<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2020 18:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2020 18:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ!!Fitch คงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยพื้นฐานเศรษฐกิจยังแกร่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.2563 นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า บริษัท Fitch Ratings (Fitch) ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) &amp;nbsp;ที่ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) โดยการคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Credit Rating) ที่ BBB+ และมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) เนื่องจากประเทศไทยมีความเข้มแข็ง ภาคการคลังและภาคการเงินต่างประเทศอยู่ในระดับสูง ซึ่งมีส่วนช่วยรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง (Shock) และความผันผวนของวิกฤตเศรษฐกิจ รวมทั้งสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาคการคลังสาธารณะ (Public Finance) มีความแข็งแกร่งเป็นผลจากการบริหารจัดการทางการคลังอย่างรอบคอบและเป็นไปตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 เพื่อรักษาวินัยทางการคลัง ทั้งนี้ การขาดดุลงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่เพิ่มขึ้นจากการดำเนินนโยบายการคลังจะทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นในระยะสั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;Fitch เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวและเติบโตในระยะปานกลางได้ โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2564 จะฟื้นตัวขึ้นที่ระดับ 3.8% เป็นผลจากการดำเนินมาตรการทางการคลังของรัฐบาลอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 และงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2564 มีผลบังคับใช้แล้ว สร้างความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพการใช้จ่ายของภาครัฐในภาวะที่เศรษฐกิจของประเทศมีความเปราะบางได้&amp;rdquo; &amp;nbsp;Fitch ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ภาคการเงินต่างประเทศ (External Finance) ยังคงมีความเข้มแข็ง โดยมีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล และทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ประเด็นที่ Fitch ให้ความสนใจและจะติดตามอย่างใกล้ชิด คือ สัดส่วนหนี้ภาคครัวเรือนต่อจีดีพี และความไม่แน่นอนทางการเมือง ซึ่งอาจมีผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานของภาครัฐและการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะปานกลาง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82212</URL_LINK>
                <HASHTAG>Fitch Ratings, จัดอันดับความน่าเชื่อถือ, จีดีพี, สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.), เศรษฐกิจไทย, แพตริเซีย มงคลวนิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3e83bc3ea68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2020 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2020 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังปลื้ม &#039;JCR&#039;คงเครดิตไทยชี้รัฐบาลรับมือไวรัสแจ่มมองศก.ฟื้นได้ปี64 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 ส.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท Japan Credit Rating Agency, Ltd. (JCR) ได้รายงานผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย โดย JCR ได้ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้รัฐบาลระยะยาวสกุลเงินตราต่างประเทศที่ระดับ A- และสกุลเงินบาทที่ระดับ A และยืนยันมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ (Stable outlook) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ JCR มองว่า ประเทศไทยมีมาตรการและการดำเนินการอย่างรวดเร็วในการรับมือกับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) ส่งผลให้มีจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้ออยู่ในระดับต่ำมาก เมื่อเปรียบเทียบกับสหรัฐฯ และประเทศในทวีปยุโรป โดยการระบาดของโควิด -19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อภาคธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวและการส่งออก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การดำเนินมาตรการทางการเงินและการคลังต่าง ๆ ของรัฐบาลในปี 2563 ทำให้รัฐบาลต้องขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้น และสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศสูงขึ้น อย่างไรก็ดี JCR ยังคงเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะสามารถรักษาเสถียรภาพทางการคลังและบริหารจัดการหนี้สาธารณะให้อยู่ระดับที่เหมาะสมได้เนื่องจากมีการรักษาวินัยทางการคลังอย่างดีมาโดยตลอด และรัฐบาลยังมีพื้นที่ทางการคลังเพียงพอเพื่อดำเนินนโยบายและแก้ไขปัญหาจากการระบาดของโควิด -19 &amp;nbsp;โดย JCR คาดว่าการดำเนินมาตรการทางการเงินและการคลังข้างต้น จะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาคธนาคารและภาคต่างประเทศ พบว่า ภาคธนาคารมีเสถียรภาพ และภาคต่างประเทศแข็งแกร่ง โดยมีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล และทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ประเทศไทยมีความยืดหยุ่นในการดำเนินมาตรการเพื่อรองรับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดในอนาคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73591</URL_LINK>
                <HASHTAG>Japan Credit Rating Agency, คงเครดิตเศรษฐกิจไทย, จัดอันดับความน่าเชื่อถือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f165d319bfc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 20:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประท้วงยืดเยื้อเป็นเหตุ &#039;ฟิตช์&#039; หั่นความน่าเชื่อถือฮ่องกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ฟิตช์เรตติงส์ ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศของฮ่องกงเมื่อวันศุกร์ จากระดับ &amp;quot;AA+&amp;quot; เป็น &amp;quot;AA&amp;rdquo; พร้อมแนวโน้มเป็นลบ อ้างสาเหตุจากสถานการณ์ไม่สงบและการประท้วงที่ยืดเยื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงชุมนุมกันที่ด้านนอกสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มทีอาร์ ปรินซ์เอ็ดเวิร์ด ในฮ่องกง เมื่อค่ำวันที่ 6 กันยายน 2562 / AFP / Philip FONG&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตปกครองพิเศษของจีนแห่งนี้เผชิญการชุมนุมประท้วงยาวนานกว่า 3 เดือนแล้ว โดยมีชนวนเหตุจากการต่อต้านร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้จีน ซึ่งแคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง ประกาศเพิกถอนกฎหมายฉบับนี้อย่างถาวร แต่นักเคลื่อนไหวเรียกร้องเสรีภาพและประชาธิปไตยตอบโต้ว่าสายเกินไปแล้ว และคาดว่าสุดสัปดาห์นี้ผู้ประท้วงจะออกมาชุมนุมกันอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า แถลงการณ์ของฟิตช์เมื่อวันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2562 กล่าวว่า ฟิตช์เชื่อว่ากรอบ &amp;quot;หนึ่งประเทศ สองระบบ&amp;quot; ยังคงไม่ได้รับผลกระทบ แต่ความไม่พอใจของชาวฮ่องกงจะยังคงมีอยู่ต่อไปถึงแม้ว่ารัฐบาลฮ่องกงจะยอมโอนอ่อนบางประการแล้วก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟิตช์ตัดสินใจลดอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศของฮ่องกง จากระดับ &amp;quot;AA+&amp;quot; เป็น &amp;quot;AA&amp;rdquo; พร้อมแนวโน้มเป็นลบ โดยกล่าวว่า สถานการณ์ที่ดำเนินอยู่สร้างความเสียหายระยะยาวต่อภาพความรับรู้ของนานาชาติต่อคุณภาพและประสิทธิภาพของระบบการบริหารจัดการและหลักนิติธรรมของฮ่องกง และก่อคำถามถึงเสถียรภาพและพลังขับเคลื่อนของสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจของฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามรายงานของบลูมเบิร์กนิวส์ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกแห่งนี้ลดเครดิตของฮ่องกง นับแต่ปี 2538 ที่เป็นช่วงเวลาของความผันผวนจากกรณีที่อังกฤษต้องคืนเกาะฮ่องกงให้จีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแลม ผู้บริหารหญิงของฮ่องกง แสดงความไม่เห็นด้วยที่ฟิตช์ลดอันดับความน่าเชื่อถือของฮ่องกง และกล่าวโทษผู้ประท้วงว่ากำลังสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ รัฐบาลฮ่องกงลงทุนซื้อโฆษณาเต็มหน้าของหนังสือพิมพ์ต่างประเทศฉบับใหญ่ๆ หลายฉบับ ซึ่งรวมถึงไฟแนนเชียลไทมส์ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาคมธุรกิจนานาชาติเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองและการเงินของฮ่องกง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45159</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดอันดับความน่าเชื่อถือ, ตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศ, ประท้วง, ฟิตช์, หั่นเครดิต, ฮ่องกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190906/image_big_5d7260774814f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
