<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรรพากรถกคลังปรับเป้าจัดเก็บย้ำไม่ใช่จังหวะไล่บี้ภาษี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค. 2563 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า เตรียมหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพื่อประมาณการจัดเก็บรายได้ในปี 2563 ใหม่ จากสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลให้การจัดเก็บรายได้ในภาพรวมของกรม โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ (ต.ค.2562-เม.ย.2563) จัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งการเก็บรายได้ปีนี้ก็จะใช้เป็นฐานในการตั้งเป้าจัดเก็บรายได้ปี 2564 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรประเมินทิศทางการจัดเก็บรายได้เพื่อทำแผนให้ชัดเจน ซึ่งยอมรับความจริงว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน จะไปตามไล่บี้เก็บภาษีก็ไม่ใช่เรื่อง ก็จะไม่เน้นเป้าหมายเป็นหลัก แต่จะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้กรมใช้เครื่องมือภาษีช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชนมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แนวโน้มการจัดเก็บรายได้จะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ ขอหารือกับ สศค.ให้มีความชัดเจนก่อน ขอดูฐานปีนี้ให้นิ่งก่อน อย่างที่เรารู้ ตัวเลขล่าสุดดูยาก เพราะมีการเลื่อนการจัดเก็บภาษี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกนิติ กล่าวว่า กรมอาจจะต้องมีการพิจารณามาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ ในช่วงฟื้นฟูหลังโควิด ได้สั่งให้ทีมไปเตรียมแผนไว้ ส่วนการเลื่อนชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา นิติบุคคลออกไป รายได้ส่วนนี้ไม่ได้หายไปไหน เพราะจะกลับเข้ามาในช่วง ส.ค. ซึ่งมาตรการนี้จะเป็นการช่วยให้ประชาชน ผู้ประกอบการ มีเงินเหลือในกระเป๋าช่วงวิกฤตไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ส่งสินค้าตอนนี้ แม้ว่าจะขยายตัวได้ดี กรมก็ไม่มีนโยบายเข้าไปจัดเก็บภาษี ค้าขายออนไลน์ ถ้าเป็นรายเล็ก มีรายได้ไม่มาก ไม่ต้องเสียภาษีเลย แต่ก็จะมีการส่งทีม วิเคราะห์ข้อมูล เข้าไปหารือ เพื่อสร้างความเข้าใจ ในการขยายฐานภาษี ให้เกิดความเต็มใจในการเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกนิติ กล่าวว่า ผลจากมาตรการลดผลกระทบโควิด กรมลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่มีอัตรา 3% เหลือ 1.5% ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. &amp;ndash; 30 ก.ย. 2563 เสียรายได้ไปแล้ว 27,000 ล้านบาท และได้เร่งคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไปแล้วกว่า 95 % จากผู้ขอคืนทั้งหมดประมาณ 3 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นภาษีที่คืนประมาณ 28,000 ล้านบาท เร่งคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลกว่า 27,185 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67040</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดเก็บภาษี, ปรับแผนการจัดเก็บภาษี, ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาล, สรรพากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8e39da3d18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2019 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2019 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษกรัฐบาล&#039; แจงเก็บภาษีรถเก่าเป็นข้อเสนอภาคเอกชน ต้องศึกษารอบด้านก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค.62 - นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวการเก็บภาษีรถยนต์เก่าว่า ยืนยันรัฐบาลยังไม่มีแนวคิดเก็บภาษีรถยนต์เก่า เป็นเพียงข้อเสนอจากภาคเอกชน ซึ่งมีการศึกษาในหลายๆส่วน

&amp;quot;จากกระแสข่าวว่าจะมีการเก็บภาษีรถที่มีอายุเกิน 10 ปี ทางรัฐบาลยังไม่มีการพิจารณา ทั้งนี้ก่อนที่จะมีมาตรการใดๆ ยังต้องนำมาหารือแนวทางและผลกระทบอย่างรอบด้าน ปัจจุบันยังเก็บภาษีรถประจำปีในอัตราเท่าเดิม โดยแบ่งประเภท 1.จัดเก็บตามกระบอกสูบ ได้แก่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน 2.จัดเก็บเป็นรายคัน ได้แก่ รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์สาธารณะ รถพ่วง รถบดถนน รถแทรกเตอร์ที่ใช้ในการเกษตร 3.จัดเก็บตามน้ำหนัก ได้แก่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล รถยนต์รับจ้าง รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คนที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟฟ้า&amp;quot;

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า รัฐบาลเห็นความสำคัญของการรณรงค์ให้เจ้าของรถที่ใช้มานาน ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคลและรถเชิงพาณิชย์ หมั่นตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ ท่อไอเสีย ตามมาตรฐาน เพื่อลดการสร้างฝุ่นมลพิษทางอากาศหรือปล่อยควันดำ บรรเทาปัญหาค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน PM 2.5 มากกว่า และก่อนที่จะดำเนินมาตรการใดๆ รัฐบาลพิจารณาเพื่อให้เกิดประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและสังคม ที่สำคัญต้องไม่เพิ่มภาระให้กับประชาชนด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52325</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดเก็บภาษี, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, เก็บภาษีรถอายุ 10 ปี, เก็บภาษีรถเก่า, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dca5f7322010.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2019 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2019 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “สรรพากร”จุกรีดภาษี 6 เดือนอืดโอดเศรษฐกิจ-ส่งออกสะดุดถ่วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สรรพากร&amp;rdquo; จุกรีดภาษี 6 เดือน เกินเป้าหมายแค่ 118 ล้านบาท โอดเศรษฐกิจ-ส่งออกสุดุดทำรีดภาษีหืดจับ พร้อมเร่งเพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บ หวังดันผลงานจัดเก็บได้ตามเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค. 2562 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า การเก็บภาษีเดือนมี.ค. 2562 ซึ่งเป็นเดือนที่ 6 ของปีงบประมาณ 2562 ต่ำกว่าเป้าหมายจำนวนมาก เนื่องจากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ เก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมายจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคจับจ่ายลดลง และนักลงทุนชะลอการลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สัญญาณการเก็บภาษีของกรมสรรพากรมีสัญญาต่ำกว่าเป้าหมายมาตั้งแต่เดือน ก.พ. 2562 เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัวมาก และเป็นช่วงของการเลือกตั้ง ทำให้ผู้บริโภคและนักลงทุนเกิดความไม่มั่นใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ได้รายงานสัญญาณการชะลอตัวของการเก็บภาษี จากการที่เศรษฐกิจชะลอตัวให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี รับทราบมาก่อนหน้านี้แล้ว รัฐบาลจึงจำเป็นต้องมีมาตรการพยุงเศรษฐกิจกลางปีออกมา เพื่อรักษาแรงขับเคลื่อนของเศรษฐกิจให้ตกน้อยที่สุด&amp;rdquo; นายเอกนิติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเก็บภาษีของกรมสรรพากรปีงบประมาณ 2562 มีเป้าหมาย 2 ล้านล้านบาท ภายใต้การขยายตัวการส่งออก 8% และการขยายตัวเศรษฐกิจ 4% ซึ่งคาดว่าจะทำได้ตามเป้าหมาย ถึงแม้ว่าการส่งออกและเศรษฐกิจจะขยายตัวไม่ได้ตามเป้าหมายก็ตาม โดยในช่วงเดือนแรกๆ ของปีงบประมาณกรมสรรพากรได้เร่งประสิทธิภาพเก็บภาษี ทำให้นอดการจัดเก็บภาษียังเกินเป้าหมายอยู่ รวมถึงในช่วงที่เหลือก็จะเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บภาษีเพิ่มมากขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การเก็บภาษีของกรมสรรพากรครึ่งปีแรกงบประมาณ 2562 ได้ 8.23 แสนล้านบาท เกินเป้าหมายตามเอกสารงบประมาณ 2.45 หมื่นล้านบาท โดยภาษีบุคคลธรรมดาต่ำกว่าเป้าหมาย 520 ล้านบาท ภาษีนิติบุคคลเกินเป้าหมาย 1,000 ล้านบาท ภาษีแวตเกินเป้าหมาย 1,200 ล้านบาท ภาษีธุรกิจเฉพาะ เกินเป้าหมาย 2,300 ล้านบาท และอากรแสตมป์เกินเป้าหมาย 420 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้เพิ่มเป้าหมายการเก็บภาษีของกรมสรรพากรให้สูงขึ้น ดังนั้นการเก็บภาษี 6 เดือนของกรมสรรพากร เมื่อเทียบกับเป้าหมายที่กระทรวงการคลังตั้งไว้ จะสูงกว่า 118 ล้านบาท เท่านั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35179</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดเก็บภาษี, สรรพากร, เศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8e39da3d18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 21:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 21:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออกซ์แฟมชี้ รัฐบาลผลักภาระภาษีชาวบ้าน ถ่างช่องว่างรวย-จนเพิ่มทั่วโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ออกซ์แฟมระบุ ระบบการเก็บภาษีที่ผลักภาระไปให้ประชาชนยากจน ส่งผลรัฐลดงบประมาณด้านบริการสาธารณะ ทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนยิ่งขยายมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ สภาพชุมชนแออัดในกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วินนี บิยานยิมา ผู้อำนวยการบริหารองค์กรออกซ์แฟมอินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ 21 มกราคม ในโอกาสที่ผู้นำการเมืองและธุรกิจมาร่วมประชุมเวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม ที่เมืองดาวอสของสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า รัฐบาลทั่วโลกกำลังลดงบประมาณด้านบริการสาธารณะเช่น ด้านสาธารณสุข และการศึกษา แต่ล้มเหลวในการจัดการกับการหลบเลี่ยงภาษี โดยคนยากจนต้องทรมานเป็นสองเท่าจากการถูกตัดสิทธิ์การบริการพื้นฐาน ขณะเดียวกันก็มีภาระในการจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บิยานยิมากล่าวว่า เมื่อปีที่แล้วทรัพย์สินของมหาเศรษฐีทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 12% หรือเพิ่มว้นละ 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่คนจนทั่วโลกมีอยู่ราว 3,800 ล้านคน กลับมีทรัพย์สินลดลง 11% หรือลดลงวันละ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ช่องว่างระหว่างคนร่ำรวยกับคนยากจนยิ่งขยายออกไปทุกที ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการขจัดความยากจน, ทำลายเศรษฐกิจ และทำให้ประชาชนโกรธแค้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการบริหารออกซ์แฟมเผยว่า มีการลดอัตราเก็บภาษีคนร่ำรวยและบรรษัทต่างๆ ในช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา เมื่อรัฐบาลล้มเหลวในการเก็บภาษีคนร่ำรวยจึงผลักภาระภาษีไปให้คนยากจนด้วยการเก็บภาษีผู้บริโภค เช่นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีทางอ้อมเช่นนี้เก็บภาษีกับเกลือ, น้ำตาล และสบู่ เป็นสินค้าพื้นฐานที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ที่ได้รับแล้ว จะเห็นว่าประชาชนที่ยากจนต้องจ่ายภาษีมากกว่าคนร่ำรวย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออกซ์แฟมเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกหยุดแข่งกันลดการเก็บภาษีคนร่ำรวยและบรรษัทใหญ่ เผยว่าถ้ามหาเศรษฐีจ่ายภาษีเพิ่มเพียง 0.5% จะทำให้มีเงินมาให้การศึกษาเด็กที่ต้องออกจากโรงเรียนถึง 262 ล้านคน และให้บริการสาธารณสุขช่วยชีวิตคนได้ 3.3 ล้านคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27177</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดเก็บภาษี, ช่องว่างคนจนคนรวย, ออกซ์แฟม, เก็บภาษีคนรวย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190121/image_big_5c45d8c0949c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2018 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังฟุ้ง 9 เดือนรายได้ล้นหีบ 6.24 หมื่นล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังเปิดตัวเลขรายได้รัฐ 9 เดือนปีงบ 61 สูงกว่าเป้าหมาย 6.24 หมื่นล้านบาท 3 กรมภาษียังผลงานไม่เข้าตา รีดภาษีต่ำกว่าเป้าหมายต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิใน เดือน มิ.ย. 2561 อยู่ที่ 2.55 แสนล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 2.33 พันล้านบาท หรือ 0.9% โดยภาษีที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการที่สำคัญ ได้แก่ ภาษีมูลค่าเพิ่ม จัดเก็บต่ำกว่าประมาณการ 2.96 พันล้านบาท หรือ 4.1%, ภาษีเบียร์ จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ 2.82 พันล้านบาท หรือ 34.8% และภาษีสุรา จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ 1.52 พันล้านบาท หรือ 27.4%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดเก็บรายได้รัฐบาลช่วง 9 เดือนของปีงบประมาณ 2561 (ต.ค. 60-มิ.ย. 61) จัดเก็บรายได้รวมที่ 1.83 ล้านล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 6.24 หมื่นล้านบาท หรือ 3.5% โดยมีสาเหตุจากการจัดเก็บรายได้ของหน่วยงานอื่น สูงกว่าประมาณการ 2.75 หมื่นล้านบาท หรือ 22.9% และการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจ สูงกว่าประมาณ 2.51 หมื่นล้านบาท หรือ 23.9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภาพรวมการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากร ในช่วง 9 เดือนของปีงบประมาณ 2561 อยู่ที่ 1.35 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 1.15 หมื่นล้านบาท เนื่องจากภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการขณะที่การจัดเก็บภาษีกรมสรรพสามิต จัดเก็บรายได้รวม อยู่ที่ 4.19 แสนล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 8.29 พันล้านบาท โดยภาษีที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ ได้แก่ ภาษีเบียร์ ภาษีน้ำมัน และภาษีสุรา ขณะที่ภาษีรถยนต์และภาษียาสูบ จัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการ
ขณะที่กรมศุลกากร จัดเก็บรายได้รวม 8.15 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 2.04 พันล้านบาท โดยเป็นผลจากการจัดเก็บอากรขาเข้าต่ำกว่าประมาณการจำนวน 2.2 พันล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการนำเข้าสินค้าที่ใช้สิทธิพิเศษทางภาษีมีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้การจัดเก็บอากรขาเข้าไม่ขยายตัวตามที่ประมาณการไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ 2561 กระทรวงการคลังจะติดตาม และกำกับดูแลให้การจัดเก็บรายได้รัฐบาลเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ต่อไป&amp;rdquo; นางสาวกุลยา กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13989</URL_LINK>
                <HASHTAG>9เดือน, กุลยา ตันติเตมิท, จัดเก็บภาษี, ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง, รายได้รัฐบาล, โฆษกกระทรวงการคลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b068196d5e6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
