<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 07:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2021 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯย้ำป้ายพิเศษต้องไม่ขัดต่อกฎหมายคาดมีผลบังคับใช้กลางปี64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ. 2564 นางจันทิรา บุรุษพัฒน์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีการประชุม เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 อนุมัติหลักการ ร่างกฎกระทรวงกำหนดขนาด ลักษณะ และสีของแผ่นป้ายทะเบียนรถและการแสดงแผ่นป้ายทะเบียนรถและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี (ฉบับที่ ..) พ.ศ. &amp;hellip;. โดยมีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมลักษณะของแผ่นป้ายทะเบียนสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ให้สามารถกำหนดตัวอักษรมากกว่า 2 ตัว หรือตัวอักษรผสมสระ หรือวรรณยุกต์ หรือตัวเลข เมื่อผสมแล้วเป็นชื่อบุคคลก็ได้ หรือชื่อเฉพาะและแผ่นป้ายทะเบียนจะยังคงมีหมายเลขทะเบียนปรากฏ

ทั้งนี้ ต้องไม่ซ้ำซ้อนกับหมวดอักษรที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ต้องไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดี ต้องไม่มีเจตนาในทางทุจริต การกำหนดชื่อเฉพาะดังกล่าวต้องไม่ขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และต้องได้รับอนุญาต กรณีที่ผสมกันแล้วมีความหมายในทางลบหรือเป็นคำไม่สุภาพ จะไม่อนุญาตให้ใช้เป็นตัวอักษรในแผ่นป้ายทะเบียนโดยเด็ดขาด และต้องนำแผ่นป้ายทะเบียนพิเศษที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วออกประมูลเป็นการทั่วไป นำรายได้เข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ตามนโยบายของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดำเนินการหลังจากนี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะส่งร่างกฎกระทรวงให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา ก่อนนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมลงนามและประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์รายละเอียดว่าควรเป็นเลขกลุ่มใด กำหนดหลักเกณฑ์การขอใช้ทะเบียนรูปแบบพิเศษ และหลักเกณฑ์การประมูลซึ่งอาจแตกต่างจากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในกลางปี 2564 นี้

&amp;nbsp;ทั้งนี้ รายละเอียดของร่างกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว จะไม่ส่งผลกระทบกับหมายเลขทะเบียนและหมวดอักษรป้ายทะเบียนรถในปัจจุบัน ซึ่งยังคงเปิดให้ประชาชนจองได้ตัวตนเองผ่านเว็บไซต์ http://tabienrod.dlt.go.th/ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ และไม่ส่งผลกระทบการหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยจำนวน 301 หมายเลขที่กรมการขนส่งทางบกนำออกประมูลเป็นการทั่วไปในปัจจุบัน
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91795</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทิรา บุรุษพัฒน์, โครงการป้ายทะเบียนรถพิเศษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0b5740d1ae6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ขนส่งฯกำชับเจ้าหน้าที่คุมเข้มมาตรการป้องกันโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4ม.ค.64-นางจันทิรา บุรุษพัฒน์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในเวลานี้ กรมการขนส่งทางบกขอให้เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก ประชาชนที่มาติดต่อราชการ และผู้เกี่ยวข้องทุกคน ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของสำนักงานขนส่งทุกแห่งให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบอย่างใกล้ชิด และคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของประชาชนผู้มาติดต่อราชการเป็นสำคัญ โดยเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องผ่านการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าอาคารและก่อนปฏิบัติหน้าที่ทุกวัน สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาขณะปฏิบัติหน้าที่โดยเฉพาะงานที่ต้องให้บริการประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกรณีมีการประชุมนอกหน่วยงาน หรือต้องปฏิบัติหน้าที่ภายนอกหน่วยงานตามนโยบายรัฐบาล กระทรวงคมนาคม และมาตรการต่างๆ ของกรมการขนส่งทางบก ให้เจ้าหน้าที่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาที่เดินทางหรืออยู่ในสถานที่ชุมชน และเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคพื้นที่ภายในสำนักงานขนส่ง โดยเฉพาะจุดที่มีการสัมผัสบ่อยครั้ง เช่น เคาน์เตอร์บริการ ที่จับประตู ราวบันได ปุ่มกดลิฟต์ เป็นต้น เพื่อความปลอดภัยด้านสุขอนามัยทั้งของประชาชนที่มาติดต่อราชการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางจันทิรา &amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ ดำเนินการตามมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบอดของโรคโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่อง อาทิ การตั้งจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าภายในอาคาร ซึ่งขอให้ประชาชนที่มาติดต่อราชการทุกคนให้ความร่วมมือผ่านจุดคัดกรอง กรณีพบผู้ที่มีอาการไข้ หรืออาการต้องสงสัยเข้าข่ายอาการโรค เจ้าหน้าที่จะแนะนำให้พบแพทย์หรือประสานหน่วยงานทางด้านสาธารณสุขโดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้ประชาสัมพันธ์และขอให้ประชาชนที่มาติดต่อราชการที่สำนักงานขนส่งสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา ใช้แอลกอฮอล์เจลล้างมือทั้งก่อนและหลังการรับบริการ โดยสำนักงานขนส่งทุกแห่งได้จัดเตรียมแอลกอฮอล์เจลไว้ให้บริการอย่างทั่วถึงและเพียงพอในทุกบริเวณที่มีผู้มาติดต่อราชการ เว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร ระหว่างรอรับบริการ โดยมีการจัดเก้าอี้นั่งเพื่อเว้นระยะห่าง รวมถึงกำหนดจุดยืนคอย ตามมาตรการ Social Distancing เพื่อป้องกันการติดต่อสัมผัสกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อลดความเสี่ยงในการติดต่อแพร่กระจายของโรค&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88768</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทิรา บุรุษพัฒน์, อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.), โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff2b11f53fa1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งเชื่อมแล้วค่าปรับใบสั่งดีเดย์19ธ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ-ขนส่งแถลงเชื่อมออนไลน์กันเรียบร้อย ดีเดย์ 19 ธ.ค.62 หากรายใดมั่นใจไม่ได้ทำผิด ให้ทำหนังสือโต้แย้งไปยัง สน.ที่ออกใบสั่งภายใน 15 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 กันยายนนี้ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และนางจันทิรา บุรุษพัฒน์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกร่วมกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ม.141/1 แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 14/2560 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อ 16 มี.ค.60 กำหนดให้นายทะเบียนกรมการขนส่งทางบกมีอำนาจรับชำระค่าปรับที่ค้างชำระตามใบสั่งแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ในกรณีดังกล่าวยังไม่สามารถดำเนินการให้เป็นรูปธรรมได้ เนื่องจากระบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ของทั้งสองหน่วยงานยังไม่เชื่อมโยงกัน ต่อมา พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ม.4/1 แก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2562 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ก.ย.62 กำหนดให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบกเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกัน บัดนี้ทั้งสองหน่วยงานได้ทำการเชื่อมโยงข้อมูลกันเรียบร้อยแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีดังกล่าว ถึงแม้ว่ากฎหมายจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ก.ย.62 แต่เนื่องจากทั้งสองหน่วยงานจะต้องกำหนดหลักเกณฑ์ ขั้นตอนและวิธีการต่างๆ ร่วมกันให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วัน พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ ดังนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบก จึงกำหนดให้วันที่ 19 ธ.ค.62 เป็นวันแรกที่กรมการขนส่งทางบกจะรับชำระค่าปรับตามใบสั่งที่ค้างชำระแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถสามารถชำระค่าปรับดังกล่าวพร้อมกับการชำระภาษีประจำปีได้ที่สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ หากยังไม่พร้อมชำระค่าปรับที่ค้างชำระตามใบสั่ง กรมการขนส่งทางบกจะออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีฉบับชั่วคราวให้ ซึ่งจะใช้ได้เพียง 30 วัน และผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถสามารถไปชำระค่าปรับได้ที่สถานีตำรวจทุกแห่งทั่วประเทศ หรือช่องทางอื่น เช่น ไปรษณีย์ทุกแห่ง เคาน์เตอร์บริการของธนาคารกรุงไทย ตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย แอปพลิเคชันกรุงไทย NEXT และหน่วยบริการรับชำระเงินที่มีสัญลักษณ์ PTM ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หากผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถเห็นว่าตนไม่ได้กระทำความผิดตามที่ระบุไว้ในใบสั่ง ให้ทำหนังสือโต้แย้งข้อกล่าวหานั้นภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียนขนส่ง โดยให้ส่งหนังสือโต้แย้งข้อกล่าวหาดังกล่าวทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังสถานีตำรวจตามที่ระบุไว้ในใบสั่ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังพัฒนาระบบให้ประชาชนผู้รับใบสั่งสามารถโต้แย้งข้อกล่าวหาทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้อีกช่องทางหนึ่ง ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดทำเว็บไซต์ใบสั่งจราจรออนไลน์สำหรับประชาชน คือ https://ptm.police.go.th/eTicket/#/ หรือเรียกชื่อย่อว่า e-Ticket เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาข้อมูล และตรวจสอบใบสั่งจราจร จำนวนค่าปรับและช่องทางการชำระค่าปรับ นอกจากนี้ยังได้พัฒนาระบบวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างอื่นควบคู่ไปด้วย เช่น Web service&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางจันทิรา บุรุษพัฒน์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกได้ให้ความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยพัฒนาระบบของกรมการขนส่งทางบกเพื่อรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์แบบออนไลน์ และได้ทำการทดสอบการเชื่อมโยงระบบบริหารจัดการใบสั่งจราจร (PTM) ในระบบปฏิบัติงานของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งกรมการขนส่งทางบกยังคงอำนวยความสะดวกในการชำระภาษีรถประจำปีทุกกรณีเช่นเดิม กรณีผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถที่มิได้กระทำผิดและไม่มีใบสั่งตามกฎหมายจราจร หรือมีใบสั่งแต่ได้ชำระค่าปรับเรียบร้อยแล้ว ยังคงสามารถชำระภาษีรถประจำปีพร้อมรับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี (ป้ายวงกลม) ได้ที่สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ และทุกช่องทางตามปกติเช่นเดิม โดยจะไม่ส่งผลกระทบกับประชาชนผู้ใช้รถทั่วไป สามารถดำเนินการชำระภาษีรถประจำปีได้ตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่มีใบสั่งแต่ยังไม่ได้ชำระค่าปรับ เมื่อถึงคราวชำระภาษีรถประจำปีมีความประสงค์จะชำระค่าปรับในคราวเดียวกัน สามารถชำระค่าปรับพร้อมชำระภาษีรถประจำปีได้ในคราวเดียวกันได้ โดยกรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการบันทึกข้อมูลการชำระค่าปรับในระบบ ซึ่งเชื่อมโยงกับระบบบริหารจัดการใบสั่งจราจร ทำให้มีผลเช่นเดียวกันกับการชำระค่าปรับกับพนักงานสอบสวน ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถจะได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี (ป้ายวงกลม) ตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีที่ชำระภาษีประจำปีแล้ว แต่ไม่ชำระค่าปรับที่ค้างชำระให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาตามที่กำหนด เป็นอำนาจของเจ้าพนักงานจราจรตำแหน่งตั้งแต่สารวัตรขึ้นไป มีหนังสือแจ้งนายทะเบียน กรมการขนส่งทางบก ให้งดออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีสำหรับรถคันนั้น และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนต่อไป&amp;quot; นางจันทิราระบุ. &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46633</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทิรา บุรุษพัฒน์, พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8b6cdbc198d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2019 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2019 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คนไทยยังรวย ขนส่งฯเปิดตัวเลขรถใหม่ป้ายแดงจะทะเบียน 6 เดือนแรก ทะลุ 1.6 ล้านคัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.62-นางจันทิรา บุรุษพัฒน์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยถึงสถิติรถจดทะเบียนใหม่ทั่วประเทศเฉพาะช่วง 6 เดือนแรกของเดือนมกราคม &amp;ndash; มิถุนายน 2562 พบว่ามีผู้นำรถใหม่ป้ายแดงมาดำเนินการจดทะเบียน รวมทั้งสิ้น 1,615,524 คัน ใกล้เคียงกับสถิติในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 แบ่งเป็นการจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ดังนี้ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน มีสถิติการจดทะเบียน จำนวน 405,203 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8%ใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล มีสถิติการจดทะเบียน จำนวน 149,985 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน6%ส่วนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน มีสถิติการจดทะเบียน จำนวน 8,573 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1%ส่วนรถจักรยานยนต์ที่มีสถิติการจดทะเบียนสูงสุดในครึ่งปีแรกของปี 2562 จำนวน 971,761 คันนั้น พบว่าลดลงร้อยละ 4 เมื่อเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ในส่วนของการจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ประกอบด้วย รถโดยสารมียอดจดทะเบียน จำนวน 5,798 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 6% ส่วนรถบรรทุกมียอดจดทะเบียน จำนวน 33,885 คัน ลดลงจากปีก่อน3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากจำนวนการจดทะเบียนรถใหม่ป้ายแดงช่วง 6 เดือนแรก ส่งผลให้จำนวนรถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศ ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 40,190,328 คัน โดยรถจักรยานยนต์มีจำนวนสูงสุด 21,051,977คัน รองลงมาคือ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน จำนวน 9,713,980 คัน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล จำนวน 6,707,781 คัน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน จำนวน 422,741 คัน ส่วนรถโดยสารมีจำนวน 163,983 คัน และรถบรรทุกจำนวน 1,135,534 คัน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบันการจดทะเบียนรถใหม่มีความสะดวกใช้ระยะเวลาภายใน 1 วัน โดยเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน ประกอบด้วย บัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของรถ หนังสือแจ้งจำหน่ายจากบริษัทผู้ผลิต หลักฐานการได้มาของรถ ได้แก่ สัญญาเช่าซื้อ ใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษี หรือหนังสือรับรองการเช่าซื้อ เป็นต้น หลักฐานการประกันภัยตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 แบบคำขอจดทะเบียนรถ กรณีที่มอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ และนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อความถูกต้อง เพื่อประโยชน์แก่เจ้าของรถ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการขนส่งทางบกจึงขอความร่วมมือผู้จำหน่ายรถอำนวยความสะดวกในการเตรียมเอกสารดำเนินการจดทะเบียนรถ รวมถึงให้คำแนะนำแก่ผู้ซื้อรถเกี่ยวกับเงื่อนไขการใช้ป้ายแดงได้เป็นการชั่วคราวไม่เกิน 30 วัน นับจากวันรับรถ ระหว่างรอการจดทะเบียนรถเท่านั้น โดยต้องใช้ควบคู่กับสมุดคู่มือประจำรถที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบก และผู้จำหน่ายรถต้องระบุวันที่ผู้ซื้อรับรถให้ชัดเจนเพื่อเป็นหลักฐานตรวจสอบการใช้ป้ายแดง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหากพบผู้ฝ่าฝืนใช้รถป้ายแดงเกินระยะเวลาที่กำหนด มีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 6 ฐานใช้รถที่ยังไม่จดทะเบียน มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท จึงขอให้เจ้าของรถดำเนินการจดทะเบียนรถใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อไม่ต้องใช้รถป้ายแดงซึ่งอาจเป็นปัญหาในการติดตามตรวจสอบกรณีรถสูญหาย และเพื่อความสะดวกปลอดภัยในการใช้งานต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41096</URL_LINK>
                <HASHTAG>จดทะเบียน, จันทิรา บุรุษพัฒน์, รถป้ายแดง, สถิติรถจดทะเบียนใหม่ทั่วประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190716/image_big_5d2d36827a018.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้งรองผกก.จร. หัวหน้าวินมอบตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เด้งรอง ผกก.จราจร สน.บางนา เซ่นวิน จยย.ยกพวกตีกัน ระบุบกพร่องปล่อยให้เกิดเหตุจนมีผู้เสียชีวิต &amp;quot;ประมุข&amp;quot; เข้ามอบตัวแล้ว ปฏิเสธทุกข้อหา พร้อมขอแจ้งดำเนินคดีผู้รุมทำร้าย เตรียมออกหมายจับล็อต 3 อีก 50 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนนี้ ว่าได้มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.อนุรักษ์ อิ่มละเอียด รอง ผกก.จราจร สน.บางนา มาช่วยราชการที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 เนื่องจากบกพร่องในเรื่องการจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ปล่อยให้มีการทะเลาะวิวาทจนมีผู้เสียชีวิต ซึ่งจากนี้ได้ประสานงาน 4 ฝ่าย ทั้งตำรวจ ทหาร สำนักงานเขต และกรมการขนส่งทางบก ตรวจบัญชีรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตเปิดวินรถจักรยานยนต์รับจ้างทั้งหมด ควบคู่การกวาดล้างจัดระเบียบวินเถื่อนให้หมดไป ตรวจสอบบัญชีส่วยที่ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เช้าวันเดียวกัน นายประมุข วิเชียรดิลกกุล อายุ 44 ปี หัวหน้าวินจักรยานยนต์อุดมสุข 1-2 ได้เดินทางเข้ามอบตัวตำรวจ สน.บางนา พร้อมด้วยทนายความส่วนตัว ตำรวจได้สอบปากคำโดยแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพกพาอาวุธเข้าไปในเมืองโดยไม่มีเหตุอันควร ร่วมกันยิงปืนโดยใช่เหตุ และข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เมื่อกลางดึก นายวันชัย มงคลเข็ม ที่มีหลักฐานว่าเป็นมือปืน ถูกจับกุมได้แล้ว รวมผู้ที่ถูกออกหมายจับ 7 คนถูกจับทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ สุริวงศ์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า ตำรวจมีมีหลักฐานชัดเจนพร้อมดำเนินคดีนายประมุขตามกฎหมายได้ หลังจากนี้จะเดินหน้าขยายผลผู้ต้องหาเพิ่มเติม ส่วนนายประมุขได้นำส่ง รพ.ศิครินทร์ เพื่อตรวจร่างกายว่ามีอาการบาดเจ็บส่วนไหนบ้าง สำหรับการออกหมายจับเพิ่ม จากวงจรปิดคลิปช่วงเกิดเหตุมีผู้เกี่ยวข้องทำร้ายกันจำนวน 80-100 คน เจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบชื่อ-นามสกุลจริงแล้ว 50 คน หลังจากนี้ทางตำรวจจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาตำรวจได้คุมตัวนายประมุขกลับจาก รพ.ควบคุมไว้ในห้องขัง โดยนายประมุขมีสภาพอิดโรยและยังเดินกะเผลก ไม่ยอมตอบคำถามผู้สื่อข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวแจ้งว่า ภายใน 1-2 วัน ตำรวจจะสามารถออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาชุดที่ 3 ได้ ในส่วนของการหาพยานหลักฐาน ตำรวจพบปืนขนาด 11 มม. จำนวน 1 กระบอก แต่ปืนพกขนาด 9 มม.ยังหาไม่พบ ทั้งนี้ ผู้ถูกยิงเสียชีวิต กระสุนทะลุร่างจึงไม่ทราบว่าถูกยิงด้วยกระสุนขนาดใด ต้องเทียบผลตรวจจากการวิเคราะห์ของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการสอบสวนนายประมุข เบื้องต้นให้การปฏิเสธทุกข้อหา และแสดงความประสงค์จะขอแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่รุมทำร้ายร่างกาย ซึ่งตำรวจได้ตรวจสอบภาพจากคลิปแล้ว พบมีผู้เข้าข่ายกระทำความผิดอย่างน้อย 8 คน และพร้อมรับแจ้งความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์มาโดยตลอด แต่เหตุที่เกิดขึ้นนี้มองว่ามาจากเรื่องส่วนตัวมากกว่า และมีพรรคพวกมาร่วมจึงเกิดการชุลมุน ในส่วนของตำรวจ ได้สั่งการให้ติดตามจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุให้ได้ ซึ่งขณะนี้จับกุมได้หลายรายแล้ว ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่ามีการส่งส่วยให้บุคคลมีสี หรือผู้มีอิทธิพลนั้น จะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนใครมีอิทธิพลก็อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังอยู่แล้ว ที่ผ่านมาสงบมาตลอดเพราะมีการปฏิรูป จัดระเบียบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางจันทิรา บุรุษพัฒน์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า กรมมีแนวคิดที่จะทำระบบให้ประชาชนเข้ามาเป็นส่วนร่วมตรวจสอบผู้ประกอบอาชีพจักรยานยนต์รับจ้าง โดยทำระบบคิวอาร์โค้ด ติดเสื้อวิน เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถสแกนตรวจสอบ และทราบข้อมูลว่าผู้ขับรถกับหมายเลขเสื้อที่รับอนุญาตตรงตามที่ภาครัฐจัดระเบียบ หากพบว่าข้อมูลไม่ตรงกัน ผู้ใช้บริการสามารถร้องเรียนมาที่หมายเลขสายด่วน 1584 ให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบได้ โดยระบบคิวอาร์โค้ดนี้อาจมีความเป็นไปได้ที่จะขยายผลไปใช้ในระบบรถแท็กซี่สาธารณะติดตั้งภายในรถด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39057</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทิรา บุรุษพัฒน์, ประมุข วิเชียรดิลกกุล, พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ สุริวงศ์, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, วันชัย มงคลเข็ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0b88dfac8fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
