<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2020 11:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2020 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้องชาย‘กระแต อาร์สยาม’โร่แจ้งความไอจีโดนแฮกเรียกค่าไถ่ 1,000 ดอลลาร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in 0in 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นักร้องหนุ่ม กฤษ บุญยะเลี้ยง เจ้าของซิงเกิ้ล &amp;ldquo;เว่าคนเดียว&amp;rdquo; สังกัด ค่าย KT GROW น้องชายนักร้องลูกทุ่งสาวสุดเซ็กซี่ &amp;ldquo;กระแต อาร์สยาม&amp;rdquo; ได้เดินทางเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลคันนายาว เมื่อเย็นวานนี้ หลังอินสตาแกรมส่วนตัว ชื่อ krit_boonyatiang โดนมือดีแฮกผ่านทางอีเมลมาในรูปแบบยืนยันตัวตนเป็นบุคคลสาธารณะ และมีการเรียกเก็บเงินสูงถึง 1000 ดอลลาร์ ซึ่งเจ้าตังเกรงว่าจะเกิดเสียงหายและเสียชื่อเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in 0in 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย &amp;ldquo;กฤษ บุญยะเลี้ยง&amp;rdquo; เผยถึงเรื่องนี้ว่า &amp;ldquo;ไอจีผมโดนแฮกตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ช่วงสายๆ ของวันนี้สามารถกู้คืนมาได้ แต่ช่วงบ่ายปรากฏว่าโดนแฮกอีกครั้ง ซึ่งตอนนั้นผมกำลังเล่นคอนเสิร์ตไม่สามารถทำอะไรได้ จนเสร็จคอนเสิร์ตก็คิดว่ามาแจ้งความดีกว่า เพราะกลัวว่าคนที่แฮกข้อมูลไปจะทำอะไรที่เสียหาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in 0in 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญคือมีการส่งข้อความเหมือนเป็นการเรียกค่าไถ่มาด้วยเป็นเงินจำนวน 1000 ดอลลาร์ ผมก็คิดว่าไม่ปกติแล้ว อย่างน้อยเรามาแจ้งความเพื่อความสบายใจและบริสุทธิ์ใจ ถามว่าเสียดายไหม ก็เสียดายนะครับ เพราะไอจีผมใช้ในการลงโปรโมทเพลง ลงเรื่องราวชีวิตส่วนตัว มันเป็นเหมือนคามทรงจำดีๆ แต่สุดท้ายถ้ากู้คืนมาไม่ได้ก็ต้องทำใจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in 0in 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in 0in 10pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in 0in 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in 0in 10pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in 0in 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in 0in 10pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in 0in 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in 0in 10pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in 0in 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in 0in 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86648</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระแต อาร์สยาม, กระแต-แตร บุญยะเลี้ยง, กฤษ  บุญยะเลี้ยง, จับเรียกค่าไถ่, อินสตาแกรม, แจ้งความ, แฮกเกอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201212/image_big_5fd442e7c4fc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2019 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2019 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จักรทิพย์&#039;สั่งทุกหน่วยบูรณาการ ประสานทางการลาวช่วยประธานสมาคมส่งออกสัตว์ฯ ถูกจับเรียกค่าไถ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
30 ก.ค.62- &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือประธานสมาคมส่งออกสัตว์ เชียงแสน ถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ยังประเทศลาว ว่า ได้รับรายงานจากเพิ่มเติมจาก กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 ว่า เมื่อวันที่ 29 ก.ค.62 เวลา 19.00 น. จนท.ตำรวจ สภ.เชียงแสน ร่วมประชุมกับ นายอำเภอเชียงแสน และญาติของนายสิงห์แก้ว วงศ์ใหญ่ เพื่อติดตามสถานการณ์ พร้อมให้ความช่วยเหลือ นายสิงห์แก้ว ที่ถูกลักพาตัวและเรียกค่าไถ่ จำนวน 5 ล้านนั้น เบื้องต้น ทางจนท.สปป.ลาว ได้ให้ข้อมูลว่ายังไม่พบ จุดที่ควบคุมตัวนายสิงห์แก้ว วงศ์ใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันนี้ 30 ก.ค.62 จนท.ตร.สภ.เชียงแสน ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน และ ฝ่ายปกครองอำเภอเชียงแสน ได้ประสานกับ จนท.สปป.ลาว อำนวยความสะดวก ในการจัด จนท.ฝ่ายไทย พาญาติ นายสิงห์แก้ว วงศ์ใหญ่ ลงพื้นที่ สปป.ลาว ประสานงาน เพื่อสอบถามข้อมูล ต่างๆ เกี่ยวกับการถูกลักพาตัว และแรงจูงใจ ในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับ สภ.เชียงแสน​ ในฐานะผู้รับแจ้งเหตุ​ กำลังเร่งสอบปากคำญาติๆและผู้เกี่ยวข้อง​ เพื่อรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน​ ในการดำเนินคดีตามกฎหมาย ตลอดจนการสืบสวนขยายผล เพื่อพิสูจน์ทราบ กลุ่มผู้ที่ก่อเหตุ และผู้ที่เกี่ยวข้องที่อยู่เบื้องหลังในเรื่องดังกล่าว ซึ่งคงต้องรอความชัดเจนในข้อมูลการสืบสวนสอบสวน และพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อที่จะสามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาคนใด ในฐานความผิดใด ได้บ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการกำชับไปยัง กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 , สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน บูรณากับ ฝ่ายปกครอง ทหาร อย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือ ติดตาม ค้นหา และประสานงานกับ เจ้าหน้าที่ สปป.ลาว ตลอดจนการอำนวยความสะดวก การเดินทาง ให้เบาะแสข้อมูลของทางญาติและครอบครัว นายสิงห์แก้ว วงศ์ใหญ่ อีกทั้ง เร่งสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายโดยเร็ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42271</URL_LINK>
                <HASHTAG>-พ.ต.อ.กฤษณะ  พัฒนเจริญ, จับเรียกค่าไถ่, นักธุรกิจไทย, พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา, รองโฆษก ตร., ลาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190528/image_big_5ced4be895c0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2019 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2019 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้งแล้ว 3 ดาบตำรวจอุ้ม“ส.ต.ท.”เรียกค่าไถ่ 5 แสน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;พ.ค.62&amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส.ต.ท.สัญลักษณ์ จันทร์ดำ ผบ.หมู่ (ป) สภ.กะพ้อ ภ.จว.ปัตตานี ได้มีหนังสือร้องมีชายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ส่วนหน้า กว่า&amp;nbsp;10คน ยึดอาวุธประจำกาย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กระบอก อุ้มขึ้นรถยนต์กระบะพร้อมเพื่อนอีก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน ไปเรียกค่าไถ่เป็นเงินกว่า&amp;nbsp;5แสนบาท แต่ต่อรองเหลือ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แสนบาท โดยให้เป็นเงินสดพร้อมรถยนต์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คัน ว่า เบื้องต้นกองบังคับการสืบสวนสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรรวจภูธรภาค&amp;nbsp;9&amp;nbsp;&amp;nbsp;(บก.สส.ภ.9)&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีคำสั่งให้ ด.ต.ธีระยุทธ สุวรรณรัตน์ ตำแหน่ง ผบ.หมู่ กก.สส.3&amp;nbsp;บก.สส.ภ.9 ,&amp;nbsp;ด.ต.สิรภพ หมื่นหนู ตำแหน่ง ผบ.หมู่ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.ภ.9&amp;nbsp;และ ด.ต.พิรชัช หวันเส้ง ตำแหน่ง ผบ.หมู่ กก.ปฏิบัติการพิเศษ บก.สส.ภ.9&amp;nbsp;มาปฏิบัติราชการที่ศูนปฏิบัติการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค9&amp;nbsp;( ศปก.บก.สส.ภ.9)&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากผลการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่ามีการกระทำผิดจริง ก็จะดำเนินการทั้งทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาด ไม่มีการให้ความช่วยเหลือหรือปกป้องผู้ที่กระความผิด

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้กำชับให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา ทำการสืบสวน ขยายผล และจับกุมผู้ที่สนับสนุนหรือที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมา ผบ.ตร. ได้กำชับและสั่งการมาโดยตลอดห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อำนาจหน้าที่ ประพฤติผิดในทางมิชอบ แสวงหา หรือ ปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการเหลื่อมล้ำกับกฎหมาย สร้างความเดือนร้อนแก่สังคม โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติงานด้วยความสุจริต ยุติธรรม ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบของกฎหมาย และยังมีข้อสั่งการไปยังกองบัญชาการทุกภาคส่วนให้ผู้บังคับบัญชาควบคุม เสริมสร้างความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ทั้งเวลาราชการและนอกเวลาราชการ ตามคำสั่งที่&amp;nbsp;1212/2537&amp;nbsp;ในการ กวดขัน กำกับ ดูแล สอดส่องความประพฤติและพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจภายใต้การปกครองบังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด

&amp;ldquo;หากพบว่าตำรวจเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง ท่าน ผบ.ตร. ยอมรับไม่ได้ ต้องเอาผิดให้ถึงที่สุดทั้งทางวินัยและทางอาญา อย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งผู้บังคับบัญชาที่ไม่ใส่ใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่กำกับดูแลความประพฤติ การปฎับัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชา ก็จะถูกพิจารณาโทษด้วยเช่นกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมในการอำนวยความยุติธรรม&amp;rdquo; พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35632</URL_LINK>
                <HASHTAG>-พ.ต.อ.กฤษณะ  พัฒนเจริญ, จับเรียกค่าไถ่, เด้งตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190203/image_big_5c567faa1cb01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมายจับอีก6แก๊งเรียกค่าไถ่จ่อไล่ออกดต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำรวจขอหมายจับเพิ่มอีก 6 คน แก๊งมังกรจับหญิงนักธุรกิจชาวจีนไปเรียกค่าไถ่ บิ๊กโจ๊กเผยดาบตำรวจ ตม.ผู้ร่วมแก๊ง ประวัติข่มขู่กรรโชกทรัพย์นักท่องเที่ยวต่างชาติ จนมาได้หลักฐานชัดเจนคดีล่าสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า คดีแก๊งคนร้ายจับหญิงชาวจีนไปเรียกค่าไถ่ ล่าสุดตำรวจได้ยื่นขอศาลจังหวัดสมุทรปราการออกหมายจับ 6 คนร้ายที่ร่วมก่อเหตุแล้ว ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์และกักขังหน่วงเหนี่ยว โดยทั้ง 6 คนแบ่งหน้าที่กันทำงาน อาทิ เป็นคนขับรถตู้ เจ้าของบ้านที่นำตัวผู้เสียหายไปกักขัง และการ์ดอีก 2 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีดาบตำรวจนิพนธ์ พุทธรักษา ผบ.หมู่ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ที่ก่อนหน้านี้มีคำสั่งให้ไปช่วยราชการที่สำนักงานกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน บุคคล หรือนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ประกอบกับที่ผ่านมาการสอบสวนพบว่าตำรวจนายนี้มีพฤติกรรมลักษณะข่มขู่และกรรโชกทรัพย์กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แต่ไม่มีหลักฐานเอาผิด จนกระทั่งการตรวจสอบภาพวงจรปิดพบพฤติการณ์กระทำผิดชัดเจน ที่มีการวางแผนร่วมกับขบวนการแก๊งชาวจีนในการประกบเป้าหมาย และควบคุมตัวผู้เสียหายออกนอกพื้นที่สนาม จึงถือเป็นความผิดชัดเจนที่สามารถให้ออกจากราชการได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ นายฮาน ยัง ลิม สัญชาติแทนซาเนีย เชื้อสายเกาหลี สามีของ น.ส.จินไช่เชน สัญชาติจีน เข้าแจ้งความร้องทุกข์ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และตำรวจท่องเที่ยวสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ว่า น.ส.จินไช่เชน ภรรยา ถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ระหว่างเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยเมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตนเองและญาติผู้เสียหายได้จ่ายค่าไถ่ไปแล้วรวม 4 ครั้ง เป็นเงิน 1,900,000 หยวน หรือเกือบ 10 ล้านบาท แต่กลุ่มคนร้ายก็ยังไม่ยอมปล่อยตัวผู้เสียหาย และเรียกค่าไถ่เพิ่มอีก 1 ล้านหยวน หรือประมาณ 5 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังรับแจ้ง ตำรวจได้ออกสืบสวนสอบสวนจนทราบว่ากลุ่มคนร้ายประกอบด้วย น.ส.วรรษิการ เติมธนาภัทร หรือแอนนา สัญชาติไทย, นายซุนเหวินฉี สัญชาติจีน หัวหน้าแก๊ง, น.ส.ไคเมยเลิง สัญชาติจีน, นายซอง หมิง สัญชาติจีน (ฮ่องกง) และนายซุนดองเหลียง สัญชาติจีน โดยผู้เสียหายถูกกลุ่มคนร้ายนำตัวออกไปจากสนามบินเมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา และกักขังไว้ในโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ก่อนจะพาไปกักขังต่อที่โรงแรมในเขตเมืองพัทยา จ.ชลบุรี และพาไปกักขังที่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง ก่อนจะนำผู้เสียหายกลับมา กทม. ระหว่างนั้นได้ติดต่อสามีและญาติของ น.ส.จินไช่เชน เพื่อเรียกร้องเงินค่าไถ่ กระทั่งสามีผู้เสียหายเข้าแจ้งความ รุ่งขึ้นวันที่ 19 พ.ค. เวลาประมาณ 23.00 น. กลุ่มคนร้ายได้ปล่อยตัวผู้เสียหายที่บริเวณริมถนนบางนา-ตราด เขตบางนา กทม. จากนั้นผู้เสียหายได้ติดต่อญาติและตำรวจเข้าช่วยเหลืออย่างปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน ผู้เสียหายให้การเบื้องต้นว่า รู้จักกับนายซุนเหวินฉี หัวหน้าแก๊ง เนื่องจากเคยลงทุนธุรกิจร่วมกันที่แอฟริกา ก่อนที่บริษัทจะขาดทุน แต่คาดว่านายซุนเหวินฉีอาจจะไม่พอใจจึงก่อเหตุดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9750</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับเรียกค่าไถ่, จินไช่เชน, ซอง หมิง, ซุนดองเหลียง, ซุนเหวินฉี, ดาบตำรวจนิพนธ์ พุทธรักษา, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, วรรษิการ เติมธนาภัทร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ฮาน ยัง ลิม, ไคเมยเลิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180522/image_big_5b04157ee81f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9665</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2018 20:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2018 20:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งามหน้า&#039;ดาบตม.&#039;เอี่ยวอุ้มนักธุรกิจสาวจีนเรียกค่าไถ่10ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.61- พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ &amp;nbsp;หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว(รอง ผบช.ทท.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธรรมนูญ &amp;nbsp;ไตรทิพยพงษ์ &amp;nbsp;ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ และหน่วยที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการช่วยเหลือ นางสาวจินไช่ เชน ผู้เสียหายชาวจีน &amp;nbsp;ที่ถูก 5 คนร้ายที่มีทั้งชาวไทยและชาวจีนร่วมกันจับตัวไปเรียกค่าไถ่ จำนวน 3 ล้านหยวน ซึ่งเป็นเงินไทยประมาณ 15 ล้านบาทไทย หลังจากที่ผู้เสียหายเดินทางกลับจากฮ่องกงมายังสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายฮาน ยัง ลิม สัญชาติแทนซาเนีย สามีของผู้เสียหาย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 18 &amp;nbsp;พ.ค.2561 หลังพยายามหาเงินมาจ่ายค่าไถ่ให้คนร้ายไปแล้วกว่า 1 ล้าน 9 แสนหยวน หรือเป็นเงินไทยเกือบ 10 ล้านบาท แต่คนร้ายก็ยังไม่ยอมปล่อยตัวผู้เสียหาย จึงตัดสินใจเข้าแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยเพื่อขอความช่วยเหลือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จนกระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุมีทั้งหมด 5 คน มีชาวไทยร่วมอยู่ด้วย 1 คนและคนจีน 4 คน เจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลังออกสืบสวนหาข่าว &amp;nbsp;จนกระทั่งทราบว่าหลังคนร้ายทั้ง 5 ได้ร่วมกันก่อเหตุ ได้นำตัวผู้เสียหายไปกักขังไว้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ก่อนย้ายผู้เสียหายไปกักขังต่อที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ก่อนย้ายผู้เสียไปกักขังที่บ้านพักแห่งหนึ่งที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง และพาตัวผู้เสียหายมากักขังที่โรงแรมในเขต กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองผบช.ทท.กล่าวว่า กระทั้งเวลา 23.00 น.ของวันที่ 19 พ.ค. กลุ่มคนร้ายทนแรงกดดันของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ไหว จึงได้นำตัวผู้เสียหายมาปล่อยทิ้งไว้ริมถนนบางนา-ตราด กม.ที่ 3.5 แขวงเขตบางนา กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ก่อนพากันหลบหนีไป หลังจากนั้นผู้เสียได้ติดต่อกลับแจ้งให้สามีทราบก่อนเดินทางเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ท่องเที่ยว และ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เจ้าหน้าที่สทบสวนจนทราบผู้ก่อเหตุประกอบด้วย &amp;nbsp;น.ส.วรรษิการ เติมธนาภัทร หรือแอนนา สัญชาติไทย นายชัน เหวินฉี น.ส.ไค เมยเลิง นายซอง หมิง และนายชุน &amp;nbsp;ดองเหลือง ทั้งหมดมีสัญชาติจีน โดยคนร้ายที่เป็นคนจีนจำนวน 4 คนได้หลบหนีออกนอกประเทศไปก่อนแล้ว แต่ยังทราบว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายคนและในขบวนดังกล่าวยังมีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสมุทรปราการ ยศนายดาบ ร่วมขบวนการอยู่ด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการหาหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งเชื่อว่าอีกไม่นานน่าจะสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุทั้งหมดเอาได้อย่างแน่นนอน&amp;quot;รองผบช.ทท.ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9665</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับเรียกค่าไถ่, ตำรวจ ตม., นักท่องเที่ยวจีน, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, สนามบินสุวรรณภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180521/image_big_5b02c60160537.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
