<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความหนัก-เบาผ่านการจับมือ สัญญาณเตือนไขมันพอกตับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวร้ายสำหรับใครที่กำลังจับมือทักทายแบบหลวมๆและไม่มีแรงอยู่นั้น นั่นอาจทำให้คุณเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ค่อนข้างสูง จากโรคไขมันพอกตับ กระทั่งกลายเป็นมะเร็งตับ โดยที่คุณไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ด้วยซ้ำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวระบุว่า ระบบ GPS ตรวจติดตามโรค กำลังตรวจพบว่า โรคตับที่ซ่อนอยู่ในตัวผู้ป่วยจะติดต่อไปยังผู้อื่นที่สัมผัสมือคนไข้ได้หรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงที่มีโรคร้ายกำลังระบาด และก็มีคำเตือนเกี่ยวกับการเว้นระยะห่างทางสังคมอยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการวิจัยใหม่ล่าสุดได้ระบุว่า การจับมือเช็dแฮนด์กับแบบหลวมๆ หรือไม่มีแรงนั้น เป็นสัญญาณเตือนเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บล่วงหน้า ที่อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตก็เป็นได้ โดยเฉพาะโรคไขมันพอกตับ ที่ผู้ป่วยอาจไม่ได้ดื่มสุราเลยก็เป็นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในวัยผู้ใหญ่ของพลเมืองอังกฤษคิดเป็น 1 ใน 3 ป่วยเป็นโรคไขมันในตับ ซึ่งเกิดจากการรับประทานอาหารที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพและไม่ออกกำลังกาย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรค โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องดื่มสุราแต่อย่างใด ทั้งนี้ เมื่อผู้ป่วยเป็นโรคไขมันพอกตับ และทิ้งไว้นานเป็นเวลาหลายปีโดยที่ไม่ได้มีการเช็กปัญหาสุขภาพดังกล่าว นั่นจึงทำให้เกิดการอักเสบที่ตับอย่างรุนแรง และนำมาซึ่งแผลที่ตับ กระทั่งลุกลามกลายเป็นโรคมะเร็งตับในที่สุด &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โรคไขมันพอกตับนั้นถือว่าเป็นโรคที่มักจะตรวจจับได้ยาก เพราะไม่ค่อยมีสัญญาณเตือนแต่อย่างใด อีกทั้งผู้ที่ป่วยในระยะแรกก็มักจะไม่มีอาการของโรคปรากฏให้เห็นชัดเจน หรือผู้ป่วยบางรายที่อาจจะมีผลกระทบจากโรคไขมันพอกตับ ที่ไม่ทราบว่าตัวเองได้รับผลกระทบจากโรค เพราะไม่ได้ไปเช็กอาการป่วย สำหรับสุขภาพของตับที่ดีไม่ควรมีไขมันสะสมอยู่ และสิ่งที่ลืมไม่ได้นั้นคนที่มีร่างกายผอมนั้น ก็อาจจะมีไขมันสะสมอยู่ก็เป็นได้เช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่อยครั้งเมื่อเราไปพบแพทย์และมีการเจาะเลือดเพื่อหาโรคชนิดอื่นๆ เช่น การที่คุณมีอาการปวดทรมานที่มุมบนด้านขวาของกระเพาะอาหาร อีกทั้งรู้สึกเมื่อยล้า อีกทั้งเมื่ออาการป่วยเป็นมากขึ้น ก็มักจะเกินเยียวยา หรือไม่สามารถรักษาอาการป่วยดังกล่าว เพื่อให้อวัยวะสำคัญอย่างตับกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากผลการวิจัยล่าสุดได้ชี้ให้เห็นว่า ความมั่นคงของการจับมือเช็กแฮนด์ใครบางคน ถือได้ว่าเป็นข้อพิสูจน์ให้แพทย์รู้ว่า คนไข้กำลังป่วยเป็นโรคไขมันพอกตับในระยะแรก และการตรวจพบดังกล่าวนั้นจะทำให้การวินิจฉัยและรักษาโรคทำได้ดียิ่งขึ้น หรือทำให้การรักษาตับกลับเข้าสู่สภาพเดิมได้เช่นกัน ส่วนข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการวิจัยโรคดังกล่าวนั้น พบว่าผู้ที่ป่วยเป็นโรคไขมันพอกตับนั้น หากอยู่ในระยะเริ่มต้นของการป่วย คนไข้จะสูญเสียน้ำหนักไปประมาณ 10%&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโอ๊กแลนด์ในประเทศนิวซีแลนด์ ได้ทำการศึกษาวิจัยทั้งในผู้ชายและผู้หญิงเกือบ 4,000 คน ซึ่งมีอายุ 40 ปีขึ้นไป อีกทั้งได้มีการทดสอบความแข็งแรงในการจับมือของผู้เข้าร่วมการวิจัยด้วย โดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกกันว่าเครื่องวัดกระแสไฟฟ้า ซึ่งมีคันโยกเลื่อนและถูกดึงไปข้างหลัง ทั้งนี้ นักวิจัยจะให้ผู้ป่วยทดลองบีบอุปกรณ์เป็นเวลา 3 ครั้ง โดยใช้มือทั้ง 2 ข้าง เพื่อดูค่าเฉลี่ยของการบีบอุปกรณ์ทดสอบว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเกณฑ์การให้คะแนนตับ จะใช้ผลการวัดคะแนนจากผู้เชี่ยวชาญด้านตับจากทั่วโลก ในการที่นักวิจัยจะวินิจฉัยโรคไขมันพอกตับ โดยการคำนวณความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยโรคดังกล่าว ที่ประกอบด้วยน้ำหนักตัว ตลอดจนผลการอ่านค่าระดับอินซูลินและน้ำตาลในเลือด ทั้งนี้หากผู้เข้าร่วมการวิจัยมีคะแนนในการอ่านค่าผลอัลตราซาวด์จากข้อมูลดังกล่าวอยู่ในระดับที่สูง นักวิจัยก็จะพิจารณาดูว่าผู้เข้าร่วมวิจัยมีไขมันพอกในตับหรือไม่. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73211</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, จับมือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200802/image_big_5f26aa5f7c5db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2019 11:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2019 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039;โวยลั่น!ภาพจับมือ&#039;สุดารัตน์&#039;เป็นภาพเก่าไม่เกี่ยวกับการตั้งรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.62- นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ &amp;nbsp;รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า มีผู้ปรารถนาดีส่งข่าวที่กำลังเผยแพร่ในไลน์มาให้ดู ข้อความที่ปรากฏคือ &amp;ldquo;ด่วน เรื่องจริงไม่อิงนิยาย คุณหญิง สุดารัตน์ พบคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าปชป. ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล เราจะเห็นการเมืองเลิกสีเสื้อในอีกไม่นาน ปชป.จะทำการเมืองแบบใหม่แน่นอนครับ&amp;rdquo; เพื่อจะสื่อว่าได้พบกับพรรคเพื่อไทยเพื่อการจัดตั้งรัฐบาล โดยมีภาพประกอบส่งมาด้วย เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริงและภาพที่นำมาประกอบ ก็เป็นภาพเหตุการณ์ในงานวันเกิดหนังสือพิมพ์มติชน เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2562 ซึ่งได้มีการนำลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันที่ 10 ม.ค. 2562 ปรากฏให้เห็นชัดเจนอยู่แล้ว แม้จะคนละภาพแต่ก็มีตัวบุคคลเดียวกันและถ่ายในเหตุการณ์เดียวกัน อย่างไรก็ตาม ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งรัฐบาลนั้น พรรคยังไม่เคยได้มีการพิจารณาในเรื่องนี้และไม่ได้มีการมอบหมายให้ผู้ใดไปเจรจาทั้งสิ้น จึงขอความกรุณาทุกท่านได้โปรดเข้าใจตามนี้ครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32786</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์, จับมือ, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์, ตั้งรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181223/image_big_5c1f53b8753ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
