<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 07:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 07:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกอบจ.แม่กลอง ทุ่ม 40 ล้านจัดซื้อวัคซีนชิโนฟาร์ม 4 หมื่นโดส คาดไม่เกินครึ่งเดือนจะได้ฉีด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.64 - นางสาวสุกานดา ปานะสุทธะ&amp;nbsp; นายก อบจ.สมุทรสงคราม เปิดเผยว่า ทาง อบจ.สมุทรสงคราม&amp;nbsp; ได้สั่งซื้อวัคซีน ชิโนฟาร์ม จำนวน 4หมื่นโดส&amp;nbsp; มูลค่า 40 ล้านบาท เพื่อบริการ ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่ยังไม่ได้ รับบริการฉีดวัคซีนจากหน่วยงานอื่นๆมาก่อน&amp;nbsp; และต้องการช่วยคนแก่และผู้สูงอายุ ที่ไม่มีโอกาสจะได้ฉีดวัคซีน จากภาครัฐโดยตรง&amp;nbsp; โดยการให้ประชาชนมาลงชื่อและประวัติ กับทาง อบจ. ล่วงหน้าก่อนประมาณ&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; อาทิตย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือจนกว่าส่วนกลางจะส่งวัคซีนมาให้&amp;nbsp; ก็จะเริ่มเปิดบริการฉีดวัคซีน ให้กับประชาชน ชาวสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามที่สั่งจองล่วงหน้าไว้แล้ว&amp;nbsp; เชื่อว่าคงไม่ถึง ครึ่งเดือน ก็จะดำเนินการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสุกานดา&amp;nbsp; กล่าวว่า สำหรับการเปิดรับฉีดวัคซีน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชิโนฟาร์ม&amp;nbsp; ซึ่งเป็นวัคซีนพระราชทาน ของมหาวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ทำการวิจัย&amp;nbsp; หลังจากการเสร็จการวิจัย&amp;nbsp; และผลออกมาอยู่ในขั้นดีมาก&amp;nbsp; ทางศูนย์วิจัย จึงผลิตวัคซีน ชิโนฟารม์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp; สั่งจอง เพื่อบริการให้กับประชาชน&amp;nbsp; โดยทาง อบจ. จะจ่ายส่วนที่ทางศูนย์วิจัยจุฬา&amp;nbsp; คิดเป็นเงินต้นทุนการผลิต&amp;nbsp; เพื่อทำการผลิตต่อเนื่องต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะทางศูนย์วิจัยจุฬาภรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้ปรึกษา กับศูนย์วิจัยด้วยกันที่ต่างประเทศ ที่คำนวณตรงกันว่า&amp;nbsp; เชื้อไวรัส โควิค 19 จะไม่หยุด แพร่กระจายเชื้อไปง่ายๆ&amp;nbsp; และจะกลายพันธุ์ต่อไปไม่มีวันหยุด&amp;nbsp; แต่เราต้องเอาให้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางกรมอนามัยโลก จึงกำหนด ให้ทุกประเทศ เตรียมวัคซีน ไว้ป้องกันเชื้อไวรัสโควิค 19 กลายพันธุ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในอนาคต ทุกประเทศต้องประสบแน่นอน จะมากหรือน้อยเท่านั้น&amp;nbsp; และการกลายพันธุ์ของเชื่อไวรัสโควิค 19 จะกลายพันธุ์ ที่รุนแรงมากขึ้น จนวัคซีนที่ฉีดไปแล้ว&amp;nbsp; จะ 2 เข็ม 3 เข็มก็ตาม&amp;nbsp; ก็ตามไม่ทัน เอาไม่อยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp; สู้เชื้อไวรัสโควิคสายพันธุ์ใหม่ไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถ้าไม่ป้องกันไว้เลย&amp;nbsp; หลายประเทศจะตกเป็นเหยื่อเชื้อไวรัสโควิค 19 กลายพันธุ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอน เรียกว่าอาจเป็นสงคราม เคมี ล้างโลก ที่เคยได้ยินได้ชม ใน ภาพยนต์&amp;nbsp; หรือในหนังทีวี&amp;nbsp; แต่นี่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นจริงในโลกนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสุกานดา กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp; ตนเองเห็นความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ล้มป่วยด้วยโรคไวรัสโควิค 19&amp;nbsp; แต่ไม่มีหนทางจะได้ฉีดวัคซีน&amp;nbsp; ที่ไม่ต้องเสียเงิน ไม่ต้องเสียเวลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รอคิวนานๆเป็นเดือนๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางคนรอไม่ไหว จนจบชีวิตลงอย่างน่าสงสาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางครอบครัว ไม่มีแม้แต่เงิน ค่าเดินทาง&amp;nbsp; มาตัวเมืองจะไปฉีดวัคซีน&amp;nbsp; ทาง อบจ. จึงจัดรถรับส่งให้ฟรี&amp;nbsp; โดยกำหนดจุด แวะรับส่ง&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีอาหารกล่องและน้ำดื่ม บริการให้ด้วยทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานที่นั้น เป็นศาลาเอนกประสงค์ ของวัดเพชรสมุทรวรวิหาร หรือวัดหลวงพ่อบ้านแหลม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีแรกจะใช้สถานที่ หอประชุมใหญ่ อบจ.&amp;nbsp; แต่ทางจังหวัดได้แนะนำให้ใช้ ศาลาเอนกประสงค์วัดเพชรสมุทร&amp;nbsp; เพราะทางเทศบาล&amp;nbsp; และ อบต. นัดฉีดวัคซีน&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานที่นี้ เป็นประจำทุกครั้ง&amp;nbsp; แต่ต้องดูกำหนด วันของหน่วยงานอื่นๆ ที่จองสถานที่ไว้ อย่าให้ตรงกัน&amp;nbsp; จะวุ่นวาย และเป็นการไม่ปลอดภัยหากแออัดจนเกินไป จะไม่ปลอดภัย&amp;nbsp; และอาจเป็นการรับเชื้อได้ง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อีกประเด็นหนึ่ง สถานที่แห่งนี้ ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม ทางสาธารณสุขอำเภอ ทั้ง 3อำเภอ&amp;nbsp; และโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า โรงพยาบาลนภาลัย โรงพยาบาลอัมพวา และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพสต. ส่งเจ้าหน้าที่&amp;nbsp; แพทย์พยาบาล&amp;nbsp; อสม.และเจ้าหน้าที่ หลายฝ่าย มาให้ความสะดวก และปลอดภัย กับทุกคนที่มารับบริการ&amp;nbsp; สิ่งที่ต้องนำมาด้วย คือบัตรประชาชน และ หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; มาให้เจ้าหน้าที่ลงทะเบียน และตรวจสอบว่า ถูกต้องกับชื่อที่ลงไว้กับ อบจ.&amp;nbsp; หากตรงกัน ก็จะให้รอคิว&amp;nbsp; เมื่อได้รับวัคซีนแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องรอดูอาการประมาณ ครึ่งชั่วโมง หากไม่มีอาการแทรกซ้อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็จะกลับบ้านได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจะมียาแก้ปวดลดไข้ และยาฟ้าทะลายโจรให้ด้วยทุกคน&amp;quot;นางสาวสุกานดา&amp;nbsp; กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116227</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดหาวัคซีนซิโนฟาร์ม, สุกานดา ปานะสุทธะ, อบจ.สมุทรสงคราม, ไวรัสกลายพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613aa35a48e04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟัน‘แอคแคปฯ-ดวงฤทธิ์’ ‘ดีอีเอส’ชงผิดพรบ.คอมพ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดนแล้ว! &amp;quot;ดีอีเอส&amp;rdquo; รวบรวมหลักฐานชงฟัน&amp;nbsp; &amp;ldquo;แอคแคปฯ-ดวงฤทธิ์&amp;rdquo; ผิด พ.ร.บ.คอมพ์ ปั่นข่าววัคซีนซิโนฟาร์ม 20 ล้านโดส พบมีการวางแผนเป็นขบวนการเพื่อดิสเครดิตรัฐบาล จ้อคลับเฮาส์กล่าวหาเรียกเงินค่าพบนายกฯ 5&amp;nbsp; ล้าน &amp;quot;ชัยวุฒิ&amp;quot; ชี้ &amp;ldquo;ดวงฤทธิ์&amp;rdquo; จงใจสร้างความสับสนหลายหน&amp;nbsp; ซัดจุดยืนการเมืองฝั่งตรงข้ามรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีที่ในสังคมออนไลน์ได้เผยแพร่หนังสือ บริษัท แอคแคป แอสเซ็ทส์ จำกัด (บริษัท แอคแคปฯ) ที่ทำถึงราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยมีเนื้อหาอ้างว่าบริษัท แอคแคปฯ สามารถจัดหาวัคซีนซิโนฟาร์ม จำนวน 20 ล้านโดส และสามารถจัดส่งให้ได้ภายใน 2 สัปดาห์ แต่ไม่สามารถติดต่อขอเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมวสาธารณสุขได้ จนมีการเผยแพร่หนังสือฉบับดังกล่าวอย่างกว้างขวาง&amp;nbsp; ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดถึงการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของรัฐบาล เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม&amp;nbsp; (Anti Fake News Center) ได้ตรวจสอบเบื้องต้นกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และพบว่าบริษัท แอคแคปฯ ไม่มีชื่อยื่นขึ้นทะเบียนนำเข้าวัคซีนซิโนฟาร์ม รวมทั้งยังจดทะเบียนทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์&amp;nbsp; ไม่มีคุณสมบัตินำเข้ายาและเวชภัณฑ์ และไม่ได้เป็นตัวแทนของผู้ผลิตวัคซีนซิโนฟาร์มจริง ซึ่งภายหลังปรากฏเป็นข่าว&amp;nbsp; ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ก็ได้ปฏิเสธพร้อมชี้แจงแล้วว่าลักษณะของบริษัทไม่น่าเชื่อถือ และไม่มี Dossier&amp;nbsp; หรือเอกสารประกอบรายการประกอบยาและการผลิตจากบริษัทเจ้าของวัคซีนเพื่อมาใช้ขอใบอนุญาตต่อ อย.แต่อย่างใด &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นหนังสือฉบับดังกล่าวนั้น จึงเป็นข้อความที่บิดเบือน และทำให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่เข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 (พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์) เช่นเดียวกับผู้ที่นำข้อมูลดังกล่าวไปเผยแพร่ หรือส่งต่อก็จะเข้าข่ายมีความผิดเช่นกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวุฒิกล่าวว่า กระทรวงดีอีเอสกำลังประสานข้อมูลกับ บก.ปอท. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์) รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุข เพื่อรวบรวมหลักฐานและดำเนินการเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวกรรมการผู้จัดการผู้ลงนามทั้ง 2 รายในหนังสือมาให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหนังสือฉบับดังกล่าว เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีบุคคลและกลุ่มบุคคลนำไปวิพากษ์วิจารณ์และกล่าวหาในทำนองว่า รัฐบาลมีการเรียกรับผลประโยชน์จากการขึ้นทะเบียนและจัดหาวัคซีนโควิด-19 ซึ่งเข้าข่ายการหมิ่นประมาท และเสนอข้อมูลเท็จอย่างชัดเจนเช่นกัน เพราะการขึ้นทะเบียนและนำเข้าวัคซีนมีระเบียบขั้นตอนการดำเนินการตามช่องทางกฎหมายอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าพบใครเป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าสังเกตว่า ที่ผ่านมาเกิดความพยายามในการตั้งประเด็นโจมตีการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่องและรุนแรงขึ้น มองได้ว่ามีการวางแผนเป็นขบวนการเพื่อดิสเครดิตรัฐบาลหรือไม่ เห็นได้ชัดจากกรณี บริษัท แอคแคปฯ ที่ผู้เกี่ยวข้องในส่วนของภาครัฐต่างออกมาปฏิเสธไปแล้ว แต่ทราบว่าเมื่อคืนวันที่ 27 พ.ค.64 นายดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิก และแกนนำกลุ่มแคร์ คิดเคลื่อนไทย ที่มักร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทย นำประเด็นดังกล่าวไปพูดคุยแสดงความคิดเห็นผ่านแอปพลิเคชันคลับเฮาส์ โดยมีเนื้อหาสาระก่อให้เกิดความสับสนขึ้นในสังคม ตลอดจนสร้างความเสียหายให้แก่รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีการพูดถึงขั้นว่า มีคนเรียกค่าพาเข้าพบนายกรัฐมนตรีจากบริษัทดังกล่าว เพื่อให้มีช่องทางเจรจานำเข้าวัคซีนซิโนฟาร์ม โดยแลกกับเงิน 5 ล้านบาทอีกด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวุฒิเผยว่า เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม นายดวงฤทธิ์ก็เคยทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์อ้างว่า มีรุ่นน้องที่รู้จักกันพยายามนำวัคซีนซิโนฟาร์ม 20 ล้านโดสให้รัฐบาล และระบุว่า &amp;ldquo;ประสานไปที่คนของรัฐบาลทุกช่องทางแล้ว มันถามหาผลประโยชน์ตอบแทนกันก่อนหมดเลย&amp;rdquo; จนมีผู้มารีทวีตหรือเผยแพร่ข้อความต่อจำนวนมาก และยังมีหลักฐานว่ามีความสนิทสนมกับนายกรกฤษณ์ กิติสิน หนึ่งในผู้บริหารของบริษัท แอคแคปฯ ด้วย หรือเมื่อต้นเดือน ม.ค.64&amp;nbsp; ก็ทวีตในทำนองว่ามีคนบางกลุ่มได้สิทธิ์ซื้อวัคซีนโควิด-19 แล้ว ทั้งที่กระบวนการทุกอย่างมีการเปิดเผยโปร่งใสโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่บริษัท แอคแคปฯ ถูกเปิดโปงว่าไม่ใช่ผู้แทนซิโนฟาร์มจริง และการทวีตข้อความในประเด็นเดียวกันล่วงหน้าของคุณดวงฤทธิ์ ทำให้สามารถตั้งข้อสังเกตได้ว่า อาจเป็นขบวนการเดียวกันที่ต้องการสร้างความสับสนและดิสเครดิตรัฐบาล เรื่องนี้กระทรวงดีอีเอสได้รวบรวมหลักฐานการเผยแพร่ข้อความในแพลตฟอร์มต่างๆ รวมทั้งการพูดคุยในแอปฯ คลับเฮาส์ล่าสุดไว้ทั้งหมดแล้ว ขณะนี้ได้ให้ฝ่ายกฎหมายทำการสรุปว่ามีผู้กระทำผิดกี่รายอย่างไรบ้าง เพื่อดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนต่อไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.ดีอีเอสกล่าวอีกว่า การที่มีการออกมาโพสต์ว่ามีการเรียกเงิน 5 ล้านบาท หรือมีการเรียกผลประโยชน์จากการจัดหาวัคซีนโควิด-19 นั้น หากมีหลักฐานยืนยันชัดเจน ก็เปิดเผยได้อยู่แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมดำเนินการตามกฎหมาย เพราะเป็นการแอบอ้างหาประโยชน์ซึ่งไม่สมควรให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศกำลังประสบปัญหาการระบาดโควิด19 แต่ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นการพูดลอยๆ ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กเพื่อดิสเครดิตนายกฯ และรัฐบาล เท่ากับเป็นการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เมื่อภาครัฐจำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย คนเหล่านี้ก็มักจะออกมาเรียกร้องว่า เป็นการละเมิดสิทธิ ปิดหูปิดตาประชาชน ซึ่งเป็นรูปแบบของขบวนการเฟกนิวส์&amp;nbsp; และต้องการให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เชื่อว่าสังคมพอจะเข้าใจถึงเจตนาของกลุ่มคนดังกล่าว&amp;nbsp; หลายคนก็เป็นกลุ่มคนที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล และนิยมชมชอบกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม จุดยืนทางการเมืองของคุณดวงฤทธิ์ก็ชัดเจน พอถูกจับได้ไล่ทันก็อ้างว่าชนตอ มีอันตรายถึงตาย&amp;nbsp; ไม่ขอพูดถึงเรื่องนี้อีก ทั้งที่หากไม่มีเจตนาก็ควรออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง เหมือนมีเจตนาให้สังคมสับสนไปเรื่อยๆ ซึ่งกรณีของคุณดวงฤทธิ์ถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังรวบรวมหลักฐาน และจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดแน่นอน&amp;quot; นายชัยวุฒิระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะรอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ปัจจุบันในยุค 5&amp;nbsp; จี พี่น้องประชาชนรวมทั้งข้าราชการตำรวจต่างก็เข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่า พี่น้องตำรวจหลายท่านรวมถึงหลายหน่วยงานใช้สื่อสังคมออนไลน์ประชาสัมพันธ์การปฏิบัติหน้าที่ในรูปแบบต่างๆ หรือแถลงผลการจับกุมคนร้ายในคดีสำคัญ ตลอดจนเตือนภัยอาชญากรรมในพื้นที่ให้ประชาชนได้รับรู้ในการระมัดระวังตนเองมิให้ตกเป็นเหยื่อ ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามยังคงพบเห็นข้าราชการตำรวจบางท่าน ใช้สื่อสังคมออนไลน์แล้วส่งผลกระทบในเชิงลบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จริงๆ ต้องเรียนว่าการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในทุกแพลตฟอร์ม ข้าราชการตำรวจสามารถมีสิทธิและเสรีภาพในการเข้าถึงและใช้งานทั้งสิ้น แต่เพื่อให้การใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการตำรวจเป็นไปอย่างเกิดประโยชน์และเป็นไปอย่างถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดทำแนวทางการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของข้าราชการตำรวจ ซึ่งเป็นเสมือนคู่มือในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ สำหรับประเภทข้อมูลข่าวสารที่ไม่ควรเผยแพร่ ทั้งในรูปแบบข้อความ รูปภาพ หรือภาพเคลื่อนไหว มีจำนวน 9 ประเภท คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ข้อมูลที่มีเนื้อหาพาดพิง หรือส่งผลในทางลบต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.ข้อมูลที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ หรือกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 3.ข้อมูลที่มีลักษณะยั่วยุ เสียดสี บิดเบือนโฆษณา ชวนเชื่อ สร้างความแตกแยกต่อหน่วยงาน องค์กร&amp;nbsp; สถาบัน สังคม รวมถึงการไม่เป็นกลางทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ข้อมูลความลับของทางราชการ ตามระเบียบการตำรวจที่กำหนดไว้ 5.ข้อมูลที่เข้าข่ายการกระทำผิด ตามประมวลกฎหมายว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารทั้งของราชการและบุคคล รวมถึงการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายอาญาใดๆ เช่น ภาพลามก อนาจาร&amp;nbsp; เป็นต้น 6.ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อน้ำหนักความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานทางคดี เกิดผลเสียต่อกระบวนการยุติธรรม รวมถึงส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติภารกิจที่มีความเสี่ยงในเชิงยุทธวิธีและยุทธการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.ข้อมูลที่สร้างกระแสทางสังคมหรือก่อให้เกิดความตื่นตกใจโดยไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และไม่มีหลักฐานยืนยัน&amp;nbsp; 8.ข้อมูลที่เป็นภัยคุกคามต่อระบบสารสนเทศและเครือข่าย&amp;nbsp; ได้แก่ โปรแกรมไม่พึงประสงค์ หรือ Malware ทุกประเภท 9.ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์อันดีของความเป็นข้าราชการตำรวจ ก่อให้เกิดความขบขัน วิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบ ลดความเชื่อมั่น ศรัทธาต่องานตำรวจ ทั้งที่เป็นปัจเจกบุคคล และองค์กรตำรวจโดยรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงฝากถึงพี่น้องข้าราชการตำรวจ ในการเข้าถึงหรือใช้สื่อสังคมออนไลน์ ควรพิจารณาใช้ด้วยความระมัดระวังและถือปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบและแนวทางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดไว้อย่างเคร่งครัดด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104617</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, จัดหาวัคซีนซิโนฟาร์ม, ซิโนฟาร์ม, พรบ.คอมพ์, วัคซีนซิโนฟาร์ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แอคแคป, แอคแคป แอสเซ็ทส์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a525568d938.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
