<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2021 10:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 10:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตฯยกระดับผ้าทอไทยรุกเจาะคนรุ่นใหม่ตอบโจทย์เทรนด์แฟชั่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค. 2564 นางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ผ้าทอของไทยถือได้ว่า มีความ โดดเด่น ประณีต สามารถสะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และมรดกทางภูมิปัญญา&amp;#39;โดยในปี 2563 ไทยมีตัวเลขการส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม มีมูลค่า 5,748.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 178,121.8 ล้านบาท โดยตลาดส่งออกหลักของไทย คือ กลุ่มประเทศอาเซียน และสหรัฐอเมริกา และคาดการณ์ว่าหากผลิตภัณฑ์สิ่งทอไทยได้รับการพัฒนา ต่อยอดจนสามารถตอบโจทย์ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ ก็จะยิ่งเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันการสร้างรายได้มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กระทรวงฯ จึงได้ต่อยอดโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอด้วยการออกแบบเชิงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม สู่อีสานแฟชั่น เพื่อเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ผ้าทอไทย สู่ภาคอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก ภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;มัดทอใจ&amp;rdquo; โดยการดำเนินงานในปี 2564 จะมีความเข้มข้นมากขึ้น เนื่องจากมีรูปแบบการทำงานที่มุ่งหวังประสิทธิผลในการเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการ และเน้นให้ผลิตภัณฑ์สามารถใช้งานได้จริง โดยได้วางพื้นที่เป้าหมายไว้ใน 4 จังหวัดที่มีความโดดเด่นด้านผ้าทออีสาน ได้แก่ ขอนแก่น นครราชสีมา สุรินทร์ และสกลนคร ด้วยการบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการ ผ่าน 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมการพัฒนาและยกระดับผู้ประกอบการทางธุรกิจและนักออกแบบรุ่นใหม่ &amp;nbsp;ในกลุ่มสินค้าผ้าทอและแฟชั่น ให้ได้รับการพัฒนาเชิงลึก มีขีดความสามารถในการแข่งขัน จำนวน 280 คน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเชื่อมโยงการออกแบบ โดยใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรม ผสานเทคโนโลยี เพื่อแปรรูปผลิตภัณฑ์ผ้าไหมแบบใหม่ในกลุ่มตลาดใหม่ได้ ตั้งเป้าหมายจำนวน 40 ผลิตภัณฑ์ ด้วยการออกแบบลวดลายผ้าไหมแบบใหม่เชิงสร้างสรรค์บนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และการแปรรูปตัดเย็บเสื้อผ้าที่ทันสมัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวรวรรณ กล่าวทิ้งท้ายว่า การดำเนินการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สิ่งทอสู่อีสานแฟชั่น ในโครงการดังกล่าว กระทรวงอุตสาหกรรมเชื่อมั่นว่า จะช่วยเพิ่มมูลค่าของสินค้าสิ่งทอ เครื่องแต่งกาย เพิ่มสูงขึ้น 50% ด้วยการผสานเทคโนโลยีและการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ ตัวอย่างเช่น การจำหน่ายลวดลายผ้าไหมมัดหมี่แบบดั้งเดิม ราคา 1,500 &amp;ndash; 2,000 บาทต่อเมตร แต่เมื่อผ้าไหมมัดหมี่ที่มีการผ่านการพัฒนาและเพิ่มเติมคุณสมบัติพิเศษ จะสามารถจำหน่ายได้ในราคาถึง 3,000 &amp;ndash; 3,500 บาทต่อเมตร อีกทั้งยังคาดการณ์เป้าหมายจากยอดจำหน่ายจากร้านค้าและผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;12.80% หรือคิดเป็น 10.85 ล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97230</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับกลุ่มคนรุ่นใหม่, ผ้าทออีสาน, ผ้าทอไทย, วรวรรณ ชิตอรุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210325/image_big_605c09f9686bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
