<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่ลงทะเบียนคนละครึ่ง หวั่นเชื่อมั่นอีก3เดือนหด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คลัง&amp;quot; มองม็อบระอุไม่มีผลกระทบโครงการคนละครึ่ง เหตุคนยังต้องจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน ฟุ้ง 3 วันคนแห่ลงทะเบียนแล้ว 5.8 ล้านคน &amp;quot;ส.อ.ท.&amp;quot; เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ก.ย.ปรับขึ้นอยู่ที่ระดับ 85.2 ยังหวั่นโควิด-19 ระลอกสองทำความเชื่อมั่นอีก 3 เดือนหด เสนอรัฐเปิดเวทีสภาสมัยวิสามัญถกกลุ่มผู้ชุมนุมหาทางออกด้านการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ยอดลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ล่าสุดวันที่ 19 ต.ค.63 มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 5.8 ล้านคน จากจำนวนสิทธิ์ทั้งหมด 10 ล้านคน ขณะที่ร้านค้าลงทะเบียนแล้ว 2.9 แสนร้านค้า ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นร้านค้า รถเข็น&amp;nbsp; หาบเร่ แผงลอย จำนวน 4.9 หมื่นร้านค้า และเป็นร้านค้าที่มีหน้าร้าน 1.7 แสนร้านค้า ทำให้เห็นว่าประชาชนให้ความสนใจโครงการนี้เป็นอย่างมากหลังเปิดให้ลงทะเบียนเพียง 3 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นในพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ และทั่วประเทศในขณะนี้ เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อคนลงทะเบียนและการใช้สิทธิ์ซื้อสินค้าจากร้านต่างๆ เพราะเชื่อว่าคนยังจำเป็นต้องจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันอยู่ แม้จะมีการชุมนุมก็ไม่น่าจะลำบากอะไรในการไปใช้สิทธิ์ในโครงการ มั่นใจว่าไม่กระทบการจับจ่ายใช้สอยแน่นอน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;แม้ว่าจะมีการตั้งข้อสังเกตว่ามีคนลงทะเบียนในมาตรการคนละครึ่งเริ่มช้าลง ไม่ได้มากเหมือนวันแรก เพราะมาตรการไม่มีความจูงใจ คลังก็ขอเวลาก่อนเพราะเพิ่งเปิดให้ลงทะเบียนได้ 3 วัน และยอดล่าสุดขณะนี้ก็เกือบ 6 ล้านคนแล้ว ก็ขอรอดูสักระยะหนึ่งว่าคนต้องการอะไร ติดขัดเรื่องนี้จึงยังไม่มีการพิจารณาปรับเงื่อนไขให้สิทธิ์ต่างๆ ในตอนนี้ ในหลักการคนที่ลงทะเบียนคนละครึ่งจะไม่ได้สิทธิ์ช้อปดีมีคืน ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง&amp;quot; นายกฤษฎากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจะมีการลงทะเบียนครบ 10 ล้านคนตามเป้าหมายหรือไม่ นายกฤษฎากล่าวว่า กระทรวงการคลังเชื่อว่าคนลงทะเบียนยิ่งน้อยยิ่งดี สะท้อนว่าเศรษฐกิจดี คนยังมีเงินจับจ่ายใช้สอย โดยไม่ต้องพึ่งพามาตรการรัฐบาล คนใช้น้อยก็แปลว่าไม่ต้องการความช่วยเหลือจากรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนกันยายน 2563 ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 85.2 จากเดือนสิงหาคมอยู่ที่ระดับ&amp;nbsp; 84 เป็นผลมาจากมาตรการของภาครัฐที่ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ การคลายล็อกดาวน์ทำให้กิจกรรมธุรกิจดำเนินไปได้ ภาคการส่งออกและการขนส่งระหว่างประเทศมีสัญญาณดีขึ้น การควบคุมโควิด-19 ทำได้ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยลบจากการปิดด่านชายแดนที่ติดกับเมียนมา จึงส่งผลกระทบต่อการส่งออกและปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างด้าว ดังนั้นคาดการณ์ว่าในอีก 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 93.3 จาก 94.5 ในเดือนสิงหาคม เพราะกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโควิด-19 รอบสองทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านจึงต้องมีการล็อกดาวน์อีกครั้ง การสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้ในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพคล่องของธุรกิจและกำลังซื้อในประเทศ รวมถึงปัญหาการเมืองในประเทศ ราคาน้ำมัน อัตราดอกเบี้ย เงินกู้มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดัชนีฯ ที่ลดลงเพราะความช่วยเหลือภาครัฐจะหมดลง แต่รัฐก็มีมาตรการอื่นๆ มาเติม เช่น โครงการคนละครึ่ง เที่ยวด้วยกัน ส่วนการชุมนุมทางการเมือง 3-4 วันที่ผ่านมาก็กังวลเพราะมันกระจายหลายจุด ทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ปัญหาว่าจะทำยังไง ควรเปิดสภาสมัยวิสามัญให้เขาได้มีเวทีออกมาชี้แจง อย่างการแก้รัฐธรรมนูญอันไหนเห็นร่วมกันก็แก้ไปก่อน แต่ที่ห่วงตอนนี้คือมือที่สาม&amp;quot; นายสุพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอต่อภาครัฐคือ เอกชนต้องการให้เร่งเบิกจ่ายงบประมาณผ่านโครงการลงทุนภาครัฐทั้งในและภูมิภาค ออกมาตรการเพิ่มเติมช่วย SMEs หลังใกล้สิ้นสุดมาตรการเดิม และรัฐต้องจัดซื้อจัดจ้างสินค้าที่ผลิตในประเทศ และจะเห็นได้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นรายใหญ่นั้นกลับลดลง เพราะกังวลการระบาดโควิด-19 รอบสอง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปิโตรเคมี แอร์ โรงกลั่นน้ำมัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันที่ 19 ต.ค.63 บรรยากาศการซื้อวันนี้นักลงทุนยังคงเทขายหุ้นออกมาตลอดทั้งวัน เนื่องจากมีความกังวลต่อการชุมนุมการเมืองที่มีขึ้นต่อเนื่อง และกระจายไปยังที่ต่างๆ ในหลายพื้นที่เกือบทั่วประเทศ ประกอบกับใกล้จะทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/63 ซึ่งยังมีทิศทางที่ดีมาก ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และการตั้งสำรองฯ ทำให้ภาพระยะสั้นกลุ่มแบงก์ยังไม่มีความน่าสนใจมากนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ตลาดภูมิภาคส่วนใหญ่กลับปรับตัวอยู่ในแดนบวก รับความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐอเมริกา และตัวเลขเศรษฐกิจของจีนที่ออกมาอยู่ในทิศทางที่ดี ส่งผลปิดตลาดวันนี้ที่ระดับ 1,208.75 จุด ลดลง 24.93 จุด มูลค่าการซื้อขาย 54,008.12 ล้านบาท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81182</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน, ดัชนีความเชื่อมั่น, ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดเวทีสภาสมัยวิสามัญ, โครงการคนละครึ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201019/image_big_5f8dafbece99f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
