<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็มบีเคเตรียมพลิกโฉมใหญ่หันโฟกัสลูกค้าชาวไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค. 2563 นายสมพล ตรีภพนารถ กรรมการผู้จัดการธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;(MBK) เปิดเผยว่า &amp;nbsp;แนวทางในการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ จะให้ความสำคัญไปกับการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มคนไทยให้มากขึ้น เนื่องจากในอดีตศูนย์การค้าเอ็มบีเค มีชาวต่างชาติที่มาจากหลายประเทศ อาทิ กลุ่มประเทศอาหรับ มุสลิม อินโดนีเซีย เยอรมัน และจีน เข้ามาใช้บริการมากกว่า 60-70% แต่ในปัจจุบันสถานการณ์ไม่เอื้อต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว แน่นอนว่าศูนย์การค้าหลายแห่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทำให้ต้องมีการปรับตัวกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้ยังคงสามารถดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนงานของบริษัทได้วางงบประมาณเบื้องต้นไว้ที่หลักพันล้านบาท เพื่อใช้ในการปรับปรุงศูนย์การค้าฯ ให้ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคชาวไทยให้มากขึ้น โดยเฉพาะร้านอาหารที่มองว่ายังคงไปได้ท่ามกลางวิกฤติเช่นนี้ จึงเริ่มทยอยเติมเต็มร้านอาหารเข้ามาในพื้นที่ชั้น G และ ชั้น 2 ที่ติดกับทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอส ตอนนี้มีร้านอาหารและเครื่องดื่มที่คอนเฟิร์มแล้วประมาณ 9 ร้านค้า และยังมีอีกหลายแบรนด์ที่อยู่ในขั้นตอนการเจรจา เบื้องต้นในโซนร้านอาหารส่วนนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00 - 05.00 น. ขึ้นอยู่กับแบรนด์ที่จะเปิดให้บริการว่าจะเป็นช่วงไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันบริษัทยังเตรียมปรับปรุงพื้นที่บริเวณชั้น 3 ซึ่งเดิมทีจะมีกลุ่มสินค้าแฟชั่น ร้านจำหน่ายทองคำ จิวเวลรี่ เพื่อมาเป็นศูนย์รวมจำหน่ายสินค้าจีไออีกด้วย โดยจะคัดเลือกสินค้าในแต่ละฤดูตลอด 12 เดือนแต่ละปีเข้ามาจำหน่าย นับว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางของการผลักดันสินค้าจีไอ ซึ่งที่ผ่านมาศูนย์การค้าฯ ค่อนข้างจะมีชื่อเสียงและร้านจำหน่ายของที่ระลึกแก่ชาวต่างชาติอยู่แล้ว และร้านเหล่านั้นได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีแผนสร้างโซนเพื่อการศึกษาหรือศูนย์รวมสถาบันกวดวิชาใจกลางกรุง ชั้น 4,5,6 ตั้งเป้าเป็นเลิร์นนิ่งฮับ (Learning Hub) โดยเริ่มเปิดให้บริการบ้างแล้ว อาทิ สถาบัน KPH และจะเปิดเต็มรูปแบบครบ 19 สถาบันในต้นปี 2564 โดยชั้น 5 จะเป็นโซนบริการความงาม ตอบโจทย์กลุ่มผู้ปกครองที่มาดูแลบุตรหลาน ส่วนชั้น 4 โซนโทรศัพท์มือถือยังเป็นแม็กเน็ตที่สำคัญ โดยจะปรับพื้นที่ให้สวยงามมีพื้นที่ระหว่างทางเดินมากขึ้น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายคนไทยกว่าที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อก่อนเราไม่เคยจัดโซนในศูนย์ฯ ตอนนี้นับเป็นการรีโนเวทครั้งใหญ่ตั้งแต่ดำเนินธุรกิจมา และจะเห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป จากเดิมคนไทยมาเดินแล้วไม่รู้จะซื้ออะไร ก็จะมีทางเลือกมากขึ้น เพิ่มสินค้ากลุ่มอาหาร เพราะต้องยอมรับว่ากลุ่มแฟชั่นค่อนข้างชะลอตัว คาดการณ์ว่าตั้งแต่ 1 มกราคม 2564 จะเห็นภาพชัดเจน แล้วเสร็จภายในปี 2564 และสามารถดึงผู้เข้าใช้บริการได้มากขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80581</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับลูกค้าคนไทย, บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน), สมพล ตรีภพนารถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201015/image_big_5f87aff7d1861.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
