<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 20:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 20:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พาณิชย์&#039;ทำลายของกลางละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามูลค่ากว่า 500 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 ก.ย. 2564 นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการเป็นประธานในพิธีทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้ว ประจำปี 2564 ในรูปแบบออนไลน์ ถ่ายทอดสดพิธีการจากส่วนกลาง ณ กระทรวงพาณิชย์ จ.นนทบุรี พร้อมทั้งถ่ายทอดสดบรรยากาศการทำลายของกลาง ณ จ.ชลบุรี และ จ.สระบุรี โดยมีหน่วยงานทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 70 แห่ง ร่วมเป็นสักขีพยานผ่านโปรแกรม Zoom ว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ และภาคเอกชนเจ้าของสิทธิ์ ได้เดินหน้าปราบปรามการละเมิดอย่างจริงจังทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ และได้นำของกลางละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามาดำเนินการทำลาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกภาคส่วนว่าสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาดังกล่าวจะไม่กลับสู่ท้องตลาดอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับของกลางที่ถูกนำมาทำลายในครั้งนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 572,076 ชิ้น เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า เข็มขัด รองเท้า นาฬิกา โทรศัพท์มือถือ และเครื่องสำอาง เป็นต้น โดยเป็นของกลางจากการจับกุมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 56,501 ชิ้น กรมศุลกากร 435,049 ชิ้น และกรมสอบสวนคดีพิเศษ 80,526 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 500 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ของกลางในคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้ว จะต้องนำมาทำลายด้วยวิธีที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศผู้ค้า นักลงทุน และเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาว่าสินค้าละเมิดจะไม่ถูกนำกลับมาหมุนเวียนในท้องตลาดอีก และยังเป็นการสร้างความตระหนักรู้ให้สาธารณชนได้รับทราบว่าสินค้าละเมิดเป็นสินค้าด้อยคุณภาพหรือบางรายการอาจเป็นอันตรายส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค จึงอยากให้ผู้บริโภคตระหนักในเรื่องดังกล่าวด้วย&amp;rdquo;นายสินิตย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ &amp;ldquo;ไม่ซื้อ ไม่ขาย ไม่ใช้ของปลอม&amp;rdquo; โดยหากพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร 1368&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116595</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์, ทำลายสินค้าปลอม, พาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613f4b1861e23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2018 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2018 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;บิ๊กโจ๊ก&quot; ระดมกวาดล้างสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ลอบขายทางออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ก.ค.61&amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) นายพิชัย สุวรรณกิจบริการ ผู้อำนวยการสำนักดูแลกิจการโทรคมนาคม และเจ้าหน้าที่สถานฑูตสหรัฐอเมริกา ร่วมกันการกวาดล้างจับกุมแหล่งจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จุด มูลค่ากว่า&amp;nbsp;2,262,300&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ รอง ผบช.ทท. เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตารวจแห่งชาติ ได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมุ่งผลการป้องกันปราบปรามการอาชญากรรมที่ปรากฎในสื่อออนไลน์ โดยศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้ร่วมกับ กองบัญชาการตารวจท่องเที่ยว&amp;nbsp;,&amp;nbsp;กองบังคับการปราบปรามการกระทาความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เปิดปฏิบัติการระดมกวาดล้างสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โดยเน้นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ปรากฎในเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม ไลน์ ฯลฯ และข้อมูลที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสืบสวนทางออนไลน์พิสูจน์ทราบว่า ตลาดมีนบุรี เป็นแหล่งใหญ่ในการจาหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า โดยมีสถานที่เก็บสินค้าในย่านซอยเพชรเกษม&amp;nbsp;106&amp;nbsp;ศปอส.ตร. จึงได้บูรณาการร่วมกับ บช.ทท. และ บก.ปอศ. เข้าทลายแหล่งจาหน่ายสินค้า โดยขออนุมัติหมายศาลเข้าทาการตรวจค้นจุดเป้าหมาย จานวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;จุดแรกตรวจค้นร้านค้าในตลาดมีนบุรี จานวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จุด จับกุมผู้ต้องหา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย พร้อมด้วยของกลาง&amp;nbsp;ลำโพงบลูทูธ ยี่ห้อ&amp;nbsp;Bose , JBL&amp;nbsp;แว่นตายี่ห้อ&amp;nbsp;Rayban,&amp;nbsp;รองเท้ายี่ห้อ&amp;nbsp;Nike&amp;nbsp;แก้วน้ายี่ห้อ&amp;nbsp;Starbucks , Yeti&amp;nbsp;รวมจานวน&amp;nbsp;249รายการ มูลค่าความเสียหายกว่า&amp;nbsp;1,083,200บาท&amp;nbsp;จึงแจ้งข้อหา &amp;quot;เสนอจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของ บุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร&amp;quot; ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;108&amp;nbsp;มีอัตราโทษจาคุกไม่เกิน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปี ปรับไม่เกิน&amp;nbsp;400,000บาท หรือทั้งจeทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตรวจค้นบ้านเลขที่&amp;nbsp;78/210ม.6&amp;nbsp;หมู่บ้านเพชรทวีสุข ซอยเพชรเกษม&amp;nbsp;106&amp;nbsp;กทม.ตรวจค้นพบ เคสโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ แอปเปิ้ล&amp;nbsp;,&amp;nbsp;หลุยส์ วิตตอง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;คิดตี้&amp;nbsp;,&amp;nbsp;มิกกี้เม้าส์ และสลิป รายการส่งสินค้าทางไปรษณีย์&amp;nbsp;128&amp;nbsp;แผ่น ซึ่งมีสินค้าที่จัดส่งให้ลูกค้า มากกว่า&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;รายการ มูลค่าความเสียหายกว่า&amp;nbsp;1,280,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปฏิบัติการในครั้งนี้ ศปอส.ตร. ได้เริ่มต้นเปิดยุทธการในการกวาดล้างการผลิต นำเข้า และจำหน่ายสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า ซึ่งหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมีผู้ลักลอบจำหน่ายสินค้าดังกล่าวจำนวนมาก ถือเป็นพื้นที่สีแดง โดยเฉพาะ เกาะสมุย ป่าตอง พัทยา ต้องกวาดบ้านตัวเองให้สะอาด ถ้ายังไม่หยุดเจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ฝากไปยังผู้ที่ยังดำเนินการผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา การประกาศขายทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม หากยังดาเนินอยู่ เจ้าหน้าที่จะดาเนินการจับกุมดาเนินคดี ขยายผลถึงนายทุน ตลอดจนใช้มาตราการยึดทรัพย์ ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน พ.ศ.2542&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน เพื่อให้ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทยหมดไป&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14155</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์, ตลาดมีนบุรี, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ, สินค้าปลอมขายออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180726/image_big_5b5962501cd98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
