<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 00:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 00:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานาธิบดียูเครนช่วยยุติเหตุการณ์จับตัวประกันบนรถบัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขพิลึกพิลั่นของคนร้ายที่จับคนบนรถบัส 13 รายเป็นตัวประกันนาน 12 ชั่วโมง ด้วยการโพสต์วิดีโอกล่าวสนับสนุนสารคดีเพื่อสัตว์ ยุติสถานการณ์ลงได้โดยไม่เสียเลือดเนื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวประกันถูกปล่อยตัวลงจากรถบัส ขณะที่คนร้ายถูกจับกุม ยุติสถานการณ์ที่ยืดเยื้อ 12 ชั่วโมงลงได้เมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์คนร้ายใช้ปืนและระเบิดเป็นอาวุธ จี้รถบัสจับตัวประกัน 13 คนนานกว่า 12 ชั่วโมงที่เมืองลัตสก์ทางตะวันตกของยูเครน ห่างจากกรุงเคียฟราว 400 กม. เมื่อวันอังคาร ยุติลงโดยไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ ตำรวจหน่วยเอสบียูของยูเครนเผยว่า ตัวประกันทั้งหมดปลอดภัย และสามารถจับกุมตัวคนร้ายชื่อมักซิม ครีวอช อายุ 44 ปี ที่เคยติดคุกมาแล้วราว 10 ปีในความผิดหลายกระทง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ครั้งนี้เริ่มคลี่คลายภายหลังคนร้ายได้โทรศัพท์คุยกับประธานาธิบดีเซเลนสกี ซึ่งยอมทำตามข้อเรียกร้องของเขา โดยโพสต์วิดีโอสั้นๆ ทางโซเชียลมีเดีย เชิญชวนให้ประชาชนชมหนังสารคดีเรื่อง &amp;quot;Earthlings&amp;quot; ปี 2548 บรรยายโดยวาคีน ฟินิกซ์ ดาราเจ้าของรางวัลออสการ์ ที่เล่าเรื่องความโหดร้ายที่มนุษย์กระทำต่อสัตว์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยงานความมั่นคงเอสบียูของยูเครนกล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการก่อการร้ายและการจับตัวประกัน โดยครีวอชอาจโดนลงโทษจำคุก 15 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเซเลนสกีกล่าวปกป้องการตัดสินใจของเขาที่ทำตามเงื่อนไขของคนร้ายว่า ผลที่ออกมาทุกคนรอดชีวิต เขาไม่ได้ต่อสู้เพื่อเรียกคะแนนสนับสนุน แต่กำลังต่อสู้เพื่อรักษาชีวิต หลังเหตุการณ์ยุติเซเลนสกีก็ลบวิดีโอสั้นๆ ที่เขาโพสต์ทิ้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72258</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับตัวประกัน, ยูเครน, โวโลดีมีร์ เซเลนสกี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200723/image_big_5f18737a7be64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2020 23:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2020 23:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูเครนระทึก ชายติดอาวุธจี้รถบัสจับ20คนเป็นตัวประกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุชายคนหนึ่งพร้อมวัตถุระเบิดจับผู้โดยสารรถบัส 20 คนเป็นตัวประกันที่เมืองลัตสก์ในภาคตะวันตกของยูเครนเมื่อวันอังคาร อ้างวางระเบิดควบคุมด้วยรีโมตซ่อนไว้ในเมือง ตำรวจพยายามเจรจาเกลี้ยกล่อม ยังไม่รู้มูลเหตุจูงใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเมืองลัตสก์ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเคียฟราว 400 กิโลเมตร ตำรวจได้ปิดกั้นใจกลางเมืองที่มีประชากรกว่า 200,000 คนและขอให้ประชาชนอย่าออกนอกบ้านหรือสถานที่ทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันตอน เกราชเชนโก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกกับเอเอฟพีว่า คนร้ายยิงปืนใส่โดรนของตำรวจลำหนึ่งที่บินสอดแนมเหนือรถบัส และโยนห่อวัตถุระเบิดลงบนถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของตำรวจเผยก่อนหน้านั้นว่า คนร้ายปาระเบิดมือออกมาจากรถบัส แต่โชคดีที่ระเบิดไม่ทำงาน ตำรวจเผยด้วยว่า หน่วยความมั่นคงเอสบียู ซึ่งเป็นหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายและต่อต้านข่าวกรอง ถูกส่งมายังที่เกิดเหตุแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิดีโอและภาพถ่ายที่เผยแพร่โดยสื่อท้องถิ่นเผยให้เห็นตำรวจติดอาวุธหลายนายล้อมรถบัสสีขาว-ฟ้าคันนี้ ซึ่งกระจกหน้าต่างแตกหลายบานและถูกปิดม่านไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานอัยการกล่าวว่า คนร้ายอ้างว่าได้ซุกซ่อนระเบิดอีกลูกหนึ่งไว้ในสถานที่สาธารณะภายในเมือง ซึ่งสามารถจุดชนวนด้วยรีโมตคอนโทรล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกราชเชนโกเผยด้วยว่า ช่วงแรกที่ติดต่อกับตำรวจ คนร้ายรายนี้ระบุว่าเขาชื่อมักซิม โพลคอย ซึ่งเป็นนามแฝงที่แปลได้ว่า &amp;quot;มักซัมเลว&amp;quot; แต่ชื่อจริงของเขาคือ มักซิม ครีวอช อายุ 44 ปี เขาเคยติดคุก 10 ปีจากความผิดหลายกระทง รวมถึงฉ้อโกงและจัดการอาวุธอย่างผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กำลังพยายามใช้วิธีเจรจาต่อรองกับเขา แต่สถานการณ์ยังตึงเครียด เขาไม่ยอมให้ส่งอาหารและน้ำให้ตัวประกัน และไม่ยอมให้เข้าห้องน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทวิตเตอร์ได้ลบบัญชีที่โพสต์โดยโพลคอย ที่อ้างว่าเขามีอาวุธและระเบิด ในทวีตนั้นเขากล่าวถึงตนเองว่าเป็นพวกต่อต้านระบบ และตั้งข้อเรียกร้องต่อทางการ โดยกระทรวงมหาดไทยเชื่อว่าบัญชีนี้เป็นของคนร้ายจริงๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72152</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับตัวประกัน, จี้รถบัส, ยูเครน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f1712bb430e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2020 20:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2020 20:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบด้วยดี ยามปินส์ถูกเลิกจ้าง บุกห้างยิงคนเจ็บก่อนจับตัวประกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฟิลิปปินส์ระทึก อดีตยามโกรธแค้นโดนเลิกจ้าง ใช้ปืนบุกยิงยามของห้างในกรุงมะนิลาบาดเจ็บ แล้วจับตัวประกันไว้ภายในห้าง 30 คน ตำรวจเจรจาเกลี้ยกล่อมอยู่นาน หัวหน้าแถลงขอโทษลูกน้องเก่า พร้อมประกาศลาออก สุดท้ายเหตุการณ์จบลงได้โดยไม่นองเลือด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยสวาทเตรียมบุกเข้าไปภายในศูนย์การค้าชานกรุงมะนิลา ขณะเกิดเหตุจับตัวประกันเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกิดเหตุระทึกขวัญในเมืองหลวงของฟิลิปปินส์เมื่อวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม เมื่อคนร้ายใช้อาวุธปืนพกบุกเข้าไปในศูนย์การค้า วี-มอลล์ ซึ่งอยู่ในเขตซานฮวนซิตีของกรุงมะนิลา แล้วยิงเหยื่อคนหนึ่ง ก่อนที่จะบุกเข้าไปจับผู้คนภายในไว้เป็นตัวประกันอยู่ในสำนักงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเกิดเหตุภายในห้างมีผู้มาใช้บริการเนืองแน่น ศูนย์การค้าแห่งนี้มีความสูง 4 ชั้นและมีร้านค้ามากกว่า 100 ร้าน ตำรวจได้ส่งหน่วยสวาทพร้อมอาวุธปืนไรเฟิลจู่โจมเข้าไปปิดล้อมที่เกิดเหตุ และอพยพผู้คนภายใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เห็นเหตุการณ์ชื่อจอห์น พอล บัวนาวิสตา บอกกับเอเอฟพีว่า เขาเห็นคนบาดเจ็บคนหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นยามของศูนย์การค้า ถูกเคลื่อนย้ายด้วยวีลแชร์ออกไป พวกเขาได้ยินเสียงปืนดัง 3 นัด และผู้คนพากันวิ่งหนีโดยบอกว่ามีคนยิงปืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟรานซิส ซาโมรา นายกเทศมนตรีซานฮวนซิตี กล่าวว่า คนร้ายมีปืนพก 1 กระบอก และร้องตะโกนว่ามีระเบิดมือด้วย แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีระเบิดจริงหรือไม่ เขาขังตัวเองในสำนักงานพร้อมกับตัวประกันที่คาดว่ามีประมาณ 30 คน ส่วนยามที่โดนยิงได้รับบาดเจ็บถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลและขณะนี้อาการทรงตัวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะทำเต็มที่ที่สุดเพื่อให้เรื่องลงนี้ลงเอยอย่างสันติ&amp;quot; ซาโมรากล่าวกับผู้สื่อข่าว โดยบอกว่าคนร้ายไม่พอใจที่ถูกไล่ออกจากงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงช่วงค่ำ เจ้าหน้าที่พยายามเกลี้ยกล่อมให้เขามอบตัว โดยเจรจาผ่านวิทยุสื่อสารนานหลายชั่วโมง&amp;nbsp; และได้จัดแถลงข่าวโดยเจ้าหน้าที่ของบริษัทนายจ้างมาแถลงด้วย หัวหน้าของยามคนนี้กล่าวว่า เขาเสียใจอย่างยิ่งต่อความบกพร่องของตนเอง และประกาศลาออกจากตำแหน่ง เพื่อเป็นทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นไม่นานคนร้ายก็ยอมมอบตัวโดยดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า อดีตยามคนนี้ได้รับอนุญาตให้พูดกับนักข่าวสั้นๆ ก่อนที่ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือจะเข้าจับกุมเขา โดยเขาระบายกับสื่อว่าโดนนายจ้างรังแก ส่วนตัวประกันก็ได้รับอิสรภาพแต่ตำรวจไม่เปิดเผยว่ามีตัวประกันถูกจับตัวไว้กี่คน และมีใครได้รับบาดเจ็บหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรุงมะนิลาเคยเกิดเหตุจับตัวประกันเป็นข่าวครึกโครมเมื่อปี 2553 คนร้ายเป็นอดีตตำรวจใช้ปืนเอ็ม-16 จี้รถบัสนำเที่ยว เหตุการณ์จบลงเมื่อเขาเริ่มฆ่าตัวประกัน หน่วยคอมมานโดจึงจู่โจม แต่ทำให้ตัวประกันที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงเสียชีวิตด้วย 8 คน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58680</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับตัวประกัน, ยามโดนเลิกจ้าง, วี-มอลล์, ห้างฟิลิปปินส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200302/image_big_5e5d0dcde59dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 21:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 21:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บราซิลวิสามัญฯ มือปืนจี้รถบัสจับตัวประกันหลายสิบคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มือปืนจี้รถบัสโดยสารจับคนบนรถหลายสิบชีวิตเป็นตัวประกันนานเกือบ 4 ชั่วโมงเมื่อเช้าวันอังคาร ขณะรถคันนี้วิ่งอยู่บนสะพานเชื่อมระหว่างนครรีโอเดจาเนโรกับเมืองนีเตรอยของบราซิล สุดท้ายคนร้ายโดนพลแม่นปืนยิงตายคาที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถบัสโดยสารที่คนร้ายจี้จับตัวประกัน 31 คน บนสะพานเชื่อมระหว่างนครรีโอเดจาเนโรกับเมืองนีเตรอยของบราซิล กำลังถูกเคลื่อนย้ายภายหลังคนร้ายโดนวิสามัญฆาตกรรม เมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า คนร้ายรายนี้ขึ้นรถโดยสารประจำทางที่กำลังมุ่งหน้าเข้านครรีโอเดจาเนโรเมื่อเวลาประมาณ 05.30 น.ของวันอังคารที่ 20 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น แล้วจากนั้นก็เริ่มข่มขู่ผู้โดยสาร โดยสื่อท้องถิ่นของบราซิบรายงานว่า ขณะนั้นมีคนบนรถบัสประมาณ 31 คน และคนร้ายมีทั้งอาวุธปืน, ปืนชอร์ตไฟฟ้าและน้ำมันเบนซิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพเหตุการณ์ที่ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์เผยให้เห็นว่า คนร้ายปล่อยตัวประกัน ชาย 2 คน หญิง 4 คนออกมา โดยมีรถพยาบาลหลายคันจอดรอ&amp;nbsp; ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือ พร้อมด้วยทหารและพลแม่นปืนหลายคนล้อมรถไว้ระหว่างที่ตำรวจพยายามเกลี้ยกล่อมคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเหตุการณ์ผ่านพ้นไปราว 4 ชั่วโมง สารวัตรทหารของบราซิลก็เปิดเผยว่า คนร้ายโดนพลแม่นปืนวิสามัญฆาตกรรมเสียชีวิตคาที่ ตัวประกันทุกคนปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเบื้องต้นยังไม่เปิดเผยว่าคนร้ายรายนี้เป็นใคร หรือมีแรงจูงใจใด รายงานข่าวของจี 1 นิวส์เผยว่า มือปืนเป็นชายผิวขาวสวมเสื้อยืดสีขาวและกางเกงขายาวสีเข้ม ตอนหนึ่งเขาโผล่ศีรษะออกนอกรถเผยให้เห็นใบหน้าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครรีโอเดจาเนโรของบราซิลเคยเกิดเหตุจี้รถบัสโดยสารสาย 174 จับตัวประกันเป็นข่าวครึกโครมเมื่อปี 2543 และถูกทำเป็นสารคดีระดับคว้ารางวัล คนร้ายโดนฆ่าตายและมีตัวประกันเสียชีวิต 1 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43903</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับตัวประกัน, จี้รถบัส, นีเตรอย, บราซิล, รีโอเดจาเนโร, วิสามัญฆาตกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5c0716062a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2018 21:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2018 21:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มือปืนจำนน เหยื่อดับ 1 สังเวยจับตัวประกันที่ซูเปอร์มาร์เก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุมือปืนสาดกระสุนตอบโต้กับตำรวจลองแองเจลีสแล้วบุกเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตจับลูกค้าและลูกจ้างราว 40 คนไว้เป็นตัวประกันเมื่อวันเสาร์ ตำรวจล้อมจับ 3 ชั่วโมง สุดท้ายเกลี้ยกล่อมจนยอมมอบตัว พบมีเหยื่อโดนยิงเสียชีวิต 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจลอสแองเจลีสปิดล้อมซูเปอร์มาร์เก็ตขณะเกิดเหตุคนร้ายจับผู้คนจำนวนหนึ่งไว้เป็นตัวประกัน เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีและบีบีซีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม 2561 อ้างคำแถลงของตำรวจนครลอสแองเจลีสของสหรัฐ (แอลเอพีดี) ภายหลังเหตุการณ์ยุติลงว่า เหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาตามเวลาสหรัฐนั้นเริ่มต้นในสถานที่แห่งอื่น ก่อนที่มือปืนรายนี้จะมาจับตัวประกันที่ซูเปอร์มาร์เก็ต &amp;quot;เทรดเดอร์โจส์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ่าแบร์รี มอนต์โกเมอรี กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้ก่อเหตุรายนี้มีเรื่องทะเลาะวิวาทภายในครอบครัว&amp;nbsp; เขายิงยายของตัวเองและผู้หญิงอีกคนหนึ่ง จากนั้นขับรถของยายหนีมาพร้อมกับหญิงเหยื่อกระสุนรายนี้&amp;nbsp; จนมาถึงซูเปอร์มาร์เก็ตในย่านซิลเวอร์เลกแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจกล่าวว่ายายของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนผู้หญิงบาดเจ็บ ตำรวจพบเธออยู่ในรถที่คนร้ายขับชนเสาด้านนอกซูเปอร์มาร์เก็ตจึงพาเธอส่งโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไมเคิล มัวร์ ผู้บังคับการตำรวจลอสแองเจลีส กล่าวว่า ขณะที่ตำรวจไล่กวดผู้ต้องสงสัยรายนี้ได้ยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่หลายนัด ก่อนที่จะมายิงต่อสู้กันอีกรอบที่ด้านนอกซูเปอร์มาร์เก็ตที่เขาบุกเข้าไปจับลูกค้าและพนักงานราว 40 คนเป็นตัวประกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเหตุการณ์ยุติตำรวจพบหญิงสาวรายหนึ่งถูกยิง แม้ตำรวจจะพยายามช่วยชีวิตแต่เธอก็สิ้นใจในที่เกิดเหตุ มีรายงานข่าวสับสนเกี่ยวกับเหยื่อรายนี้ว่าเธอโดนมือปืนยิง หรือโดนลูกหลงจากกระสุนของตำรวจ สื่อสหรัฐรายงานว่าเธอชื่อ เมลีดา โคราโด เป็นพนักงานของซูเปอร์มาร์เก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจคุ้มครองกลุ่มคนออกมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตระหว่างเกิดเหตุ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างเกิดเหตุผู้คนภายในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายรายสามารถหนีออกมาได้ บางคนกระโดดออกทางหน้าต่าง แต่คนร้ายก็ยอมปล่อยตัวประกันออกมาหลายราย และบางส่วนตำรวจสามารถช่วยออกมาได้ ภาพข่าวทีวีถ่ายจากเฮลิคอปเตอร์เห็นตำรวจอุ้มเด็ก 2 คนออกมาอย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปิดล้อมและเจรจาเกลี้ยกล่อมใช้เวลานานราว 3 ชั่วโมงกระทั่งเหตุการณ์ยุติลง ตำรวจเผยว่า คนร้ายยอมมอบตัวและใช้กุญแจมือล็อกตัวเองเดินออกมา เขาได้รับบาดเจ็บที่แขนข้างหนึ่งด้วย ตามรายงานระบุว่าเขาเป็นชายแอฟริกันอเมริกัน อายุ 28 ปี. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13896</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับตัวประกัน, บุกซูเปอร์มาร์เก็ต, สหรัฐ, เทรดเดอร์โจส์, แอลเอพีดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180722/image_big_5b5497637b7cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5659</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2018 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2018 21:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนวร่วมไอเอสโจมตีฝรั่งเศส ยิงเหยื่อ จับตัวประกันที่ซูเปอร์มาร์เก็ต สังเวย 3 ศพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฝรั่งเศสเผชิญการก่อการร้ายอีกครั้ง มือปืนลุยเดี่ยวประกาศตัวเป็นแนวร่วมไอเอสบุกกราดยิงจับตัวประกันในซูเปอร์มาร์เก็ต &amp;quot;ซูเปอร์ ยู&amp;quot; ที่เมืองเทร็บส์ ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสเมื่อวันศุกร์ แต่สุดท้ายก็โดนวิสามัญ พบมีเหยื่อสังเวยอย่างน้อย 3 คนจากการ 3 เหตุการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจวางกำลังรักษาการณ์ซูเปอร์มาร์เก็ตที่เกิดเหตุจับตัวประกันที่เมืองเทร็บส์ เมื่อวันศุกร์ เครดิตภาพ LA VIE A TREBES / REUTERS &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2561 กล่าวว่า&amp;nbsp;มือปืนซึ่งประกาศตัวว่าเป็นแนวร่วมกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) รายนี้บุกเข้าไปเปิดฉากยิงและจับตัวประกันในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้ไว้หลายราย แหล่งข่าวด้านความมั่นคงเผยเอเอฟพีด้วยว่า มีคนถูกฆ่าตายแล้วอย่างน้อย 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านั้น เกิดเหตุตำรวจนายหนึ่งโดนยิงได้รับบาดเจ็บที่เมืองการ์กาซอน เมื่อ 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น จุดเกิดเหตุนี้ห่างจากซูเปอร์มาร์เก็ตชั่วเวลาขับรถ 15 นาที ตำรวจพบรถยนต์ของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุยิงตำรวจ จอดอยู่ที่ลานจอดของซูเปอร์มาร์เก็ตนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า ชายคนนี้เข้าไปภายในซูเปอร์มาร์เก็ตเมื่อเวลาประมาณ 11.15 น. จากนั้นก็ได้ยินเสียงปืน เขายังบอกเล่าคำกล่าวของผู้ที่เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งด้วยว่า มือปืนร้องตะโกนสรรเสริญอัลลอฮ์ ก่อนจะก่อเหตุ ล่าสุดตำรวจระบุว่า มือปืนรายนี้เป็นชายชาวโมร็อกโกที่ถูกหน่วยข่าวกรองจับตาว่ามีแนวคิดหัวรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานบีบีซีอ้างคำกล่าวของนายกเทศมนตรีเอริก เมนาสซี ที่บอกกับ BFM TV ว่ามือปืนอยู่ภายในเพียงลำพังกับตำรวจอีกนาย โดยตัวประกันได้รับการปล่อยตัวออกมาหมดแล้ว เอเอฟพีกล่าวว่า ตำรวจนายนี้ถูกจับไว้เป็นตัวประกัน แต่คนอื่นๆ ได้รับการปล่อยตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานกล่าวด้วยว่า มือปืนรายนี้มีอาวุธหนักและร้องขอให้ทางการฝรั่งเศสปล่อยตัวซาลาห์ อับเดสลาม ผู้ต้องสงสัยร่วมก่อเหตุโจมตีกรุงปารีสเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางการท้องถิ่นทวีตแจ้งประชาชนว่า พื้นที่โดยรอบซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นเขตห้ามเข้า และสำนักงานอัยการกล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังรับมือกับสถานการณ์นี้ในฐานะเหตุการณ์ก่อการร้าย นายกรัฐมนตรีเอดัวร์ ฟีลิป กล่าวว่าเหตุการณ์นี้ &amp;quot;ร้ายแรง&amp;quot;
&amp;nbsp;
เอเอฟพียังอ้างแหล่งข่าวความมั่นคงหลายรายว่า มือปืนรายนี้ได้สังหารเหยื่อก่อนหน้านั้นแล้ว 1 คน ระหว่างการจี้ชิงรถยนต์ที่การ์กาซอนเมื่อช่วงเช้า โดยเขายิงศีรษะผู้โดยสารในรถยนต์คันนี้เสียชีวิต ส่วนคนขับได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเขาสาดกระสุนใส่กลุ่มตำรวจ ทำให้ตำรวจบาดเจ็บอีก 1 นาย ก่อนที่จะขับรถมาที่เมืองเทร็บส์ จับตัวประกันสังหารเหยื่อ 2 คน และทำให้บาดเจ็บอีก 1 คน สุดท้ายมือปืนรายนี้โดนตำรวจวิสามัญฆาตกรรมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การโจมตีครั้งนี้เกิดในช่วงยามที่ฝรั่งเศสยังอยู่ในภาวะเฝ้าระวังขั้นสูง ภายหลังกลุ่มมือปืนญิฮาดโจมตีฝรั่งเศสหลายครั้งนับตั้งแต่ปี 2558 ที่เริ่มต้นด้วยการฆ่าหมู่ที่สำนักพิมพ์ของนิตยสารเสียดสี ชาร์ลีเอบโด ที่ล้อเลียนศาสดาของศาสนาอิสลาม เมื่อเดือนมกราคม มีคนถูกฆ่า 12 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการโจมตีกรุงปารีสในเดือนพฤศจิกายน 2558 กลุ่มมือปืนไอเอสวางระเบิดและกราดยิงที่บาร์, ร้านอาหาร, สนามกีฬา และโรงจัดคอนเสิร์ต สังหารผู้คนถึง 130 ชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 เกิดเหตุโจมตีครั้งใหญ่โดยแนวร่วมของไอเอสอีกครั้ง เมื่อคนร้ายขับรถบรรทุกไล่บดขยี้ผู้คนที่มาฉลองวันชาติฝรั่งเศสที่เมืองนีซ มีคนถูกฆ่าตาย 84 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5659</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับตัวประกัน, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ฝรั่งเศส, รัฐอิสลาม, เทร็บส์, ไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab50b0023b6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
