<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุ่ม1.3พันล.เลือก50ส.ว. เตือนห้ามเปิดชื่อผู้สมัคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กกต.ตีปี๊บจัดเลือก ส.ว.ทั่วประเทศ คาด 2 ม.ค.62 ส่ง 200 รายชื่อให้ คสช.คัดเหลือ 50 คน โต้ผลาญงบ 1.3 พันล้าน อ้างเป็นตัวแปรสำคัญเลือกนายกฯ 2 สมัย เตือนสื่อห้ามเปิดชื่อจนกว่าปิดรับสมัครระดับอำเภอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดแถลงข่าว &amp;ldquo;กกต.พร้อมจัดการเลือกตั้ง ส.ว.&amp;rdquo; เพื่อชี้แจงต่อสื่อมวลชนและผู้บริหาร กกต. ให้รับทราบถึงความพร้อมของสำนักงาน กกต. ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และได้รับทราบเจตนารมณ์ของกฎหมายในการเลือก ส.ว. รวมทั้งรับรู้และเข้าใจข้อพึงระวังในการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนในช่วงที่มีการเลือก ส.ว.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า การจัดเลือก ส.ว.ครั้งนี้เป็นครั้งแรกภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ และเป็นครั้งแรกที่ กกต.ชุดนี้จะได้ปฏิบัติภารกิจสำคัญ โดยในวาระเริ่มแรก กำหนดให้ ส.ว.มี 250 คน มาจากการสรรหา และแต่งตั้ง 3 ส่วน ส่วนแรกคือ กกต.จัดให้มีการเลือกระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และประดับประเทศ จาก 10 กลุ่มอาชีพ จากนั้นคัดให้เหลือ 200 คน เสนอรายชื่อให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คัดเลือกเหลือ 50 คน ขึ้นบัญชีสำรองอีก 50 คน ส่วนที่สองคือคณะกรรมการสรรหาที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คสช. สรรหา ส.ว. 400 รายชื่อ และเสนอให้ คสช. คัดเลือกเหลือ 194 คน และส่วนที่สาม คือ ส.ว. ที่เป็นโดยตำแหน่ง 6 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะเห็นได้ว่าการได้มาซึ่ง ส.ว.ครั้งนี้ เป็นการเปิดกว้างให้ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้มากยิ่งขึ้น ทั้งการเป็นผู้สมัครเข้าเพื่อให้มีสิทธิเลือก ส.ว. หรือการเป็นผู้ได้รับเลือกให้เป็น ส.ว. โดยสามารถสมัครเองหรือให้องค์กรที่ กกต.รับรองเสนอชื่อเข้าร่วมคัดเลือก โดยจากการรับลงทะเบียนองค์กรทั้งสิ้น 476 องค์กร มีองค์กรที่ผ่านการตรวจคุณสมบัติ 436 องค์กร&amp;quot; นายอิทธิพรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กกต.จะเริ่มดำเนินการโดยจะเปิดรับสมัคร ส.ว. ในวันที่ 26-30 พ.ย.นี้ กำหนดวันเลือก ส.ว.ระดับอำเภอ วันที่ 16 ธ.ค., ระดับจังหวัด วันที่ 22 ธ.ค. และระดับประเทศ วันที่ 27 ธ.ค. ซึ่งคาดว่าเสนอ 200 รายชื่อให้ คสช.พิจารณาคัดเลือกได้ภายในวันที่ 2-5 ม.ค.2562 อย่างไรก็ตาม การเตรียมการเลือก ส.ว.ขณะนี้ถือว่ามีความพร้อมทุกด้าน ทั้งการประสานงานกระทรวงมหาดไทย การจัดอบรมผู้ตรวจการเลือกตั้ง และจากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสำนักงาน กกต.จังหวัด พบว่ายังไม่มีจังหวัดใดมีปัญหา โดยจะมีการตั้งศูนย์อำนวยการประสานงานการเลือก ส.ว. ทั้งสำนักงาน กกต. ส่วนกลาง ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และมีการตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์การได้มาซึ่ง ส.ว. เพื่อรับรายงานผลการเลือก ส.ว. รวมทั้งรายงานข้อมูลการเลือก ส.ว.ให้สื่อมวลชนได้รับทราบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการเลือก ส.ว.ในครั้งนี้ กกต.ได้รับการจัดสรรงบประมาณจำนวน 1,300 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการให้ได้มาซึ่ง ส.ว. โดยหน่วยงานของ กกต.เองประมาณ 1,176 ล้านบาท และโดยหน่วยงานสนับสนุนอื่นๆ ประมาณ 126 ล้านบาท ทั้งนี้ กกต.จะใช้จ่ายให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการเตรียมการทั้งหมด กกต.ได้ร่วมแรงร่วมใจเพื่อให้การเลือก ส.ว.ครั้งนี้ประสบความสำเร็จตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเชื่อและหวังว่าจะทำให้การเลือก ส.ว.ครั้งนี้เป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า การเลือก ส.ว.จำนวน 200 คน เพื่อเสนอให้ คสช.เลือกเหลือ 50 คน และขึ้นบัญชีสำรอง 50 คนครั้งนี้ มีความสำคัญ เนื่องจาก ส.ว.ทั้ง 250 คน จะมีบทบาทร่วมกับ ส.ส.อีก 500 คน ในการเลือกนายกรัฐมนตรี โดยในส่วนของ ส.ว.มีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี เท่ากับมีสิทธิเลือกนายกฯ ไม่น้อยกว่า 2 สมัย จึงไม่อยากให้มองว่าเลือกได้ ส.ว.แค่ 50 คน แต่ใช้งบประมาณ 1,300 ล้านบาท แล้วจะไม่คุ้มค่า เพราะเสียง ส.ว.หนึ่งเสียงมีความหมายในการเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการตื่นตัวของประชาชนในการเลือก ส.ว.ค่อนข้างน้อย เพราะผู้มีสิทธิเลือกไม่ใช่ประชาชน แตกต่างจากการเลือก ส.ส. จึงอยากให้สื่อมวลชนช่วยเผยแพร่ข้อมูลเพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญในการเลือก ส.ว.ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการ กกต. ได้เตือนสื่อมวลชนในการเสนอข่าวการรับสมัคร ส.ว.ว่า จะไม่สามารถเปิดเผยชื่อหรือจำนวนผู้สมัครได้ จนกว่าจะปิดการรับสมัครในระดับอำเภอ เนื่องจากกฎหมายไม่ต้องการให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) บรรยายสรุปหัวข้อ &amp;ldquo;เจตนารมณ์ของกฎหมายในการเลือก ส.ว.&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า การเปลี่ยนบทบาท ส.ว.ไม่ใช่สภาพี่เลี้ยง เพราะที่ผ่านมาวุฒิสภาของไทยทำหน้าที่ช่วยกรอง หรือช่วยเติมในสิ่งที่ขาดตกบกพร่อง แต่ช่วงที่ผ่านมาแทนที่จะเป็นการแต่งตั้งคนที่มีคุณวุฒิ แต่กลายเป็นการเลือกตั้ง ซึ่งทำให้ผู้ที่ลงสมัครเลือก ส.ว.จะต้องพึ่งพาคนที่เป็นมืออาชีพ คือพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมือง เพื่อให้ตัวเองได้รับเลือก พอเข้าสภาก็กลายเป็นกลุ่มของฝ่ายการเมืองกลุ่มของพรรคการเมืองไปเลย ดังนั้นจึงมองว่าบทบาทของสภาพี่เลี้ยงจึงควรลดบทบาทลงไป แต่ควรทำหน้าที่ช่วยกลั่นกรองมากขึ้น โดยคัดเลือกจากคนที่เป็นตัวแทนแต่ละอาชีพที่มีความหลากหลาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องอำนาจหน้าที่ของ ส.ว.ในช่วง 5 ปีแรก ส.ว.และ ส.ส.จะต้องร่วมพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว สำหรับการไม่ให้วุฒิสภาทำหน้าที่ถอดถอนนั้น เพราะเป็นบทบาทที่ทำให้วุฒิสภาล่อแหลมต่อการถูกครอบงำทางการเมือง จะทำให้ถูกวิ่งเต้นจากคนที่ถูกถอดถอน และที่ผ่านมามีคนที่ถูกถอดถอนได้เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น แต่เรายังยืนยันให้อำนาจ ส.ว.ในการให้ความเห็นชอบกรรมการองค์กรอิสระและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการกลั่นกรองคนเข้าไปดำรงตำแหน่งสำคัญ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุดมกล่าวว่า บทบาทในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่มาร่วมเลือกนายกฯ ช่วง 5 ปีแรกนั้น ตนมองว่า ส.ว.หลังจากนี้ในบททั่วไป หาก ส.ว. 200 คนมีส่วนเลือกนายกฯ ด้วยคงจะเป็นเรื่องที่ดี ส่วนการที่ให้ ส.ว. 250 คนในช่วง 5 ปีแรกมาร่วมเลือกนายกฯ ได้นั้น ไม่ใช่การสืบทอดอำนาจที่จะให้คนในรัฐบาลปัจจุบันไปมีตำแหน่งอะไร แต่เป็นการทำให้ช่วงเปลี่ยนผ่าน ไปสู่สิ่งที่ดีกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนการปฏิวัติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การมองว่า 250 ส.ว.จะไปรวมกับ ส.ส. เพื่อให้ได้เสียง 375 เสียงขึ้นไปก็ได้นายกฯ นั้น แต่จะบริหารได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับเสียงของ ส.ส.ส่วนใหญ่ เพราะหลักการเลือกตั้งทั่วไปยังต้องพึ่ง ส.ส. ไม่ใช่ไปพึ่งพิง ส.ว. แต่ 250 เสียง ส.ว. อาจจะต้องทำหน้าที่ประคับประคองบ้านเมืองด้วยซ้ำไป เพราะ 250 ส.ว. ไม่ใช่จะไปรวมกับใครก็ได้ให้ได้ 375 เสียง แล้วเป็นรัฐบาล แต่ต้องรวมกับกลุ่มที่บริหารประเทศได้ ดังนั้นจึงเป็นการประคับประคองกันไปในช่วงเวลา 5 ปีแรก ส่วนเรื่องนายกฯ คนนอกหรือคนใน ขึ้นอยู่กับ ส.ส.ทั้งนั้น ทั้งนี้ การเลือก ส.ว.ครั้งนี้น่าจะเป็นบททดสอบรัฐธรรมนูญ ที่จะทำให้เห็นว่าการเมืองแบบสร้างสมดุลที่เราออกแบบให้มีตัวแทนของประชาชนมาดุลและคานอำนาจกลุ่มการเมืองจะเป็นไปได้หรือไม่ หากไม่ดีสามารถเปลี่ยนไปใช้รูปแบบอื่นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต. ได้บรรยายสรุปกระบวนการขั้นตอนการเลือก ส.ว.เสร็จสิ้น ได้ตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวกรณีที่มีค่าใช้จ่ายในการเลือก ส.ว.จำนวนมากถึง 1,300 ล้านบาทว่า ค่าใช้จ่ายในการสรรหา ส.ว.ส่วนใหญ่คือค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ที่ประจำแต่ละหน่วยจำนวน 928 อำเภอทั่วประเทศ ตั้งแต่ช่วงรับสมัครจนถึงเวลาเลือกผู้สมัคร โดยรวมไปถึงการเลือกระดับจังหวัดด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า การสรรหา ส.ว.ที่กำหนดให้ กกต.จัดการเลือก ส.ว.ให้ได้ 200 คน ให้แล้วเสร็จก่อนวันเลือกตั้ง ส.ส.ไม่น้อยกว่า 15 วัน และส่งรายชื่อให้ คสช. คัดเลือก 50 คน และขึ้นบัญชีสำรอง 50 คนนั้น กกต.มีกำหนดส่งรายชื่อ 200 คน ในวันที่ 2 ม.ค.62 ขณะเดียวกัน คสช.ได้วางปฏิทินในการสรรหา ส.ว. 400 คน เพื่อคัดเลือกให้เหลือ 194 คน และสำรอง 50 คน ไว้ในวันที่ 9 ก.พ.62 และกำหนดที่จะประกาศรายชื่อ ส.ว. 250 คน หลังประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.ภายใน 3 วัน หรือในวันที่ 27 เม.ย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22622</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., จัดเลือกส.ว., หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181123/image_big_5bf80a9e81c56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
