<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 17:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจสงขลา โชว์ผลงานจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ ยึดของกลางาบ้า 882,000 เม็ด ไอซ์ 5.625 กิโลกรัม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรสงขลา ภายใต้การอำนวยการโดย พล.ต.ท.รณศิลปั ภูสาระ ผบช.ภ.9&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ ผบก.ภ.จว.สงขลา,&amp;nbsp;พ.ต.อ.พิชัย กิระวานิช รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา, พ.ต.อ.ธนวัต เส้งสุย ผกก.สส.จว.สงขลา /หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติดจังหวัดสงขลา ,พ.ต.อ.พงศ์พสิษฐ์ ทองด้วง ผู้กำกับการ สภ.บางกล่ำ และจนท.ปปส.ภาค 9 ร่วมแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ 2 คดี รวมยาบ้า 882,000 เม็ด ไอซ์ 5.625 กิโลกรัม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 13 กันยายน ต่อเนื่องวันที่ 15 กันยายน 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ร่วมกันจับกุม นายสุรเดช หรือบ่าว ทองวงศ์ อายุ 31 ปี มีภูมิลำเนา อยู่ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตรวจยึดของกลางยาไอซ์ น้ำหนักรวม 5.625 กิโลกรัม / ยาบ้า จำนวน 282,000 เม็ด และของกลางอื่นๆ รวม 18 รายการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้ตรวจยึดรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า จำนวน 1 คัน โดยกล่าวหา &amp;quot;มียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ไอซ์,ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย&amp;quot; โดยซุกซ่อนไว้ใน บ้านเลขที่ 38 ซ.7 ถ.ราษฎร์ยินดี และ บริเวณหลังบ้านเลขที่ 40 ซ. 7 ถ.ราษฎร์ยินดี ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ถูกจับกุมให้การรับว่า ยาเสพติดของกลางทั้งหมดเป็นของตนเองจริง ซึ่งได้รับการว่าจ้างจาก นายอัครเดช หรือแม็ก นพรัตน์ ให้เก็บรักษาและนำไปส่งให้ลูกค้าตามคำสั่งของนายแม็ก ยอมรับว่า ทำในลักษณะนี้มาแล้วประมาณ 5 ครั้ง โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 30,000 -70,000 บาท แล้วแต่จำนวนยาที่รับมาแต่ละครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันนายอัครเดช หรือแม็ก นพรัตน์ หลบหนีหมายจับของศาลอาญา ที่ 349/2564 ลงวันที่ 4 มิ.ย. 2564 ข้อหา &amp;quot;ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายฯสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ,ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันพอกเงินฯ&amp;quot; หลังจากเสร็จสิ้นการขยายผล ได้นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.คอหงส์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา,เจ้าพนักงานตำรวจชุด ศอ.ปส.ภ.จว.ปทุมธานี และเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.ภาค.9 ร่วมกันจับกุม นายอนุชาติ&amp;nbsp; หรือบังชาติ รามแก้ว อายุ 48 ปี ที่อยู่ 20 7 ม.6 ต.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมของกลางยาบ้า รวมจำนวน 300 มัด หรือจำนวน 600,000 เม็ด และของกลางอื่นๆ รวม 4 รายการโดยกล่าวหา &amp;quot;มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์,ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย&amp;quot; โดยเข้าจับกุมได้ ณ บ้านเลขที่ 82 ม.2(บ้านท่าหาด) ต.บ้านหาร อ.บางกล่ำ จ.สงขลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ถูกจับกุม ยอมรับว่ายาเสพติดของกลางทั้งหมดเป็นของตนเองจริง ก่อนถูกจับกุม 3-4 วัน โดยมีชายไม่ทราบชื่อ ติดต่อผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ ว่าจ้างให้ตนเองรับพัสดุที่มียาบ้า ซึ่งส่งมากับบริษัทขนส่งเอกชน ไปเก็บซุกซ่อนไว้ และจะส่งหมายเลขโทรศัพท์ลูกค้ามาให้ตนเอง โดยตนเองได้ทำในลักษณะดังกล่าวนี้มาประมาณ 10 ครั้ง ได้ค่าจ้างคิดตามจำนวนลังกระดาษ ละ 2,000 บาท เสร็จสิ้นการขยายผล นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางกล่ำ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117183</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับยาเสพติด, ตำรวจสงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_614713b516497.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 18:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 18:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผาเมือง&#039; แถลงโชว์ผลงานยึดยาบ้ากว่า 25 ล้านเม็ด พบโรงงานผลิตในฝั่งเพื่อนบ้าน 12 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17​ ก.ย.64 - พล.ต.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เปิดเผยระหว่างแถลงผลปฏิบัติ​งานรอบปีที่​ กกล.ผาเมือง​ จ.เชียงใหม่​ ว่า จากภารกิจในการป้องกันสกัดกั้นการลักลอบค้ายาเสพติดตามแนวชายแดนของกองกำลังผาเมือง ที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่ติดกับชายแดนไทย &amp;ndash; เมียนมาร์​ และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กองกำลังผาเมืองได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด การลาดตระเวนพิสูจน์ทราบ&amp;nbsp; รวมทั้งการปิดล้อมตรวจค้น ตลอดจนการซุ่มโจมตีในพื้นที่ โดยในห้วงตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 ถึงปัจจุบัน ตรวจพบการกระทำผิด จำนวน 435 ครั้ง สามารถจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 533 คน กลุ่มขบวนการเสียชีวิต 5 คน ตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 25 ล้านเม็ด เฮโรอีน 67 กิโลกรัม และไอซ์ 669 กิโลกรัม ซึ่งชายแดนจังหวัดเชียงใหม่สามารถตรวจยึดยาบ้าและเฮโรอีนได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ชายแดนจังหวัดเชียงรายตรวจยึดยาไอซ์ได้มากที่สุด ในส่วนของการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 ถึงปัจจุบัน ตรวจพบการกระทำผิด 175 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหา 624 คน ผู้นำพา 56 คน นอกจากนี้ ยังได้นำกลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย - เมียนมา (TBC ฝ่ายไทย) ในการอำนวยความสะดวกผลักดันบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์​ กลับออกนอกราชอาณาจักร 2,559 คน และยังสามารถจับกุมคนไทยที่ลักลอบ เข้า - ออก ประเทศโดยผิดกฎหมายได้จำนวน 120 คน ขณะที่ปัจจุบันมีคดีของผู้นำพาฯ จำนวน 32 คดี คดีถึงที่สุด 18 คดี อยู่ระหว่างดำเนินการ 14 คดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมืองเผยว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้การปราบปรามยาเสพติดภายในประเทศเมียนมาลดลงและถูกจำกัด แต่กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด ยังคงมีความพยายามในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามายังประเทศไทยตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่สำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ในจังหวัดเชียงใหม่ คือ อำเภอเชียงดาว ฝาง และแม่อายในจังหวัดเชียงราย อำเภอแม่ฟ้าหลวง แม่สาย และเวียงแก่น เพราะมีแนวชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นแนวยาว และมีช่องทางธรรมชาติที่สามารถลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาได้ ปัจจุบันโรงงานผลิตยาบ้าในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน มีผู้ผลิตอยู่ประมาณ 12 โรงงานที่อาจมีการเคลื่อนย้ายไปตามจุดต่างๆ เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เชื่อว่ามีการผลิตยาเสพติดเพิ่มมากขึ้นเพราะกระบวนการผลิตทำได้ง่ายกว่าเดิม และความต้องการในประเทศไม่ได้ลดน้อยลง แต่จากการเข้มงวดกวดขันของเจ้าหน้าที่ทำให้การลักลอบนำเข้ามาในประเทศไทยทำได้ยากขึ้น จำนวนยาบ้าที่จับกุมได้จึงน้อยลง ซึ่งตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ทางกองกำลังผาเมืองได้มีการเสริมกำลังพลเข้าปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่มีคลัสเตอร์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ติดมาจาดสถานบันเทิงวันจีวัน ในประเทศเมียนมา มีการนำกำลังกองหนุนจากจากแนวหลัง เช่นจากจังหวัดน่าน เข้ามาช่วยตามแนวชายแดนอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ประมาณ 500-600 คน เพิ่มเติมจากกำลังพลที่ตรึงกำลังอยู่ตามแนวชายแดนเดินประมาณ 4,000-5,000 คน โดยในปีงบประมาณต่อไป ทางกองทัพบกได้เพิ่มกำลังพล 1 กองร้อย จำนวน 150 คน เข้ามาเสริมแนวชายแดนอำเภอแม่สาย ให้ดูแลเรื่องการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยเฉพาะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากความร่วมมือกันของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด การสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังผาเมือง สามารถลดการนำเข้ายาเสพติดตลอดจนการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ที่จะเข้าสู่พื้นที่ตอนในได้สำเร็จ ตามเจตนารมณ์ของกองทัพบกและกองทัพภาคที่ 3 เพื่อให้ปัญหายาเสพติดและการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายนั้นลดลงและหมดไปจากภาคเหนือ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117036</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังผาเมือง, จังหวัดเชียงใหม่, จับยาเสพติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_614476c1d3326.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58554</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2020 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2020 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นรข.สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ยึดยาไอซ์ 542 ถุง มูลค่า 433 ล้านบาทข้ามโขงฝั่งมุกดาหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นรข.บูรณาการร่วมกับ นรข.เขตนครพนม กองกำลัง สุรศักดิ์มนตรี กอ.รมน. หน่วยข่าวกองฝ่ายทหารตำรวจน้ำและ ด่านตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร สกัดจับยึดยาไอซ์ลอตใหญ่ 542 ถุง มูลค่ากว่า 433 ล้านบาทจากขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ลักลอบขนข้ามแม่น้ำโขงทางเรือมาจากฝั่งเพื่อนบ้านนำเข้าตามแนวชายแดนจ.มุกดาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค.63 - ผบ.หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติด จากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านจะนำยาไอซ์จำนวนมากข้ามแม่น้ำโขงมาทางน้ำโดยเรือหางยาว นำเข้ามาตามแนวชายแดนริมฝั่งโขง พื้นที่บ้านบางทรายน้อย ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมวางแผนโดยวางกำลังดักซุ่มตามจุดที่คาดว่าคนร้ายจะลักลอบนำสิ่งเสพติดขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังการวางกำลังตามจุดต่างๆ เจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงเรือขับจากฝั่งไทยไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จึงซุ่มรอเพื่อดูความเคลื่อนไหวเป็นเวลานานนับชั่วโมง บริเวณดังกล่าวก็ยังนิ่งเงียบไม่มีความเคลื่อนไหวทั้งริมฝั่งและบนฝั่งแต่อย่างไร เจ้าหน้าที่จึงลงตรวจสอบท่ามกลางความมืดในจุดดังกล่าว ได้พบกระสอบปุ๋ยจำนวน 22 กระสอบรรจุสิ่งของมัดแน่นอัดเต็มถูกกองเรียงรายอยู่ริมตลิ่งฝั่งแม่น้ำโขง ชุดปฎิบัติการได้เดินเท้าตรวจสอบบริเวณโดยรอบก็ไม่พบกลุ่มบุคคลใด จากการตรวจสอบภายในกระสอบถุงปุ๋ยคาดว่าเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดของกลางกลับมาที่หน่วยเรือรักษาความสงบตามลำน้ำโขงมุกดาหาร เพื่อตรวจสอบโดยละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบกระสอบปุ๋ยสีเหลือง จำนวน 17 กระสอบบรรจุยาไอซ์จำนวน 425 ถุงและ กระสอบสีเขียว จำนวน 5 กระสอบบรรจุยาไอซ์อีกจำนวน 117 ถุง รวมยาไอซ์ทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่ร่วมกันตรวจยึดได้จำนวน 542 ถุง รวมน้ำหนักประมาณ 542 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าประมาณ 433,600,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ นรข. จะนำของกลางทั้งหมดไปที่ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงนครพนม เพื่อทำการพิสูจน์ให้ละเอียด เพื่อดำเนินการปราบปรามให้สิ้นซากพร้อมกับได้ส่งสายสืบลงพื้นที่ สืบหาตัวการผู้ร่วมกระทำลักลอบขนยาเสพติดและขบวนการขนค้ายาเสพติดข้ามชาติเพื่อนำมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58554</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนการค้ายาเสพติด, จังหวัดมุกดาหาร, จับยาเสพติด, นรข., ยึดยาไอซ์ริมฝั่งแม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200301/image_big_5e5b5455bc818.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2019 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2019 20:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินโดฯ จับ 2 สาวไทยขน &#039;ไอซ์&#039; เข้าบาหลี โทษหนักถึงยิงเป้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หญิงไทย 2 คนโดนเจ้าหน้าที่ศุลกากรอินโดนีเซียจับกุมฐานพยายามลักลอบนำยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีนเกือบ 1 กิโลกรัมเข้าเกาะบาหลีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โทษหนักสุดถึงขั้นยิงเป้าประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กษริน ขำขาว (ซ้าย) และศนิชา มณีเทศ สองสาวไทยถูกนำตัวมาแถลงข่าวที่สำนักงานศุลกากรในเมืองเดนปาซาร์ของอินโดนีเซีย เมื่อวันจันทร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรอินโดนีเซียแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดชาวต่างชาติ 4 ราย โดยนำทั้งหมดมาแสดงตัวต่อสาธารณะเมื่อวันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม สองคนเป็นหญิงไทยที่โดนจับได้ขณะพยายามลักลอบนำเมทแอมเฟตามีนเกือบ 1 กิโลกรัม เข้าเกาะบาหลีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียกล่าวว่า หญิงไทยคู่นี้มีชื่อว่า กษริน ขำขาว และศนิชา มณีเทศ ขึ้นเครื่องบินจากกรุงเทพฯ มาที่เกาะบาหลี แต่เจ้าหน้าที่สนามบินเห็นพิรุธตรวจสอบแล้วพบว่าพวกเธอมียาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในเสื้อผ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮีมาวัน อินดาร์โยโน ผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินบาหลี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ผลตรวจของห้องแล็บยืนยันว่าห่อที่พบทั้งหมดเป็นเมทแอมเฟตามีน น้ำหนักรวม 958 กรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า หญิงไทย 2 คนนี้ ซึ่งคนหนึ่งเป็นพนักงานทำความสะอาด อีกคนทำร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ อาจโดนลงโทษประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าหากถูกตัดสินว่ามีความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงข่าววันเดียวกัน ยังมีผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดชาวต่างชาติอีกคนเป็นชายชาวฝรั่งเศสชื่อโอลีวีเยร์ โฌแวร์ ถูกจับกุมที่บาหลีเช่นกัน เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า มีพัสดุห่อหนึ่งส่งจากที่อยู่บ้านของเขาในฝรั่งเศสมาถึงสนามบินบาหลี ภายในบรรจุโคเคน 22.5 กรัม หากถูกตัดสินว่ามีความผิด เขาอาจถูกลงโทษสูงสุดประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องสงสัยอีกรายคือทาเทียนา เฟียร์โซวา ช่างเสริมสวยชาวรัสเซีย เธอถูกกล่าวหาว่าพยายามลักลอบนำโคเคน 6.6 กรัมเข้าบาหลี เธอถูกจับกุมขณะขึ้นเครื่องบินจากกรุงโดฮามาถึงบาหลีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โทษหนักสุดของเธอคือจำคุก 15 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ศาลอินโดนีเซียเพิ่งพิพากษาจำคุกชายไทย 2 คน รายละ 16 ปี จากความผิดฐานลักลอบนำยาไอซ์ 1 กิโลกรัมเข้าประเทศด้วยการกลืนลงท้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้หลายครั้งอินโดนีเซียจะลดโทษประหารชีวิตเหลือเพียงโทษจำคุกยาวนานหลายปี แต่อินโดนีเซียก็เคยประหารชาวต่างชาติแล้วหลายคน รวมถึงชาวออสเตรเลีย 2 คนในแก๊งค้าเฮโรอีนบาหลีไนน์ที่โดนยิงเป้าเมื่อปี 2558.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48543</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนยาไอซ์, จับคนไทย, จับยาเสพติด, บาหลี, หญิงไทยโดนจับ, อินโดนีเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dada3e14accc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
