<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยเล็งสร้างหนัง&#039;หมูป่า&#039; แนะอย่าห่วงเด็กเกินเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ชง ครม.สัญจรตั้ง &amp;quot;คกก.เฉพาะกิจ&amp;quot; สกรีนบทหนังต่างชาติเข้ามาถ่ายภาพยนตร์ภารกิจถ้ำหลวงและดูแลสิทธิประโยชน์ 13 หมูป่า ยอมรับมีไอเดียให้คนไทยศึกษาสร้างหนังเอง &amp;quot;เชียงราย&amp;quot; พร้อมจัดงานบวชโค้ชเอก-เด็กๆ 24-25 ก.ค.นี้ จัดโต๊ะกินข้าวแบบขันโตกเลี้ยงแขก 250 ตัว &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้บริหารทีมหมูป่า&amp;quot; แก้บนหน้าถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน &amp;quot;อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา&amp;quot; เตือน ขรก.บางคนอย่าห่วงน้องๆ เกินเหตุ เชื่อทุกคนแข็งแกร่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 ก.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการดูแลโค้ชและนักเตะเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย 13 ชีวิต หลังออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงรายว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ที่ จ.อุบลราชธานี ในวันที่ 24 ก.ค.นี้ จะเสนอที่ประชุมตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อควบคุมดูแลกรณีที่ต่างประเทศให้ความสนใจเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์เกี่ยวกับภารกิจการช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คนออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายวิษณุกล่าวว่า เบื้องต้นคณะกรรมการชุดดังกล่าวมีหน้าที่พิจารณาบทภาพยนตร์ว่าสอดคล้องกับความเป็นจริงหรือไม่ โดยจะต้องไม่กระทบต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของประเทศไทย นอกจากนี้คณะกรรมการชุดนี้ยังมีหน้าที่ดูแลให้คำแนะนำครอบครัวทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีเกี่ยวกับการเซ็นสัญญาต่างๆ โดยจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับข้อกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กๆ และครอบครัวเสียสิทธิต่างๆ ที่ควรจะได้รับจากค่าลิขสิทธิ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คณะกรรมการยังมีหน้าที่ศึกษาถึงความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะจัดสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยตัวเองอีกด้วย&amp;quot; รองนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเอกพล จันทะวงษ์ หรือโค้ชเอก ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า &amp;quot;ขออนุญาตแจ้งทุกท่านนะครับ ผม..นายเอกพล จันทะวงษ์ หรือ เอก เล่นเฟซนี้เฟซเดียวนะครับ&amp;hellip;.ถ้ามีใครบอกว่าผมขอบริจาคหรือให้โอนเงินให้ไม่เป็นความจริงนะครับ ทางตัวผมไม่มีนโยบายรับบริจาคครับ ถ้ามีใคร Ib ไปเพื่อรับบริจาคนั้นไม่เป็นความจริงนะครับ ขอแจ้งให้ทุกท่านโปรดทราบ..เพราะตอนนี้มีคนแอบอ้างครับ ขอให้ทุกท่านช่วยกันแชร์ด้วยนะครับ..ขอขอบพระคุณทุกท่านครับ.&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา นายเอกพลได้เข้ารับมอบผ้าไตรจีวรพร้อมอัฐบริขาร จากพระธรรมราชานุวัตร เจ้าอาวาสวัดพระแก้ว จ.เชียงราย เจ้าคณะภาค 6 เพื่อเตรียมบวชในวันที่ 25 &amp;nbsp;ก.ค.นี้ ที่วัดพระธาตุดอยตุง จ.เชียงราย โดยมีพระครูประยุตเจติยานุการ รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเวา เชียงราย เข้าร่วมในพิธีรับมอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเภาทัณฑ์ ประดิษฐ์ โฆษกประจำวัดพระธาตุดอยเวา อ.แม่สาย จ.เชียงราย กล่าวถึงการบวชของทีมหมูป่าว่า การบวชจะเป็นพิธีฮ้องขวัญหรือพิธีเรียกขวัญ จัดพิธีแบบล้านนา มีขันตั้งและมีหมอขวัญชาวบ้านมาทำพิธีเรียกขวัญที่กระเจิงไปให้กลับมาอยู่กับตัว และร่วมกันปลงผมนาค โดยมีหลวงปู่ครูบาแสงหล้า ธรรมศิริ วัดพระธาตุสายเมืองเป็นประธานปลงผมในวันที่ 24 ก.ค.นี้ เวลา 08.09 น. จากนั้นจะนุ่งขาวห่มขาวปฏิบัติธรรมจำวัดที่วัดพระธาตุดอยเวา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในการบวชเณรวันที่ 25 ก.ค. เวลา 07.00 น. จะตั้งขบวนแห่นาคไปประกอบพิธีบวชเณรที่วัดพระธาตุดอยตุง ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เพื่อประกอบพิธีบวชอุทิศส่วนบกุศลแด่จ่าแซม น.ต.สมาน กุนัน เจ้าแม่นางนอน เจ้ากรรมนายเวร และแทนคุณพ่อแม่ โดยมีพระพุทธิวงศ์วิวัฒน์ หรือหลวงพ่อดอยตุง เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยตุง เจ้าคณะอำเภอแม่สายเป็นพระอุปัชฌาย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังพิธีบวชเณรเสร็จสิ้นก็จะประกอบพิธีเพิ่มเติม คือการบวชจากเณรให้เป็นพระ ผู้ที่จะเข้าร่วมพิธีบวชพระคือโค้ชเอก เพราะอายุสามารถบวชเป็นพระได้ โดยที่โค้ชเอกจะขอบวช 1 พรรษา ตามความเชื่อล้านนาว่าบวชเป็นพระอย่างน้อยต้อง 1 พรรษาขึ้นไป หลังจากนั้นทุกคนก็จะลงมาจำวัดที่วัดพระธาตุดอยเวาเป็นเวลา 9 วัน สำหรับเด็กๆ 10 คน เนื่องจากเด็กต้องกลับไปเรียนหนังสือต่อ ซึ่งเหตุที่บวชแค่ 11 คน เพราะมีน้อง 2 คนนับถือคริสต์และอิสลาม&amp;quot; นายเภาทัณฑ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำวัดพระธาตุดอยเวากล่าวว่า ขณะนี้วัดได้จัดเตรียมสถานที่เพื่อพิธีบวชในครั้งนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว โดยได้จัดเตรียมโต๊ะกินข้าวแบบขันโตกไว้รับรองแขกที่ลานกลางแจ้ง ส่วนในพื้นที่อาคารประกอบพิธีได้เตรียมความพร้อมทั้งโต๊ะ เก้าอี้ สำหรับผู้ที่จะเดินทางเข้าร่วมโดยมีชุดเก้าอี้ราว 250 ตัว &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีโต๊ะขาวตั้งภาพของ น.ต.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม วีรบุรุษถ้ำหลวงเอาไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณใกล้ศาลเจ้าแม่นางนอน ปากทางเข้าถ้ำหลวง ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย คณะผู้บริหารทีมหมูป่าทีนทอล์คอะคาเดมี อ.แม่สาย จ.เชียงราย จำนวนกว่า 10 คน นำโดย พ.ต.อ.ภพ มัลเชษฐ์ ผกก.สภ.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่ปรึกษาสโมสร, นายกมล จันทาพูน ประธานสโมสร, &amp;nbsp;นายกิตติพงษ์ อินต๊ะใจ รองประธานฝ่ายบริหาร และเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยม 168 ผู้สนับสนุนทีมหมูป่าทุกรุ่น, นายจันทร์ ทาตุการ รองประธานฝ่ายกิจกรรม, โค้ชนพ หรือนายนพรัตน์ กันทะวงศ์ เลขาฯ และโค้ชฝึกสอนทีม, โค้ชเอก หรือนายเอกพล จันทะวงษ์ ผู้ช่วยโค้ชฝึกสอนทีม และคณะกรรมการ ได้มาทำพิธีบวงสรวงขอขมาและแก้บนเจ้าแม่นางนอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ภพกล่าวว่า เมื่อช่วยทีมหมูป่าออกจากถ้ำได้หมด ผู้บริหารทีมก็ถูกกันไม่ให้เข้าใกล้ถ้ำและเข้าพบ 13 หมูป่า แม้วันทำพิธีขอขมาครั้งใหญ่ก็ถูกห้ามเข้า วันนี้ทุกอย่างลงตัว คณะกรรมการจึงมีมติต้องมาทำพิธีบวงสรวง เซ่นไหว้ แก้บนให้เสร็จสิ้น เพื่อความสบายใจและพร้อมจะเดินหน้าพัฒนาทีมหมูป่าให้ก้าวหน้า เพื่อส่งเสริมเยาวชนให้มีสุขภาพแข็งแรง หลีกเลี่ยงสิ่งมอมเมา ให้มีอนาคตที่ดี เป็นพลเมืองมีคุณภาพของประเทศชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ศิริศักดิ์ นันทะ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่สาย กล่าวถึงสุขภาพของทั้ง 13 &amp;nbsp;คนว่าสุขภาพแข็งแรงดี มีเพียงบางคนที่เลือดออกตามไรฟัน เกิดจากที่เด็กฟันผุแล้วไปติดอยู่ในถ้ำเป็นเวลานาน โดยรวมแล้วสมบูรณ์แข็งแรงดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนของการที่จะเข้าอุปสมบทนั้น ได้ปรึกษากับผู้ปกครองแล้วว่าแพทย์จะตรวจเช็กร่างกายทีมหมูป่าเพื่อเตรียมความพร้อม และมีแผนรองรับการดูแลต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 1 ปี&amp;quot; รักษาการ ผอ.รพ.แม่สายกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Chuchart Srisaeng &amp;nbsp;ถึงกรณีทางราชการไม่ให้สื่อมวลชนไปรบกวนความเป็นส่วนตัวหรือสัมภาษณ์เด็กๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมี &amp;nbsp;รวมทั้งบิดามารดา ตอนหนึ่งระบุว่า เห็นด้วยว่าเป็นการกระทำที่สมควร เพราะการที่เด็กๆ หรือบิดามารดาของเด็กต้องเจอคำถามของสื่อมวลชนประเภทไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร เช่น ตอนเกิดเหตุการณ์ใหม่ยังหาตัวเด็กๆ และโค้ชไม่พบ ยังไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดีประการใด ผู้สื่อข่าวไปถามบิดามารดาของเด็กบางคนว่า รู้สึกอย่างไรบ้างที่ยังไม่พบตัวเด็กๆ น้องมาเข้าฝันบ้างไหม คิดถึงน้องไหม หรือคำถามอื่นๆ ที่คนซึ่งมีความรู้สึกนึกคิดถึงใจเขาใจเราย่อมไม่ถามกัน ย่อมก่อให้เกิดความไม่สบายใจแก่เด็กๆ &amp;nbsp;และบิดามารดาของเด็กๆ อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูชาติระบุด้วยว่า การที่ข้าราชการบางท่านซึ่งไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องนี้เลย ออกมาให้ความเห็นว่าเด็กๆ อาจจะเป็นโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับจิตใจตามทฤษฎีของฝรั่งชาวตะวันตก ถึงกับอาจจะต้องให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปดูแลเด็กๆ แทนบิดามารดานั้น น่าจะเป็นการวิตกเกินกว่าเหตุมากเกินไปและไม่มีเหตุตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ที่จะต้องให้เจ้าหน้าของรัฐเข้าไปดูแลเด็กแทนบิดามารดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในวันที่ได้ออกจากโรงพยาบาลและได้ตอบคำถามของคุณสุทธิชัย หยุ่น เด็กทุกคนตอบเหมือนกันว่า ขณะอยู่ในถ้ำมีเรื่องที่กลัวคือกลัวแม่ด่าหรือถูกพ่อถล่มที่ไปเที่ยวถ้ำโดยไม่ได้บอกพ่อแม่ กับกังวลเรื่องจะทำการบ้านไม่ทันเพื่อน ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ตอบว่ากลัวจะไม่ได้ออกจากถ้ำ แสดงว่าทุกคนไม่เคยคิดกลัวเลยว่าจะไม่ได้ออกจากถ้ำ&amp;quot; นายชูชาติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาโพสต์ช่วงท้ายว่า จึงเห็นว่าไม่มีอะไรที่น่าต้องเป็นห่วงว่าเด็กๆ ทั้งหมดหรือบางคนจะมีอาการเป็นโรคอะไรต่างๆ ที่เกี่ยวกับจิตใจ เชื่อว่าทุกคนยังเป็นเด็กๆ ที่สดใส ซื่อๆ ตามประสาเด็กในชนบทที่คนไทยกับคนทั้งโลกให้ความสนใจและรักเอ็นดูตลอดไป ทั้งเมื่อโตขึ้นพวกเขาก็จะต้องเป็นคนดีของสังคมไทยและสังคมโลกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ตรัง นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้มอบเกียรติบัตรและเงินสนับสนุนในการเดินทางให้แก่ทีมเก็บรังนกเกาะลิบงไปเข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับจากรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอับดุลรอหีม ขุนรักษา กำนันตำบลเกาะลิบง อ.กันตัง หัวหน้าทีมเก็บรังนกเกาะลิบง กล่าวว่า ตนเองมีความตั้งใจมีความมุ่งมั่นที่จะเดินทางไปช่วยเหลือทีมหมูป่า 13 ชีวิตที่ติดถ้ำ ถึงแม้จะไม่ได้เป็นคนไปเจอ แต่ได้เห็นถึงความพยายามของทุกคน ทุกหน่วยงานที่ระดมกันมาช่วยค้นหา ทำให้มีกำลังใจ &amp;nbsp;ทุกปล่องที่ลงไปสำรวจตั้งความหวังว่าจะต้องได้เจอสักปล่องโดยไม่ย่อท้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ถือว่าทำสำเร็จแล้ว 13 ชีวิตทีมหมูป่าทุกคนปลอดภัย ถึงแม้ต้องสูญเสียหน่วยซีลอย่างจ่าแซมไป 1 คน และยอมรับว่าโพรงถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนที่เข้าไปค้นหารูเพื่อไปหาน้องๆ แต่ละโพรงยากลำบากและเสี่ยงอันตรายมาก แตกต่างจากถ้ำทางภาคใต้&amp;quot; หัวหน้าทีมเก็บรังนกเกาะลิบงกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13970</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมล จันทาพูน, กิตติพงษ์ อินต๊ะใจ, จันทร์ ทาตุการ, ชูชาติ ศรีแสง, น.ต.สมาน กุนัน, นพ.ศิริศักดิ์ นันทะ, นพรัตน์ กันทะวงศ์, พ.ต.อ.ภพ มัลเชษฐ์, วิษณุ เครืองาม, ศิริพัฒ พัฒกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลวงปู่ครูบาแสงหล้า ธรรมศิริ, อับดุลรอหีม ขุนรักษา, เภาทัณฑ์ ประดิษฐ์, เอกพล จันทะวงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180723/image_big_5b55e852b203c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
