<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2019 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2019 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมผุดเปลี่ยนหมายเลขรถเมล์ทุกเส้นทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.2562 นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางว่าภายใน 6 เดือน กรมการขนส่งทางบก(ขา.)จะทำการจัดระเบียบหมายเลขกำกับสายรถเมล์ในกรุงเทพ และจะมีการใช้ตัวเลขบอกเส้นทางใหม่ทั้งหมด แบ่งตามพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร ได้แก่ โซนหมายเลข 1 คือกรุงเทพมหานครฝั่งเหนือ (รังสิต,วิภาวดี) เช่น 101, 108, 112 เป็นต้น โซนหมายเลข 2 คือ กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันตก (ปากเกร็ด,บางใหญ่) เช่น 201, 207, 213 เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตามโซนหมายเลข 3 คือ กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก (มีนบุรี,บางกะปิ,รามคำแหง) เช่น 301, 309, 318 เป็นต้น และ โซนหมายเลข 4 คือ กรุงเทพฝั่งใต้ (พระราม 2,บางแค,ฝั่งธนบุรี) เช่น 401, 407, 420 เป็นต้น สำหรับการจัดทำหมายเลขสายรถเมล์ใหม่ทั้งหมดนั้นเพื่อให้สอดรับกับการปฏิรูปรถเมล์ใหม่ 269 เส้นทาง อีกทั้งยังลดความสับสนของประชาชนในการจดจำเส้นทางรถเมล์ อีกทั้งยังสร้างความเข้าใจได้ง่ายขึ้นเพราะรู้ว่รถเมล์หมายเลขขึ้ต้นแบบนี้จะเดินทางไปในโซนไหนบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามยืนยันว่าจะไม่มีการใช้หมายเลขรถเมล์ที่มีสีและตัวอักษรภาษาอังกฤษมาใช้ร่วมกัน เพราะประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว ทังนี้ในช่วงแรกที่มีการใช้หมายเลขสายรถเมล์ใหม่จะมีการใช้หมายเลขเก่าควบคู่ไปด้วยเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบตัวเลขที่เปลี่ยนไปและทำให้เกิดความคุ้นชินในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรุตม์กล่าวต่อว่าคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางได้มีมติเห็นชอบออกใบอนุญาตผู้ประกอบการเดินรถใน 9 เส้นทาง ซึ่งเส้นทางทั้งหมดนี้ ตั้งแต่เดือน ต.ค. เป็นต้นไป หรือภายใน 1-2 เดือนนี้ จะมีรถเมล์ใหม่มาวิ่งบริการประชาชนตามแผนปฏิรูปของ ขบ. แบ่งเป็นเส้นทางเดินรถขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) 2 เส้นทางคือ 1.เส้นทางดอนเมือง-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 2.เส้นทางดอนเมือง-สวนจตุจักร ขณะที่อีก 7 เส้นทาง เป็นเส้นทางเดินรถของรถร่วมบริการ ขสมก. ได้แก่ 3.เส้นทางปากเกร็ด-สวนจตุจักร วิ่งผ่านทางถนนติวานนท์และถนนงามวงศ์วาน 4.เส้นทางปากเกร็ด-สวนจตุจักร วิ่งผ่านทางถนนแจ้งวัฒนะและถนนวิภาวดี 5.เส้นทางปากเกร็ด-มีนบุรี 6.เส้นทางวัดปรางค์หลวง-บางเขน 7.เส้นทางท่าอิฐ-รามคำแหง 8.เส้นทางวงกลมการเคหะธนบุรี-บางแค และ9.เส้นทางวงกลมการเคหะธนบุรี-สถานีรถไฟใต้ดินลุมพินี อย่างไรก็ตามโดยผู้ที่ได้รับใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางที่จะต้องนำรถที่มีอายุไม่เกิน 2 ปีมาวิ่งให้บริการและภายใน 3 ปีจะต้องมีรถใหม่ 70% ของรถทั้งหมดที่วิ่งให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า ตามที่มติของที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง อนุมัติออกใบอนุญาตเส้นทางเดินรถใหม่ให้กับ ขสมก. 2 เส้นทางนั้น ประกอบด้วย 1.เส้นทางดอนเมือง-จตุจักร (สาย A1 เดิม) และ 2.เส้นทางดอนเมือง-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (สาย A2 เดิม) ทั้งนี้ ในส่วนของสาย A2 จะมีการปรับเส้นทางวิ่งให้บริการ กล่าวคือ ในปัจจุบันจะวิ่งไปตามถนนพหลโยธิน ผ่านสวนจตุจักร สะพานควาย อารีย์ และไปสิ้นสุดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แต่ในอนาคตจะปรับเป็นวิ่งให้บริการไปตามถนนวิภาวดีรังสิต ขึ้นดอนเมืองโทลล์เวย์ ลงดินแดง และสิ้นสุดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยหลังจากนี้ ขสมก. จะต้องจัดทำแผนประชาสัมพันธ์การเดินรถให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ และป้องกันการสับสน โดยจะเริ่มทยอยดำเนินการภายใน 6 เดือนนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45497</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, จัดโซนนิ่ง, จิรุตม์ วิศาลจิตร, เปลี่ยนเลขสายรถเมล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acdb96a20b3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2018 13:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2018 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส.จับมือภาคี ชวนเล่นน้ำปลอดเหล้า กลับบ้านปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เม.ย. 61 - ที่พิพิธบางลำพู ถ.พระอาทิตย์ ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม ที่ปรึกษาคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานในพิธีแถลงข่าว &amp;ldquo;สงกรานต์กลับบ้านปลอดภัย พื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้า&amp;rdquo; จัดโดย สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) ร่วมกับ สสส. เพื่อกระตุ้นเตือนเรื่องความปลอดภัยทางถนน และรณรงค์ให้ประชาชนเห็นประโยชน์ของการมีพื้นที่ปลอดภัยปลอดเหล้าในการเล่นน้ำสงกรานต์ รักษาค่านิยมประเพณีการเล่นน้ำที่ดีงามของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.อุดมศิลป์ กล่าวว่า ข้อมูลจากศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ช่วงสงกรานต์ ปี 2560 พบว่า มีอุบัติเหตุทางถนน 3,690 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 390 ราย มีผู้บาดเจ็บ 3,808 คน สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ การเมาสุรา 43.06% รองลงมาคือ ขับรถเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด 27.86% รถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 84.91%&amp;nbsp; สอดคล้องกับข้อมูลการบาดเจ็บและเสียชีวิตของกระทรวงสาธารณสุข ในช่วงเวลาเดียวกัน เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ดื่มสุรา 1,674 ราย หรือ 20.75% แสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมเสี่ยงหลักทั้ง 2 ประเด็น เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างเข้มข้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เทศกาลสงกรานต์ 2561 นี้ เป็นเทศกาลแห่งความสุขที่ทุกคนอยากอยู่กับคนที่คุณรัก&amp;nbsp; สสส. มุ่งเน้นการดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ได้จัดทำคลิปวิดีโอรณรงค์ ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;สงกรานต์นี้ ขับขี่ปลอดภัย ไม่มีใครเป็นหนึ่งในสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนน&amp;rdquo; ชวนทุกคนร่วมสร้างสถิติใหม่ เป็นสงกรานต์ที่ทุกคนได้กลับบ้านปลอดภัย ด้วยการขับขี่ปลอดภัย มีวินัยจราจร ที่สำคัญคือ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ทั้งนี้ สสส. ยังสนับสนุนให้ประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุ สามารถร้องขอให้ตำรวจตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์คู่กรณีได้ทุกราย แม้จะบาดเจ็บ เสียชีวิต ไม่สามารถเป่าเครื่องวัดทางลมหายใจได้ โดยตำรวจนำส่งตรวจเลือดที่โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศฟรี&amp;quot; ที่ปรึกษาคณะกรรมการ สสส. ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนงานนโยบายสาธารณะ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า สคล. ร่วมกับ สสส. ขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกโดยสนับสนุนการจัดโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดภัยปลอดเหล้า มาตั้งแต่ปี 2549 โดยล่าสุด ในปี 2560 มีพื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้ามากถึงกว่า 3,200 แห่ง ซึ่งเป็นผลมาจากกระทรวงมหาดไทย ได้บรรจุเป็นมาตรการสำคัญให้ทุกจังหวัดต้องจัดพื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้าปลอดภัย โดยในจำนวนนี้เป็นพื้นที่ที่ สสส. สนับสนุนเพียง 150 แห่ง อาทิ ถนนตระกูลข้าว&amp;nbsp; 50 แห่ง และพื้นที่อื่นอีก 100 แห่ง ถือเป็นความสำเร็จที่ได้สร้างความร่วมมือแก้ปัญหาร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้มีข้อกังวลในเรื่อง Midnight สงกรานต์ ที่ถูกธุรกิจแอลกอฮอล์ใช้เป็นเครื่องมือส่งเสริมการขายเหล้า เบียร์ ที่เป็นสาเหตุสำคัญของความสูญเสีย ซึ่งสังคมต้องร่วมมือดูแลและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตและความปลอดภัยของเด็กเยาวชนมากขึ้น โดยมีตัวอย่างภาคเอกชนที่ประสบความสำเร็จร่วมจัดพื้นที่เล่นน้ำที่ปลอดภัย อาทิ ห้าง Limelight Avenue จ.ภูเก็ต ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ และจังหวัดขอนแก่น มีนโยบาย 1 อำเภอ 1 พื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้า รวมทั้งภาคชุมชนพยายามพัฒนาด่านชุมชนในรูปแบบต่างๆ อาทิ ตรวจวัดแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อปกป้องไม่ให้เกิดความสูญเสียจากการขับขี่รถด้วยความเร็วและมึนเมา&amp;rdquo; นายวิษณุ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6443</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลับบ้านปลอดภัย, จัดโซนนิ่ง, ศ.นพ.อุดมศิลป์, สงกรานต์ปี61, สสส., เล่นน้ำปลอดเหล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180404/image_big_5ac46aafa49aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
