<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2020 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จาก 7 ต.ค.51 สู่ 17 พ.ย.63  บทเรียนจากสองม็อบล้อมสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันที่ 17 พ.ย.2563 เหตุการณ์ผู้ชุมนุม &amp;ldquo;ราษฎร&amp;rdquo; นัดชุมนุมหน้ารัฐสภา ในวันที่มีการประชุมรัฐสภานัดสำคัญ พิจารณาลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 7 ฉบับ วันที่ 17-18 พ.ย.2563 ผ่านพ้นไปอย่างร้อนแรง ดุเดือด รวมถึงสูญเสียเลือดเนื้อของประชาชน โดยภายในรัฐสภามีการอภิปรายของทั้ง ส.ส.-ส.ว.อย่างเข้มข้นในจุดยืนของฝ่ายตนเอง ส่วนนอกรัฐสภา ราษฎรเรียกร้องให้รัฐสภารับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ เผชิญหน้ากับแนวกั้นของตำรวจ ถูกฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตา และยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ จนเกิดความชุลมุนวุ่นวาย ไม่เพียงเท่านั้นยังเกิดการเผชิญหน้าปะทะกับผู้ชุมนุม &amp;ldquo;ไทยภักดี&amp;rdquo; หรือกลุ่มคนเสื้อเหลือง ทั้งตอนเย็นก็มีการขว้างสิ่งของเข้าใส่กัน กับตอนค่ำที่เกิดเหตุถึงขั้นปาระเบิดและยิงปืนใส่ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บไปจำนวนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์ชุมนุมหน้ารัฐสภาหรือปิดล้อมรัฐสภา และมีการใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย แต่เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่งในวันที่มีเลขเจ็ดเหมือนกัน เดือนใกล้กัน ย้อนไปกว่า 10 ปี นั่นคือ วันที่ 7 ต.ค.2551 เกิดเหตุการณ์ผู้ชุมนุม &amp;ldquo;พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย&amp;rdquo; ชุมนุมที่หน้ารัฐสภานัดสำคัญ ในวันที่ &amp;ldquo;สมชาย วงศ์สวัสดิ์&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรีขณะนั้น เข้าแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จุดยืนของผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ต้องการคัดค้านรัฐบาลหุ่นเชิดระบอบทักษิณ จึงไปชุมนุมที่รัฐสภาเพื่อไม่ให้สมชายเข้าแถลงนโยบาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครั้งนั้น ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาระดมยิงผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อเปิดทางให้สมาชิกรัฐสภาเข้าไปประชุมตามนัดแถลงนโยบาย การยิงแก๊สน้ำตาในวันดังกล่าว ไม่เพียงทำให้ผู้ชุมนุมเกิดความแสบร้อนจนต้องถอยร่นเท่านั้น กลับทำให้ผู้ชุมนุมบางรายสูญเสียเลือดเนื้อถึงขั้นแขนขาด ขาขาด ต้องพิการตลอดชีวิตอย่างน่าสลดใจ และยังเกิดการยิงทั้งในช่วงบ่ายและช่วงเย็นตลอดวัน จนมีผู้เสียชีวิต 2 รายด้วย รายแรกจากเหตุการณ์รถระเบิด และรายหลังระหว่างการยิงแก๊สน้ำตา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงแม้เหตุการณ์ครั้งนั้นจะไม่มีมวลชนฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลเข้าร่วมก่อเหตุปะทะซ้ำเติม แต่ก็เกิดการต่อสู้ด้วยข้อมูลกันบนโลกออนไลน์ในเวลาต่อมา เพราะมวลชนฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลไม่เชื่อว่าแก๊สน้ำตาทำให้บาดเจ็บถึงเสียชีวิตได้ จึงกล่าวหาโจมตีผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ พกระเบิดมาเอง ขณะที่อีกด้าน มีการระบุผลการตรวจพิสูจน์แก๊สน้ำตาที่ใช้ ปรากฏว่าไม่ได้คุณภาพ มีส่วนผสมของสารก่อระเบิด จึงเป็นเหตุให้เกิดการบาดเจ็บเสียชีวิตของผู้ชุมนุมได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลับมาปัจจุบัน 17 พ.ย.2563 ดูเหมือนว่าตำรวจจะถอดบทเรียน 7 ต.ค.2551 ได้ส่วนหนึ่ง ในเรื่องของการใช้แก๊สน้ำตาที่มีคุณภาพขึ้น ไม่ก่ออันตรายถึงขั้นระเบิด ไม่ยิงวิถีตรงเหมือนครั้งนั้น แต่ฤทธิ์ของแก๊สน้ำตาก็รุนแรงตามปกติของมัน จนทำให้บางคนที่ได้รับเกิดอาการป่วยกะทันหัน ส่วนสถานการณ์ยังมีความแตกต่างจากครั้งนั้นที่ตำรวจเดินรุกเข้าใส่ผู้ชุมนุม เปลี่ยนเป็นการตั้งแนวกั้นยิงเข้าใส่ผู้ชุมนุมที่ต้องการผ่านทางเข้ามาแทน และที่แตกต่างอย่างสำคัญคือ การมีมวลชนฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลอย่างกลุ่มไทยภักดีเข้ามาในพื้นที่ด้วย กลายเป็นฟืนสำคัญที่ทำให้กลุ่มราษฎรรู้สึกโกรธยิ่งขึ้น เมื่อถูกยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ เทียบกับอีกกลุ่มที่เดินผ่านทางเข้าไปใกล้รัฐสภาได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนบทเรียนที่ไม่ได้ถอดของตำรวจ คือ การสลายการชุมนุมด้วยแก๊สน้ำตากับผู้ชุมนุมโดยสงบเช่นนี้เอง ที่อาจคิดว่าเป็นการสกัดกั้นให้ผู้ชุมนุมเหนื่อยล้าล่าถอยไป แต่ไม่คิดว่าผู้ชุมนุมจะโกรธยิ่งขึ้น จนมีแต่ความชุลมุนวุ่นวายตลอดเหตุการณ์ เสี่ยงต่อสถานการณ์แทรกซ้อนที่สูญเสียเลือดเนื้อได้ไม่ต่างกัน แล้วมันก็เกิดขึ้นจริงเป็นบทเรียนใหม่ จากการปล่อยให้เกิดเหตุปะทะกับมวลชนฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลที่เข้ามาในพื้นที่เช่นกันถึง 2 ช่วงเวลา สิ่งกีดขวางอย่างรั้วและลวดหนามที่กั้นระหว่างผู้ชุมนุม 2 กลุ่ม ไม่เพียงพอในการป้องกัน การที่ตำรวจไม่จัดกำลังรักษาพื้นที่กีดขวางผู้ชุมนุม 2 กลุ่มด้วย นำมาสู่การบาดเจ็บจากการปะทะด้วยอาวุธของกลุ่มผู้ชุมนุมในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม หลังจากเสียงส่วนใหญ่ของรัฐสภารับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ในวันที่ 18 พ.ย.2563 อาจช่วยบรรเทาสถานการณ์ดุเดือดในสภาให้ยังพูดคุยต่อกันได้บ้าง ส่วนความดุเดือดนอกสภา ถึงเวลาจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องถอดบทเรียนคลี่คลายสถานการณ์ก่อนการสูญเสียเพิ่มขึ้นอีก โดยในส่วนของตำรวจต้องสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงเหตุปะทะที่เกิดขึ้น และจับกุมดำเนินคดีผู้ก่อเหตุให้ได้อย่างจริงจัง ลดภาพลักษณ์การเป็นคู่ขัดแย้งกับกลุ่มราษฎรลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ ผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายต้องลดเงื่อนไขในการก่อเหตุปะทะลง โดยเฉพาะในส่วนแกนนำ เพราะหากตั้งใจนำมวลชนมาเผชิญหน้า ย่อมเสี่ยงต่อการทำให้เกิดการบาดเจ็บสูญเสียได้ทุกครั้ง รวมถึงการปราศรัยและข้อความต่างๆ ในการชุมนุม หากมีการใช้ถ้อยคำสร้างความเกลียดชังหรือเฮทสปีชเกิดขึ้นหลายครั้ง ทำให้อีกฝ่ายเกิดความรู้สึกถูกยั่วยุ ลบหลู่ดูหมิ่น ก็ย่อมเป็นข้ออ้างที่ถูกนำไปใช้ในการก่อเหตุได้เช่นเดียวกัน โดยคนที่บาดเจ็บสูญเสียเลือดเนื้อส่วนใหญ่มักเป็นผู้ชุมนุมมากกว่าแกนนำ ดังที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเทศไทยไม่ได้มีเพียงบทเรียนกรณี 2 ม็อบล้อมสภาถูกยิงแก๊สน้ำตาเท่านั้น ยังมีบทเรียนความสูญเสียอีกมากมาย หากไม่ช่วยกันผ่อนคลายลงไป จะให้มีวีรชนต้องนับกันอีกหรือ?.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;นายชาติสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84429</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, จาก 7 ต.ค.51 สู่ 17 พ.ย.63  บทเรียนจากสองม็อบล้อมสภา, นายชาติสังคม, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201119/image_big_5fb67f76d12eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
