<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 21:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คอมมานโดบุกจับสึกพ่อค้ายานรกหนีบวชเป็นพระ พร้อมของกลางคากุฏิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำลังตำรวจคอมมานโด นำโดย พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.วิเคราะห์ข่าว บก.ปพ.และตำรวจชุด ชปส.สภ.ท่าศาลา ได้นำกำลังเข้าไปตรวจค้นที่กุฏิหลังหนึ่งในสำนักสงฆ์วัดไสยป่าหมาก หมู่ 8 ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากสืบทราบว่านายนรินทร์ศักดิ์ ชนะสิทธิ์ หรือ ตุ้ย อายุ 54 ปี พ่อค้ายาเสพติดที่เคยถูกตำรวจชุดเดียวกันจับกุมเมื่อวันที่ 24 กค.2564 และอยู่ระหว่างการประกันตัว ซึ่งหลังได้รับประกันตัวแล้วนายนรินทร์ศักดิ์หรือตุ้ย ได้มาบวชเป็นพระที่สำนักสงฆ์ดังกล่าว แต่ในขณะที่บวชเป็นพระนายนรินทร์ศักดิ์ หรือตุ้ย ยังมีพฤติกรรมแอบลักลอบค้ายาเสพติดทั้งยาบ้าและยาไอซ์ ให้กับวัยรุ่นในพื้นที่มาโดยตลอดยังไม่เลิกพฤติกรรมค้ายาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อกำลังตำรวจชุดคอมมานโด เดินทางไปถึงหน้ากุฏิดังกล่าว พบพระนรินทร์ศักดิ์ หรือพระตุ้ย ยืนห่มผ้าเหลืองหน้ากุฏิของตัวเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคอมมานโดได้ขออนุญาตเข้าตรวจในกุฏิ ผลการตรวจค้นพบในกุฏิที่บนหิ้งไม้ในกุฏิ พบยาไอซ์ 1 ถุงหนัก 0.3 กรัมและยาบ้าอีก 9 เม็ด และอุปกรณ์การเสพยาเสพติดอีก 1ชุด จึงควบคุมพระนรินทร์ศักดิ์ตรวจปัสสาวะ ผลตรวจมีสีม่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า ยาเสพติดทั้งหมดเป็นของตนและเพิ่งเสพยาบ้า ยาไอซ์ จึงควบคุมตัวพระนรินทร์ศักดิ์ไปให้เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์วัดไสยป่าหมาก ทำการสึกทันที ก่อนคุมตัวนายนรินทร์ศักดิ์ พร้อมของกลางไปส่งมอบพนักงานสอบสวน สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรักษ์ เปิดเผยว่า สำหรับนายนรินทร์ศักดิ์&amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่าเป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่มานานแล้ว โดยอาศัยกระท่อมในสวนทุเรียนจำหน่ายยาเสพติดให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ ล่าสุด 22 ก.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจชุดคอมมานเคยไล่จับกุมมาครั้งแล้ว แต่หลบหนีไปได้ ในขณะที่ลูกสมุนหลบหนีลงไปในโอ่งน้ำแต่ไม่รอดถูกตำรวจจับกุมได้คาโอ่งน้ำ ส่วนนายนรินทร์ศักดิ์ หลังหลบหนีไปได้ไม่นานได้ถูกจับกุมเมื่อ 24 ก.ค.2564 และอยู่ระหว่างการประกันตัว แต่ยังไม่เข็ดหลาบ ล่าสุดได้แอบมาบวชเป็นพระที่สำนักสงฆ์ แต่ยังมีพฤติการณ์ค้าเสพติดเหมือนเดิม จึงถูกตำรวจบุกจับกุมได้คากุฏิและจับสึกดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114562</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครศรีธรรมราช, จับสึก, พ่อค้ายาเสพติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_61264b6ebfbd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2021 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2021 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับสึกกลางดึก! ชาวบ้านร้องพระอยู่กลางป่าพร้อมสีกา-ผู้ชายรวม 3 คน พบผิดไม่มีใบสุทธิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.64 - เมื่อคืนที่ผ่านมา นางสุรีย์ มาปลูก นายอำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวนสภ.แม่ทะ ลำปางและชาวบ้านในพื้นที่ได้ทำการเข้าตรวจสอบสำนักสงฆ์ดอยยั่ว ใกล้กับโรงโม่หินเอกชนในพื้นที่ ตำบลแม่ทะ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า มีสีกาอาศัยอยู่กับพระตามลำพังในสำนักสงฆ์ดังกล่าว&amp;nbsp;มานานกว่า 5 วันแล้ว หลังจากนั้น จนท.ฝ่ายปกครอง อ.แม่ทะ รวมไปถึงนายอำเภอ กำลังตำรรวจและชาวบ้านจำนวนหนึ่ง จึงเดินทางเข้าตรวจสอบ ซึ่งอยู่ห่างจากถนนสายลำปาง-แม่ทะ ถนนลูกรังเข้าไปในป่าละเมาะ ประมาณเกือบ 2 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางไม่มีไฟฟ้าและอยู่บริเวณกลางป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงพบสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ซึ่งสร้างด้วยไม้เป้นอาคารสองชั้น ด้านล่างบริเวณห้องโถง ใช้สำหรับปฎิบัติธรรม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นห้องค่อนข้างมืด เพราะไม่มีไฟฟ้า&amp;nbsp;เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปในภายในห้อง พบพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งอายุประมาณ 60 ปี พร้อมกับหญิงสาวรายหนึ่งอายุประมาณ 50 ปี ในชุดนุ่งขาวห่มขาว&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ ผู้ชายคนหนึ่งรวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คนกำลังนั่งปฏิบัติธรรมสวดมนต์อยู่ภายในห้องท่ามกลางแสงเทียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ จึงได้เข้าทำการตรวจสอบและสอบถาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งพระและสีกาและชายอีกหนึ่งคนอ้างว่าเป็นญาติกันทั้งหมด ซึ่งทางพระผู้ใหญ่ของอำเภอแม่ทะ ได้เข้าตรวจสอบใบสุทธิของพระรูปดังกล่าว พระปฎิเสธอ้างว่าหายไปนานแล้ว และหลังจากนั้นก็ให้การวกวน เมื่อไม่สามารถแสดงใบสุทธิได้จึงทำการสึก&amp;nbsp;ส่วนกรณีที่อยู่กับสีกาตามลำพัง 2 คนตามข้อร้องเรียน พบว่าในเรื่องนี้ไม่มีความผิด เพราะในเบื้องต้นพบว่าอยู่กัน 3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพระได้รับทราบเรื่องไม่มีใบสุทธิและให้สึก ก็ยอมสึกแต่โดยดี จากนั้นก็นำเสื้อผ้ามาเปลี่ยน และ เจ้าหน้าที่ได้สั่งให้ออกจากพื้นที่ปฏิบัติธรรมและออกจากสำนักสงฆ์ดังกล่าวทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามหญิงสาว บอกว่า ตนเองเป็นชาว อ.เกาะคา&amp;nbsp;จ.ลำปาง และที่ผ่านมาเคยรู้จักกับพระรูปนี้มานานแล้วและเคยไปปฎิบัติธรรมร่วมกันที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งที่ อ.เกาะคา&amp;nbsp;หลังจากนั้นตนเองทราบว่าพระสงฆ์รูปนี้ได้ย้ายเข้ามาปฏิบัติธรรมที่สำนักสงฆ์ในพื้นที่ อ.แม่ทะ&amp;nbsp;ตนก็เลยได้ติดตามมาปฏิบัติธรรมด้วยพร้อมกับญาติฝ่ายชายอีกคนหนึ่ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้บันทึกประวัติบุคคลทั้งหมดไว้ก่อนจะให้ออกจากพื้นที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91262</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลำปาง, จับสึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210128/image_big_6012309fe8372.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2020 00:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2020 23:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลัวที่ไหน! &#039;สามเณรสหรัฐ&#039; ขึ้นเวทีชุมนุมฉีกหนังสือเรียกกลับวัด ท้าให้มาจับที่ม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ย.63 - จากกรณีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการกับสามเณรสหรัฐ สุขคำหล้า หรือ โฟล์ค นักศึกษาปริญญาตรี วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล หนึ่งในภาคีนักศึกษาศาลายา สมาชิกแก๊งแครอทที่ร่วมชุมนุมทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ขณะนี้ได้ถูกเจ้าอาวาสวัดดอนไชย จ.พะเยา มีคำสั่งให้พ้นจากวัดแล้ว เนื่องจากเห็นว่าสามเณรสหรัฐไม่อยู่ในโอวาทโดยไม่ยอมกลับไปรายงานตัวตามหนังสือคำสั่งเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด สามเณรสหรัฐ สุขคำหล้า ได้ไปปรากฏตัวบนเวทีชุมนุมที่ห้าแยกลาดพร้าว เมื่อคืนวันที่ 27 พ.ย.&amp;nbsp;โดยกล่าวปราศรัยว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เอาหนังสือคำสั่งมาติดหน้าห้องระบุว่า ตนมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อสมณเพศ&amp;nbsp;และแจ้งให้กลับไปรายงานตัวที่วัดต้นสังกัดในต่างจังหวัด ตนอยากจะถามว่า พ่อมึงเป็นทหารเหรอครับ ที่วัดเขาปกครองกันด้วยผ้าเหลือง ไม่ได้ปกครองด้วยรองเท้าคอมแบท และอยากจะบอกว่า สิ่งที่คุณเรียกผมกลับไปรายงานตัวนั้น มีบัญญัติในพระธรรมวินัยหรือไม่ ช่วงนี้สำนักงานพุทธฯดูเครียดมากเกินไปนะ ไปเต้นกับลุงพลก่อนดีมั้ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากจะบอกสำนักพุทธฯว่า ถ้าอยากจะจับผมก็ให้มาจับที่ม็อบ ไม่ต้องเอากระดาษมาแปะหน้าห้อง&amp;quot; สามเณรสหรัฐ กล่าวจบแล้วพร้อมได้ฉีกหนังสือคำสั่งให้กลับไปรายงานตัวโยนทิ้งไป พร้อมระบุว่า ถ้าเกิดการรัฐประหาร พวกเราจะออกมาต่อต้านทหารและรูปบนธนบัตรจะเปลี่ยนเป็นเจ้าคุณเป็ดอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85346</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับสึก, พระ3นิ้ว, พระวินยาธิการ, ม็อบผ้าเหลือง, วัดดอนไชย, สามเณรสหรัฐ สุขคำหล้า, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, เณรโฟล์ค, แก๊งแครอท, ไล่พ้นวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201128/image_big_5fc27d1cc40ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2020 21:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2020 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โดนแล้ว! &#039;สามเณรสหรัฐ&#039; ขาประจำม็อบ 3 นิ้วถูกเจ้าอาวาสขับพ้นวัด หลังขัดคำสั่งรายงานตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย.63 - นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะโฆษก พศ. แถลงถายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ที่พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร ว่า พศ.ได้รายงาน มส.ถึงความคืบหน้าการดำเนินการกับพระภิกษุสามเณรที่ร่วมชุมนุมทางการเมือง โดยในกรณีของสามเณรสหรัฐ สุขคำหล้า หรือ เณรโฟล์ค ขณะนี้ทางเจ้าอาวาสวัดดอนไชย จ.พะเยา ต้นสังกัดพระสหรัฐได้มีหนังสือถึงสามเณรสหรัฐ ลงวันที่ 12 พ.ย. โดยให้กลับมารายงานตัวที่วัดภายใน 7 วันหลังจากได้รับหนังสือ เนื่องจากพบว่าเข้าร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และหน้ามหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จ.นครปฐม&amp;nbsp;แต่สามเณรสหรัฐ ไม่ยอมกลับวัด ทางเจ้าอาวาสจึงเห็นว่าไม่อยู่ในโอวาท และมีคำสั่งขับสามเณรสหรัฐพ้นไปจากวัดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับพระภิกษุสามเณรที่โดนคำสั่งขับออกจากวัด และยังหาวัดสังกัดใหม่ไม่ได้ จะกลายเป็นพระเณรไร้สังกัด หากเจ้าหน้าที่บ้านเมือง หรือพระวินยาธิการ (ตำรวจพระ) เจอตัวที่ใด สามารถนำตัวไปดำเนินการให้ลาสิกขาหรือสึกได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวขึ้นเวทีม็อบครั้งล่าสุดคือ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยสามเณรสหรัฐได้ขึ้นเวทีปราศรัยกลุ่มนักเรียนเลวที่ใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม ถนนพระราม 1 โดยกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อตอนที่ขึ้นเวทีศาลายา มีปัญหาว่าเกิดการไล่ล่าให้ผมออกจากวัด ทั้งที่ผมไม่ได้ทำผิดพระธรรมวินัยข้อใดเลย แล้วคุณบอกว่าคุณเป็นพุทธแท้คุณพูดได้อย่างไร มหาเถรสมาคม พระสังฆราชไปเจิมรถถัง กระบอกปืน ถามว่าผิดหรือไม่ ทำไมไม่จับพระสังฆราช หรือมหาเถรสมาคม ทั้งนี้ สำนักพระพุทธศาสนา มีข้อดีอยู่ 3 อย่าง คือ พาพระไปเที่ยวอินเดีย กับทำสมุดสวดมนต์ข้ามปี ใช้ภาษีประชาชน และจับพระที่เห็นต่างลาสิกขา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85250</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับไล่สามเณร, จับสึก, ตำรวจพระ, พระ3นิ้ว, พระวินยาธิการ, ม็อบ3นิ้ว, ม็อบพระ, วัดดอนไชย, สามเณรสหรัฐ สุขคำหล้า, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, สิปป์บวร แก้วงาม, เณรโฟล์ค, แก๊งแครอท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201127/image_big_5fc1094676060.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2020 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> จับสึกพระเมาขับรถป่วนไปทั่ว​ อ้างระบายแค้นถูกผู้ใหญ่บ้านแย่งเมีย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.63 -&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ ต.ปราสาท ว่า มีพระเมาสุราแสดงอาการโวยวาย ทั้งยังขับรถเก๋งด้วยความเร็วส่ายไปมาระหว่างบ้านตะโกตาเนตร กับบ้านเกษตรพัฒนา &amp;nbsp;ต.ปราสาท &amp;nbsp;อ.บ้านด่าน เกรงจะเกิดอุบัติเหตุ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านด่าน &amp;nbsp;ร่วมตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงหมู่บ้านบ้านตะโกตาเนตร &amp;nbsp;ต.ปราสาท &amp;nbsp;อ.บ้านด่าน ก็พบพระรูปหนึ่ง สอบถามทราบชื่อคือ พระจิรพงษ์ &amp;nbsp;หรือ​ พระปึง อายุ 51 ปี &amp;nbsp;ยืนอยู่กลางถนนด้วยอาการมึนเมา &amp;nbsp;ส่วนรถเก๋งก็จอดอยู่ในบ้านหลังหนึ่งใกล้จุดที่พระจิรพงษ์ ยืนอยู่ซึ่งน่าจะเป็นบ้านญาติของพระจิรพงษ์ &amp;nbsp;พอเจ้าหน้าที่เข้าไปสอบถาม พระจิรพงษ์ ก็แสดงอาการโวยวายใส่เจ้าหน้าที่ จับใจความได้ว่า &amp;ldquo;ผู้ใหญ่บ้านกับตนเองมีแผลอะไรกันอยู่ แค่นั้นแหละโยม ก่อนจะตะโกนไล่เจ้าหน้าที่ออกไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครอง จึงเชิญตัวพระจิรพงษ์ ไปทำการสึกเนื่องจากดื่มสุรามึนเมา และขับรถขณะมึนเมา &amp;nbsp; แต่ขณะนำตัวไปให้เจ้าคณะอำเภอบ้านด่านทำการสึก &amp;nbsp;ก็ยังแสดงอาการโวยวายขึ้นเสียงท้าทายใส่เจ้าคณะอำเภอ ว่า &amp;ldquo;ไม่กล้าหรอกหลวงพ่อ สึกได้ก็บวชใหม่ได้&amp;rdquo; แถมยังบอกว่าเมาแล้วขับรถถูกปรับถูกดำเนินคดีหรือปรับซักเท่าไหร่กัน &amp;nbsp;หลังจากสึกเสร็จก็ได้นำตัวไปที่ สภ.บ้านด่าน &amp;nbsp;เพื่อสอบปากคำ และตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ &amp;nbsp;ซึ่งจากการเป่าวัดระดับแอลกอฮอล์พบปริมาณสูงถึง 248 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จากที่กฎหมายกำหนดไว้ห้ามเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถาม พระจิรพงษ์ &amp;nbsp;บอกว่า ปกติเป็นคนใน​ ต.ปราสาท อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ แต่ไปบวชเป็นพระแล้วไปจำวัดที่วัดแห่งหนึ่งใน ต.ช้างเผือก อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ยอมรับว่า​ ได้ดื่มสุราจริง เนื่องจากเพราะเครียดที่ถูกผู้ใหญ่บ้านแย่งอดีตภรรยา &amp;nbsp;แล้วไปอยู่กินกันแบบเปิดเผย &amp;nbsp;ส่วนที่ขับรถกลับมาบ้านขณะมึนเมา &amp;nbsp;เพราะต้องการจะมาเคลียร์กับญาติ เรื่องที่นาที่ญาตินำไปจำนองโดยไม่บอก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังสอบเสร็จ ร.ต.อ.ปรีชาศักดิ์ &amp;nbsp; ศักยปรีชา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านด่าน ก็ได้แจ้งข้อหา &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมาแล้วขับ&amp;rdquo; พร้อมทำเรื่องส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดบุรีรัมย์เรียบร้อยแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68586</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับสึก, บุรีรัมย์, พระ, สภ.บ้านด่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee48f1b704aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58760</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2020 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2020 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับสึกพระเมาเหล้าขาว อ้างป่วยเดินเป๋ทั่วรพ.บุรีรัมย์ ด่าหยาบใส่รปภ.แจ้งตร.ทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;3 มี.ค.63 - ผู้​สื่อข่าว​รายงาน​ว่า​ เมื่อ​กลาง​ดึก​ของ​วันที่​ ​2​ ​มี.ค.ที่ผ่านมา​ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือ (รปภ.) โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ว่ามีพระแอบดื่มเหล้าในโรงพยาบาล และเดินเป๋ไปเป๋มาเกรงจะได้รับอันตรายเพราะมีรถวิ่งเข้า-ออก ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง พบ รปภ.ของโรงพยาบาลพยายามพูดคุยกับพระรูปหนึ่งอยู่บริเวณสนามบาสเก็ตบอล​ ตรงข้ามกับอาคารจอดรถของโรงพยาบาล แต่เมื่อไปสอบถามพระรูปดังกล่าวกลับพูดจาไม่รู้เรื่อง ทั้งใช้กิริยาไม่สำรวม&amp;nbsp;และพูดจาหยาบคายกับเจ้าหน้าที่ด้วย&amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวพระรูปดังกล่าวไปที่วัดแห่งหนึ่งในตัวเมืองบุรีรัมย์&amp;nbsp;เพื่อให้พระชั้นผู้ใหญ่ทำการสอบสวน และหากพบว่าดื่มสุราจริงก็จะต้องทำการสึกเพราะถือว่าผิดวินัยสงฆ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบภายในย่ามยังพบขวดพลาสติกสำหรับใส่น้ำเปล่าจำนวน 3 ขวด พอยกดมดูเป็นกลิ่นเหล้าขาว หรือเหล้า 40&amp;nbsp;ดีกรีและ 1&amp;nbsp;ใน 3 ขวดยังมีเหลืออยู่เล็กน้อย แต่พระกลับปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ใช่เหล้าเป็นแค่น้ำเปล่า แต่พอถามซ้ำอีกกลับบอกว่าเป็นสมุนไพรที่ใช้สำหรับย้อมผม พอถามว่าอยู่วัดไหนก็ไม่ยอมตอบกลับพูดจาวกไปวนมา และพยายามจะเดินหนี&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำตัวขึ้นรถไปให้พระชั้นผู้ใหญ่ทำการสึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม​ จากการตรวจสอบภายในย่ามพบใบสุทธิยืนยันว่าเป็นพระจริงชื่อ พระธนเดช สิริคุตโต หรือนายธนเดช วรรณโพธิ์กลาง&amp;nbsp;อายุ 44 ปี มีภูมิลำเนาอยู่&amp;nbsp;ต.อิสานเขต&amp;nbsp;อ.เฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์ แต่ปัจจุบันเป็นพระสังกัดวัดชื่อดังแห่งหนึ่งที่ ต.ท่าช้าง อ.เฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;จ.นครราชสีมา&amp;nbsp;ซึ่งเบื้องต้นพระธนเดชยังปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้เมา&amp;nbsp;ทั้งอ้างว่าที่เดินเซไปมาเพราะป่วยแต่เป็นโรคอะไรก็ไม่รู้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ก็ได้นำตัวพระธนเดชไปทำการสึกที่วัดแห่งหนึ่งในตัวเมืองบุรีรัมย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายประมวล&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ รปภ. โรงพยาบาลบุรีรัมย์ บอกว่า เห็นพระรูปดังกล่าวเดินเป๋ภายใน รพ. ตอนแรกก็คิดว่าป่วย&amp;nbsp;จึงจะเข้าไปช่วย จึงรู้ว่าพระเมาเพราะกลิ่นเหล้าหึ่ง และใช้วาจาหยาบคาย จึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58760</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, จับสึก, พระเมาเหล้า, สภ.เมืองบุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200303/image_big_5e5e1d0c9ce43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 17:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 17:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว &#039;พระสังคม&#039; ถูกจับสึกส่งเข้าเรือนจำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค. 61 - เวลา 15.10 น. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี พ.ต.ท.ธนินท์รัฐ อ่วมเจริญพร พนักงานสอบสวน บก.ป. ได้ควบคุมตัวพระเมธีสุทธิกร หรือสังคม สังฆะพัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรืออดีตพระราชอุปเสณาภรณ์ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ซึ่งอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม มายื่นฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.- 11 มิ.ย.นี้ เนื่องจากการสอบสวนไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานอีก 10 ปาก และต้องรอตรวจประวัติผู้ต้องหาจากกองทะเบียนอาชญากร สตช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งคำร้องของพนักงานสอบสวนระบุพฤติการณ์ผู้ต้องหาสรุปว่า พศ.ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 10 ล้านบาทให้กับวัดสระเกศฯ โดยวัดสระเกศฯ ได้เปิดบัญชีธนาคารกรุงไทยในชื่อวัดสระเกศฯ เพื่อการพัฒนา ในการรับเงินประมาณดังกล่าวมาและมีการระบุนำมาเป็นเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนปริยัติธรรมแผนกสามัญ แต่จากการตรวจสอบไม่มีการเปิดโรงเรียนดังกล่าว โดยผู้ต้องหาและอดีตพระราชกิจจาภรณ์ หรืออดีตเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ได้ร่วมกันเบิกถอนเงินจากบัญชี 5 ครั้งในปี 2558 ซึ่งการกระทำนั้นเป็นการร่วมซุกซ่อนเงินที่ได้จากการกระทำผิดตามความผิดมูลฐานการฟอกเงินที่ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานนท์ อดีต ผอ.พศ.กับพวก ซึ่งได้กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่โดยการทุจริต อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147, 157, 162 โดยมีนายทวิช สังข์อยู่ (ฆราวาสซึ่งถูกยื่นคำร้องฝากขังไปแล้วเมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2561 โดยตัวอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพราะไม่ได้รับการประกันตัว) ซึ่งเกี่ยวข้องกับ บริษัท ดีดีทวีคูณ ที่รับผลิตสื่อให้กับวัดสระเกศเป็นผู้ร่วมการกระทำความผิดเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากนั้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพนักงานสอบสวนได้ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2561 และวันนี้ (31 พ.ค.) เวลา 12.00 น. ผู้ต้องหาได้ถูกควบคุมตัวไว้ก่อนจะส่งตัวฝากขัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน บก.ป.ก็ได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากยังสอบสวนรวบรวมพยานเอกสารไม่เสร็จสิ้นทั้งหมด จึงเกรงว่าหากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาอาจจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเวลา 16.00 น.ศาลออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคำร้องฝากขัง โดยสอบถามพนักงานสอบสวนถึงเหตุจำเป็นการฝากขัง ซึ่ง พ.ต.ท.ธนินท์รัฐ แถลงยืนยันเหตุผลในการฝากขังตามคำร้อง ส่วนทนายความผู้ต้องหาแถลงคัดค้านระบุว่า กรณีของผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวเอง ส่วนพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนอ้างตามคำร้อง พฤติการณ์ระบุว่า พศ.จัดสรรงบประมาณให้วัดสระเกศแล้วมีการถอนเงินจากบัญชีโดยกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งการรวบรวมเอกสารดังกล่าวก็น่าจะเสร็จสิ้นเพียงพอ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นจะต้องฝากขังอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ส่วนที่ทนายความแถลงคัดค้านว่าได้มอบตัวเองนั้น เป็นกรณีเรื่องที่เกี่ยวกับการประกันตัวเพื่อให้ศาลพิจารณาต่อไป ส่วนความจำเป็นของการฝากขังต้องพิจารณาว่าการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่ ซึ่งศาลเห็นว่าเมื่อพนักงานสอบสวนยืนยันต้องสอบพยานอีก 10 ปาก โดยจะเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ดังนั้น กรณีนี้จึงมีเหตุจำเป็นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 6 จึงอนุญาตให้ฝากขังตามคำร้องเป็นเวลา 12 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อเวลา 16.20 น.เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวพระสังคม ผู้ต้องหาที่ศาลอนุญาตฝากขังแล้วลงจากห้องพิจารณาคดี (ห้องเวรชี้) มายังห้องควบคุมชั้นใต้ดินเพื่อรอฟังผลการขอปล่อยชั่วคราวระหว่างการฝากขังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ลูกศิษย์ซึ่งเป็นฆราวาส เตรียมหลักทรัพย์ 500,000 บาท รอยื่นประกันตัวชั้นฝากขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการนำตัวมาฝากขังวันนี้ พระสังคม ผู้ต้องหา ถูกคุมตัวนั่งมาในรถยนต์โตโยต้า แคมรี่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ศษ 5832 โดยมีรถตำรวจ บก.ป. นำและติดตามขบวน 2 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พระสังคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ นั้น เป็นพระรูปที่ 7 แล้ว ที่พนักงานสอบสวน บก.ป. นำตัวส่งฝากขังศาลในคดีร่วมกันฟอกเงินอุดหนุนการศึกษาโครงการต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 17.20 น. ศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวแล้ว ไม่อนุญาตให้ประกันตัวพระสังคม ผู้ต้องหา ด้วยเหตุผลเดียวกับผู้ต้องหาคดีที่เกี่ยวข้องกับเงินทอนวัดและฟอกเงินอุดหนุนการศึกษาที่กระทำกันเป็นขบวนการ เจ้าหน้าที่ พศ.และราชทัณฑ์ จึงถอดจีวรทำการสึกพระผู้ต้องหา เพื่อนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำระหว่างการฝากขังต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10411</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับสึก, ทุจริตเงินถอนวัด, ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราช, พระสังคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0fd499ac561.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
