<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;แรมโบ้&#039;ซัด&#039;จาตุรนต์&#039;บิดเบือนข้อมูลวัคซีนจนกลายเป็นนักการเมืองไร้คุณภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 มิ.ย.64 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี​ กล่าวถึงกรณีนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์ถึงการไม่เข้าร่วมโครงการ COVAX ของประเทศไทยว่า​ เรื่องนี้ทั้งนายกฯและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงไปแล้วว่าไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้วัคซีนฟรี ขณะเดียวกันตนเองก็มองว่าขณะนี้ประเทศไทยได้มีวัคซีนที่ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งวัคซีนซิโนแวค ที่องค์การเภสัชกรรม หรือ อภ.ได้ชี้แจงแล้วว่าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม จัดหาและนำเข้าวัคซีนซิโนแวคมาแล้ว 6 ล้านโดส และภายในเดือนมิถุนายนนี้จะนำเข้ามาอีก 3 ล้านโดส และมีอีก 10-15 ล้านโดสที่ได้ทำสัญญาเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลจีนบริจาคอีก 1 ล้านโดส ซึ่งจะทยอยส่งมอบในระยะต่อไป​ รวมถึงขณะนี้ยังมีวัคซีนแอสตราเซนเนกา ที่เลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิต และเป็นวัคซีนหลักที่รัฐบาลจัดหาเพื่อกระจายแก่ประชาชน จะทยอยส่งมอบในปีนี้ตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ธ.ค. 2564 จำนวน 61 ล้านโดส&amp;nbsp; มีวัคซีนที่ อย.อนุมัติการขึ้นทะเบียนแล้ว คือจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน&amp;nbsp; วัคซีนโมเดอร์นา และวัคซีนซิโนฟาร์ม นอกจากนี้ยังมีวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 20 ล้านโดส&amp;nbsp; ขณะนี้อยู่ระหว่างต่อรองเงื่อนไขสัญญา คาดว่าจะเข้ามาประเทศไทยในช่วงไตรมาสที่ 3 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกล​ กล่าวว่า ยืนยันว่าวัคซีนมีเพียงพอสำหรับประชาชนคนไทยอย่างแน่นอน และจะเป็นไปตามแผนที่รัฐบาลได้วางเอาไว้อย่างแน่นอน เฉพาะปีนี้รัฐบาลจะจัดหาวัคซีนทั้งสิ้น 100 ล้านโดส ครอบคลุมประชาชน 50 ล้านคน หรือ 70% ของประชาชนทั้งประเทศ และครบทั้ง 100% ในปีต่อไป และจะมีการจัดหาให้ครอบคลุมถึงชาวต่างชาติที่ทำงานและอาศัยในประเทศไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับการจัดหาวัคซีน ที่จะให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกัน&amp;nbsp; และขอนายจาตุรนต์อย่ากังวล นายกฯ รัฐบาล จัดหาวัคซีนให้กับประชาชนเพียงพออย่างแน่นอน พร้อมขออย่าตำหนินายกฯ รัฐบาล เพียงอย่างเดียว ทั้งที่ผ่านมานายจาตุรนต์ก็เห็นแล้วว่านายกฯ รัฐบาล ได้ทำงานหนักอย่างไรบ้าง และทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ ซึ่งแตกต่างกับคนที่ไม่ได้ทำอะไรเพื่อชาติบ้านเมือง วันๆ มีแต่ออกมาตำหนิ กล่าวหาคนทำงาน ซึ่งนายจาตุรนต์ควรหัดทำตัวเป็นประโยชน์ต่อชาติ บ้านเมืองบ้างเช่นกัน​ อย่าเอาวัคซีนมาตีกินทางการเมืองเลย ฝ่ายค้านฝ่ายแค้นคงตกงานว่างงานมากจึงพยายามตีกินเรื่องวัคซีน ประชาชนเข้าใจรัฐบาลดีประชาชนไม่ได้โง่ เห็นฝ่ายค้านพยายามให้ข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริงตลอดมา และนายจาตุรนต์เองก็เกาะกระแสบิดเบือนไปด้วยจนกลายเป็นนักการเมืองที่ไร้คุณภาพไปในสายตาประชาชน&amp;quot;นายเสกสกล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105229</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดหาวัคซีนโควิด, จาตุรนต์ ฉานแสง, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, โครงการ COVAX</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60b9a04151216.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 08:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 08:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนกร&#039;ไม่หวั่นฝ่ายค้านยื่นปปช.สอบนายกฯ ซัดมือไม่พายแล้วยังเอาเท้าราน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 พ.ค.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นป.ป.ช.ไต่สวนเอาผิดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แก้ปัญหาโควิด-19 ล้มเหลว ไม่เร่งหาวัคซีน ส่อไปในทางทุจริต ว่า พล.อ.ประยุทธ์พร้อมที่จะชี้แจง เพราะสามารถชี้แจงได้ทุกเรื่อง ที่ผ่านมาการบริหารโควิด-19 ไม่ได้ล้มเหลว และไม่ได้มีการส่อไปในทางทุจริตใดๆ ทั้งสิ้น พล.อ.ประยุทธ์บริหารด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และบริหารจัดการได้ดีจนทั่วโลกชื่นชม แต่เมื่อมีปัญหาในระลอก 3 พล.อ.ประยุทธ์ก็เข้าไปจัดการแก้ปัญหาทุกจุด โดยเฉพาะในส่วนของการจัดหาวัคซีนนั้น จะมีการเพิ่มจาก 100 ล้านโดสเป็น 150 ล้านโดส ซึ่งในปี64 จะฉีดให้ครบ 50 ล้านคน ครอบคลุมประชากร 70 เปอร์เซ็นต์ มีไทม์ไลน์การฉีดอย่างชัดเจน นอกจากนั้นรัฐบาลยังออกมาตรการเยียวยาควบคู่กันไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่งเฟส 3 โครงการเราชนะ โครงการ ม.33 เรารักกัน การเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดือนละ 200 บาท เป็นเวลา 6 เดือนฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเล่นเกมส์หรือเอาชนะกันทางการเมือง แต่เป็นเวลาที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมแรงร่วมใจกันในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนฝ่าวิกฤติโควิด-19 ในครั้งนี้&amp;nbsp; การกล่าวหาพล.อ.ประยุทธ์เห็นแก่ประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้องมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนนั้น อยากถามว่าใครกันแน่ที่เห็นแก่ประโยชน์ของพวกพ้อง เพราะพล.อ.ประยุทธ์ทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนเท่านั้น ไม่เหมือนรัฐบาลในอดีตที่มีการทุจริตคอรัปชั่นจนมีรัฐมนตรีต้องติดคุก บางคนก็หนีไปต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม อยากให้พรรคร่วมฝ่ายค้านเพลาการเมืองไว้ชั่วคราว แล้วมาช่วยกันช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช่มือไม่พายแล้วยังเอาเท้าราน้ำ หรือสลับหน้ากันออกมาโจมตีรัฐบาลอย่างเดียว ซึ่งประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร&amp;quot;นายธนกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102865</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดหาวัคซีนโควิด, ธนกร วังบุญคงชน, ยื่นปปช.สอบนายกฯ, แก้ไขโควิดล้มเหลว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609dd6d4d1fe3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนกร”อัด&#039;วิโรจน์&#039;บุคคลล้มเหลวทางด้านความน่าเชื่อถือกลับไปกลับมาไร้จุดยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 เม.ย.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ระบุว่า ระบอบประยุกต์ทำลายระบบสาธารณสุขไทย พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชี้แจงให้ชัดว่าวัคซีน 2 ล้านโดสใครกั๊กไว้ว่า ไม่น่าเชื่อว่าคนที่เคยเป็นหมอมาก่อนจะมีความคิดแบบนี้ เพราะระบบสาธารณสุขของไทยถือว่ายังมีประสิทธิภาพ ไม่มีใครมาทำลายได้ และไม่มีระบอบประยุทธ์ มีแต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ทุ่มเททั้งร่างกายและจิตใจทำงานให้กับประเทศชาติและประชาชน&amp;nbsp; การบริหารจัดการแก้ปัญหาโควิด-19 ก็ไม่ได้ล้มเหลว ทุกอย่างเดินตามแผนงานที่วางไว้ แต่ต้องมีการปรับเปลี่ยนบ้างเพื่อให้ทันสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า ส่วนวัคซีน 2 ล้านโดสก็ไม่มีใครกั๊กไว้ ตนได้ชี้แจงแล้วว่าได้มีการกระจายวัคซีนฉีดให้กลุ่มเป้าหมายใกล้จะครบแล้ว ไม่ทราบว่าจิตใจนพ.ชลน่านทำด้วยอะไรถึงคิดว่ามีการกั๊กไว้ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวตนมองว่า หัวใจหลักของการแก้ปัญหาโควิด-19 มี 3 เรื่องได้แก่ 1. การเร่งจัดหาวัคซีนเพื่อให้ครอบคลุม 70 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากร ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการจัดหาแล้วจำนวน 100 ล้านโดส มีไทม์ไลน์ชัดเจน 2.การเร่งฉีดวัคซีนให้กับพี่น้องประชาชนอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ รัฐบาลก็เตรียมการไว้แล้ว ซึ่งถ้าบุคลากรทางการแพทย์ไม่พอก็จะขออาสาสมัครซึ่งเป็นอดีตพยาบาล แพทย์ที่เกษียณมาช่วยฉีด รวมไปถึงวัคซีนทางเลือก ภาคเอกชนก็ช่วยดำเนินการ ตนเชื่อว่ารัฐบาลจัดการได้ และ 3.การเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp; รัฐบาลก็ได้ออกมาตรการได้ผลมากไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่ง โครงการเราชนะ โครงการเราเที่ยวด้วยกันฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล ระบุว่า พล.ประยุทธ์ไร้วิชั่น ประมาท ทำประชาชนเดือดร้อนนั้น นายวิโรจน์เป็นบุคคลที่อยู่ในประเภทล้มเหลวทางด้านความน่าเชื่อถือ ล้มเหลวทางความคิด กลับไปกลับมา ไร้จุดยืน พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนมีองค์ความรู้ มีประสบการณ์&amp;nbsp; มีความสามารถ ไม่ใช่ ประเภทแก่แล้วแก่เลย และท่านนายกฯ ทำงานเป็นทีม ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ไม่ใช่ทำงานคนเดียวเหมือนหัวหน้าพรรคเก่านายวิโรจน์ การแก้ปัญหาโควิดก็ดำเนินการอย่างเป็นระบบ แม้ประสบปัญหาติดขัดบ้างก็ต้องแก้กันไป เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา&amp;nbsp; นายวิโรจน์น่าจะเข้าใจ ที่สำคัญ รัฐบาลรับฟังทุกฝ่าย แต่ควรเป็นข้อเสนอแนะที่มีประโยชน์ ไม่ใช่หวังผลการเมืองลูกเดียว ตนก็เบื่อหน่ายการตอบโต้ไปมา แต่ก็จำเป็นที่จะต้องชี้แจงเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ และไม่สับสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100401</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดหาวัคซีนโควิด, ชลน่าน ศรีแก้ว, ธนกร  วังบุญคงชนะ, นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201128/image_big_5fc1b415a4c8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 08:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 08:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ติ่งโทนี่&#039;รู้ยังผู้ที่จะติดต่อขอซื้อวัคซีนโควิดได้มีเพียงรัฐบาลเท่านั้นที่ผู้ผลิตจะคุยด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 เม.ย.64 - นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
วัคซีนป้องกันโควิดนั้นเป็นที่ต้องการอย่างมากจากทุกประเทศทั่วโลก ในขณะที่มีผู้ผลิตได้เพียงไม่กี่ราย
เพราะฉะนั้น ผู้ที่จะติดต่อขอซื้อวัคซีนป้องกันโควิดได้ มีเพียงรัฐบาลของประเทศนั้นๆ เท่านั้น
ย้ำว่า เท่านั้น
นักธุรกิจ นักการเมือง หรือนักธุรกิจการเมือง และนักโทษหนีคดี จะใหญ่โตแค่ไหน มีคอนเน็ตชั่นแค่ไหน มีอำนาจบารมีแค่ไหน
ก็ไม่สามารถจะไปเจรจา ให้บริษัทผู้ผลิตจำหน่ายให้ได้
ย้ำว่า ต้องเป็นรัฐบาลของประเทศเท่านั้น ที่บริษัทผู้ผลิตจะยอมคุยด้วย
ตัวอย่างเช่น โอบาม่า (อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา) ผู้โด่งดังคับฟ้ายิ่งกว่า นักโทษหนีคดี(ชาวไทยสัญชาตดูไบดูต้นดูราก) จะไปเจรจาเพื่อช่วยรัฐบาลอเมริกันสั่งซื้อวัคซีนป้องกันโควิด บริษัทที่ผลิตวัคซีนป้องกันโควิดไม่ว่าจะเป็นของประเทศใด เขาก็จะไม่คุยด้วย
เหลือเชื่อจริงๆว่ามีคนโง่ที่ดมตดที่ออกจากปากทักษิณแล้วรู้สึกหอมกรุ่นนุ่มลึก
ประเทศจะพัฒนาไปได้อย่างไร ถ้ามีคนโง่งมงายมากมายได้ขนาดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โนโลกออนไลน์มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางกรณีนายทักษิณ ชินวัตร&amp;nbsp; หรือ โทนี่ อดีตนายกฯ กล่าวผ่านคลับเฮาส์ เสนอตัวช่วยรัฐบาลเจรจากับ &amp;#39;ปูติน&amp;#39; เพื่แอจัดหาวัคซีนสปุตนิก วี ให้ไทยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100400</URL_LINK>
                <HASHTAG>-นายอัษฎางค์ ยมนาค, จัดหาวัคซีนโควิด, ทักษิณ ชินวัตร, สปุตนิกวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c4ac4d2c0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯสั่งปิดได้ทันที! มท.ให้อำนาจลงดาบ/ส่อเค้าเลื่อนแผนเปิดประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยติดโควิดพุ่ง 559 ราย ศบค.สั่งปิดสถานบันเทิง 41 จังหวัด 14 วัน ตั้งแต่ 10 เม.ย. ส่วนอีก 36 จ. ให้อำนาจผู้ว่าฯ พิจารณาตามสถานการณ์ ตั้ง &amp;ldquo;หมอปิยะสกล&amp;rdquo; ประธาน กก.จัดหาวัคซีนทางเลือกอีก 10 ล้านโดส ปลดล็อกเอกชนนำเข้า มท.ไฟเขียวทุกจังหวัดพบติดเชื้อสถานประกอบการในพื้นที่ปิดได้ทันที&amp;nbsp; &amp;quot;รมว.ดีอีเอส&amp;quot; โชว์ผลตรวจไม่ติดโควิด กองทัพออกมาตรการเข้มฝ่าฝืนฟันวินัยขั้นสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 เมษายน เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ประชุมหารือกับตัวแทนของกระทรวงสาธารณสุข โดยมี นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รวมถึงตัวแทนโรงพยาบาลเอกชน เพื่อหารือถึงสถานการณ์การเผยแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมทั้งการออกข้อกำหนดยกระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะการให้ปิดสถานบันเทิงจำนวน 41 จังหวัด ซึ่งก่อนหน้านี้ช่วงเช้า ศบค.ชุดเล็ก นำโดย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้มีการหารือกันก่อนนำข้อสรุปเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ลงนามในข้อกำหนดต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.00 น. นายประสาน หวังรัตนปราณี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ประสานชุดพ่นฆ่าเชื้อโควิด-19 เข้าทำความสะอาด พ่นยาฆ่าเชื้อ และอบโอโซนห้องทำงานรัฐมนตรีและส่วนต่างๆ ของตึกบัญชาการ 1 เช่น ห้องทำงาน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รวมถึงห้องปฏิบัติงานของสื่อมวลชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.30 น. พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 559 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 549 ราย ในจำนวนนี้มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 401 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 148 ราย นอกจากนี้ เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 10 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 30,869 ราย หายป่วยสะสม 28,128 ราย อยู่ระหว่างรักษา 2,645 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 60 ปี เป็นผู้ต้องขังในจังหวัดนราธิวาส มีประวัติป่วยเป็นวัณโรค สัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า ในวันที่ 31 มี.ค.มีอาการนอนไม่หลับ ซึมลง เหนื่อยหอบ เข้ารับการเอกซเรย์ปอดพบผลผิดปกติ แพทย์วินิจฉัยสงสัยว่าเป็นวัณโรค แต่ต่อมามีอาการเหนื่อยหอบมากขึ้น จึงใส่ท่อช่วยหายใจ จากวันที่ 1 เม.ย.ส่งตรวจหาเชื้อโควิด-19 และพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ต่อมาอาการแย่ลงและเสียชีวิตในวันที่ 8 เม.ย. ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 96 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อ แบ่งเป็นคลัสเตอร์จากสถานบันเทิง 214 ราย ผู้สัมผัสใกล้ชิดจากผู้ป่วยคลัสเตอร์สถานบันเทิง 31 ราย ส่วนใหญ่เป็นคนในครอบครัว ผู้ร่วมงาน และเพื่อนสนิท และกรณีอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคลัสเตอร์สถานบันเทิงอีก 124 ราย นอกจากนี้ เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างสอบสวนโรค 32 ราย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ จ.อุทัยธานี ซึ่งเป็นหนึ่งจังหวัดที่ไม่มีการพบเชื้อมาก่อนหน้านี้ พบผู้ป่วยรายใหม่ 5 ราย แต่ไม่เกี่ยวข้องกับคลัสเตอร์สถานบันเทิง &amp;nbsp;
ปิดสถานบันเทิง 41 จ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงถึงผลการหารือระหว่างนายกฯ และตัวแทนกระทรวงสาธารณสุขว่า ศบค.ชุดเล็กได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ในช่วงบ่ายวันที่ 9 เม.ย. จะออกข้อกำหนดฉบับที่ 19 ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยจะมีผลบังคับใช้หลังเที่ยงคืนวันนี้ หรือเริ่มต้นวันที่ 10 เม.ย. จนถึงวันที่ 23 เม.ย. ประกอบด้วย 1.สั่งปิดสถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ สถานประกอบกิจการอาบน้ำ สถานประกอบกิจการอาบอบนวด หรือสถานที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดที่ได้ตรวจพบการระบาดแล้ว และมีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค จำนวน 41 จังหวัด เป็นการชั่วคราวอย่างน้อย 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 41 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพฯ, นนทบุรี, ปทุมธานี, นครปฐม, สมุทรปราการ, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร, พระนครศรีอยุธยา, สระบุรี, ลพบุรี, นครนายก, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ปราจีนบุรี, ฉะเชิงเทรา, สระแก้ว, สุพรรณบุรี, กาญจนบุรี, ราชบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, เพชรบุรี, ระนอง, ชุมพร, นครศรีธรรมราช, ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี, สงขลา, ยะลา, นราธิวาส, นครราชสีมา, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, อุดรธานี, บุรีรัมย์, เลย, เชียงใหม่, ลำปาง, เชียงราย, ตาก และเพชรบูรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ส่วนสถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ สถานประกอบกิจการอาบน้ำ สถานประกอบกิจการอาบอบนวด หรือสถานที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกันในอีก 36 จังหวัด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด มีอำนาจในการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อพิจารณาสั่งปิดสถานที่นั้นเป็นการชั่วคราวได้ หากเห็นว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่โรคตามความเหมาะสมของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการเพื่อให้การบริหารจัดการและบังคับใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคเป็นไปอย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งอาจจะมีความแตกต่างกันในเขตพื้นที่ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อแล้วแต่กรณี เสนอต่อศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) เพื่อตรวจสอบกลั่นกรองและประเมินความเหมาะสมก่อนเสนอ ผอ.ศบค. ในการพิจารณาอนุญาตให้ผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการกับสถานที่ที่มีคำสั่งให้ปิดตามข้อ 1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 3.ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และพนักงานเจ้าหน้าที่อื่นที่มีหน้าที่รับผิดชอบปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด เพิ่มความเข้มงวดในการเข้าตรวจพื้นที่ กิจการ กิจกรรมต่างๆ ที่อาจมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคอย่างสม่ำเสมอ และมีอำนาจให้คำแนะนำ ตักเตือน ห้ามปราม กำหนดระยะเวลาให้ผู้จัดการสถานที่ปรับปรุงแก้ไข และสามารถสั่งปิดเป็นการชั่วคราวได้ อย่างไรก็ตาม นายกฯ เน้นย้ำว่า กฎระเบียบที่ออกมามากมาย ต้องได้รับความร่วมมือทั้งจากผู้ประกอบการ ประชาชน มาเสริมกับรัฐ เป็นสามประสาน
ปลดล็อกเอกชนซื้อวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังได้มีการหารือเรื่องการจัดหาวัคซีน ซึ่งนายกฯ มีความห่วงใย เนื่องจากมีข่าวออกมามากมายว่าวัคซีนมีผลประโยชน์กับใครบางคนหรือไม่ ผูกขาดการนำเข้าวัคซีนหรือไม่ เอื้อประโยชน์ให้กับเจ้าสัวหรือไม่ ทั้งนี้ ปัจจุบันตามแผน วัคซีนที่รัฐจัดให้ เราหามาได้ 61 ล้านโดส คือวัคซีนของซิโนแวคและแอสตราเซเนกา จะฉีดให้ประชาชนได้ 31 ล้านคน รวมกับการจัดหาเพิ่มเติม จะได้ทั้งหมด 70 ล้านโดส ครอบคลุมประชาชน 35 ล้านคน นายกฯ จึงถามว่าต้องการฉีดให้ได้เท่าไหร่เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ซึ่งผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติรายงานว่าจะต้องฉีดให้ได้ 45 ล้านคน คนละ 2 โดส จึงขาดอีก 10 ล้านโดส จึงต้องหาวัคซีนทางเลือกให้กับประชาชน ทางสมาคมโรงพยาบาลเอกชนจึงเสนอตัวว่ามีความสามารถเชื่อมโยงกับเอกชน แต่ขอให้รัฐช่วยอำนวยความสะดวก นายกฯ ระบุว่าเห็นด้วยทั้งสิ้น และมอบนโยบายไปว่าทำอย่างไรก็ได้ให้เอกชนมีส่วนร่วมใน 10 ล้านโดสนี้ และให้ภาครัฐสนับสนุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ จึงได้มอบให้ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ที่ปรึกษา ศบค. เป็นประธานชุดนี้ โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ องค์การเภสัชกรรม (อภ.), องค์การอาหารและยา (อย.), อธิบดีกรมควบคุมโรค, ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ, นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เข้ามาเป็นกรรมการชุดนี้ และให้รายงานผลต่อนายกฯ ภายใน 1 เดือน เพื่อขับเคลื่อนการจัดหาวัคซีนทางเลือก&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์กล่าว และว่า นายกฯ แจ้งปลัด สธ.ให้ฉีดให้เร็วขึ้น และการฉีดวัคซีนต้องปรับตามสถานการณ์ พื้นที่ บุคคล ตอนนี้ใน 41 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อ บุคลากรทางการแพทย์ต้องได้ก่อน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การแถลงข่าวของ ศบค.ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ จะเกิดขึ้นที่กระทรวงสาธารณสุขในเวลา 15.00 น.ของทุกวัน โดยทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จะเป็นผู้ให้ข้อมูลเป็นรายวัน สามารถติดตามได้จากการถ่ายทอด ส่วนตนยังอยู่เกาะติดสถานการณ์ หากมีเหตุจำเป็นที่จะต้องมาพูดคุยกันจะได้มาช่วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ได้บอกให้สื่อมวลชนระมัดระวังตัวกันด้วยในช่วงนี้ พร้อมกล่าวว่า ที่เคยพูดไว้ว่าอะไรจะเกิดมันก็เกิด ตราบใดที่เรายังควบคุมไม่ได้ทั้งหมด แต่เมื่อเกิดแล้วเราต้องแก้ไข ต้องดำเนินการต่อไป ไม่มีปัญหาอะไรที่เกิดขึ้นแล้วจะจบปุ๊บปั๊บ โดยเฉพาะเชื้อโรค วันนี้เราต้องมองไปข้างหน้าว่าตอนนี้มีโควิดแล้ว&amp;nbsp; ข้างหน้าจะมีอะไรตามมีอีกหรือเปล่าไม่รู้ เพราะโรคติดเชื้อมีมาทุก 5-10 ปี เป็นเชื้อพันธุ์ใหม่ ทั้งนี้ ได้เชิญทุกฝ่ายมาทำความเข้าใจร่วมกัน ทั้งในส่วนของ สธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งได้หารือในหลักการสำคัญคือทำอย่างไรจะมีวัคซีนเพิ่มขึ้น ซึ่งต้องไปแก้ไขปลดล็อกเรื่องของ อย.&amp;nbsp; อภ. ที่จะนำเข้าได้หรือไม่ จึงได้ตั้งคณะกรรมการโดยมี นพ.ปิยะสกลเป็นหัวหน้า เพื่อเดินหน้าไปสู่วัคซีนทางเลือกอีกอันหนึ่ง ซึ่งจะมีผลต่อโรงพยาบาลเอกชนที่ยังไม่มีวัคซีนอยู่ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เดือนเม.ย. วัคซีนจะเข้ามาอีก 1.5 ล้านโดส เดิมเข้ามาแล้ว 3.5 แสนโดส ส่วนเดือนต่อไปจะเข้ามาตามลำดับที่กำหนดไว้ ที่เราตระหนกคือมีจำนวนการติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันละ 200-300-400&amp;nbsp; คน แต่เราควบคุมได้ โดยหาตัวบุคคลที่ติดเชื้อมาตรวจ โดยมาอยู่ในสถานที่ควบคุม ซึ่งเราเตรียมการไว้ทั้งหมด และได้เตรียมการหากแพร่ระบาดมากขึ้นจะทำอย่างไร โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เรากังวล แต่ยืนยันว่านายกฯ ไม่ทอดทิ้งใคร สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข แพทย์ พยาบาลติดเชื้อ เราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เชื้อโควิดเข้าไประบาดในโรงพยาบาล ขอให้ใส่หน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือ และเว้นไปในที่อโคจร ต้องบริหารความเข้าใจ บริหารความรู้สึกคนให้ได้ ลดความแตกแยก ลดความแบ่งแยก เพราะทุกคนคือประชาชนของประเทศทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ห่วงช่วงเดือนรอมฎอนด้วย
เลื่อนแผนเปิดประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปแผนการเปิดประเทศต้องเลื่อนไปหรือไม่ เพราะหลายจังหวัดมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;ldquo;เข้าใจคำว่าแผนหรือไม่ ในเมื่อถ้ามันทำไม่ได้ก็คือทำไม่ได้ เพราะแผนก็คือแผน และแผนจะทำประโยชน์ได้จริงต้องมีคำสั่งออกมา ซึ่งมีหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสายการบิน หรือการหารือระหว่างประเทศ ไม่ใช่จะเอาเพียงว่าให้เปิด จะมีคนเข้ามาหรือเปล่ายังไม่รู้ มีเพียงการประเมินการว่าน่าจะเข้ามา แต่ถ้าวัคซีนยังเป็นเชื้อแบบนี้ และถ้าเรายังไม่แก้ปัญหา โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวก็ยังเป็นปัญหาอยู่นั่นแหละ อย่าคิดว่าการเปิดประเทศเป็นการเปิดโล่งทั้งหมด ต้องมาดูหลายอย่างควบคู่ไปด้วย เช่น โรงพยาบาลหรือการค้าขาย เราต้องดูตรงนี้ด้วย เศรษฐกิจต้องเดินไปข้างหน้า แต่ทำอะไรต้องมีตรงกลางเสมอ ไม่ใช่คิดอะไรง่ายๆ สั่งโครมๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า จากกรณีที่พบผู้ร่วมงานเลี้ยงเปิดตัวหลักสูตร Digital Tranformation For CEO#3 ช่วงค่ำของวันที่ 2 เม.ย.ติดเชื้อโควิด-19 ว่า ตนเป็นประธานเปิดงานดังกล่าวในช่วงเวลา 14.30-15.30 น. จากนั้นเดินทางกลับทันที ไม่ได้อยู่ร่วมงานงานเลี้ยงอาหารค่ำ และได้ไปตรวจที่โรงพยาบาลพญาไท 2 ผลตรวจออกมาเป็นลบ ไม่พบเชื้อโควิด-19 และจะกักตัว 14 วัน รวมทั้งครอบครัว เพื่อรับผิดชอบต่อสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เวียนหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้บริหารและบุคลากร และเจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ทุกส่วนงาน โดยปฏิบัติงานภายในที่พัก (Work from Home) ระหว่างวันที่ 8-21 เม.ย.2564 (จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80) โดยขอให้พิจารณาแนวทางการดำเนินการตามความเหมาะสม และอย่าให้เกิดความเสียหายต่อราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงมหาดไทย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้จัดการไปยังผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด (ยกเว้นจังหวัดสมุทรสาคร) ดำเนินการ 1.หากพบผู้ติดเชื้อในสถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ แห่งใดแห่งหนึ่ง ให้ปิดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ กรณีพบในสถานประกอบการหลายแห่งในพื้นที่ใกล้เคียง ให้ปิดเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และกรณีมีการแพร่ระบาดในสถานประกอบการหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดใด ให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพฯ พิจารณาปิดสถานประกอบการในพื้นที่ทั้งจังหวัด/กรุงเทพฯ เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ในกรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อในสถานประกอบการ ให้ผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อมีคำสั่งปิดสถานที่นั้นๆ เพื่อจัดระเบียบและระบบป้องกันโรคโควิด-19 อย่างน้อย 2 สัปดาห์ และหากตรวจพบว่ามีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในร้านอาหารหรือเครื่องดื่มหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดใด ให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานครพิจารณาเพิ่มการปิดร้านอาหารที่มีความเสี่ยง ได้แก่ สถานประกอบการที่เป็นห้องแอร์ และสถานประกอบการที่ไม่ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดภายในห้องประชุมสุริยัน หลังการประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา และจะปิดห้องประชุมให้ไม่ให้ใครเข้าพื้นที่ และจะทำความสะอาดอีกครั้งก่อนการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญในวันที่ 22 พ.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการถอดรหัสพันธุกรรมโควิดคลัสเตอร์ทองหล่อ ว่าขณะนี้รับตัวอย่างเชื้อมา 22 ตัวอย่าง เตรียมถอดรหัสพันธุกรรม คาดว่าใช้เวลา 2-3 วัน จึงจะสามารถทราบผลว่าที่มาของไวรัสคลัสเตอร์ทองหล่อมาจากที่ไหนอย่างไร หลังจาก ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก รพ.จุฬาลงกรณ์ ระบุมาจากไวรัสสายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7 จากกัมพูชา
กองทัพเข้มสกัดโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กองทัพบกและโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ได้ปรับมาตรการให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเน้นย้ำกำลังพลและหน่วยทหารให้ปฏิบัติตามวินัยทหารต้านโควิด-19 อย่างเคร่งครัด อาทิ การบันทึกไทม์ไลน์สถานที่เดินทาง, หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง พื้นที่แออัด สำหรับหน่วยทหาร ให้งดจัดกิจกรรมสงกรานต์ เว้นการสรงน้ำพระ และเมื่อเปิดทำการหลังเทศกาล จะต้องตรวจคัดกรองกำลังพลทุกนายก่อนกลับเข้าปฏิบัติงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครว่า คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครได้อนุมัติการปิดสถานบันเทิงทั่วกรุงเทพฯ อย่างน้อย 14 วัน เริ่มตั้งแต่เที่ยงคืนวันนี้ วันที่ 10 เม.ย.เป็นต้นไป ซึ่งอาจปิด 18, 25 หรือ 30 วัน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านความคืบหน้าการติดเชื้อโควิด-19 ของนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ล่าสุดมีการยืนยันว่า นายนิรุฒติดเชื้อระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกันนี้ได้มีการเปิดเผยไทม์ไลน์ระหว่างวันที่ 24 มี.ค. ถึงวันที่ 7 เม.ย. ซึ่งไม่ได้เดินทางไปสถานบันเทิงย่านทองหล่อตามที่มีผู้กล่าวอ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่เรือนจำจังหวัดนราธิวาสว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3 ราย โดยเป็นผู้ต้องขังหญิงทั้ง 3 ราย ทำให้ข้อมูลผู้ป่วยยืนยันสะสมมีจำนวน 278 ราย ทั้งนี้ ได้มีการยกระดับการควบคุมให้มีความเข้มข้นมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรพงษ์ นาคฉัตรีย์ ผู้อำนวยการศูนย์ติดตามและเฝ้าระวังกรณีโรคอุบัติใหม่ COVID-19 (ศูนย์พลังใจ) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้รับการยืนยันผลการตรวจจากแพทย์ 8 เม.ย. ว่ารองกรรมการผู้จัดการใหญ่ 1 ราย ที่ปฏิบัติงานที่ชั้น 22 อาคารสำนักงานใหญ่ ติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากได้เข้าประชุมสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) วันที่ 29 มี.ค. ซึ่งทราบต่อมาว่าผู้บริหารของ ส.อ.ท.ติดเชื้อโควิด-19 จึงให้ผู้บริหารและพนักงานทั้งหมดที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้บริหารรายดังกล่าว กักตัวและสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน นอกจากนี้ได้สั่งให้พนักงานทุกคนที่ปฏิบัติงาน ณ อาคารสำนักงานใหญ่ ทำงานที่บ้าน จนถึงวันที่ 25 เม.ย. นอกจากนี้ ปตท.ยังได้ดำเนินการฆ่าเชื้อโรคอาคารสำนักงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ประชุมเครียดและประสานกับกรมควบคุมโรคเพิ่มมาตรการรับมือโควิด-19 ระลอกใหม่จากสถานบันเทิง กทม. ที่มีผู้ติดเชื้อพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ วันเดียว 148 ราย ทำให้ระลอกนี้ตั้งแต่พบผู้ป่วย 5 เม.ย. รวม 195 รายแล้ว นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า พบว่ากลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ไปสถานบันเทิงที่มีการระบาด แล้วมีไทม์ไลน์ไปเรียนและสอบช่วงนี้ ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งสูงมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.อำนาจเจริญ พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระลอก 3 คนแรก เป็นเพศชาย 1 ราย อายุ 38 ปี ซึ่งเดินทางมาจาก จ.สมุทรปราการ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98983</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, จัดหาวัคซีน, จัดหาวัคซีนโควิด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, วัคซีนโควิด, ศบค., สถานบันเทิง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลื่อนแผนเปิดประเทศ, โควิด 19, โควิด-19, ให้อำนาจผู้ว่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_6070655c620fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 14:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯตั้ง&#039;นพ.ปิยะสกล&#039;นั่งประธานกก.จัดหาวัคซีนทางเลือกอีก 10 ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 เม.ย.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบคโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. . แถลงภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค. เรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ตัวแทนโรงพยาบาลเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้า ว่า ในที่ประชุมยังได้มีการหารือเรื่องการจัดหาวัคซีน ซึ่งนายกฯมีห่วงใย เนื่องจากมีข่าวออกมามากมายว่าวัคซีนมีผลประโยชน์กับใครบางคนหรือไม่ ผูกขาดการนำเข้าวัคซีนหรือไม่ เอื้อประโยชน์ให้กับเจ้าสัวหรือไม่ นายกฯไม่มีความสบายใจ เพราะที่ผ่านมารัฐมีการชี้แจงอยู่เรื่อยๆ แต่เนื่องจากมีความต้องการวัคซีนมากขึ้น จึงทำให้ดูเหมือนไม่เพียงพอ ทั้งนี้ ปัจจุบันตามแผน วัคซีนที่รัฐจัดให้ เราหามาได้ 61 ล้านโดส คือ วัคซีนของซิโนแวค และแอสตราเซเนกา จะฉีดให้ประชาชนได้ 31 ล้านคน รวมกับการจัดหาเพิ่มเติม จะได้ทั้งหมด 70 ล้านโดส ครอบคลุมประชาชน 35 ล้านคน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า นายกฯจึงถามว่าเราต้องการฉีดให้ได้เท่าไหร่เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ซึ่งผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติรายงานว่าจะต้องฉีดให้ได้ 45 ล้านคน คนละ 2 โดส จึงขาดอีก 10 ล้านโดส จึงต้องหาวัคซีนทางเลือกให้กับประชาชน ทางสมาคมโรงพยาบาลเอกชนจึงเสนอตัวว่าเขามีความสามารถเชื่อมโยงกับเอกชน แต่ขอให้รัฐช่วยอำนวยความสะดวก เพราะหน่วยงานเจ้าของวัคซีนต้องการจดหมายจากรัฐ และอยากให้องค์กรเภสัชกรรมช่วยสั่งซื้อแล้วให้เอกชนไปขอแบ่งซื้อ นายกฯระบุว่าเห็นด้วยทั้งสิ้น และมอบนโยบายไปว่าทำอย่างไรก็ได้ให้เอกชนมีส่วนร่วมใน 10 ล้านโดสนี้ และให้ภาครัฐสนับสนุน ซึ่งอาจจะได้ช้าหรือเร็ว หรือมีราคา แต่ต้องปลอดภัยกับประชาชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯจึงได้มอบให้ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ที่ปรึกษา ศบค.เป็นประธานชุดนี้ โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ องค์การเภสัชกรรม องค์การอาหารและยา อธิบดีกรมควบคุมโรค ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เข้ามาเป็นกรรมการชุดนี้ และให้รายงานผลต่อนายกฯภายใน 1 เดือน เพื่อขับเคลื่อนการจัดหาวัคซีนทางเลือก ซึ่งขณะนี้เราได้ขึ้นทะเบียนวัคซีนไปแล้ว 3 ยี่ห้อ ประกอบด้วย ซิโนแวค แอสตราเซเนกา จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ส่วนวัคซีนทางเลือกอื่นๆ อาทิ ไฟเซอร์ สปุตนิก ซิโนฟาร์ม เพื่อกระจายความเสี่ยงให้หลากหลาย&amp;rdquo;นพ.ทวีศิลป์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า ส่วนการบริหารจัดการการฉีดวัคซีน นายกฯมีความห่วงใยและแจ้งปลัดกระทรวงสาธารณสุขให้ฉีดให้เร็วขึ้น ขณะที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า ตอนนี้เรามีศักยภาพสามารถฉีดได้ 1.4 หมื่นคนต่อวันที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งประเทศอื่นใช้เวลาเป็นเดือน ศักยภาพเราไม่ธรรมดา อย่างไรก็ตาม การบริหารวัคซีนต้องเปลี่ยนตามสถานการณ์ เพราะเคสส่วนใหญ่ตอนนี้กระจุกอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชน แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลเอกชนได้รับวัคซีนไม่เพียงพอ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขจึงยืนยันว่าทำได้ และจะดำเนินการจัดให้โดยเร็ว ส่วนนายกฯสั่งการว่าการฉีดวัคซีนต้องปรับตามสถานการณ์ พื้นที่ บุคคล ตอนนี้ใน 41 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อ บุคลากรทางการแพทย์ต้องได้ก่อน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ฉีดวัคซีนในพื้นที่เสี่ยงให้กับกลุ่มก้อนของสถานบันเทิง เช่น ที่ทองหล่อ จะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้มากน้อยเพียงใด นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า การให้บริการดังกล่าวเป็นไปตามกลุ่มเสี่ยงที่อยู่ในแผนที่ต้องดำเนินการ ดังนั้น จึงเป็นการให้บริการเชิงรุกของแต่ละหน่วยงาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98932</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดหาวัคซีนโควิด, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_6070021207921.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 07:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 07:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039;ชี้ทางเลือกการพยายามให้ได้วัคซีนสรรพคุณสูงมิใช่เรื่องขึ้นทะเบียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 เม.ย.64 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กถึงสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก 9 เมษายน 2564 มีรายละเอียด ดังนี้
อินเดียทะลุ 13 ล้านเป็นประเทศที่ 3 ในขณะที่โปแลนด์แซงโคลอมเบียขึ้นเป็นอันดับที่ 11 ของโลก
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 832,312 คน รวมแล้วตอนนี้ 134,480,603 คน ตายเพิ่มอีก 16,141 คน ยอดตายรวม 2,913,764 คน
อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 75,916 คน รวม 31,713,159 คน ตายเพิ่ม 951 คน ยอดเสียชีวิตรวม 573,779 คน อัตราตาย 1.8%
บราซิล ติดเพิ่ม 82,826 คน รวม 13,279,857 คน ตายเพิ่มถึง 3,928 คน จำนวนเสียชีวิตต่อวันมากที่สุดในโลก ยอดเสียชีวิตรวม 345,025 คน อัตราตาย 2.6%
อินเดีย ติดเพิ่มมากถึง 131,893 คน รวม 13,057,954 คน ตายเพิ่ม 802 คน ยอดเสียชีวิตรวม 167,694 คน อัตราตาย 1.3% จำนวนการติดเชื้อเพิ่มต่อวันขณะนี้สูงกว่าสถิติมากสุดในระลอกแรกถึง 34.7% และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากพิจารณาตามจำนวนประชากร ความหนาแน่นของประชากรต่อพื้นที่ อาจเป็นไปได้ว่าระลอกสองนี้อาจทำลายสถิติของอเมริกา ถ้าไม่สามารถควบคุมได้
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 15,869 คน ยอดรวม 4,939,258 คน ตายเพิ่ม 345 คน ยอดเสียชีวิตรวม 98,065 คน อัตราตาย 2%
รัสเซีย ติดเพิ่ม 8,672 คน รวม 4,614,834 คน ตายเพิ่ม 365 คน ยอดเสียชีวิตรวม 101,845 คน อัตราตาย 2.2%
อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร อิตาลี ตุรกี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่นต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงบังคลาเทศ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่หลักร้อยถึงพันกว่า
แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ที่รุนแรงมากขึ้นชัดเจนคืออิหร่าน กำลังเจอระลอกสาม ซึ่งยอดติดเชื้อต่อวันขณะนี้มากกว่า 22,000 คนต่อวัน สูงกว่าระลอกแรกถึง 7 เท่า และสูงกว่าระลอกสอง 1.6 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้ กัมพูชา และไทย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่เมียนมาร์ ออสเตรเลีย และเวียดนาม ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ประเด็นวัคซีนนั้น...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดสำคัญอยู่ที่การพยายามทุกวิถีทางให้ได้วัคซีนสรรพคุณสูงเข้ามาต่างหาก มิใช่เรื่องขึ้นทะเบียน
No fault compensation นั้นเป็นเงื่อนไขที่รัฐควรรับผิดชอบที่จะดูแลประชาชนทุกคนหากรับวัคซีนแล้วเกิดผลข้างเคียง ซึ่งแน่นอนว่าวัคซีนโควิดที่ผลิตขึ้นในโลกขณะนี้ย่อมมีเงื่อนไขเดียวกันที่รัฐของแต่ละประเทศต้องพิจารณายอมรับหากต้องการจะได้มา โดยหากมองเรื่องประโยชน์ที่จะได้รับ กับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น หลายประเทศทั่วโลกจึงไม่ลังเลใจที่จะจัดหาวัคซีนต่างๆ เหล่านั้นมาให้ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นหากช่วยกัน ก็น่าจะเป็นไปได้ที่เอกชนช่วยลงทุนสำรองเงินเพื่อให้รัฐจัดซื้อ รัฐทำข้อตกลงจัดซื้อ และนำวัคซีนเข้ามาเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ แม้จะเป็นการจ่ายเต็มหรือร่วมจ่ายสำหรับวัคซีนสรรพคุณสูงที่เป็นทางเลือกเหล่านั้น ก็น่าจะเกิดประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม โดยหากเกิดผลข้างเคียงจากวัคซีน กองทุนสุขภาพต่างๆ ทั้งบัตรทอง ประกันสังคม และข้าราชการ ก็ช่วยในการดูแลรักษาหากเกิดปัญหาดังกล่าว ซึ่งจากข้อมูลสถิติทั่วโลกที่ใช้วัคซีนเหล่านั้นก็มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก และมีข้อมูลที่ชัดเจนกว่าวัคซีนบางตัวที่เราคุ้นเคยเสียด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์การระบาดของไทยเรานั้น ประเมินว่านี่คือผลกระทบต่อเนื่องจากมาตรการของหน่วยงานที่เลือกใช้ในช่วงระลอกสองตอนปลายปีถึงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้ไม่สามารถตัดวงจรการระบาดได้ และยิ่งหนักขึ้นเมื่อเลือกใช้วิธีปิดประตูตีแมว จนทำให้เปลี่ยนภูมิศาสตร์การระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจึงเห็นการติดเชื้อรายวันอย่างต่อเนื่อง และลามไปเรื่อยๆ หลากหลายสถานที่ หลากหลายกลุ่มเป้าหมาย และกระจายไปทั่วทุกภูมิภาค
ทั้งโรงงาน ตลาด สถานบันเทิง ร้านอาหาร โรงเรียน มหาวิทยาลัย ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล งานศพ งานแต่งงาน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทเรียนของหลายประเทศทั่วโลกเค้าชี้ให้เราเห็นมาแล้วล่วงหน้าว่า พอมาถึงวิกฤติเช่นนี้ จะยากที่จะควบคุม ความปากกล้าขาแข็ง คุยว่า กระจอก...เอาอยู่...เพียงพอเหลือเฟือ...จะไม่มีทางเป็นไปได้หากเจอการระบาดหนัก
ทางเลือกที่เราทุกคนพอจะช่วยกันทำได้นั้น มีดังนี้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐ...ควรปรับระบบการบริหารจัดการ ศบค.ควรใช้ระบบเดิมของการจัดการระลอกแรก ไม่ควรใช้การแบ่งอำนาจการจัดการเป็นส่วนๆ ไปให้ระดับกระทรวงดังที่เห็นตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา
รัฐ...ควรเร่งระดมจัดหาทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อเพิ่มศักยภาพของระบบการตรวจคัดกรองโรคโควิด โดยตั้งเป้าให้สามารถบริการประชาชนได้อย่างน้อย 2 ครั้งต่อคนต่อปี
รัฐ...ควรจัดหาวัคซีนสรรพคุณสูงเข้ามาใช้ในประเทศให้ได้ ไม่ว่าจะทำโดยวิธีใดก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ประชาชนนั้น...การอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ...นั้น เป็นสิ่งที่สมควรทำหากพอทำได้
แต่หากยังต้องออกไปทำงาน ขอให้เดินทางเท่าที่จำเป็น ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด
การใส่หน้ากากสองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย และชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า จะช่วยป้องกันได้ดีขึ้นกว่าชั้นเดียวครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างคนอื่นหนึ่งเมตร และระลึกเสมอว่าเรามีโอกาสติดเชื้อได้เสมอโดยไม่รู้ตัว จึงควรประเมินตนเองและครอบครัว หากไม่สบาย ต้องหยุดเรียนหยุดงาน แล้วรีบไปตรวจรักษา อย่าซื้อยากินเองหรือรอให้หายเอง อย่างน้อยขอให้ปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ใกล้ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลหลายแห่งมีการระบาด และหากคุมไม่ได้ อาจต้องมีการปิดทำการ ดังที่เราเห็นในประเทศอื่น ซึ่งจะเกิดผลกระทบมากมายตามมา โดยการระบาดครั้งนี้มีบุคลากรหลายคนที่ติดจากการใช้ชีวิตประจำวันไปสถานบันเทิง
จึงอยากขอเตือนทุกคนที่ทำงานในโรงพยาบาล ทั้งผู้บริหาร บุคลากรทางการแพทย์ บุคลากรฝ่ายสนับสนุน นิสิตนักศึกษาต่างๆ ขอให้ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด เข้มให้มากกว่าที่เราเตือนประชาชน เพราะหากเราติดขึ้นมาแล้ว จะก่อให้เกิดผลกระทบมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดสัปดาห์หน้า...ช่วยกันอยู่บ้านนะครับ เพื่อจัดการปัญหาที่เราเผชิญนี้ให้ได้
เอาใจช่วยทุกคน
ด้วยรักและปรารถนาดีเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98860</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดหาวัคซีนโควิด, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, สถานการณ์โควิดทั่วโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604ad1596dcec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
