-2256-5324 และ 0-2256-4909&amp;rdquo; นพ.ยงระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีตำรวจนางเลิ้ง น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความจากกลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชน เดินทางมาที่สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง เข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่นายอภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งความดำเนินคดีในข้อหากระทำผิดนำข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยคาดว่าน่าจะมาจากกรณีที่ได้ทวีตภาพข่าวของสำนักข่าวไทยพีบีเอสที่ระบุว่า &amp;ldquo;เศรษฐีอินเดียแห่บินหนีโควิด-19 บางลำบินเข้าไทย&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106849</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ขออาสาสมัครทดลองฉีดวัคซีนสลับชนิด, ครอบคลุมทุกความต้อง, จองวัคซีน, จัดสรรวัคซีน, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc94d698ab6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 22:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดสูตรจัดสรรวัคซีน ‘บิ๊กตู่’ปัดรวบอำนาจขออภัยเลื่อนฉีด/โยกหมอพร้อมมาบางซื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ยืดอกขออภัยและขอรับผิดชอบแต่ผู้เดียวกรณีโรคเลื่อนวัคซีน พร้อมแจงยิบสูตรบริหารจัดการ 4 ข้อ เล่าการทำงานตั้งแต่ ศบค.ตีเส้น สธ.จัดสรร จนถึงจังหวัดที่ต้องไปดูแลการฉีดให้มีความต่อเนื่อง ลั่นใครจองหมอพร้อมต้องได้ฉีด &amp;ldquo;หมอหนู&amp;rdquo; แจงกรณีผู้สูงอายุ-7 โรคเรื้อรังที่ถูกเทได้หารือกับ กทม.แล้วจะรับไปจัดการ แต่หากยังตกหล่นก็ไปศูนย์ฉีดบางซื่อได้ สธ.คาดมีไม่เกินพันราย &amp;quot;พี่ศรี&amp;quot; บี้หาคนรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงวาระแห่งชาติการฉีดวัคซีนที่คิกออฟทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. ว่าถึงวันนี้เรากระจายวัคซีนไปทั่วประเทศแล้วมากกว่า 7 ล้านโดส และได้ฉีดวัคซีนไปมากกว่า 6.5 ล้านโดส โดยฉีดได้มากกว่า 2 ล้านโดส ภายในเพียงเวลา 1 สัปดาห์ นั่นคือขีดความสามารถการฉีดวัคซีน ซึ่งหากวัคซีนเข้ามามากกว่านี้เราก็น่าจะฉีดได้มากกว่านี้ตามเวลาที่กำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า การจัดสรรวัคซีนไปยังจุดบริการทั่วประเทศอย่างทั่วถึงและพอเพียงเป็นสิ่งที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่ท่านอาจได้รับฟังจากข่าวหรือการประกาศเลื่อนการฉีดวัคซีนจากโรงพยาบาลต่างๆ อาจทำให้เกิดความไม่สบายใจ และเข้าใจว่าภาครัฐไม่ได้จัดสรรวัคซีนให้อย่างเพียงพอ หรือภาครัฐไม่ได้มีการประสานงานกันอย่างดีพอ ซึ่งข่าวต่างๆ เหล่านี้รับทราบมาโดยตลอด และพยายามแก้ปัญหามาอย่างต่อเนื่อง และขอแสดงความจริงใจว่าปัญหาเหล่านี้ไม่ได้สบายใจเช่นกัน เราจะพยายามแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอชี้แจงภาพรวมการดำเนินการตามวาระแห่งชาติเรื่องการฉีดวัคซีนว่า แต่ละหน่วยงานมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างไร คงไม่ใช่ผมยึดอำนาจไว้แต่คนเดียว&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า อันดับแรก ศบค.ต้องเป็นองค์กรสูงสุดและมีหลายหน่วยงานอยู่ใน ศบค.อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นส่วนของการเมือง ข้าราชการ รัฐมนตรีก็อยู่ตรงนี้อยู่แล้ว ในการจัดการสถานการณ์โควิดและการฉีดวัคซีน &amp;nbsp;ศบค.จะเป็นผู้รับผิดชอบในการกำหนดนโยบาย กำหนดหลักการในการจัดสรรวัคซีนให้แต่ละจังหวัดตามสัดส่วนของประชากร และเพิ่มเติมให้จังหวัดที่มีสถานการณ์แพร่ระบาด รวมถึงเพิ่มเติมกลุ่มบุคคลที่มีความจำเป็นต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การศึกษา และอื่นๆ&amp;rdquo;
นายกฯ กล่าวต่อว่า อันดับที่สอง หน่วยงานหลักที่รับมอบนโยบายจาก ศบค.คือ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะรับผิดชอบและเป็นผู้กำหนดว่าวัคซีนที่ได้รับในแต่ละรอบจะจัดส่งแต่ละจังหวัดจำนวนเท่าไหร่ ตามหลักการจัดสรร &amp;nbsp;โดย สธ.จะเร่งจัดส่งวัคซีนกระจายไปทั่วประเทศโดยทันทีไม่รอช้า ซึ่งต้องใช้เวลาส่วนหนึ่งในการตรวจสอบวัคซีนที่นำเข้ามาเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ลำดับที่สามคือ ความรับผิดชอบของแต่ละจังหวัดแต่ละพื้นที่ ที่จะเป็นผู้กำหนดว่าแต่ละโรงพยาบาลและทุกจุดฉีดในจังหวัดนั้นจะได้รับวัคซีนเป็นจำนวนเท่าใด และจัดการจัดส่งให้เร็วที่สุด ซึ่งการจัดสรรนี้ต้องคำนึงถึงเวลาที่มีจนกว่าจะได้รับการจัดสรรวัคซีนในรอบต่อไป เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องราบรื่นที่สุด เนื่องจากการรับวัคซีนของเราทยอยมาเป็นรอบ ไม่ใช่ได้มาครั้งเดียว 6 ล้านโดส หรือ 10 ล้านโดสตั้งแต่ต้นเดือน &amp;nbsp;และเราจะส่งออกทันทีไม่รอเก็บไว้จนกว่าจะครบถึงส่งออก&amp;nbsp;
แจงสูตรบริหารวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอชี้แจงย้ำต่อพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนว่า &amp;nbsp;หลักการที่เรียกว่าสูตรในการจัดสรรวัคซีนที่ได้มอบ
นโยบายและสั่งการไป มีดังนี้ 1.เมื่อวัคซีนมา สธ.ตรวจสอบแล้วต้องส่งต่อให้ทุกจังหวัดทันที จะไม่มีจังหวัดใดที่ไม่ได้เพิ่มเติมในแต่ละรอบ ซึ่งในอนาคตอาจยกเว้นจังหวัดที่ได้ครบตามเป้าหมายแล้ว หรือบางจังหวัดที่ ศบค.พิจารณาว่ายังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของแต่ละพื้นที่ 2.จำนวนวัคซีนที่ส่งให้แต่ละจังหวัดจะมีปัจจัยต่างๆ ที่ต้องนำมาคำนวณด้วย ได้แก่ &amp;nbsp;จำนวนประชากร จำนวนผู้ติดเชื้อ จำนวนผู้จองในระบบหมอพร้อมและจังหวัด และกลุ่มเฉพาะ อาชีพเสี่ยง หรือพื้นที่เศรษฐกิจ 3.หากจำนวนวัคซีนที่ได้ถ้าคำนวณแล้วไม่เพียงพอต่อการฉีดในรอบนั้น ให้แต่ละจังหวัดและจุดฉีดพิจารณาจัดสรรให้กลุ่มผู้สูงอายุ หรือมีโรคเสี่ยงที่ลงทะเบียนไว้ก่อนแล้ว และ 4.หากจำเป็นต้องชะลอการฉีดวัคซีนตามกำหนดเดิม ระหว่างรอการนำส่งวัคซีนต้องยึดแบบเดิมไว้ก่อนโดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ และจัดการฉีดวัคซีนตามหลักเดิมทันทีที่ได้รับการจัดสรรวัคซีน คงเข้าใจตรงกันแล้วใช่ไหม ขอให้ดำเนินการตามนี้ เพราะเป็นมติของที่ประชุมร่วมกันในเรื่องของการบริหารจัดการวัคซีน&amp;quot; นายกฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ย้ำว่า เชื่อว่าทุกฝ่ายมีความพยายามตั้งใจและดำเนินการมาอย่างทุ่มเทเพื่อให้บริการพี่น้องประชาชนอย่างดีที่สุด แต่ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งอาจเกิดจากปัจจัยที่ควบคุมได้ยากคือ การนำส่งวัคซีนต้องใช้เวลา ทั้งการผลิตและตรวจสอบคุณภาพ เราไม่อาจกำหนดได้แน่นอนทุกครั้งว่าจะรับวันใด เวลาใด เพราะเราได้รับเป็นรอบไม่ใช่ได้ครั้งเดียวจำนวนมากๆ หลายประเทศทั่วโลกก็เจอปัญหาแบบนี้ทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมในฐานะนายกรัฐมนตรี ผอ.ศบค. ถือเป็นผู้บริหารสูงสุดในสงครามโควิดครั้งนี้ ต้องขออภัยด้วยกับปัญหาที่เกิดขึ้น และขอรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาทั้งหมด ซึ่งผมได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกวัน ทุกเวลาอยู่แล้ว &amp;nbsp;เพราะนี่คือวาระแห่งชาติที่ผมได้ประกาศออกไป เราต้องร่วมใจกันทุกฝ่ายในการดำเนินการให้บรรลุผลสำเร็จ เพื่ออนาคตของประเทศชาติ ปัญหาอุปสรรคอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะระยะแรกตอนนี้ที่ทั่วโลกยังมีวัคซีนจำกัด ทำให้กระทบต่อการจัดการ แต่จากการวางแผนของรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง และการจัดหาวัคซีนล่วงหน้า ทำให้เรามั่นใจว่าจะได้รับวัคซีนมาอย่างต่อเนื่องและปริมาณที่มากขึ้นเรื่อยๆ จากหลายๆ แหล่ง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ย้ำว่า รัฐบาลได้จัดการวัคซีนอย่างเพียงพอต่อคนในประเทศไทยทุกคน ขณะนี้สามารถจัดหาวัคซีนได้ตามเป้าหมาย 100 ล้านโดสแล้ว สำหรับประชาชน 50 &amp;nbsp;ล้านคน หรือ 70% ของประเทศภายในสิ้นปีนี้ และเตรียมการสำหรับปีหน้าไปด้วย ถ้าปีนี้ได้เพิ่มจาก 100 ล้านโดส เราก็จะเพิ่มเติมให้ ซึ่งจะขึ้นเป็น 80-90% เพราะเรามีขีดความสามารถในการฉีดอยู่แล้ว ขอให้ติดตาม และเราจะช่วยกันอย่างไร ถ้าเราพูดจากันไม่ดี เจ้าหน้าที่แพทย์ &amp;nbsp;พยาบาล คนจำนวนหลายหมื่นคนที่ทำงานหน้างานเขาก็จะท้อแท้และหมดกำลังใจ ฉะนั้นต้องประสานงานกันให้ได้ ตั้งแต่ระดับบน ระดับกลาง ระดับล่าง และทำความเข้าใจกับประชาชนไปด้วย และต้องขอร้องสื่อทุกประเภทด้วย
&amp;ldquo;เรื่องวัคซีนโควิดในฐานะที่ผมเป็นนายกฯ และเป็น &amp;nbsp;ผอ.ศบค. ได้ติดตามอย่างใกล้ชิดด้วยตัวเองตลอดมา &amp;nbsp;ฉะนั้นขอย้ำว่าการดำเนินการทุกอย่างจะต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส จะต้องไม่มีการทุจริตโดยเด็ดขาด และเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าด้วยศักยภาพและความทุ่มเทเสียสละของบุคลากรทุกประเภทของเราที่เกี่ยวข้องในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาด และการระดมฉีดวัคซีน เราต้องชนะสงครามโควิดครั้งนี้ไปด้วยกันแน่นอน&amp;rdquo;
โยนสถาบันวัคซีนเปิดสัญญา
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ในช่วงครึ่งหลังเดือน มิ.ย. วัคซีนโควิด-19 ยังเข้ามาตามกำหนด ไม่เคยไม่มา จนตอนนี้ก็ยังไม่เคยทำผิดเงื่อนไขเลย ซึ่งตามปกติทั่วไปผู้ผลิตก็ไม่กำหนดวันเวลาชัดเจน เพราะต้องเผื่อตรวจคุณภาพก่อนส่ง ส่วนการเปิดเผยสัญญานั้น ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติได้ไปหารือกับแอสตร้าเซนเนก้าแล้วว่าส่วนไหนที่เปิดแผนได้ ส่วนจะเปิดเผยเมื่อไรต้องสอบถาม ผอ.สถาบันวัคซีนฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีผู้สูงอายุ และผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรังที่ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อมและถูกเลื่อนฉีดวัคซีน ว่า ได้หารือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) แล้วก็ชัดเจนว่า &amp;nbsp;กทม.จะรับดูแล แต่หากมีหลุด สธ.ก็จะเก็บตกให้มาฉีดที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ซึ่งวัคซีนมีเตรียมไว้ดูแลเพียงพอ ทั้งหมดเป็นการช่วยกันแก้ไขปัญหา อะไรเป็นประโยชน์กับประชาชนเราไม่คิดว่าจะงานของหน่วยงานนั้นหน่วยงานนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อข้อถามกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบปม รพ.เลื่อนฉีดวัคซีน นายอนุทิน กล่าวว่า ก็เป็นไปตามสิทธิ์ที่ทำได้ ถ้า ป.ป.ช.รับตรวจสอบ &amp;nbsp;เราก็ให้ความร่วมมือเปิดเผยข้อมูล ไม่มีปัญหา ทั้งหมดเราทำด้วยเจตนารมณ์ที่ดีพร้อมเปิดข้อมูลทุกข้อมูล&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทั้งนี้ นายศรีสุวรรณได้ไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนเอาผิดผู้ที่ใช้อำนาจข่มขู่ผู้ร่วมก่อตั้ง รพ.นมะรักษ์ ที่มีการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับการเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไป รวมทั้งยังร้องขอให้ไต่สวนเพื่อมีความเห็นและวินิจฉัยว่า ผอ.ศบค., รมว.สาธารณสุข, เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะ ผอ.ศปก.ศบค., อธิบดีกรมควบคุมโรค, &amp;nbsp;อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมหรือไม่ กรณีการจัดการการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ผิดพลาด ล้มเหลว เป็นเหตุให้สถานพยาบาลในพื้นที่ กทม.ต้องเลื่อนการนัดหมายการฉีดวัคซีนระหว่างวันที่ 14-20 มิ.ย.นี้ออกไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;พร้อมคณะ ได้แถลงถึงการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 แก่ผู้ลงทะเบียนหมอพร้อมที่ถูกเลื่อนฉีดวัคซีนเดือน มิ.ย. โดย นพ.โสภณกล่าวว่า ได้รับนโยบายจากนายอนุทินให้เยียวยา 2 กลุ่มหลักที่จองผ่านระบบหมอพร้อมในเขต กทม. คือ กลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง โดยการเยียวยาปัญหาที่เกิดขึ้นใน กทม. ผู้ที่จองหมอพร้อมที่โรงพยาบาลใน กทม.และถูกเลื่อนนัดฉีดเดือน มิ.ย.ออกไป ขอให้ติดต่อโรงพยาบาลที่จองไว้ หากมีปัญหา สธ.จะช่วยสนับสนุน ไม่ได้แย่งงาน กทม.ทำ เราคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของการฉีดวัคซีน และดูแล 2 กลุ่มนี้ให้ได้ตามเป้าหมาย และ กทม.เป็นพื้นที่ระบาดหนัก ได้รับวัคซีนไปจำนวนมาก 2 กลุ่มนี้ จึงควรรับวัคซีนเป็นลำดับแรกๆ และหากมีปัญหาจริงให้โทร.มาที่หมอพร้อม 0-2792-2333 เพื่อนัดมาฉีดที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อแทน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าวอีกว่า คาดว่าคนที่มีปัญหาถูกเลื่อนฉีดวัคซีนไม่น่าจะมีมาก เนื่องจากพื้นที่ กทม.มีการจองผ่านหมอพร้อมใน มิ.ย.รวม 456,414 คน แบ่งเป็นวันที่ &amp;nbsp;7-13 มิ.ย. 178,556 คน วันที่ 14-20 มิ.ย. 133,637 คน &amp;nbsp;และวันที่ 21-30 มิ.ย. 144,221 คน โดยฉีดวัคซีนแล้วเป็นผู้สูงอายุฉีดเข็มแรก 161,449 คน เข็มสอง 11,063 คน กลุ่มโรคเรื้อรังเข็มแรก 120,151 คน และเข็มสอง 16,822 คน &amp;nbsp;แต่คงประเมินไม่ได้ว่าจะมีตกหล่นจำนวนเท่าไร เพราะขึ้นกับว่า รพ.นัดซ่อมฉีดวัคซีนได้หรือไม่ หากนัดมาซ่อมเร็วก็ไม่มีปัญหา ประชาชนไปฉีดที่ รพ.ตามเดิมได้ อาจมีแค่ช่วง &amp;nbsp;2-3 วันนี้ที่มีการเลื่อนนัดไปแล้วไม่ได้ฉีด หรือบางส่วนที่นัดไปฉีดใหม่นานก็ให้ติดต่อเข้ามา โดยศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อจะเป็นจุดเยียวยาสนับสนุน&amp;nbsp;
คาดตกหล่นไม่เกินพันราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า &amp;nbsp;คนที่ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อมช่วง มิ.ย.ในพื้นที่ กทม. หากไม่มีการเลื่อนนัดจาก รพ.ที่ลงทะเบียนให้ไปฉีดวัคซีนตามนัดหมายเดิม หรือถ้าเลื่อนนัดก็ขอให้ติดต่อสอบถาม &amp;nbsp;รพ.อีกครั้ง โดยเฉพาะช่วงวันที่ใกล้ฉีดวัคซีนว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เนื่องจากสัปดาห์นี้กรมควบคุมโรคจะส่งวัคซีนไปเพิ่มเติมตามที่กำหนด ขอให้สอบถาม รพ.ก่อน &amp;nbsp;เพราะอาจกลับมาฉีดได้ตามเดิมก็ให้ไปฉีดที่ รพ.เป็นหลัก &amp;nbsp;แต่อาจมีกลุ่มที่ช่วง 1-2 วันที่ผ่านมานี้ถูกเลื่อนฉีดไปแล้วหรือ รพ.ยังจัดการไม่ได้ ใกล้วันฉีดแล้วยังถูกเลื่อนอีก ก็สามารถมาฉีดที่บางซื่อได้ โดยขอให้โทร.ไปคอลเซ็นเตอร์หมอพร้อมซึ่งมีเกือบ 200 คู่สาย จะมี SMS นัดหมายระบุวันและเวลาฉีด นำมาแสดงเพื่อรับการฉีดวัคซีนที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อได้ เริ่มฉีดตั้งแต่ 16 มิ.ย.เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าหมอพร้อมที่ถูกเลื่อนมีปัญหาจริงๆ น่าจะมีไม่เกินพันคน ซึ่งเตรียมวัคซีนเผื่อไว้ 2 พันโดสต่อวัน โดยคอลเซ็นเตอร์หมอพร้อมนัดมาชั่วโมงละ 200 คน ขอให้มาตามเวลานัดเพื่อไม่ให้เกิดความแออัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า แผนการกระจายวัคซีนต่างๆ ยังคงเป็นไปตามแผนที่ ศบค.ร่วมกับ สธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้วางไว้ ว่าในเดือน มิ.ย.จะมีการกระจายวัคซีนทั้งหมดอย่างน้อย 6 ล้านโดส ในช่วงครึ่งแรกของเดือน มิ.ย.ได้กระจายไปแล้ว 3.5 ล้านโดส เป็นวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 2 ล้านโดส และซิโนแวค 1.5 ล้านโดส เริ่มฉีดแล้ว 8 วันตั้งแต่ &amp;nbsp;7-14 มิ.ย. และเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ฉีดแล้ว 323,060 โดส และยังคงฉีดไปเรื่อยๆ เพราะส่วนใหญ่วัคซีนที่กระจายไปจะอยู่ที่จุดฉีดต่างๆ สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างดี สามารถฉีดได้เฉลี่ยวันละ 300,000 โดส หรือประมาณ &amp;nbsp;10 ล้านโดสต่อเดือน จะเห็นได้ว่าศักยภาพการฉีดมีอยู่สูง &amp;nbsp;และตั้งแต่นายกฯ ได้กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ มีการฉีดเป็นทางการ 1 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 7-14 มิ.ย.ฉีดแล้ว 2,410,663 โดส รวมตั้งแต่ 28 ก.พ.ฉีดวัคซีนไปแล้วทั้งหมด 6,511,184 โดส ทั้งวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าและซิโนแวค ซึ่งเป็นไปตามแผนและเป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการจัดหาวัคซีนในครึ่งหลังของเดือน มิ.ย.จะมีวัคซีนเข้ามาอย่างน้อย 3 ล้านโดส กระจายไปยังจุดต่างๆ &amp;nbsp;ในสัปดาห์นี้ และมีการประสานกับหน่วยปลายทางที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว จะเห็นได้ว่าขณะนี้ในเดือน มิ.ย.สามารถจัดส่งวัคซีนไปได้ตามแผน และจะเป็นไปตามแผน 6.5 &amp;nbsp;ล้านโดส แต่ สธ.ยังไม่ละความพยายามที่จะจัดหาวัคซีนมาเพิ่มเติมเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน &amp;nbsp;เมื่อวัคซีนเข้ามาจะมีการแจ้งเป็นระยะๆ ให้ทราบ และขอยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงกรณีบริษัท คินเจน ไบโอเทค จำกัด ได้ยื่นเอกสารขออนุญาตวัคซีนสปุตนิก วี กับ อย.ว่า ได้รับข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ซึ่งยังเป็นข้อมูลชุดเดิมที่เคยยื่นกับ อย.แล้ว ยังคงขาดข้อมูลสำคัญถึง 50% &amp;nbsp;อย.จึงได้แจ้งบริษัท คินเจน ไบโอเทค จำกัด ให้จัดส่งข้อมูลสำคัญที่ใช้ในการพิจารณาโดยเร่งด่วนเป็นครั้งที่ 3 &amp;nbsp;แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์การฉีดวัคซีนและการจัดหาวัคซีนในภูมิภาคนั้น พบว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) &amp;nbsp;สมุทรปราการ ได้เปิดประชุมสภาสามัญครั้งที่ 1 และมีมติเห็นชอบนำเงินสะสม &amp;nbsp;400 ล้านบาทเพื่อจัดซื้อวัคซีน ซึ่งเมื่อรวมกับเทศบาลบางเมือง 200 ล้านบาท เทศบาลนครสมุทรปราการ 100 ล้านบาท และเทศบาลข้างเคียงอีก 100 &amp;nbsp;ล้านบาท จะเป็นเงิน 800 ล้านบาท ในการจัดหาวัคซีนซิโนฟาร์ม 900,000 โดส ซึ่งสามารถฉีดให้ประชาชนได้ถึง 450,000 คน&amp;nbsp;
นายเสรี เรืองกาญจน์ นายกเทศมนตรีเมืองสะเตงนอก กล่าวว่า ได้หารือกับนายกเทศมนตรีนครยะลาที่จะจัดหาวัคซีนซิโนฟาร์มอย่างน้อย 5,000 โดส โดยได้จองแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การฉีดวัคซีนในหลายจังหวัดนั้นยังคงมีความคึกคัก แต่ก็เริ่มพบปัญหา โดยที่ จ.ขอนแก่นพบว่าผู้ฉีดวัคซีนต้องการเลือกวัคซีน และมีผู้วอล์กอินเข้ามาขอฉีดจำนวนมากโดยไม่มีการลงทะเบียนไว้ก่อน ทำให้ สสจ.ขอนแก่นกำลังประสานงานเพื่อจองซื้อวัคซีนทางเลือก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106509</URL_LINK>
                <HASHTAG>covid-19, จัดสรรวัคซีน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด, โรคเลื่อนวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c8b072cc1f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
