<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สึกแล้ว! พระฉาวทำอนาจารเด็กหนุ่ม เผยขอกลับบ้านไปรักษาอาการป่วยทางจิตก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.64 - จากกรณีโลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้มีการเผยแพร่ภาพพระสุริยา&amp;nbsp;ตันติปาโร อายุ 44 ปี ก่อเหตุอมอวัยวะเพศคู่ขา ภายในวัดสว่างเวหา ต.บ้านลาน อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ขณะนี้ได้ออกจากวัดและไปจำพรรษาที่สำนักสงฆ์ในพื้นที่ ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าในเรื่องนี้เมื่อเวลา 13.00 น.วันนี้&amp;nbsp;ที่ศาลาการเปรียญวัดสว่างเวหา บ้านกุดเชือก ม.11 ต.บ้านลาน อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;นายสำราญ รัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พระครูเวฬุพัฒนาทร เลขานุการเจ้าคณะอำเภอบ้านไผ่ และผู้นำชุมชน ร่วมกันนำ พระสุริยา ตันติปาโร อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นพระที่ปรากฏภาพในโซเชียลมีเดีย&amp;nbsp;เดินทางมาที่วัดมัชฌิมวิทยาราม&amp;nbsp;เพื่อทำการสึก เนื่องจากมีความผิดวินัยสงฆ์ต้องสึกจากพระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทันทีที่เดินทางถึงวัดมัชฌิมวิทยาราม คณะฯได้นำพระสุริยาเข้าพบพระครูโชติธรรมสาร พระอุปัชฌาย์ที่ศาลาการเปรียญทันที เพื่อทำพิธีลาสิกขา หรือ ลาสึกจากพระ&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อพระอุปัชฌาย์ประกอบพิธีลาสิกขาให้เรียบร้อยแล้วพระสุริยา&amp;nbsp;ได้เปลี่ยนชุดจากการห่มจีวรเป็นชุดสีขาวธรรมดา จากนั้นก็เดินออกจากศาลาการเปรียญทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยา สอนบาล กล่าวว่า โล่งใจที่ได้ทำตามความต้องการของชาวบ้านและพระผู้ใหญ่ หลังจากนี้ก็จะกลับไปอยู่บ้าน และช่วยงานในวัดเท่าที่จะทำได้ ส่วนจะกลับมาบวชอีกครั้งหรือไม่นั้น ยังให้คำตอบไม่ได้ คงต้องพักรักษาตัวจากอาการป่วยจิตเวชไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พระครูโชติธรรมสาร พระอุปัชฌาย์ กล่าวว่า การบวชพระต้องเคร่งครัดในศีลในธรรม หากบวชแล้วปฏิบัติไม่ได้ก็ควรสึกออกไป ในส่วนของนายสุริยา ได้บวชเรียนหนังสือจนจบปริญญาตรี และเคยดำรงตำแหน่งพระธรรมฑูตหลายปี เดินทางไปเผยแผ่พระศาสนาในหลายประเทศ ซึ่งไม่คิดว่าจะมาพบกับปัญหาเช่นนี้ ดังนั้นการลาสิกขา หรือ ลาสึกจากพระ ถือเป็นการรับผิดชอบต่อพระสงฆ์และพระพุทธศาสนาที่ดี และอย่าได้ประพฤติอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสำราญ รัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังปรากฏได้มีการรายงานให้ผู้ปกครองพระสงฆ์ทราบ รวมทั้งรายงานผู้ว่าฯขอนแก่น และสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทราบตามขั้นตอน พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบ ซึ่งพบว่าเป็นพระในพื้นที่อ.บ้านไผ่ จริง จึงได้ประสานกับเจ้าคณะอำเภอ เพื่อเข้าตรวจสอบตามขั้นตอน ซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วพบตัวตนพระที่ปรากฏตามคลิป ซึ่งพระก็ยอมรับว่ามีการกระทำดังกล่าวจริง จึงได้แจ้งให้ผู้นำชุมชนทราบเรื่องรวมถึงเจ้าอาวาสวัดสว่างเวหาและพระสุริยา ทราบถึงขั้นตอนการปฏิบัติตามขั้นตอนของสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดขอนแก่น ที่จะต้องนำตัวไปให้พระอุปัชฌาย์ทำการสึกให้ ซึ่งพระก็ยินยอมและจบลงด้วยดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113482</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, จับสึกพระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_611a21d8579e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 18:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 18:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับสึกเจ้าอาวาสเสพยาบ้า ปลูกกัญชา อ้างเครียดถูกสาวหลอกโอนเงิน 3 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.64 - ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สรรคบุรี จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ได้นำกำลังตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;เข้าไปตรวจสอบภายในกุฎิ พระเรวัต อายุ&amp;nbsp; 75 ปี&amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดโพธิ์งาม อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท&amp;nbsp;หลังสืบทราบว่า พระเรวัต&amp;nbsp;มีพฤติกรรมเสพยาบ้า และนำเงินวัดไปใช้ส่วนตัว และอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับพระพุทธรูปในวัดที่หายไปก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบต้นกัญชาสูงประมาณ 40 เซนติเมตร หนัก 5.3 กรัม&amp;nbsp;ปลูกอยู่หน้ากุฎิ&amp;nbsp;จำนวน 2 ต้น และพบกัญชาแห้ง น้ำหนัก 15.3 กรัม บรรจุอยู่ในโถแก้วมีฝาปิด วางอยู่บนชั้นวางของภายในกุฎิ พร้อมถุงแบ่ง จำนวน 13 ถุง&amp;nbsp;จึงนำตัวพระเรวัต&amp;nbsp;ไปตรวจปัสสาวะ พบเป็นสีม่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระเรวัต&amp;nbsp;ยอมรับสารภาพว่าเสพยาบ้า โดยมีเพื่อนจากจังหวัดอุทัยธานี นำยาบ้าจำนวน 5 เม็ด มาให้เสพ เพื่อคลายความเครียด เพราะก่อนหน้านี้ถูกผู้หญิงคนหนึ่งหลอกให้โอนเงิน จำนวน 3 ล้านบาท ตำรวจจึงนำตัวพระเรวัต ไปทำการสึก และนำตัวไปดำเนินคดีข้อหา&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผลิตและมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดประเภทที่ 5 (กัญชา) โดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทเอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ตำรวจจะไปตรวจสอบ&amp;nbsp;พระพุทธรูปบูชาหลายองค์ในวัดโพธิ์งาม ที่หายไปก่อนหน้านี้ว่าพระเรวัตมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่&amp;nbsp;เนื่องจากมีข้อมูลว่าพระเรวัตอาจมีส่วนรู้เห็นกับเซียนพระบางคนในพื้นที่&amp;nbsp;ร่วมกันนำพระพุทธรูปในวัดออกไปขาย&amp;nbsp;หากพบว่าพระเรวัติกระทำผิดจริง ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม และจับกุมตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111426</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชัยนาท, จับสึกพระ, พระเสพยา, สภ.สรรคบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_610139fdc3377.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 07:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับสึก​พระหื่นทำสาว 26 ท้อง​ อ้างฝ่ายหญิงนำ &#039;ปูหลน&#039; มาให้ฉันแล้วมีอารมณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.64 - เมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา น.ส.ภัทรานิษฐ์&amp;nbsp;จริยาโสวรรณ&amp;nbsp;ผอ.กลุ่มอำนวยการ&amp;nbsp;สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;พร้อมด้วยพระครูภัทรสมาจารคุณ&amp;nbsp;เจ้าคณะตำบลละเวี้ย&amp;nbsp;พระวินยาธิการ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประโคนชัย&amp;nbsp;ได้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ น.ส.เอ&amp;nbsp;(นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ชาว อ.พลับพลาชัย&amp;nbsp;ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อว่า&amp;nbsp;ถูกพระรูปหนึ่งซึ่งจำพรรษาอยู่ในที่พักสงฆ์บริเวณป่าสาธารณะท้ายหมู่บ้านหนองคูณ&amp;nbsp;ต.ละเวี้ย&amp;nbsp;อ.ประโคนชัย&amp;nbsp;กระทำชำเราตั้งแต่เดือน พ.ย.2563&amp;nbsp;โดย น.ส.เอ&amp;nbsp;อ้างว่ามีเพศสัมพัน์กับพระรูปดังกล่าวหลายครั้ง&amp;nbsp;จนปัจจุบันตั้งท้องได้ 4 เดือน&amp;nbsp;แต่พระปฏิเสธไม่รับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบบริเวณที่พักสงฆ์ดังกล่าว&amp;nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ในที่สาธารณะ เนื้อที่ประมาณ 7 ไร่&amp;nbsp;มีอาคารชั้นเดียวสร้างเหมือนบ้านเรือนชาวบ้านทั่วไปอยู่ 1 หลัง ใกล้กันก็ศาลาคล้ายกับกระต๊อบเล็กๆ อีก 1 หลัง&amp;nbsp;ก็พบพระเกียรติ&amp;nbsp;อายุ 51 ปี&amp;nbsp;ที่ถูกกล่าวหานั่งอยู่ที่กระต๊อบ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบหนังสือสุทธิพระ&amp;nbsp;ซึ่งพระรูปดังกล่าวก็หยิบมาให้ดูพบว่าเป็นพระจริง&amp;nbsp;ได้อุปสมบทที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.ประโคนชัย&amp;nbsp;ก่อนจะย้ายมาไปอยู่ที่ที่พักสงฆ์ท้ายหมู่บ้านหนองคูณได้ประมาณเกือบ 20 ปีแล้ว&amp;nbsp;อยู่รูปเดียวมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าได้กระทำชำเราหญิงอายุ 26 ปีจนตั้งครรภ์ จริงหรือไม่ พระเกียรติตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า&amp;nbsp;ตนเองไม่ได้เป็นฝ่ายกระทำแต่ผู้หญิงเป็นฝ่ายทำ&amp;nbsp;โดยอ้างว่า&amp;nbsp;น.ส.เอ&amp;nbsp;ผู้หญิงคนที่ร้องเรียนพยายามทักทางเฟซบุ๊กมาหาอาตมา และขอเข้ามาเล่นที่ที่พักสงฆ์อาตมาก็ตอบกลับไปว่า เป็นผู้หญิงไม่เหมาะสม จากนั้นหญิงคนดังกล่าวก็เงียบหายไป&amp;nbsp;กระทั่งช่วงเดือน พ.ย. น.ส.เอ&amp;nbsp;ก็เอาปูหลนมาถวายอาตมา&amp;nbsp;ซึ่งปกติอาตมาเป็นคนชอบกินปูหลนอยู่แล้ว&amp;nbsp;เมื่อโยมเอามาถวายอาตมาก็ฉันแล้วรู้สึกอร่อย&amp;nbsp;แต่พอฉันได้ประมาณ 3 ช้อนแล้ว​ มีความรู้สึกเกร็งสั่นไปทั้งตัว โดยเฉพาะอวัยวะเพศจะแข็งตัว จึงถาม น.ส.เอว่าได้ใส่อะไรในปูหลนหรือไม่&amp;nbsp;แต่ น.ส.เอ&amp;nbsp;บอกว่าใส่แต่เครื่องปรุงปกติไม่ได้ใส่อะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นอาตมาก็คุมสติตัวเองไม่ได้แล้วฝ่ายหญิงก็เข้ามาหาอาตมา&amp;nbsp;กระทั่งมีเพศสัมพันธ์กัน&amp;nbsp;และเมื่ออาตมานึกย้อนไปก็คิดว่าน่าจะถูกผู้หญิงใส่ยาปลุกเซ็กซ์ในปูหลนอย่างแน่นอน&amp;nbsp;จนทำให้คุมสติตัวเองไม่ได้&amp;nbsp;แต่ยืนยันว่าอาตมาไม่ได้เป็นฝ่ายกระทำชำเราผู้หญิง&amp;nbsp;ส่วนที่ว่าตั้งครรภ์ก็ไม่รู้ว่าท้องกับใครแล้วมากล่าวหาอาตมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวพระเกียรติไปทำพิธีสึกที่วัดจำปา&amp;nbsp;วัดที่อุปสมบทให้&amp;nbsp;ซึ่งวินัยสงฆ์การเสพเมถุนถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงต้องอาบัติปาราชิก&amp;nbsp;เมื่อสึกแล้วไม่สามารถบวชเป็นพระได้อีก&amp;nbsp;ส่วนเรื่องคดีก็ขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายหญิงจะแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97725</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, จับสึกพระ, สภ.ประโคนชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_606270da1ae1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
